“ลาภสักการะย่อมฆ่าคนโง่” ธรรมะจากพระครูสุทธิธรรมรังษี (หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท)

“ลาภสักการะย่อมฆ่าคนโง่” ธรรมะจากพระครูสุทธิธรรมรังษี (หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท) ชีวิตพระป่า ถ้าทำให้พะรุงพะรังนัก มันหนักตนเอง “มันถ่วงหัว ทุบหาง” ท่านพระอาจารย์มั่นท่านว่าอย่างนี้ หนักปัจจัยสี่ ไปที่ไหนรกรุงรัง ท่านพระอาจารย์มั่นท่านสอนอย่างนี้เสมอ ลาภสักการะย่อมฆ่าคนโง่ที่หลงงมงายได้ว่าตัวได้ดีกว่าคนอื่นเขา อันนี้เราจำเอาจนขึ้นใจ ท่านสอนว่า ถ่วงหัว ทุบหาง เหมือนกับเวลาเขาดักสัตว์ในป่า เขาเอาก้อนหินเทินกันไว้แบบหมิ่นเหม่ เอาไม้ค้ำไว้ ใส่เหยื่อเข้าไปวางไว้ กระรอก กระแต ลิงค่าง อะไรพวกนี้ เห็นอาหารนั้นก็รีบวิ่งปรี่เข้าไปเอาเหยื่อด้วยความอยาก เมื่อเข้าไปกินเหยื่อจะวิ่งชนไม้ที่ค้ำก้อนหินที่วางดักนั้น ก้อนหินนั้นก็จะหล่นลงมาทุบหัวตาย ในที่สุดสัตว์เหล่านั้นก็เป็นอาหารของมนุษย์ผู้ซึ่งฉลาดกว่า ภาษาทางภาคอีสานเขาเรียกว่า “ดักอีทุบ” สัตว์ตัวไหนหลงเข้าไปในกลลวงที่เขาหลอก ก็มีแต่ตายอย่างทรมานเท่านั้น สมณะที่ออกเจริญสมณธรรมตามป่าตามเขาก็เช่นเดียวกัน ไปเจอเสียงเยินยอสรรเสริญว่าขลังอย่างนั้น ดีอย่างนี้ มีลาภสักการะ มีคนนับถือมากเข้า แล้วลืมตน ลืมพระธรรมคำสอนของครูบาอาจารย์ จิตใจไพล่ไปยินดีในปัจจัยสี่เหล่านั้น ก็จะถูกสิ่งเหล่านั้นทับหัวใจทุบหัวใจให้กลายเป็นผู้ไร้ศีลธรรม ไร้ยางอาย พิจารณาอะไร นั่งภาวนาอย่างไรก็ยกจิตไม่ขึ้น   ที่มา : หนังสือ ประวัติพระครูสุทธิธรรมรังษี (หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท) พระผู้เป็นดั่งผ้าขี้ริ้วห่อทอง หนังสือ […]

แก้กรรมด้วยตัวเอง ธรรมะจาก หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ

แก้กรรมด้วยตัวเอง ธรรมะจาก หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ เวลาเราเห็นผิด เราเปลี่ยนเป็นถูก เวลาใดเป็นทุกข์ เราเปลี่ยนเป็นความไม่ทุกข์ เวลาใดเห็นมันโกรธ เราเปลี่ยนเป็นไม่โกรธ จุดนี้เป็นกรรมของเรา คนอื่นช่วยไม่ได้หรอก ความคิด เวลาใดที่เราคิด คนอื่นมาเห็นกับเราไม่ได้ เราเห็นเอง ความโกรธ คนอื่นก็ไม่เห็น เราต้องเห็นเอง ความโลภ ความหลง กิเลส ตัณหา ราคะ ความง่วงเหงาหาวนอน คนอื่นไม่เห็น เราเห็น คนอื่นอาจจะเห็นบ้างจากลักษณะภายนอก แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเราเห็นขึ้นมา เราก็แก้ได้ ก็ลองแก้ลองดู อย่าเพิ่งไปหมดตัวกับมัน พอมันง่วงก็หลับตาปี๋เข้าไป หาว อ้าปาก ก็เรียกว่าร่วมกับมัน เป็นแนวร่วมไปกับมัน มันก็ง่วงง่าย เราหาวิธีดูซิ พอมันง่วงทำอย่างไร อย่าเพิ่งไปยอมแพ้มัน สู้มันสักหน่อย อาจจะไปมองท้องฟ้า มองยอดไม้ ดูวัน ดูเวลา ดูทิศ ดูทาง เอาความรู้สึกออกไปไกล ๆ มองก้อนเมฆ ท้องฟ้า ทำความเห็นว่าเวลานี้เป็นเวลากลางวัน ไม่ใช่เวลานอน […]

ธรรมลิขิต ๑๒ ฉบับ จากพระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร)

ธรรมลิขิต ๑๒ ฉบับ จากพระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร) เมื่อปี ๒๕๐๖ หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร ได้เมตตาไปอยู่จำพรรษาที่วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ ท่านได้มีลิขิตเป็นจดหมายชี้แจงข้ออรรถ ข้อธรรมสั้น ๆ แต่มีใจความลึกซึ้ง ส่งถึงคณะทางวัดสันติธรรม จ.เชียงใหม่ เป็นครั้งคราว เท่าที่ท่านอาจารย์บุญกู้ อนุวฑฺฒโน วัดอโศการามได้เก็บรวบรวมไว้มีจำนวน ๑๒ ฉบับ ลงพิมพ์เป็นธรรมเมตตาอนุสรณ์ใน “พุทฺธาจารปูชา”   ฉบับที่ ๑ ให้ละกิเลสออกจากจิตให้หมดทุกคน กิเลสนี้แหละทำให้คนเราเดือดร้อนวุ่นวายอยู่ไม่มีที่สิ้นสุด กิเลสนั้นท่านย่นย่อเข้ามา ก็คือ ความโกรธ ความโลภ ความหลง ๓ อย่างนี้เท่านั้น ทำไมจึงเกิดมาสร้างกิเลสให้มากขึ้นไปทุกภพทุกชาติ ทำไมหนอ ใจคนเราจึงไม่ยอมละ การละไม่หมดสักที ในชาติเดี๋ยวนี้ให้ตั้งใจละทั้งพระและทั้งเณร ญาติโยมทั้งหลาย ความโกรธเมื่อเกิดขึ้น อย่าโกรธไปตาม ถ้าไม่ได้โกรธไปตาม มันจะตายเทียวหรือ ? ทำไมจึงไม่ระลึกอยู่เสมอ ๆ ว่า เราจะละความโกรธให้หมดสิ้นไปในเวลาเดี๋ยวนี้ ๆ อย่าได้มีความท้อถอยในการสร้างความดี […]

“คำสอนแก่ชาวพระนคร” ธรรมะเตือนสติจาก หลวงปู่หลุย จันทสาโร

“คำสอนแก่ชาวพระนคร” ธรรมะเตือนสติจาก หลวงปู่หลุย จันทสาโร ในอดีต  สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่  หลวงปู่หลุย จันทสาโร  ได้มีโอกาสมาอบรมเทศนาญาติโยมชาวกรุงเทพฯหลายครั้ง  ท่านจึงมีคำสอนที่เหมาะแก่ชาวกรุง  เพื่อนำไปพิจารณาให้ตระหนักและแสวงหาธรรม  เพียรขัดเกลาตนต่อไป  ดังนี้ “ชาวจังหวัดพระนคร  ใช้ชีวิตประจำวันเช่นไร  ตื่นขึ้นมาแต่งตัวไปทำงานอย่างเฉิดฉาย  ลุกลนทำงานแต่เช้าจรดเย็น  เราคิดกันว่าเราก้าวหน้าในชีวิต  มีเกียรติ  มีคนนับหน้าถือตา  ธุรกิจเจริญก้าวหน้า  ต้องมีเลขานุการจดรายการนัดประชุม  ใครจะมาพบต้องนัดหมายก่อน  เพราะเราเป็นคนสำคัญ  อาหารการกิน  เลือกแต่ที่ประณีต  หรูหรา  ราคาแพงอวดกัน  ภูมิใจกัน  ว่าเราเก่ง  เรารวยกว่า  เรามีความสำคัญกว่า “คนจนอยู่ในพระนครไม่ได้  เพราะใช้เงินเปลืองมาก  ไปไหน ๆ  ก็ต้องขึ้นรถขึ้นรา  อาหารการกินอย่างประณีต  สุขุมมาก  เขาถือการกินเป็นใหญ่  บุคคลที่สนใจทางธรรมะมีน้อยกว่าต่างจังหวัด  ชอบใช้ไหวพริบไปทางโกงโดยมาก  ซื่อตรงแต่บุคคลเป็นอุบาสกอุบาสิกา  ผู้ที่รักใคร่ในศีลธรรม  เป็นคนชอบแต่งตัวสะอาด  ทั้งบ้านเรือนที่อยู่  ไม่เศร้าหมอง  สะอาดงามมากในครัวเรือน” “คนกรุงเทพฯชอบเป็นหนี้สินกันโดยมาก  ชอบแต่งตัวกันวันละหลายครั้ง  เปลืองเครื่องสำอางต่าง ๆ  เช่น  น้ำอบน้ำหอม  เครื่องย้อมเครื่องทา […]

หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร “เราเกิดมาเพื่อสร้างความดี”

หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร หรือพระพรหมมงคลญาณ วิ. พระราชาคณะ​เจ้าคณะ​รองชั้นหิรัญ​บัฏและเจ้าอาวาส วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนทวิหาร เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2463 ณ สถานีรถไฟปากเพรียว จังหวัดสระบุรี บรรพชาเป็นสามเณรในปี พ.ศ. 2478 เมื่ออายุ 15 ปี อุปสมบทเป็นพระภิกษุฝ่ายธรรมยุติกนิกายในปี พ.ศ. 2484 ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่กงมาและหลวงปู่มั่น ท่านเคยร่วมธุดงค์ร่วมกับพระอาจารย์ทั้งสอง ท่านมีพลังจิตสูง เชี่ยวชาญในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน มีชื่อเสียงทั้งด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการสอนวิปัสสนากรรมฐานให้แก่ประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ท่านยังมีผลงานด้านการสร้างและการสนับสนุนสาธารณสมบัติจำนวนมาก เช่น วัด ศาสนสถาน สถานปฏิบัติธรรม วิทยาลัยสงฆ์ สถาบันพลังจิตตานุภาพ โรงพยาบาล ที่ว่าการอำเภอ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานศึกษาต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกา   เรื่องเล่า “รวมบันทึกธรรมหลวงปู่มั่นเล่มแรก” หลวงพ่อวิริยังค์เป็นพระอุปัฏฐากหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต อยู่ถึง 4 ปี ปรนนิบัติตั้งแต่การปูที่นอน กางกลด ซักผ้า เทกระโถน […]

ก้าวผ่านทุกข์ ด้วย 7 คำสอนหลวงปู่ขาว อนาลโย พระนักวิปัสสนาสายหลวงปู่มั่น

แม้ท่านจะละสังขารไปกว่า 30 ปีแล้ว หากแต่ คำสอนหลวงปู่ขาว ยังคงอยู่ในความทรงจำ สร้างศรัทธาในหมู่ชาวพุทธรุ่นแล้วรุ่นเล่าและเป็นความจริงอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย

“จงปฏิบัติธรรม อย่าได้เป็นผู้ประมาท” คำสอนของ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

“จงปฏิบัติธรรม อย่าได้เป็นผู้ประมาท” คำสอนของ หลวงปู่สิม พุทธาจาโร หลวงปู่สิมได้กล่าวถึงการปฏิบัติภาวนาว่า เราไม่ควรเป็นผู้ประมาท ต้องตั้งใจในการบำเพ็ญภาวนา เป็นผู้มีสติ อาจหาญในธรรม เมื่อฟังธรรมแล้วต้องนำไปปฏิบัติเพื่อไม่ให้จิตใจหวั่นไหวต่ออำนาจกิเลส และจงบำเพ็ญเพียรภาวนาให้ถึงที่สุดเพื่อให้พ้นทุกข์ และไม่ต้องเป็นผู้ประมาทอีกต่อไป “จงดูตัวเราทุกคนว่า เมื่อเราเกิดมา ก็เกิดมาตัวเราคนเดียว มาอยู่ในโลกนี้จะนานหลายสิบปีขนาดไหนก็ตาม เวลาคนเรานั้นแตกดับตายไป เอาคนอื่นไปด้วยก็ไม่ได้ ไปแต่จิตใจดวงเดียว ร่างกายสังขารนี้  ไม่ว่าเด็ก หนุ่ม แก่ ทิ้งไว้ในโลกนี้ เอาไปไม่ได้… เมื่อความจริงเป็นอย่างนี้ จิตใจของเราไม่ต้องพะวักพะวงไปที่อื่นทุกลมหายใจเข้าทุกลมหายใจออก พระพุทธเจ้าพระองค์เตือนไว้แต่ครั้งโน้นว่า จงพากันภาวนาให้ได้ทุกลมหายใจเข้าและออก “การที่เราภาวนาบทใดข้อใด อรรถธรรมคำสอนพระพุทธเจ้าอันใดก็ตาม เมื่อเรานึกถึง เราเจริญอยู่เนือง ๆ เหมือนลมหายใจเข้าออก พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นคนไม่ประมาท เพราะภาวนาได้อยู่ทุกลมหายใจ คนใดหลงใหลลืมหมด ไม่นึกถึงความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความไข้ ความตายที่จะมาถึงตัว เมามัวประมาท อันนั้นแหละท่านว่าคนประมาท คนใดประมาทเหมือนคนตายแล้ว คือว่าไม่สร้างคุณงามความดีอันใดให้เกิดขึ้นในตัวตนของตัวเองได้ ยังมีลมหายใจอยู่ก็ไม่ภาวนาให้ได้ทุกลมหายใจ…จะเป็นวันไหนคืนไหนเวลาใดก็ตาม ต้องเตือนใจของเราว่า เราเกิดมาแล้วหนีความทุกข์ความเดือดร้อนในโลกนี้ไม่ได้…บางคนเกิดมาไม่นาน 10 ปีตายก็มี 20 ปีตายก็มี […]

สู่ความหลุดพ้นด้วย อมตธรรมคำสอน ของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

ชีวิตสู่ความหลุดพ้นด้วย อมตธรรมคำสอน ของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ซึ่งชาวพุทธควรน้อมนำไปปฏิบัติ   อย่าเป็นใบลานเปล่า “…ท่านทั้งหลายจงอย่าทำตัวเป็นตัวบุ้งตัวหนอนคอยกัดแทะกระดาษแห่งคัมภีร์ใบลานเปล่า ๆ โดยไม่สนใจพิจารณาสัจธรรมอันประเสริฐที่มีอยู่กับตัว แต่มัวไปยึดธรรมที่ศึกษามาถ่ายเดียวซึ่งเป็นสมบัติของพระพุทธเจ้า มาเป็นสมบัติของตน ด้วยความเข้าใจผิดว่าตนเรียนรู้และฉลาดพอตัวแล้ว ทั้งที่กิเลสยังกองเต็มหัวใจยิ่งกว่าภูเขาไฟ มิได้ลดน้อยลงบ้างเลย “จงพากันมีสติคอยระวังตัว อย่าให้เป็นคนประเภทใบลานเปล่า ๆ เรียนเปล่า และตายทิ้งเปล่า ไม่มีธรรมอันเป็นสมบัติของตัวอย่างแท้จริงติดตัวบ้างเลย”   อย่าเมาวัฏสงสาร “ผู้ถือไม่มีบาป ไม่มีบุญ ก็มากมายเข้าแล้ว แผ่นดินนับวันแคบ มนุษย์แม้จะถึงตาย ก็นับวันมากขึ้น นโยบายในทางโลกีย์ใด ๆ ก็นับวันประชันขันแข่งกันขึ้น พวกเราจะปฏิบัติลำบากในอนาคต เพราะเนื่องด้วยที่อยู่ไม่เหมาะสม เป็นไร่เป็นนาจะไม่วิเวกวังเวง ศาสนาทางมิจฉาทิฐิก็นับวันจะแสดงปาฏิหาริย์ คนที่โง่เขลาก็จะถูกจูงไปอย่างโคกระบือ ผู้ที่ฉลาดก็เหลือน้อย “ฉะนั้น พวกเราทั้งหลายจงรีบเร่งปฏิบัติธรรม ให้สมควรแก่ธรรม ดังไฟที่กำลังไหม้เรือน จงรีบดับเร็วพลันเถิด ให้จิตใจเบื่อหน่ายคลายเมาวัฏสงสาร ทั้งโลกภายในหนังหุ้มอยู่โดยรอบ ทั้งโลกภายนอกที่รวมเป็นสังขารโลก ให้ยกดาบเล่มคมเข้าสู้ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พิจารณาติดต่ออยู่ไม่มีกลางวันกลางคืนเถิด “ความเบื่อหน่ายคลายเมาไม่ต้องประสงค์ ก็จะต้องได้รับแบบเย็น […]

3 คำคม 5 คำสอนสุดอมตะของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

 3 คำคม 5 คำสอนสุดอมตะของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ซีเคร็ตขอรำลึกถึง ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผ่าน 3 คำคมและ 5 คำสอนของท่าน ที่จดจำอยู่ในหัวใจของชาวศิลปากรอย่างไม่มีวันลืมเลือง 2 “นายไม่อ่านหนังสือ นายจะรู้อะไร”   ถ้าหากคนเราไม่ขวนขวายด้วยความเพียรพยายาม แล้วจะได้ความสำเร็จมาจากไหน การแสวงหาความรู้ก็เช่นกัน หากไม่ขวนขวายแล้วจะมีความรู้ได้อย่างไร การอ่านหนังสือเป็นการเพิ่มพูนความรู้ หากไม่อ่านจะมีความรู้ที่เพิ่มพูนได้อย่างไร 1 “ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น”   งานศิลปะไม่ต่างจากสิ่งบันทึกเรื่องราว เราสามารถทราบเรื่องราวของผู้คนในอดีตจากงานศิลปะเก่าแก่  เช่น ภาพเขียนบนผนังถ้ำ ซึ่งเคยเป็นที่อยู่ของมนุษย์ถ้ำ มนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เราจะเห็นว่าภาพของคนล่าสัตว์ กิจกรรมของมนุษย์ในสมัยก่อนมากมาย ภาพเหล่านี้แสดงให้เราเห็นว่า มนุษย์ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ดำรงชีวิตอย่างไรบ้าง ดังนั้นศิลปะจึงมีอายุที่ยืนยาวกว่าชีวิตของมนุษย์ มนุษย์ในบางยุคสมัยอาจตายไปแล้ว แต่ศิลปะในยุคสมัยนั้นยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน 0 “พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว”   เป็นคำคมที่สะท้อนความจริง ดังคำว่า “เวลาและวารี (สายน้ำ) ไม่คอยใคร” เวลาเป็นสิ่งที่ไม่มีใครห้ามให้เวลาหยุดเดินได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ อาจารย์ศิลป์ต้องการสอนให้ตระหนักถึงเรื่องความเสียดายของเวลาที่ล่วงเลยไป เมื่อเราอยากทำอะไรก็จนรีบทำ […]

หมอก้อง สรวิทย์ สุบุญ กับชีวิตที่มีความตายเป็นเพื่อนร่วมทาง

ค้นหาให้ลึกลงไปในหัวใจของผู้ชายคนนี้ว่า เพราะเหตุใดเขาจึงเข้มแข็งได้ในวันที่ใครๆ พากันเสียน้ำตา

5 คำสอนจากพระ ที่ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

นิตยสารซีเคร็ตขอนำ คำสอนจากพระ เรื่องการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจและเป็นหลักนําทางชีวิตให้ตั้งมั่นในศีลธรรมและความดีตลอดไป

ธรรมะเทศน์ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ

ธรรมะเทศน์ โดย หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ 1.ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นย่อมเห็น ตถาคต 2.กูให้มันมีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ มีความมั่นใจในตนเอง ที่สำคัญกูจะฝึกให้มันรู้จัก การอดทน รู้จักการซื่อสัตย์ ไม่ประพฤติชั่ว เช่นประพฤติผิดทางเพศ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดคำหยาบ ไม่ด่าผู้อื่น เป็นคนดี มีระเบียบ วินัย สงบเสงี่ยม 3.ก่อนจะเค่ะหัวใคร กูจะต้องมีสมาธิ กำหนดจิตและอธิษฐานว่า สจฺจ สจฺจํ อธิฏฐามิ และเคาะกูจะตีหัวเพื่อ ป้องกันโรคมะเร็ง ป้องกันโรคเบาหวาน ป้องกันโรคอัมพาต ป้องกันโรคหอบหืด 4.ลูกศิษย์ฟ้องหลวงพ่อ… “…หลวงพ่อดูซิครับ ทำไมคนมันถึงได้จัญไรแท้ ไม่รู้ละอายซะเลย มันตดออกมาได้… ” …หลวงพ่อคูณอมยิ้มและบอกว่า “ก็ตายังมีไว้ดู หูก็มีไว้ฟังตูดก็ทำหน้าที่ของมัน มันถูกต้องแล้ว ถ้าไม่ให้มัน ตด จะให้มันทำอะไร ถ้ามันไม่ทำหน้าที่ของมันดีไม่ดีจะต้องเดือดร้อน ถึงหมอถึงยา ไม่จัญไรดอก… มึงนั่นแหละจัญไร” 5.ละชั่ว ทำดี มีศีลธรรม ประจำใจ 6. “กูแสดงให้รู้ว่า กูมีความจริงใจกับพวกมึง […]

keyboard_arrow_up