“จิตสัมผัส” เมื่อพระพุทธคุณบังเกิดขึ้นในจิต – ครูหนุ่ย งามจิต มุทะธากุล

ครั้งหนึ่งในฤดูหนาว ครูไปเข้ากรรมฐานที่วัดแห่งหนึ่ง พักในกุฏิหลังสุดท้าย ที่วัดนี้รับประทานอาหารมื้อเดียว พอถึงเวลาอาหาร ครูก็เดินไปตักอาหารใส่กะละมังสีขาวรวม ๆ กันไป แล้วก็เดินกลับไปนั่งรับประทานที่กุฏิ เวลาที่ครูไปเข้ากรรมฐาน ครูจะปิดวาจา ไม่พูดไม่คุยกับใคร สำรวมตา ไม่สอดส่ายสายตามองโน่นมองนี่ สำรวมหู ไม่เงี่ยหูฟังเสียงพูดคุยของคนอื่น สำรวมใจ คอยดูจิตไม่ให้ฟุ้งไปตามอารมณ์ เรียกว่า สำรวมอินทรีย์ ให้จิตมีสติรู้อยู่ภายในกายภายในใจของเราเท่านั้น (จิตสัมผัส) การสำรวมอินทรีย์นี้เป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติธรรมมาก แต่ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่มักไม่เคร่งครัดในการนี้ ความจริงสำนักปฏิบัติธรรมที่ดี ๆ ท่านก็บอกไว้แล้วทั้งนั้นว่าให้งดพูด แต่ไม่ค่อยจะปฏิบัติกัน มุ่งแต่การปฏิบัติในห้องกรรมฐานอย่างเดียว พอออกจากห้องกรรมฐานหรือห้องปฏิบัติรวมบ้างก็เดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย บ้างก็แอบคุยกัน บ้างก็แอบเขียนแอบจด สติจึงไม่ต่อเนื่อง สมาธิไม่รวม ขาด ๆ วิ่น ๆ จิตไม่ตั้งมั่น การปฏิบัติธรรมจึงไม่สัมฤทธิผล ทำให้เรามักจะได้ยินคำพูดที่ว่า “ปฏิบัติธรรมมาตั้งนานไม่เห็นจะได้อะไรเลย” ยังขี้โกรธเหมือนเดิม ปากมากเหมือนเดิม ชอบนินทาเหมือนเดิม ขี้อิจฉาเหมือนเดิม ยังถือตัวถือตน ดูถูกคนเหมือนเดิม ไปมากไปบ่อย แต่ปฏิบัติจริง ๆ น้อย ก็ได้มรรคได้ผลตามเหตุปัจจัย เช้าวันนั้นพระท่านบิณฑบาตได้อาหารมาไม่มากนัก ครูตักข้าวกับผัดถั่วฝักยาวมารับประทาน […]

keyboard_arrow_up