ไม่ขอรับเงินบริจาค คุณยายสู้ชีวิต ยึดอาชีพไลฟ์สดขายเสื้อผ้ามือสอง

ไม่ขอรับเงินบริจาค คุณยายสู้ชีวิต ยึดอาชีพไลฟ์สดขายเสื้อผ้ามือสอง เรื่องราวดี ๆ ให้กำลังใจผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 เป็นเรื่องที่กำลังแชร์กันอยู่ในโลกออนไลน์คือ คุณยายสู้ชีวิต วัย 60 ปี ไลฟ์สดขายเสื้อผ้ามือสองในราคาถูกแค่หลักสิบบาท ต่อมามีคนนำเรื่องของคุณยายไปโพสต์ในทวิตเตอร์ ทำให้คนเกิดความสงสาร หลั่งไหลเข้ามาดูคุณยายขายของแถมยังบริจาคเงินเข้ามาด้วย แต่คุณยายไม่ขอรับเงินบริจาค เพราะต้องการทำงานหารายได้ด้วยตัวเองมากกว่า คุณยายแอ๋ว หรือ นางฉันทนา สุ่มถูกลาภ เป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้ามือสองออนไลน์ โดยไลฟ์สดในเฟซบุ๊กส่วนตัวของคุณยายเอง ชื่อ “จริงใจและ ซื่อสัตย์แล้วไง” ด้วยบุคลิกเป็นกันเอง พูดคุยกับลูกค้าอย่างตรงไปตรงมาทำให้มีลูกค้าประจำอยู่จำนวนหนึ่ง     คุณยายแอ๋วเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนหน้านี้เคยเป็นแม่ค้าขายก๋วยจั๊บ ต่อมาล้มป่วยด้วยโรคไขข้ออักเสบเรื้อรังจึงต้องหยุดขายเพื่อรักษาตัว โดยมีลูกสาวคอยจุนเจือ แต่คุณยายก็ยังอยากหารายได้ด้วยตัวเองจึงรับเสื้อผ้ามือสองเป็นกระสอบนำมาคัดแยก นำเสื้อผ้าที่ขายไม่ได้ไปบริจาค นอกนั้นจะนำไปขายที่ตลาดนัดและไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยขายในราคาตั้งแต่ตัวละ 5 บาท ไปจนถึงสูงสุดประมาณ 90 บาท คุณยายยึดอาชีพนี้มานานกว่า 2 ปีแล้ว ขายได้วันละ 100-200 บาท ยอดคนดูสูงสุดไม่เกิน 50 คน แต่ก็พอได้ค่ากับข้าว เมื่อเจอวิกฤตโรคโควิด-19 ก็เหลือการขายออนไลน์เพียงช่องทางเดียว […]

ชนะใจหญิงงามด้วยเข็ม นิทานธรรมะ สร้างความเพียร

ชนะใจหญิงงามด้วยเข็ม นิทานธรรมะ สร้างความเพียร เรื่องราวของชายหนุ่มที่มีความรู้เพียงเรื่องเหล็กเท่านั้นที่มี แต่หมายปรารถนาหญิงงามแห่งหมู่บ้านช่างเหล็ก เขาต้องพิสูจน์ ด้วยการ สร้างความเพียร เพื่อให้ทุกคนยอมรับในตัวเขา หญิงงามที่หมายปองก็คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม กาลครั้งหนึ่งมีชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ มีเพียงแต่ความรู้ทางด้านการตีเหล็กเท่านั้น อยู่มาวันหนึ่งชายหนุ่มเดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หมู่บ้านแห่งนี้ยึดอาชีพเป็นช่างตีเหล็กทั้งหมู่บ้าน ปรากฏว่าชายหนุ่มไปถูกต้องใจกับลูกสาวนายหมู่บ้าน (เทียบได้กับผู้ใหญ่บ้าน) ซึ่งมีความสวยเป็นที่เลื่องลื่อ บ้านของนางจะมีความมั่งคั่งมากกว่าบ้านเรือนอื่น เพราะนายจ้างชอบมาจ้างให้พ่อของนางตีเหล็ก เพื่อหวังได้ชมโฉมของนาง ชายหนุ่มปรารถนาหญิงสาวมาเป็นภรรยาจึงออกอุบายฝนเหล็กจนเป็นเข็ม ใช้เวลาอยู่นานพอควร แต่ในที่สุดก็ได้เข็มมาหนึ่งเล่ม     ชายหนุ่มร้องขายเข็มที่ทักฝนมาไปตามบ้านเรือนจนถึงบ้านของหญิงสาวที่ท่านหมายปอง หญิงสาวแปลกใจที่ในหมู่บ้านช่างตีเหล็กที่ชำนาญการด้านเหล็ก จะมีคนนำเข็มเข้ามาขาย ทั้งที่ทุกบ้านเรือนล้วนสามารถทำเข็มขึ้นมาใช้เองได้ หญิงสาวจึงลงจากเรือนมาหน้าบ้าน เพื่อดูพ่อค้าขายเข็ม เธอเปรยต่อชายหนุ่มว่า   “ท่านพ่อค้า ในหมู่บ้านช่างตีเหล็กแห่งนี้ ไม่มีบ้านเรือนไหน ต้องการเข็มของท่านหรอก”     “แม่นาง เข็มในมือของข้า หาใช่เข็มธรรมดาอย่างที่ช่างเหล็กทั้งหลายในหมู่บ้านนี้มี ข้าถึงกล้านำมันมาขาย ขอบิดาของแม่นาง นำมันไปพิสูจน์ก็ได้ว่า สิ่งที่ข้าพูดมาเป็นเรื่องจริง”   หญิงสาวจึงขึ้นเรือนไปตามบิดาลงมาหาชายหนุ่ม บิดาของนางยินดีซื้อเข็มเล่มนี้มา แล้วเรียกประชุมช่างตีเหล็กทุกคน  เพื่อมาพิสูจน์ว่าเข็มของชายหนุ่มนี้ดีกว่าเข็มที่พวกตนทำหรือไม่ พ่อของหญิงสาวนำเข็มมาปักไว้กับดิน แล้วทุ่มถังน้ำทับลงไป ปรากฏว่าเข็มนั้นทะลุก้นถังน้ำขึ้นมา พ่อของหญิงสาวถึงกับกล่าวว่า […]

จินต์เจษฎ์ จันทร์เพ็ญ จากเด็กยกของ สู่เจ้าของกิจการเงินล้าน

จินต์เจษฎ์ จันทร์เพ็ญ จากเด็กยกของสู่ เจ้าของกิจการเงินล้าน จินต์เขษฎ์ จันทร์เพ็ญ เจ้าของกิจการเงินล้าน กว่าจะมีวันนี้ได้ ต้องผ่าอุปสรรคมามาก หวังว่าเรื่องราวของคุณ จินต์เขษฏ์ จันทร์เพ็ญ จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอีกหลายคนได้ ผมเป็นเด็กหัวดี แต่ติดเพื่อน ติดเล่น ติดคุย เกรดบางวิชาจึงไม่ค่อยดีมาก แต่ถ้าชอบอาจารย์คนไหน เกรดก็จะดี ตอนเรียนจบสายอาชีพ พ่อถามว่าจะพาไปฝากช่อง 3 อยากไปหรือไม่ ผมตอบทันทีเลยว่าไป เหตุผลเดียวคืออยากเจอคุณจอย – ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ตอนนั้นผมชอบเธอมาก คิดว่าถ้าได้เข้าช่อง 3 คงได้เห็นตัวเป็น ๆ จึงรีบตอบตกลงโดยไม่รู้ว่าให้ไปทำอะไร ปรากฏว่าตำแหน่งของผมเรียกให้สวยหรูคือผู้ช่วยช่างภาพ งานจริง ๆ คือ เด็กยกของ ยกทุกอย่างจริง ๆ ยกขากล้อง ยกสายเคเบิล ยกหนักสุดนี่คือเครน ก้านใหญ่ ๆ ยาว ๆ ที่ใช้ติดกล้องถ่ายมุมสูงนั่นละครับ และจากการยกเครนนี้เองทำให้ผมโดนล้อเครนหนีบนิ้วจนข้อนิ้วยุบลงไปเลย ผมแอบไปนั่งมองนิ้วในห้องน้ำด้วยความเจ็บปวดและบอกกับตัวเองว่า  “เราจะไม่อยู่แค่นี้ไปจนแก่แน่นอน” หลังจากนั้นผมจึงคิดเรียนต่อ เพราะวุฒิแค่ ปวช. ผมคงเป็นได้แค่เด็กยกของในกองถ่ายไปจนตาย ผมไปสอบเรียนระดับปริญญาตรีแบบที่เรียนเฉพาะเสาร์ - อาทิตย์ พร้อมกับทำงานไปด้วย แม้ระหว่างทำงานผมจะเจอคุณจอย -ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ตามที่ฝัน แต่ด้วยความที่เรียนหนักและงานเยอะจึงตัดสินใจลาออก พอลาออกมาเรียนอย่างเดียวก็รู้สึกเบื่อ สุดท้ายไปอยู่ในวงการขายประกันชีวิต ซึ่งที่นี่ผมได้หลักการพูดโน้มน้าวซึ่งช่วยฝึกทักษะการพูดผมได้เป็นอย่างดี ผมทำงานนี้จนได้เป็นพรีแมเนเจอร์ พอเรียนจบปริญญาตรี ผมตัดสินใจไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อหาประสบการณ์ชีวิตด้วยเงินเก็บของตัวเอง เมื่อไปถึงจ่ายค่าที่พัก ค่าเรียนภาษาเรียบร้อยแล้ว เหลือเงินแค่ 125 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,000 บาทเท่านั้น สิ่งที่ต้องเร่งทำคือการหางานทำ ซึ่งก็ได้ทำงานร้านขนม ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เรียกว่าไม่ง่ายเลยกับชีวิตนักเรียนนอก ผมทำงานหนักเก็บกวาดร้าน เก็บขยะ ล้างห้องน้ำ ทำครัว ขายของหน้าร้าน มันหนักมากสำหรับคนที่มี พี่เลี้ยงและแม่บ้านทำให้มาตลอดอย่างผม วันหนึ่งผมแบกถุงขยะเหม็น ๆ ที่ถุงใหญ่กว่าตัวผมเสียอีกไปทิ้งยังจุดทิ้งขยะด้านนอกอาคารท่ามกลางอากาศหนาวจับจิต นาทีนั้นผมบอกกับตัวเองว่า    “จำเหตุการณ์นี้ไว้นะว่ามันหนักขนาดไหน วันข้างหน้าถ้ามันมีอะไรแย่ ๆ เกิดขึ้นเราจะผ่านไปได้” ต่อจากนั้นผมก็ผ่านทุกเหตุการณ์หนัก ๆ ในชีวิตมาได้ทุกครั้ง ด้วยการคิดถึงประสบการณ์ครั้งนี้จริง ๆ พอทำงานในร้านขนม ไม่นาน ผมก็ไปสมัครเป็นช่างภาพในทีวีไทยท้องถิ่น และได้ทำงานเบื้องหลังทุกอย่าง ทั้งการเขียนสคริปต์ กำกับ ตัดต่อผมใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเกือบ 5 ปี พอวีซ่าหมดจึงกลับประเทศไทย จากนั้นผมเริ่มหางานทำและได้มาเป็นโปรดิวเซอร์ช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี ทำงานหามรุ่งหามค่ำตามประสาคนทำงานทีวี ผมทำงานมาเรื่อย ๆ จนมีดิจิทัล ผมอยู่ในส่วนของกลุ่มวางแผนงานดิจิทัลทีวีของอสมท. และเป็นวิทยากรพิเศษบรรยายเกี่ยวกับเรื่องดิจิทัลทีวี ช่วงที่ผ่านมาพนักงานหลายคนในองค์กรต่างลาออกไปอยู่บริษัทใหม่ เพื่อเงินเดือนที่ดีกว่า ส่วนผมมาคิดว่า ถ้าลาออกแล้วไปเป็นพนักงานบริษัทอื่น ชีวิตคงไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ถ้าจะออก ชีวิตผมต้องเปลี่ยน ในที่สุดผมตัดสินใจลาออก เพื่อไปทำธุรกิจคอนเทนส์โพรไวเดอร์ของตัวเอง ชื่อว่าไนน์เฟส ครีเอชั่น แล้วชีวิตของผมก็ได้เปลี่ยนแปลงสมความตั้งใจอย่างแท้จริง ถ้าวันนั้นผมไม่กล้าที่จะเปลี่ยน ผลักดันตัวเองจากพนักงานประจำมาเป็นเจ้าของกิจการอย่างในวันนี้ ผมคงเป็นพนักงานกินเงินเดือนหลักหมื่นต่อไปเหมือนเดิม และคงไม่มีโอกาสได้เห็นเงินล้านในบัญชีของตัวเองอย่างนี้แน่นอน   Secret BOX ทุกช่วงเวลาของชีวิตมีจุดเปลี่ยนเสมออยู่ที่เราจะ “เห็น” และ “กล้า”ที่จะเปลี่ยนมันหรือเปล่า จินต์เจษฎ์ จันทร์เพ็ญ   เรื่อง จินต์เจษฎ์ จันทร์เพ็ญ เรียบเรียง อุรัชษฎา ขุนขำ ภาพ สรยุทธ พุ่มภักดี สไตลิสต์ ณัฏฐิตา เกษตระชนม์ บทความน่าสนใจ True Story: ผู้หญิง “โชคดี” กับชีวิตที่ “โชกโชน” จากหญิงขายบริการสู่เจ้าของกิจการที่สุขสุดๆ กว่าจะมีวันนี้ “ โจว ฉุนเฟย ” เศรษฐีจีน […]

พัชรมณฑ์ เสวะนา หญิงผู้วาดความฝันด้วยเท้าทั้งสองข้าง

พัชรมณฑ์ เสวะนา หญิงผู้วาดความฝันด้วยเท้าทั้งสองข้าง พัชรมณฑ์ เสวะนา หญิงผู้วาดความฝันด้วยเท้าทั้งสองข้าง ปัจจุบันเป็นครูสอนวิชาสังคมศึกษาที่โรงเรียนห้วยลึก และล่าสุดได้สำเร็จการศึกษาระดับนิติศาสตรมหาบัณฑิต จากรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง รับปริญญาจากพระหัตถ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ     เธอสูญเสียแขนทั้งสองตั้งแต่เกิด เนื่องจากยารักษาโรคเบาหวานที่แม่รักษานั้นมีผลข้างเคียงต่อเด็กในครรภ์ แม้เธอจะปราศจากแขนทั้งสองข้าง แต่เธอก็วาดความฝันของเธอด้วยเท้าทั้งสองข้างด้วยความเพียรจนสำเร็จ     พัชรมณฑ์  หรือคุณครูคูน ไม่ได้รับการศึกษาตั้งแต่เด็ก โรงเรียนปฏิเสธเธอเพราะความพิการ แม่จึงเป็นครูคนแรกของเธอ สอนให้เธอจับปากกาเขียนด้วยเท้า จนกระทั่งเข้าเรียนได้เมื่ออายุได้ 23 ปี เพราะมีกฎหมายออกมาให้โรงเรียนรับเด็กพิการเรียนร่วมกับเด็กปกติได้ เมื่อเรียนจนระดับมัธยมศึกษาแล้ว จึงศึกษาต่อระดับปริญญาตรี นิติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตหนองบัวลำภู แล้วสานฝันเป็นนักกฎหมายด้วยการศึกษาต่อระดับปริญญาโท     เธอกล่าวว่า อุปสรรคในการเรียนคือการทำข้อสอบให้เสร็จทันเวลา เพราะการเขียนด้วยเท้าไม่สามารถเร่งรีบได้ บางทีเธอก็ตกวิชานั้น เพราะทำข้อสอบไม่ทัน แต่ในที่สุดเธอก็สามารถรับปริญญามหาบัณฑิตมาครองจนได้     ความเพียรของคุณครูคูน ทำให้นึกถึงคำตรัสของพระมหาชนกที่ทรงตอบนางมณีเมขลา ขณะทรงแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรว่า “บุคคลผู้กระทำความเพียรอยู่ แม้จะตาย ก็ชื่อว่าไม่เป็นหนี้ คือไม่ถูกติเตียนในระหว่างหมู่ญาติ เทวดาและพรหมทั้งหลาย อนึ่งบุคคลเมื่อกระทำกิจของบุรุษอยู่ ย่อมไม่เดือดร้อนในภายหลัง”  […]

keyboard_arrow_up