6 ความเชื่อเกินจริงเรื่องการกิน ที่คุณอาจคิดว่าเป็นเรื่องจริง

ความเชื่อเรื่องการกิน ที่เกินจริง แต่หลายคนเชื่อว่าเป็นความจริง วันนี้ผู้อ่านมีข้อมูลน่าสนใจ เกี่ยวกับ ความเชื่อเรื่องการกิน ที่อาจจะเกินจริงไปหน่อย แต่มีหลายคนเชื่อสนิทใจ นำมาขยายถึงที่มาที่ไป และข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมที่ควรรู้ไว้ จากเว็บไซต์ LIVESTRONG.COM ค่ะ หมากฝรั่งต้องใช้เวลา 7 ปี ในการย่อย เรามักได้ยินคำเตือน เกี่ยวกับหมากฝรั่งที่หากกินเข้าไป ต้องใช้เวลาถึง 7 ปีในการย่อย (ด้วยกระบวนการของร่างกายมนุษย์) แต่มันค่อนข้างไม่ชัดเจนว่าความเชื่อนี้มีมาตั้งแต่เมื่อใด แต่คุณควรรู้ไว้ว่า หากคุณเผลอกลืนหมากฝรั่งเข้าไป มันก็จะเข้าไปสู่ระบบย่อยอาหารเดียวกันกับอาหารชนิดอื่นๆ เอนไซม์จะย่อยสลายเนื้อหมากฝรั่งส่วนใหญ่ และที่เหลือก็จะถูกกำจัดไปเช่นเดียวกับอาหารที่เรากิน ไม่ได้ทำมีอะไรร้ายแรง จากข้อมูลของ American Academy of Pediatrics มีกรณีตัวอย่างน้อยมากในเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารจากการกลืนหมากฝรั่ง แม้การเผลอกลืนเข้าไปเป็นครั้งคราวไม่ใช่เรื่องอันตราย แต่การกลืนบ่อยๆ ก็ไม่ควรทำเช่นกัน ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว แน่นอนว่าทุกคนมักตั้งเป้าดื่มน้ำให้ได้ 8 แก้วต่อวัน เพราะน้ำนั้นไม่มีแคลอรี ช่วยปรับสมดุลอุณหภูมิของร่างกาย และอื่นๆ แต่การดื่มน้ำแปดแก้วต่อวันเป็นเพียงการประมาณไว้อย่างคร่าวๆ ไม่ใช่ข้อบังคับ ความต้องการของเหลวในร่างกายต่อวันของแต่ละคนขึ้นอยู่กับปัจจัยที่แตกต่างกัน ทั้งอายุ เพศ น้ำหนัก กิจกรรมที่ทำ และสภาพอากาศ […]

รวมเทรนด์ ความเชื่อสุขภาพ ที่ไม่ค่อยสุขภาพเท่าไรนัก

ความเชื่อสุขภาพ ที่ไม่ค่อยสุขภาพ ในปัจจุบัน เทรนด์สุขภาพกลายเป็นกระแสที่มาแรงไม่มีตก ยิ่งเวลาผ่านไป ผู้คนยิ่งสนใจหาความรู้ อ่านข้อมูลสุขภาพมากขึ้น และข้อมูลเหล่านี้เองก็หลั่งไหลในโลกออนไลน์เป็นน้ำป่า ชนิดว่าถ้าไม่กลั่นกรองกันให้ดี อาจบริโภคข้อมูลผิดๆ ทำไปทำตามแล้วเกิดผลเสีย หรือไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ เลยก็ได้ วันนี้เราจะมาเปิดโปง ความเชื่อสุขภาพ ที่ไม่ค่อยสุขภาพเท่าไรค่ะ ไร้ไขมัน (Fat-Free) กับทุกอย่าง ผู้คนจำนวนมากหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมัน เพราะเชื่อว่าอาหารที่มีไขมันต่ำหรือไร้ไขมันจะช่วยไม่ให้อ้วนขึ้นได้ นอกจากนี้ยังเชื่อว่าช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจและโรคมะเร็งต่าง ๆ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด  เพราะสำหรับคนส่วนใหญ่อาหารที่ดีต่อสุขภาพ คือ อาหารที่มีไขมันในระดับปานกลาง โดยควรบริโภคร้อยละ 20 ถึง ร้อยละ 35 ของแคลอรี่ที่ต้องการในแต่ละวันและควรมาจากแหล่งอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ การบริโภคไขมันในปริมาณที่น้อยเกินไปอาจสร้างปัญหาหลายอย่างตามมา ทั้งขาดสารอาหาร ปัญหาด้านความจำ โรคผิวหนังและความเหนื่อยล้า ในขณะที่สินค้าอาหารประเภทไขมันต่ำ อย่างเหล่าขนมอบและคุกกี้ที่มีส่วนผสมของไขมันน้อยอาจฟังแล้วให้ความรู้สึกว่าเฮลตี้กว่าอาหารชนิดเดียวกันที่มีส่วนผสมของไขมันปริมาณปกติ แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเพื่อที่จะทำให้อาหารที่ปราศจากไขมันต่าง ๆ เหล่านี้มีรสชาติที่ดีและสามารถเก็บได้นานผู้ผลิตจึงเพิ่มปริมาณน้ำตาลที่มากกว่าปกติและเพิ่มสารเติมแต่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพแทนทนแทน บ้าตัดแคลอรี่ โดยทั่วไปแล้วสิ่งที่จำเป็นสำหรับการลดน้ำหนัก  คือ การบริโภคแคลอรี่ให้น้อยกว่าความต้องการของร่างกาย (Caloric deficit) เพื่อให้ร่างกายเอาพลังงานที่สะสมในร่างกายมาใช้ หมายความว่าคุณจะต้องเผาผลาญแคลอรี่ให้ได้มากกว่าที่บริโภค ซึ่งคนส่วนใหญ่มีความต้อ งการที่อยากจะข้ามขั้นตอนการเริ่มลดน้ำหนักด้วยวิธีการลดแคลอรี่ให้ต่ำมากที่สุด แต่มันเป็นวิธีที่ไม่ดีต่อสุขภาพและไม่ได้ผล วิธีการที่ว่านี้คือ การทำให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะตอบสนองต่อความอดอยากและความหิวโหยจนระบบเผาผลาญค่อย ๆ ต่ำลง ต่อมาร่างกายจะเก็บกักพลังงานเอาไว้ไม่นำไปใช้ เนื่องจากร่างกายมีพลังงานไม่เพียงพอสำหรับใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น ขาดสารอาหาร รับประทานมากเกินไป มีอาการซึมเศร้า ความเครียดเพิ่มขึ้นและในกรณีที่ร้ายแรงอาจสร้างปัญหาถึงอวัยวะต่างๆ ขจัดสารชีวพิษออกจากร่างกายด้วยน้ำผักผลไม้สกัดเย็น ผู้ที่เสนอวิธีการดีท็อกซ์แบบโภชนาการบำบัด […]

keyboard_arrow_up