เวทนาคือสิ่งที่เสียบแทงจิตใจ : ท่านพุทธทาสภิกขุ 

เวทนาคือสิ่งที่ เสียบแทง จิตใจ : ท่านพุทธทาสภิกขุ นี่มาพูดถึงคำว่า เสียบแทง กันบ้าง อย่าถือเอาตามความหมายของภาษาไทยธรรมดาว่าต้องแทงด้วยมีด ด้วยอะไรทำนองนั้น เสียบแทงคือมันมีอะไรมาทำให้เจ็บปวด เหมือนกับถูกของแหลมแทง ร่างกายถูกแทงด้วยมีด เป็นต้น แต่จิตมันถูกแทงด้วยความรู้สึกบางชนิด ความทุกข์นั่นแหละเสียบแทงจิต แม้กิเลสก็เสียบแทงจิต ความโลภ ความโกรธ ความหลง เต็มตัวจะเสียบแทงจิตทีนี้วิญญาณนั้นมีทิฏฐิ ความคิดเห็นผิดหรือถูกเป็นเครื่องเสียบแทงวิญญาณ หรืออวิชชาโดยเฉพาะนี่ นี่เราดูให้ชัดลงไปว่า คนเราอยู่ในโลกเป็นประจำวันนี่มันมีเรื่องสำคัญอยู่ 3 เรื่องที่เรียกว่าเวทนา เรารู้สึกสบายใจเป็นสุขนี้เรื่องหนึ่ง เราไม่รู้สึกสบายใจ และเป็นทุกข์นี้เรื่องหนึ่ง ถ้าเรารู้สึกไม่รู้ว่าจะเรียกว่าสุขหรือทุกข์ คือยังไม่เป็นสุขหรือทุกข์ หรือมันไม่แน่นี้ก็อีกเรื่องหนึ่ง สิ่งที่เรียกว่าเวทนามี 3 ชนิดอย่างนี้ สุขเวทนา-รู้สึกเป็นสุขสบายใจ, ทุกขเวทนา-รู้สึกเป็นทุกข์ไม่สบายใจ, อทุกขมสุขเวทนา-ไม่รู้อย่างไรแน่ มันอยู่ในสภาพที่สงสัย หวัง วิตกกังวล อันนี้ไม่จัดเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ จัดเป็นอทุกขมสุขแต่ก็เป็นเวทนา ทีนี้ขึ้นชื่อว่าเวทนาแล้วทั้ง 3 ชนิดนี้จะเสียบแทงทั้งนั้น ตรงนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ให้ทุกคนสังเกตให้ดี ๆ จากจิตใจของตน ถ้ามีอะไรมาถูกใจเรา สิ่งที่ถูกใจเรามันก็เสียบแทงใจเรา เดี๋ยวจะพังไม่ถูก อะไรไม่ถูกใจเรามาหาเรามันก็เสียบแทงใจเรา อะไรที่ยังไม่แน่ว่าสุขหรือทุกข์มันก็เสียบแทงใจเรา […]

ถอดรหัส “ภาษากาย” คนที่เราคุยด้วย เค้าคิดอะไรอยู่

ถอดรหัส “ภาษากาย” คนที่เราคุยด้วย เค้าคิดอะไรอยู่ คำพูดที่ดูดี หรือสวยหวานผ่านใบหน้าของใครบางคน อาจไม่ใช่ข้อที่เรานำมาพิจารณาได้หมด หากทว่าการตัดสินจาก ภาษากายเป็นส่วนประกอบ จะช่วยทำให้คุณรู้ว่าพวกเขารู้สึกกับคุณอย่างไร ความเป็นมิตรนั้นจะจริงใจหรือหลอกลวง งั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า… สีหน้า บางคนก็ซ่อนความคิดไว้ใต้รอยยิ้มแสนเชือดเฉือนได้ คนที่เอียงศีรษะเวลาที่คุยกับคุณอาจเป็นได้ว่าเขากำลังจีบคุณอยู่ หรือไม่ก็กำลังรู้สึกเสียใจ ซึ่งเป็น ภาษากาย ที่ต่างกันสุดขั้ว ขณะที่การเอียงศีรษะเล็กน้อยอาจหมายถึงความก้าวร้าวหรือแม้แต่กำลังสับสน ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญในการเอาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้มาพิจารณาก่อนที่จะตัดสินว่าภาษากายดังกล่าวหมายความว่าอย่างไร การนั่ง นั่งหันตัวออกจากคนที่กำลังนั่งสนทนาด้วย หรือหมุนเก้าอี้ไปมา นั่นเป็นการที่เขากำลังสื่อว่า รู้สึกอึดอัด เบื่อ ไม่สนใจและไม่เชื่อในสิ่งที่เรากำลังสนทนาด้วย ในทางกลับกัน ถ้าเขากำลังนั่งกอดอก อาจมีสัญญาณว่ากำลังปกปิดอะไรบางอย่าง รวมถึงอาจไม่ได้ฟังในสิ่งที่คุณพูดด้วยซ้ำ ถึงแม้เขาจะพงกหัวตามที่คุณพูด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นกำลังเข้าหูและจดจำได้สักเท่าไร ดวงตา การสบตาจะสื่อถึงความมั่นใจในตัวเอง และสามารถรับฟังเพื่อนำไปปฏิบัติตามได้ รวมถึงบอกได้ว่าคุณให้ความสนใจในสิ่งที่เขาพูดอยู่หรือไม่ แต่มีข้อยกเว้นเนื่องจากบางวัฒนธรรมมองว่าการสบตาเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความไม่เคารพหรือแม้แต่ความก้าวร้าว ฉะนั้นอย่าทำบ่อยเกินไปไม่งั้นคนอื่นอาจจะประทับใจคุณในทางที่ผิด อย่างไรก็ตาม การหลบตาอาจสื่อได้ถึงความไม่ซื่อสัตย์ เนื่องจากคู่สนทนาไม่กล้าสบตาคุณตรงๆ การมองไปรอบๆหรือทำสายตาหลุกหลิกไปมาก็สามารถสื่อได้ถึงความหมายแบบเดียวกัน ควรระวังบุคคลที่ทำพฤติกรรมเช่นนี้ระหว่างที่คุยกับคุณ บางคนเชื่อว่าการสบตาบ่งบอกได้ถึงความซื่อสัตย์ แต่ก็ไม่จริงเสมอไป บางคนพยายามจ้องตาคุณเพื่อต้องการให้คุณเชื่อเรื่องโกหกของพวกเขา จงระวังข้อนี้ไว้ให้ดี! มือและแขน คู่สนทนาเป็นคนเปิดกว้าง สบายๆ ถ้าเราเห็นเขากำลังวางมือลงบนตัก (หากนั่งอยู่) หรือห้อยไว้ข้างลำตัว […]

keyboard_arrow_up