กิจกรรมน่าทำช่วงปีใหม่​ สำหรับคนที่ต้องการพักผ่อน ไม่ไปเที่ยวไหนไกลๆ

กิจกรรมน่าทำช่วงปีใหม่​ สำหรับคนที่ต้องการพักผ่อน ไม่ไปเที่ยวไหนไกลๆ ช่วงวันหยุดปีใหม่แบบนี้​ หลายคนชื่นชอบที่จะอยู่กับบ้าน​ หรือเที่ยวใกล้ๆ​ บ้าน​ แทนที่จะไปไหนไกล​ จอแจ​ เจอรถติดและเจอคนมากมาย วันนี้​ Goodlife​ จึงมีไอเดีย กิจกรรมน่าทำช่วงปีใหม่ สำหรับคนที่ชอบความสงบ​ อยากพักผ่อนให้เต็มที่​ ไม่อยากไปไหนไกลมาฝากทุกคนกันค่ะ   ::: อ่านหนังสือที่ค้างคาให้หมด​ ::: ใครที่ซื้อหนังสือมาตุนเอาไว้เต็มบ้าน แล้วยังไม่มีโอกาสได้ลงมืออ่านจริงๆ จังๆ สักที ช่วงเวลาหยุดยาวนี่แหละค่ะ คือเวลาที่เหมาะสำหรับการอ่านหนังสือ พักผ่อน ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง อย่างที่เราไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำมาตลอดทั้งปี   ::: ดูหนัง​ ::: หนังบางเรื่อง เราเคยคิดว่าจะดูแต่พอถึงเวลาที่หนังเข้าฉาย เราก็ไม่มีเวลาไปดูสักที รู้ตัวอีกที หนังเรื่องนี้ก็ออกจากโรงไปแล้ว พอเวลาผ่านไปนานๆ เข้า เราก็ลืมเลือนหนังเรื่องนี้ไปเลย ช่วงเวลาวันหยุดยาวแบบนี้ หาหนังสนุกๆ มาดู ไม่ว่าจะดูคนเดียว ดูกับเพื่อน ดูกับแฟน ดูกับครอบครัว ก็สนุกทั้งนั้นค่ะ ::: ขับรถเล่นในกรุงเทพ​ ::: นานๆ​ ทีคนเมืองอย่างเราจะได้เจอกับถนนโล่งๆ แบบนี้​ […]

ปลูกต้นไม้ งานอดิเรกง่ายๆ ดีต่อใจวัยเกษียณ

ปลูกต้นไม้ งานอดิเรกง่ายๆ ที่ส่งผลดีต่อใจวัยเกษียณ แนะนำคุณปู่ คุณย่า ด่วน! ปลูกต้นไม้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ควรแนะนำให้ผู้สูงวัยได้ทำ เพราะนอกจากจะช่วยเรียกเหงื่อและเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังทำให้ผู้ใหญ่เกิดความภาคภูมิใจหลังวัยเกษียณอีกด้วย งานอดิเรกนี้ มีดีอย่างไรมาดูกันเลย จากข้อมูลการคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุและผู้พิการ พบว่า ผู้สูงอายุมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าถึงร้อยละ 33 ดังนั้น การมีพื้นที่เพื่อให้ผู้สูงอายุทํากิจกรรมที่ชอบ เช่น การปลูกต้นไม้ ก็จะเป็นการช่วยลดอัตราการเกิดโรคซึมเศร้าไปได้มาก คุณกนกวรรณ ยิ้มจู นักประชาสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายไว้ใน http://www.pr.chula.ac.th ว่า การปลูกต้นไม้เป็นกิจกรรมที่คนวัยเกษียณให้ความนิยม ทั้งเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และยังนับว่าเป็นการออกกำลังกายที่ให้ความเพลิดเพลิน รวมถึงเกิดความภาคภูมิใจเมื่อเห็นการเจริญเติบโตของเหล่าพืชพันธุ์ที่ได้ลงมือลงแรงปลูกไว้ ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเลือกพันธุ์ไม้และการจัดวางอย่างไร้ขีดจำกัดภายในรั้วบ้าน บางท่านก้าวหน้าเลยเถิดจนถึงขั้นเพาะขายกันเลยก็มี หากได้ถึงระดับนั้นการที่จะรู้สึกว่า ตนเองไร้คุณค่าจะหายไปโดยสิ้นเชิง หรือหากจะปลูกต้นไม้เพื่อเป็นเพียงกิจกรรมยามว่าง สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คุ้มค่ากว่าเงินทองเป็นไหนๆ อย่างที่ทราบกันดีโดยทั่วไป “สีเขียว” คือสีที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบายตา เมื่อบริเวณบ้านหรือรอบบ้านมีต้นไม้สีเขียวหรือสีสรรของไม้ดอกนานาชนิด ความรู้สึกผ่อนคลายของคนวัยเกษียณจะมีมากขึ้น รวมถึงการใช้เวลาว่างในการจัดการกับกระถาง ดิน ช้อนปลูก ส้อมพรวน ยังถือเป็นการทดแทนเวลาในส่วนที่เคยนั่งทำงานหรือติดต่องานกับคนในที่ทำงานด้วย ดังนั้น เวลา 8 ชั่วโมง ที่เคยนั่งทำงานหรือประสานงาน ก็จะถูกทดแทนด้วยกิจกรรมที่มีประโยชน์ทั้งต่อตนเองและสภาวะแวดล้อมของโลก […]

อย่าปล่อยให้งานอดิเรกดูดเงินของเรา! กิจกรรมยามว่างที่ไม่ต้องใช้เงิน ก็เพลิดเพลินได้

อย่าปล่อยให้งานอดิเรกดูดเงินของเรา! กิจกรรมยามว่างที่ไม่ต้องใช้เงิน ก็เพลิดเพลินได้ ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาตลอด เมื่อถึงเวลาพักผ่อน ก็อยากจะพักผ่อน หรือ ทำกิจกรรมที่เราชอบให้เต็มที่ แต่กิจกรรมยามว่างของเรานั้นบางครั้งก็ใช้เงินเยอะเสียจนทำให้เรารู้สึกว่า งานอดิเรกกลายเป็นภาระทางการเงินของเรา มาเปลี่ยนความคิดของเรากัน ว่าที่จริงแล้ว งานอดิเรกไม่จำเป็นต้องใช้เงินก็ได้ มาดูกันว่ามี กิจกรรมยามว่างที่ไม่ต้องใช้เงิน และดีต่อใจอย่างไรได้บ้าง งานอดิเรก มีทั้งงานที่ต้องใช้เงิน และงานที่ไม่ต้องใช้เงิน ยกตัวอย่างงานที่ใช้เงิน เช่น การเดินทางท่องเที่ยว การดูหนัง หรือ การสะสมสิ่งของต่างๆ ซึ่งให้ความสุข สนุก เพลิดเพลิน และมีคุณค่าทางจิตใจ จากหนังสือเรื่อง “สมองคนรวย สมองคนจน” โดย มย็องจ็องซ็อน กล่าวเอาไว้ว่า คนรวยจะไม่แก้ไขปัญหาเรื่องงานอดิเรกด้วยเงิน เพราะรู้ว่า งานอดิเรกไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่าย แต่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ ไม่สำคัญว่าจะ “ทำอะไร” แต่สำคัญว่า “ทำด้วยใจแบบไหน” ผู้บริหารของบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่ง กล่าวไว้ว่า “เราจำเป็นต้องเสียเงินเพื่อออกกำลังกายด้วยหรือ ถ้าได้เดินเล่นชมทิวทัศน์รอบข้างสักชั่วโมง ทั้งกายและใจก็จะสดชื่นและเพลิดเพลิน” ตัวอย่างงานอดิเรกที่ใช้เงินไม่มาก หรือ ไม่ต้องใช้เงินเลย ของบุคคลที่มีชื่อเสียง ได้แก่ เมอรีล สตรีป […]

เทคนิคการ ค้นหาตัวเอง ค้นพบสิ่งที่ “ชอบ” และ เติมเต็มที่ “ใช่” สำหรับตัวคุณ

เทคนิคการ ค้นหาตัวเอง ค้นพบสิ่งที่ “ชอบ” และ เติมเต็มที่ “ใช่” สำหรับตัวคุณ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าตัวเราชอบอะไร สนใจอะไร ถนัดอะไร หรืออะไรคือสิ่งที่ “ใช่” สำหรับเราจริงๆ กันแน่ มา ค้นหาตัวเอง ค้นพบสิ่งที่ใช่สำหรับคุณผ่าน 5 วิธีการ ที่จะทำให้คุณรู้จักและรู้ใจตัวเองมากยิ่งขึ้นค่ะ   ::: 1. อย่านำตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น ::: ขั้นตอนแรกที่ควรทำคือ ไม่ควรนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้อื่นจนทำให้ตัวของเราเองรู้สึกท้อแท้ หดหู่ ดูถูกตัวเอง มองว่าตัวเองด้อยค่า ไร้ความสามารถ ผิดหวังในตัวเอง และไม่ภูมิใจในตัวเอง บางครั้งเราอาจจะเห็นคนอื่นเดินในเส้นทางเดียวกับเรา แต่เขาสามารถทำออกมาได้ดี ประสบความสำเร็จ จนเราตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมเราจึงทำไม่ได้ ทำไมเราจึงสู้เขาไม่ได้ สาเหตุที่เราไม่ควรเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่นเป็นเพราะคนแต่ละคนแตกต่างกัน ทั้งความคิด สภาพจิตใจ การศึกษา สภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู ฯลฯ เราสามารถดูผู้อื่นเพื่อเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตได้ แต่ไม่ควรกดดันตัวเองจนเกินไป หรือคาดหวังว่าเราจะสามารถเป็นอย่างใครได้เหมือนกันแบบ 100%   ::: 2. ทำแบบทดสอบ ::: […]

งานอดิเรกของผมคือการสะสมความดี ชาติชาย โฆษะวิสุทธิ์

งานอดิเรกของผมคือการ สะสมความดี ชาติชาย โฆษะวิสุทธิ์  ประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือโฆษะกรุ๊ป   สิ่งที่ คุณ ชาติชาย โฆษะวิสุทธิ์ ให้ความสำคัญไม่แพ้การบริหารงานบริษัทในเครือโฆษะกรุ๊ป คือการเพิ่มเรื่องราว “ความดีที่งดงาม” ลงในสมุดที่เขาเรียกว่า “สมุด สะสมความดี  ” “เรื่องการสะสมความดี ครอบครัวผมทำมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่-เถ้าแก่โค้วซาแล้วครับ เมื่อ 85 ปีที่แล้ว ท่านกับเพื่อน ๆ อีก 2 คน ร่วมกันซื้อที่ดิน 8 ไร่เศษ ซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงแรมโฆษะ และริเริ่มก่อสร้างโรงเรียนฮั่วเคี้ยววิทยาลัยขึ้น เพื่อการศึกษาของลูกหลาน และเปิดการเรียนการสอนมาจนถึงปัจจุบัน โดยเก็บค่าเล่าเรียนไม่แพง บริหารงานแบบ Non-profit Organization โดยสมาคมศิษย์เก่าฯ” คุณชาติชาย โฆษะวิสุทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทในเครือโฆษะกรุ๊ปคนปัจจุบัน ซึ่งได ้รับการปลูกฝังเรื่องการแบ่งปันจากบิดา มีวิสัยทัศน์ว่าจะต้องนำพาโฆษะกรุ๊ปให้เป็นองค์กรที่มีคุณค่าต่อแผ่นดิน “ผมถือว่ามรดกที่ผมได้รับจากคุณพ่อเชษฐ์ที่มีค่าที่สุดมากกว่าทรัพย์สินเงินทองคือ ‘กระดาษ Napkin 1 แผ่น’ วันหนึ่งผมนั่งอยู่กับคุณพ่อที่ห้องอาหารโรงแรมโฆษะ ท่านนั่งบนรถเข็นและพูดไม่ได้ เพราะถูกคุณหมอเจาะคอเนื่องจากเป็นมะเร็งกล่องเสียง ท่านหยิบกระดาษ Napkin มาเขียนข้อความให้ผม3 ข้อเป็นภาษาอังกฤษ แปลเป็นไทยได้ดังนี้ พวกเราครอบครัวโฆษะ : ต้องมีความจงรักภักดีต่อราชบัลลังก์ของในหลวง พวกเราครอบครัวโฆษะ : พร้อมที่จะแบ่งปันความมั่งมีให้กับสังคมของเรา พวกเราครอบครัวโฆษะ : ต้องดูแลความผาสุกของพนักงานของเราทุกคน” คุณชาติชายเริ่มเปิดสมุดทีละหน้า เล่าแต่ละเหตุการณ์ด้วยรอยยิ้ม  “ปี พ.ศ. 2547 เกิดสึนามิที่ภูเก็ต ผมมีโอกาสลงไปช่วยคนที่ประสบภัยตั้งแต่วันเกิดเหตุ 26 ธันวาคมจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม มีนักศึกษาชาวสวีเดนคนหนึ่ง เธอรอดชีวิต แต่ครอบครัวคนไทยที่เธอมาอาศัยอยู่ด้วยหายสาบสูญ เธอช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนทำอะไรไม่ถูก ผมจึงช่วยโทรศัพท์ติดต่อพ่อแม่ของเธอที่อยู่ประเทศสวีเดน และพาเธอไปที่ศูนย์ช่วยเหลือเพื่อไปพบกับตัวแทนสถานทูต “นอกจากนี้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิก็มีปัญหาด้านการขนส่ง คือรถบรรทุกสำหรับลำเลียงถุงพระราชทาน เพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นรถของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งมีอยู่ 4 คันนั้นยังไม่พอ เพราะภัยพิบัติกินพื้นที่ถึง 6 จังหวัดที่ติดทะเลอันดามันและระยะทางไกลมาก ผู้จัดการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯโทร.มาปรึกษาผมว่าทำอย่างไรดี เพราะเป็นช่วงปลายปี รถรับจ้างไม่มีใครวิ่ง หยุดปีใหม่กันหมด ผมจึงบอกให้ลูกน้องเอารถหกล้อช่วงยาวของบริษัทเฟอร์โกอุตสาหกรรม จำกัด ของเรา 2 คันวิ่งจากกรุงเทพไปถึงจังหวัดสตูลตลอดช่วงเวลานั้น พอเสร็จงาน คุณโชดก วีรธรรม พูลสวัสดิ์ เลขาธิการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯในสมัยนั้นเห็นศักยภาพเรา จึงมีจดหมายเชิญให้เป็นกรรมการฝ่ายบรรเทาทุกข์ ผมดีใจมากที่ได้มีโอกาสถวายงานพระองค์ท่านทางอ้อม ผ่านมูลนิธิฯของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”  อุทกภัยใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2554 เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่คุณชาติชาย โฆษะวิสุทธิ์ ยังจำได้ไม่ลืม  “ผมลงพื้นที่กับสภากาชาดไปที่จังหวัดลพบุรี ซึ่งน้ำท่วมสูงมาก มองไปสุดสายตาก็เห็นแต่น้ำ ปัญหาที่เจอคือต้องขนน้ำไปให้ชาวบ้าน แต่เรือท้องแบนขนได้แค่ 20 แกลลอน เท่านั้น กว่าจะเดินทางถึงหมู่บ้านใช้เวลานานมากเกือบ 2 ชั่วโมง ผมจึงออกแบบแพชื่อว่า‘แพน้ำใจ’ เรามีโรงงานทำโฟม ผมจึงออกแบบให้ใช้โฟม 2 ก้อนใหญ่ แต่ใส่รถบรรทุกได้เจาะรูใส่ท่อแป๊บ ประกอบเป็นแพใหญ่สามารถขนน้ำได้กว่า 200 แกลลอน พอขนน้ำไปถึงชาวบ้านบอกว่าไม่ได้เห็นพื้นดินมา 1 เดือนแล้ว จึงขอให้ทิ้งแพไว้ให้ใช้ด้วย เพื่อขนถุงยังชีพและใช้มานั่งพูดคุยกันคลายเครียด     “พอน้ำมาถึงกรุงเทพฯและปริมณฑลน้ำท่วมขังนานเช่นกัน มีรายงานมาทางสภากาชาดว่ามีชาวบ้านหมู่บ้านหนึ่งเครียดมาก จึงอยากให้ไปช่วย ผมจึงเชิญแม่ชีศันสนีย์ลงเรือไปช่วยรักษาใจให้กับผู้ประสบภัย ช่วยให้ชาวบ้านมีกำลังใจขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด”  กิจกรรมเพื่อสังคมอีกประเภทที่คุณชาติชาย โฆษะวิสุทธิ์ ทำเป็นประจำคือ การจัดโครงการที่ชื่อว่า ธรรมะเยียวยาสังคม  “ทางโรงแรมโฆษะร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ องค์การบริหารส่วนจังหวัด จัดทำโครงการธรรมะเยียวยาสังคม โดยเปิดโอกาสให้คนเข้ามาฟังธรรมะฟรีทุกเดือน ผมเชื่อว่าธรรมะช่วยให้บ้านเมืองสงบสุขได้”  เหนือสิ่งอื่นใด เรื่องที่เขาภาคภูมิใจมากอีกเรื่องหนึ่งคือ การจัดทำโครงการคืนแผ่นดินสู่พระเจ้าแผ่นดิน “เนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา ผมจึงจัดทำโครงการคืนแผ่นดินสู่พระเจ้าแผ่นดิน ด้วยการบริจาคที่ดิน 42 ไร่ ณ บ้านเหมือดแอ่อำเภอเมืองฯ จังหวัดขอนแก่น ให้มูลนิธิชัยพัฒนา เป็นที่ดินอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำล้อมรอบ เพื่อทำเป็นแหล่งเรียนรู้แก่เกษตรกร ผมดีใจมากที่มูลนิธิชัยพัฒนาได้พัฒนาที่ดิน ผืนนี้ตามความตั้งใจให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่เกษตรกร และผู้มาเยี่ยมชมงานจะได้เรียนรู้องค์ความรู้ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วนำไปพัฒนาอาชีพของตนเอง เพื่อช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคม”   ท้ายที่สุด เขาอยากเชิญชวนทุกคนให้หันมาสะสมความดีเป็นงานอดิเรกของครอบครัว เพื่อช่วยกันสร้างสังคมที่น่าอยู่แก่ลูกหลานในอนาคตต่อไป   เรื่อง:อุรัชษฎา ขุนขำ  […]

keyboard_arrow_up