น้ำใจ จากคนแปลกหน้าบนเครื่องบิน ที่ทำให้ครูสาวต้องเสียน้ำตา

น้ำใจ จากคนแปลกหน้าบนเครื่องบิน ที่ทำให้ครูสาวต้องเสียน้ำตา เรื่องราวของ น้ำใจ มนุษย์อันเหลือเชื่อนี้ เกิดขึ้นบนเที่ยวบินจากเมืองชิคาโกไปเมืองแจ็คสันวิลล์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งคุณครูคิมเบอร์ เบอร์มูเดซ (Kimber Bermudez) ก็เป็นหนึ่งในผู้โดยสารเที่ยวบินนี้ด้วย ตามปกติครูคิมเบอร์จะเป็นคนช่างคุย คราวนี้เธอคุยกับผู้ชายแปลกหน้าที่นั่งข้าง ๆ ไป ๆ มา ๆ เขาก็ถามเธอว่า เธอทำงานอะไร พอรู้ว่าเธอเป็นครู เขาก็ถามเธออีกว่า อะไรคือเรื่องท้าทายที่สุดในอาชีพครู น่าเศร้าที่เรื่องท้าทายที่สุดในงานของคิมเบอร์ก็เหมือนกับของคุณครูทุกคนทั่วโลกนั่นคือ ความยากไร้ของลูกศิษย์ที่ไม่มีเงินซื้ออุปกรณ์การเรียน กระเป๋าหนังสือ หรือแม้แต่อาหารกลางวันของตัวเอง คิมเบอร์เล่าให้ชายผู้นั้นฟังถึงความยากลำบากของพ่อแม่ที่เป็นผู้อพยพซึ่งทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำ เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง และมีนักเรียนมากแค่ไหนที่มาโรงเรียนพร้อมท้องที่หิวโหย นอกจากนั้นคิมเบอร์ยังบอกอีกว่า โรงเรียน Carlos Fuentes Elementary charter school ที่เธอสอนอยู่นั้นมีรายได้เข้าโรงเรียนน้อยมาก ซึ่งเธอคิดว่าในปี 2018 ที่โลกพัฒนาไปไกลแบบนีี้แล้ว เด็ก ๆ ไม่ควรต้องหิวโหยหรือขาดแคลนปัจจัยต่าง ๆ พอเธอพูดจบ ชายแปลกหน้าก็ขอข้อมูลติดต่อของโรงเรียน พร้อมทั้งบอกว่า บริษัทของเขามีนโยบายบริจาคสิ่งของและให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ กับโรงเรียนแบบเธอเสมอ ซึ่งคิมเบอร์ไม่คาดคิดเลยว่า เขาจะตอบเธอมาเช่นนี้ […]

สุพิศ คงนวลใย … แม้ต้องใช้ชีวิตในดงควันปืน แต่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ คือบ้านเกิดของครู

สถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้  ซึ่งครอบคลุมจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงได้  และเรื่องที่ Secret นำเสนอในลิสต์นี้ก็เป็นเรื่องของครูสุพิศ คงนวลใย คุณครูที่เกิด เติบโต และทำงานหาเลี้ยงชีพอยู่ในจังหวัดยะลา จังหวัดที่เป็น 1 ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ กับเรื่องราวชีวิตในดงควันปืนมาตลอดกว่า 10 ปี …………….. “อย่าไปไหนนะ ถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ เพราะถ้าเรายอมหนีไปก็เท่ากับยกผืนแผ่นดินให้พวกเขา” เสียงปลุกปลอบเสมือนคำมั่นสัญญาที่ให้แก่กันของเพื่อนๆ ชาวไทยพุทธในหมู่บ้านยังดังก้องอยู่ในใจฉัน ฉันเกิดและเติบโตที่อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ผืนแผ่นดินที่เคยสงบและร่ำรวยด้วยศิลปวัฒนธรรม แต่มาวันนี้ภาพเหล่านั้นแทบจางหายไปจากใจจนหมดสิ้น… ในอดีต รามันเป็น 1 ใน 7 หัวเมืองมลายูที่ถูกแบ่งออกมาจากเมืองปัตตานี ชื่ออำเภอ “รามัน” เป็นภาษามลายู แปลว่าชุมชนใหญ่ แม้อำเภอรามันจะมีถึง 16 ตำบล มีผู้คนอาศัยอยู่จำนวนมาก แต่แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรกลับเป็นชาวไทยมุสลิม การเป็นคนไทยพุทธบนผืนแผ่นดินแห่งนี้จึงเหมือนเป็นชนกลุ่มน้อย ทว่าฉันกลับไม่เคยรู้สึกถึงความแตกต่างหรือแปลกแยกนี้มากนัก เพราะแม้เราจะนับถือศาสนาต่างกัน แต่ก็รักใคร่กลมเกลียวกันเป็นอย่างดี เมื่อคนไทยพุทธมีงานบุญ เช่น งานบวช งานแต่ง ก็เชิญเพื่อนบ้านที่เป็นไทยมุสลิมมาร่วมงานด้วย ส่วนเวลาคนไทยมุสลิมจัดงานต่างๆ เช่น งานแต่งงานหรือเข้าสุนัต […]

keyboard_arrow_up