รักครั้งใหม่ ของ หมิว – ลลิตา ปัญโญภาส

รักครั้งใหม่ ของ หมิว – ลลิตา ปัญโญภาส “หมิวสนุกกับชีวิตช่วงนี้มาก” คุณ หมิว – ลลิตา พูดถึงชีวิตของเธอให้ ซีเคร็ต ฟังซึ่งเราก็เห็นว่าเป็นจริงจากรอยยิ้ม และแววตาอันเปี่ยมไปด้วยความสุขและสนุกของเธอ เราได้คุยกับเธอในช่วงสายของวันที่กรุงเทพฯ อากาศเย็นสบายอย่างที่หาได้น้อยนัก เราคุยกันตั้งแต่เรื่องงานไปจนถึงลูกชายสองคนที่กำลังเติบโตเป็นวัยรุ่น โดยมีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะจากเธอและคนรอบข้างประสานกันเป็นระยะตลอดการสนทนา เรารู้สึกได้ว่า ชีวิตช่วงนี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็น “รักครั้งใหม่” ที่ทำให้เธอเป็นสุขและสดใสมากกว่าเดิม ความท้าทายครั้งใหม่ หมิว – ลลิตากลับมาอีกครั้งในละครเรื่อง ล่า แม้เธอจะเล่นละครมาแล้วหลายบทบาท แต่บท “มธุสร” เป็นบทที่ท้าทายจนทำเอาคิดหนักตั้งแต่ต้น “ก่อนรับเล่นละครเรื่อง ล่า คิดเยอะอยู่เหมือนกัน เพราะเป็นละครที่ยาก ต้องใช้สมาธิอย่างมาก เมื่อรับเล่นก็เครียดนิดหน่อย เพราะยากด้วยคาแร็กเตอร์ของตัวละครที่หลากหลาย มีการพลิกบทบาทเยอะ แต่สุดท้ายเมื่อได้เห็นผลงาน ก็คิดว่าถ้าไม่รับคงน่าเสียดาย เพราะเป็นบทที่ดีมาก (ยิ้ม) “เรื่องนี้ต้องแต่งเอฟเฟ็กต์เยอะ แต่งเต็ม เป็นผู้ชายบ้าง เป็นคนแก่บ้าง เวลาที่แต่งเอฟเฟ็กต์แบบเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ บางครั้งทำให้อึดอัดและเป็นอุปสรรคต่อการแสดง เราก็จะไปคุยกับทีมงาน เขาก็จะแต่งให้พอดีที่เราจะสามารถอยู่กับมันได้ทั้งวันและทำงานได้คล่อง […]

True story: ” รักร้าย ” เรื่องจริงหญิงที่ถูกความรักทำร้ายและกลายเป็นคนทำลายความรัก

เรื่องราว รักร้าย ของฉัน เริ่มต้นจากฉันมีแฟนคนแรกตอนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ถือว่าเร็วทีเดียวเมื่อเทียบกับสังคมไทยสมัยสิบกว่าปีที่แล้ว ซึ่งวัยรุ่นในยุคนั้นยังจีบกันด้วยการอัดเพลงรักใส่เทปคาสเส็ต หรือไม่ก็ส่งข้อความหวาน ๆ หากันทางเพจเจอร์ ยิ่งนานวันรักแบบปั๊ปปี้เลิฟของฉันก็ยิ่งก่อตัวกลายเป็นความรักที่จริงจังมั่นคง ตอนนั้นฉันเรียนจบแล้ว และเพิ่งเริ่มทำงาน ส่วนแฟนของฉันเพิ่งจบจากโรงเรียนนายร้อย ฉันและแฟนรวมทั้งครอบครัวของเราทั้งคู่วางแผนร่วมกันว่า เมื่อเขาสังกัดกรมกองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็จะแต่งงานกันทันที แฟนฉันไม่ใช่คนโรแมนติก ฉันเองก็ยิ่งไม่ใช่คนโรแมนติกเข้าไปใหญ่ ฉันจะได้ดูแลเอาใจใส่เขามากหน่อยก็ตอนที่เข้าไปทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถูคอนโดให้เขา ฉันคิดว่าถ้าเขาได้กลับมานอนในห้องที่สะอาด หรือถ้าฉันได้เตรียมอาหารอร่อย ๆ ไว้ให้เขาบ้าง เขาคงจะมีความสุขไม่น้อย…ฉันจึงขอปั๊มกุญแจห้องเอาไว้ เผื่อจะได้ไขเข้ามาวางแผนเซอร์ไพร้ส์เขาได้สะดวก แต่แล้ววันหนึ่ง คนที่เซอร์ไพร้ส์กลับเป็นตัวฉันเอง! ฉันยังจำได้ติดตาติดใจ วันนั้นเป็นเช้าวันเสาร์ ประมาณเก้าโมง ฉันไขกุญแจเปิดประตูห้องเข้าไปตามปกติ แต่ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำเอาฉันแทบล้มทั้งยืน! เปล่า…ห้องไม่ได้ถูกรื้อค้น ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม…แต่บนเตียงนอนที่ฉันแสนจะคุ้นตา ผู้ชายที่ฉันรักนอนหลับใหลอยู่ ร่างทั้งร่างเปลือยเปล่า และข้างกายเขาคือหญิงสาวแปลกหน้าที่ฉันไม่เคยรู้จัก! ฉันหูอื้อ ตาพร่ามัวไปหมด เสียงหายไปจากลำคอ ฉันอยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ แต่ร้องไม่ออก…สิ่งเดียวที่ทำได้คือ ค่อย ๆ ปิดประตูอย่างเงียบ ๆ รู้สึกราวกับว่าตัวเองได้รุกล้ำเข้าไปในที่ส่วนตัวของคนอื่น แต่ก่อนที่ประตูจะปิดลง ฉันเห็นด้วยหางตาว่าแฟนฉันลืมตาขึ้นมองอย่างงัวเงีย ขณะเดินลงบันไดมา ฉันก็ยังอุตส่าห์หวังว่าเขาจะวิ่งตามมางอนง้อ ขอโทษหรือขอร้องให้ฉันให้โอกาสเขาอีกสักครั้ง แต่…เปล่าเลย! ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองลงมายืนอยู่ริมฟุตปาธได้อย่างไร ไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่าแขนที่กำลังยกขึ้นโบกรถแท็กซี่เป็นแขนของตัวเอง “ไปไหนก็ได้พี่ ขับไปก่อน” ฉันบอกโชเฟอร์ได้เพียงเท่านั้น น้ำตาก็ไหลทะลักออกมา อย่าถามเลยว่าตอนนั้นฉันคิดอะไร เพราะฉันไม่รู้จริง ๆ ในใจมีแต่คำว่า   “ทำไม…ทำไม…ทำไมถึงทำกับเราแบบนี้”   วันนั้นทั้งวันฉันได้แต่เวียนขึ้น - ลงแท็กซี่คันแล้วคันเล่าพอรถจอด ฉันก็เดินไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีจุดหมาย พอเดินไปได้สักพัก ก็เรียกแท็กซี่คันใหม่ คนขับเห็นสีหน้าท่าทางของฉันแล้วคงอดไม่ได้ที่จะถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันก็บอกว่า “ไม่มีอะไรหรอกพี่ ทะเลาะกับแฟนน่ะ” และดูเหมือนว่าคำตอบของฉันจะได้ผล เพราะมันทำให้คนถามหยุดความสงสัยไปได้และไม่ซักไซ้กวนใจฉันอีกเลย คืนวันนั้นฉันกลับถึงบ้านเกือบเที่ยงคืน เพราะไม่อยากเจอหน้าพ่อแม่ ไม่อยากให้ท่านต้องเห็นหน้าช้ำ ๆ และตาบวมปูดของฉัน พอเข้าห้องได้ ฉันก็พยายามข่มตานอน ฉันไม่ได้กินข้าวกินน้ำมาตลอดทั้งวัน ฉันร้องไห้จนแทบไม่เหลือน้ำตาแต่ถึงจะรู้สึกเพลียมากแค่ไหน ฉันก็นอนไม่หลับ จนกระทั่งตีสาม ฉันจึงหยิบยานอนหลับที่เพื่อนซึ่งเป็นเภสัชกรแบ่งมาให้ด้วยความหวังดี ฉันตัดสินใจกลืนยานอนหลับรวดเดียว 5 เม็ดหวังจะหลับให้เร็วและนานที่สุด แม้ฉันจะรู้ว่าการกินยานอนหลับคราวละมาก ๆ อาจทำให้ตายได้ และแม้สติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดจะบอกว่า “กลัวตาย” แต่ความเจ็บปวดและความผิดหวังก็มีมาก…มากเสียจนนาทีนั้นฉันไม่รู้สึกกลัวอะไรอีกต่อไป! ขอเพียงให้ผ่านเวลานี้ไปก่อน…อย่างอื่นเอาไว้ทีหลัง ฉันค่อย ๆ กลืนยาลงคอไปอีก 5 เม็ด ใจหวนรำลึกถึงความทรงจำระหว่างฉันและเขา …คอลเล็กชั่นเพลงรักที่เขาอัดใส่เทปมาให้ …ของขวัญวันเกิดที่มอบให้ไม่เคยลืม ดอกไม้ช่อโตทุกวันวาเลนไทน์ ฯลฯ “อยากขอบคุณที่โลกสร้างเธอขึ้นมา” “ฝันดีนะครับ” ฯลฯ ข้อความหวาน ๆ ที่ทำให้ฉันยิ้มแม้ในยามหลับ…ทุกอย่างจบสิ้นลงแล้ว ฉันกลืนยาลงไปอีก 5 เม็ด “เมื่อไรจะพาเราเข้าบ้านสักที” ครั้งหนึ่งฉันถามเขาและวันหยุดปลายสัปดาห์นั้นเอง เขาก็ขับรถพาฉันไปกินข้าวถึงพัทยา และที่นั่นคุณพ่อคุณแม่ของเขานั่งรอเราอยู่ในร้านอาหารมื้อนั้นเขาแนะนำตัวฉันในฐานะคนรัก…เป็นเซอร์ไพร้ส์ที่ฉันยังจำได้ไม่ลืม ความคิดของฉันวนเวียนอยู่แต่อดีตระหว่างเรา…ยานอนหลับอีก 5 เม็ดถูกกลืนลงคอตามไป แหวนวงเล็กดีไซน์เรียบง่ายที่นิ้วนางข้างซ้าย คือแหวนที่เขาสวมให้ต่างแหวนหมั้น ฉันสวมแหวนวงนี้มากว่าครึ่งปีแล้ว… ร่างกายของฉันอ่อนเพลียเต็มที ภายในเหมือนหลับแต่นัยน์ตาของฉันยังคงเบิกโพลง ข่มตาเท่าไรก็ไม่ยอมหลับฉันเลยกรอกยาเข้าปากไปเรื่อย ๆ…เรื่อย ๆ ในตัวของฉันมียานอนหลับรวม 30 เม็ดเห็นจะได้ และแล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เพื่อนที่เป็นเภสัชกรของฉันนั่นเอง พอเธอรู้ว่าฉันกินยานอนหลับไปร่วม 30 เม็ดเธอก็รีบบึ่งมาหาฉันทันที เธอไม่ได้พาฉันไปส่งโรงพยาบาลเพราะฉันไม่อยากให้พ่อแม่รู้เรื่องนี้ ประกอบกับปริมาณยาที่กินไปยังพอเยียวยาได้ ไม่จำเป็นต้องล้างท้อง เธอคอยดูแลฉันซึ่งนอนไม่ได้สติอย่างใกล้ชิด เธอปลุกให้ฉันดื่มน้ำบ่อย ๆเพื่อให้ร่างกายขับยาออกมาให้มากที่สุด ฉันนอนไม่ได้สติอยู่ราวหนึ่งคืนกับหนึ่งวัน จึงโงหัวลุกขึ้นมาได้ ในที่สุดความรักครั้งแรกของฉันก็จบลง ในลักษณะที่ฉันยอมหลีกทางให้เขา ฉันคืนแหวนเขาไป และพยายามใช้ชีวิตโดยไม่มีเขาให้ได้ ภายนอกฉันอาจดูเข้มแข็งเหมือนปกติแต่ฉันรู้ตัวเองดีว่าภายในฉันรู้สึกบอบช้ำและว้าเหว่เหลือเกิน ซ้ำร้ายคือ “ผู้หญิงคนใหม่” ของแฟนเก่าก็ยังคอยโทร.มารังควานฉันไม่หยุด ฉันอยากจะไปเสียให้พ้น ๆ สุดท้ายจึงตัดสินใจบอกทางบ้านว่า ฉันจะไปเรียนภาษาที่ประเทศออสเตรเลีย การอกหักครั้งนี้ทำให้ฉันเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ฉันกลายเป็นคนกล้ามากขึ้น เมื่อก่อนฉันค่อนข้างจะเรียบร้อยขี้กลัว แต่พอไปอยู่เมืองนอก ฉันกล้าพูด กล้าคิด กล้าทำหลายสิ่งหลายอย่าง ตอนนั้นฉันคบเพื่อนต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ทำให้ฉันสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วภายในเวลาเพียง 6 เดือน ทั้ง ๆ ที่เดิมฉันฟังภาษาอังกฤษไม่กระดิกหูพูดก็ไม่เป็นเลยสักคำ ที่สำคัญคือ มุมมองความรักของฉันเปลี่ยนไปจนหมดสิ้น จากคนที่จริงจังกับความรัก คบใครก็คบเพียงคนเดียว ฉันเริ่มคิดว่าไม่มีหรอกความรักที่แท้จริงมีแต่คนโง่เท่านั้นที่จริงจังยึดมั่นอยู่กับใครเพียงคนเดียว ช่วงเวลานั้น ฉันเห็นผู้ชายเป็นของเล่น ฉันเฟลิร์ตกับผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น (แต่ไม่ใช่คนไทยแน่นอน เพราะไม่มีอะไรที่ฉันจะรังเกียจมากเท่าผู้ชายไทยอีกแล้ว!!) ฉันกลายเป็นสาวมั่นและเป็นผู้หญิงที่ออกจะดูก๋ากั่นในสายตาคนไทยด้วยกัน ตั้งแต่อยู่เมืองนอกจนกลับมาเมืองไทย เวลาเพื่อน ๆ อยากไปเที่ยวที่ไหน หรืออยากกินอะไร ขอให้บอก…ฉันจะจัดแจงนัดผู้ชายที่ตามจีบฉันอยู่ให้เป็นสารถีขับรถพาฉันและเพื่อน ๆ ไปเที่ยว บางวันฉันยกขบวนพาเพื่อนไปกินอาหารแพง ๆ พอใกล้อิ่ม ฉันก็จะโทร.เรียกกิ๊กคนใดคนหนึ่งให้มาจ่ายค่าอาหาร ทั้งที่เขาไม่ได้กินด้วยสักหน่อย หรือถ้าวันไหนอยากแด๊นซ์ ฉันก็จะให้บรรดากิ๊กผลัดเวรกันมารับมาส่ง ไม่ก็ช่วยจ่ายค่าเปิดเหล้า และเมื่อจบงานแล้วก็แล้วกัน…ครั้งหน้าฉันก็อาจไม่เรียกใช้บริการอีก! เพื่อน ๆ เตือนฉันว่า   “สงสารเขาจัง…แกไม่สงสารเขาเหรอ”   ขอบอกตามตรงเลยว่า ฉันไม่สงสารผู้ชายพวกนี้เลย ฉันคิดแค่ว่าผู้ชายยังเห็นผู้หญิงเป็นของเล่นได้ แล้วทำไมผู้หญิงจะเห็นผู้ชายเป็นของเล่นไม่ได้ ถ้ามีใครที่ทำท่าจะคิดจริงจังฉันก็จะหลบฉากทันที อย่าหวังว่าใครจะเข้ามาใกล้หัวใจฉันได้อีกต่อไป โชคยังดีที่ฉันเล่นกับไฟโดยที่ไม่ได้ถูกไฟแผดเผา แต่ฉันไม่รู้ตัวเลยว่า ฉันกลายเป็นเชื้อไฟที่เผาไหม้คนอื่น วันหนึ่งมีคนมาบอกฉันว่า   “รู้ไหม กิ๊กเธอเข้าโรงพยาบาลเพราะกินยานอนหลับเกินขนาด”   ตอนที่ได้ยิน ฉันแข้งขาสั่น ภาพที่ตัวเองเคยกินยานอนหลับเมื่อหลายปีก่อนย้อนกลับมาเป็นฉาก ๆ ฉันไม่กล้าไปเยี่ยมผู้ชายคนนั้นที่โรงพยาบาล แต่ตอนหลังเมื่อทราบว่าเขาปลอดภัยแล้ว ฉันก็ใจชื้นขึ้น ตั้งแต่นั้นฉันก็เริ่มบอกปัดบรรดากิ๊กที่หมั่นมาส่งดอกไม้และมาขายขนมจีบไปทีละคนสองคน หลายเดือนต่อมา เมื่ออาการเขาดีขึ้น ฉันจึงโทรศัพท์ไปนัดพบเขา เพื่อจะเคลียร์เรื่องระหว่างเราไม่ให้ค้างคาใจกันอีกเขาบอกว่า เรื่องของฉันเป็นเพียงหนึ่งในหลาย ๆ เรื่องที่เป็นปัญหาส่วนตัวของเขา และคืนนั้นเขาเมามากจึงกินยานอนหลับเข้าไปโดยไม่รู้ตัว แม้จะรู้ว่าตัวฉันไม่ใช่สาเหตุโดยตรง แต่ฉันก็ยกมือไหว้ขอโทษเขาด้วยความสำนึกผิดอย่างที่สุด และขอให้เขาอโหสิกรรมให้ฉันด้วย…ทั้งเขาและฉัน เราทั้งคู่ถูกความรักทำร้ายและต่างก็ตกเป็นเหยื่อของความรักเหมือน ๆ กัน ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า การแก้แค้นคนคนหนึ่งด้วยการทำร้ายคนอีกคนหรืออีกหลายคนที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย ไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นเลย หนำซ้ำยังเป็นการสร้างกรรมเวรต่อกันไปไม่มีที่สิ้นสุด    เรื่อง: การันต์  ภาพ: สรยุทธ พุ่มภักดี  […]

True Story : ความรักที่สมบูรณ์แบบ แต่ต้องแลกด้วย “ทุกข์” ทั้งชีวิต

True Story : ความรักที่สมบูรณ์แบบ แต่ต้องแลกด้วย “ทุกข์” ทั้งชีวิต ความรักที่สมบูรณ์แบบ เกิดขึ้นเมื่อ สามีของฉันเป็นหนุ่มตี๋หน้าตาดี จบปริญญาโทด้านบริหารวิศวกรรมศาสตร์จากสหรัฐอเมริกาครอบครัวทำธุรกิจร้านทอง เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ไม่เล่นการพนัน ไม่เจ้าชู้แถมยังตามใจฉันอีกต่างหาก…ฟังดูเหมือนฉันน่าจะเป็นภรรยาที่มีความสุขที่สุดในโลกเลยใช่ไหม เรื่องของฉันเริ่มต้นในวัย 27 ปีผู้ใหญ่ที่นับถือท่านหนึ่งแนะนำว่า อยากให้ฉันรู้จักลูกชายเจ้าของร้านทอง เขานิสัยดีมาก และจบปริญญาโทจากเมืองนอกด้วยความเกรงใจฉันจึงยอมไปดูตัว ครอบครัวของเขาเดินทางจากหาดใหญ่ เพื่อมาพบฉันและครอบครัวที่กรุงเทพฯ อาจเป็นเพราะบรรยากาศหรูหราของร้านอาหารใจกลางเมือง หรืออาจเป็นเพราะเวรกรรมที่เคยทำร่วมกันมา ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจเขาตั้งแต่แรกพบ ในขณะที่ครอบครัวของเราทั้งคู่ก็ดูจะยินดีที่ได้พบกันด้วย เราใช้เวลาสองปีคบหาดูใจกัน เขาตามใจฉันทุกเรื่อง ซื้อของทุกสิ่งที่ฉันแค่เปรยว่าอยากได้ แม้กระทั่งโคมไฟธรรมดา ๆ ที่ราคาตั้งหลายหมื่นบาท   เราชอบอะไรหลายอย่างคล้ายกันทั้งดูหนังและเดินป่า ในที่สุดเราก็ตัดสินใจแต่งงานกัน    พ่อเห็นว่าฉันรักเขามาก จึงไม่ได้เรียกร้องค่าสินสอดอะไรในวันแต่งงาน เขามอบสินสอดจำนวนสองแสนสองหมื่นบาทพร้อมทองคำหนักสิบบาทและแหวนแต่งงาน ซึ่งญาติฝ่ายฉันหลายคนกระซิบกันว่า ค่าสินสอดดูจะน้อยไปหน่อยสำหรับลูกสาวร้านขายเพชรอย่างฉัน แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ได้ใส่ใจ แค่เรารักกันก็พอ หลังแต่งงาน ฉันย้ายเข้าไปอยู่เรือนหอที่เขาซื้อไว้ในกรุงเทพฯ เขาขอให้ฉันเป็นแม่บ้าน ไม่ต้องทำงานให้เหนื่อย ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุด เพราะนอกจากสามีจะเป็นห่วงแล้ว พ่อฉันก็ยังรักและยกเงินค่าสินสอดทั้งหมดกว่าสามแสนห้าหมื่นบาทให้ฉันเป็นของขวัญอีกด้วย สองเดือนผ่านไป ชีวิตแต่งงานดูเหมือนจะราบรื่นดี เขากลับบ้านตรงเวลาทุกวัน แถมไม่มีเรื่องชู้สาวให้ระคายใจยกเว้นแต่เพียงเขาไม่พูดเล่นหยอกล้อเหมือนข้าวใหม่ปลามันคู่อื่น เขาให้เงินฉันไว้ใช้จ่ายเพียงเดือนละสามพันบาทและมักโทร.หาแม่ทุกครั้งที่มีปัญหาก็เท่านั้น ฉันพยายามบอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก   ไม่นานเขาบอกว่างานที่ทำได้เงินเดือนน้อย ตอนที่เขายื่นธนาคารเพื่อกู้เงินซื้อเรือนหอหลังนี้ก็ได้แค่ 1.5 ล้านบาท  ในขณะที่ราคาจริงคือ 2.6 ล้านบาท  ตอนนีขาดอีกเพียง 5 แสนบาทเท่านั้น   เขาอยากให้ฉันช่วยหาเงินจำนวนนี้ให้ เพราะรู้ว่าพ่อคงมอบเงินค่าสินสอดให้ ด้วยความรักและคิดว่าปัญหาของสามีก็คือปัญหาของฉันฉันจึงตกลงยกเงินแต่งงานทั้งหมดให้กับเขา ไม่กี่เดือนต่อมา เขาก็บอกว่าช่วงนี้ไม่มีเงินให้ เพราะต้องจ่ายค่าผ่อนบ้านหนักเดือนก่อนเงินก็ไม่พอต้องโทร.ไปขอยืมแม่ และขอให้ฉันเอาเงินส่วนตัวมาใช้จ่ายในบ้านไปก่อนฉันรับปากเขาด้วยรอยยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่ว่า ฉันแทบไม่เหลือเงินติดตัวเลยแม้จะพยายามออกไปช่วยงานพ่อเพื่อเพิ่มรายได้แล้ว แต่ก็ยังไม่พอ เพราะค่าใช้จ่ายในบ้านสูงมาก ไหนยังจะต้องผ่อนรถยนต์และผ่อนบ้านหลังน้อยที่ซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนแต่งงานด้วย   ตอนนั้นฉันไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่เก็บความทุกข์ไว้ในใจคนเดียว   หนึ่งปีผ่านไปฉันเริ่มมองเห็นความจริงว่า ชีวิตแต่งงานของฉันไม่ได้เพอร์เฟ็กต์เหมือนที่คิด เรามักทะเลาะเพราะมีความเห็นไม่ตรงกัน สามีชอบพูดจาเหน็บแนม ไม่พูดหยอกล้อ ไม่แสดงความรัก ไม่สวมกอดไม่แม้แต่จะพาฉันออกไปเดินเล่นในห้างสรรพสินค้าเลยสักครั้ง สิ่งที่เขาสนใจที่สุดคือต้นไม้ใบหญ้า เขาสามารถตัดแต่งกิ่งต้นมะม่วงได้ทั้งวัน โดยไม่สนใจว่าฉันกำลังนั่งร้องไห้เพราะเครียดเรื่องปัญหาการเงินอยู่ เขาจะพูดคำว่ารักก็ต่อเมื่อต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น แม้แต่เรื่องสำคัญฉันสามีภรรยาอย่างเรื่องบนเตียงเขาก็ไม่สนใจ ฉันนอนร้องไห้เสียใจทุกวันแต่ลึก ๆ ก็ยังหวังให้เขากลับใจ   จนวันหนึ่ง ฉันก็คิดขึ้นมาว่า ถ้าเรามีลูกด้วยกันอาจช่วยขจัดปัญหาทั้งหมดได้   ฉันจึงตัดสินใจบอกเขาว่าอยากมีลูก เขาเห็นด้วย และยอมมีอะไรกับฉัน จนไม่กี่เดือนต่อมาฉันก็ตั้งท้องและคลอดลูกชายคนแรกสมใจ เขากลับมาเฉยชากับฉันเหมือนเดิม แต่แสดงออกว่ารักลูก และเพิ่มเงินให้เป็นเดือนละห้าพันบาท ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายของแม่ลูกอ่อนที่มีอาการเบบี้บลู หรือเป็นโรคซึมเศร้าอย่างฉัน ทุกครั้งที่เงินเพิ่ม เราก็จะทะเลาะกันและจบลงด้วยการที่เขาเดินหนีไป ฉันตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการขายบ้านที่ซื้อเองกับมือ เพื่อนำเงินมาใช้ยามฉุกเฉินและจ่ายค่าจ้างพี่เลี้ยงช่วยดูแลลูก ผ่านไปเกือบสองปีฉันสังเกตว่าลูกไม่สบตาและมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กอื่น จึงตัดสินใจพาลูกไปหาหมอและได้รู้ว่า ลูกรักของฉันเป็นออทิสติก ฉันยอมรับความจริงแต่โดยดี พร้อมตั้งใจจะทำทุกทางให้ลูกดีขึ้น เราเข้าออกโรงพยาบาลเอกชนกันเป็นว่าเล่น โชคดีที่สามียินดีจ่ายทุกบาททุกสตางค์เพื่อลูกโดยไม่อิดออด ฉันอ่านหนังสือทุกเล่ม เข้ารับการอบรมแทบทุกคอร์ส เพื่อช่วยให้เข้าใจและสอนลูกได้ดีขึ้น เราสองแม่ลูกตัวติดกันแทบตลอดเวลา ฉันสอนลูกทุกเรื่อง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องง่าย ๆ อย่างการกอด เพราะลูกของฉันไม่ชอบกอด และจะร้องไห้เสียงดังทุกครั้งที่มีใครถูกเนื้อต้องตัว ในช่วงที่ลูกนอนกลางวันฉันจะออกไปสวนสาธารณะใกล้บ้านเพื่อสังเกตพัฒนาการของเด็กปกติคนอื่น แล้วก็เอากลับมาสอนและฝึกลูกของตัวเอง ตกเย็นก็เปิดบ้านชวนเด็ก ๆมากินขนมและเล่นกับลูก เพราะเชื่อว่าเด็กปกติเหล่านี้คือครูชั้นเยี่ยมที่จะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีขึ้น   ฉันตัดสินใจบอกสามีอีกครั้งว่าอยากมีลูกอีกคนจะได้ดูแลกัน ซึ่งสามีก็เห็นด้วย    ไม่นานฉันก็ตั้งท้องและคลอดลูกสาว ฉันอุทิศเวลาทุกวินาทีให้ลูก ผลของความพยายามทำให้พัฒนาการของลูกชายดีขึ้น ดูแลตัวเองได้ และเข้าโรงเรียนในวัย 4 ขวบ  ลูกช่วยสอนให้ฉันรู้ว่า ถ้าตั้งใจจริงจะพิชิตได้ทุกสิ่ง  ไม่เว้นแม้แต่อาการออทิสติกที่ใคร ๆ ก็บอกว่าไม่มีทางรักษาหาย หลังจากที่มั่นใจว่าลูกทั้งสองคนดูแลกันและกันได้แล้ว ฉันก็เบาใจ แต่ก็ต้องเผชิญกับความจริงที่ว่า การมีลูกไม่ได้ช่วยให้ความสัมพันธ์ของฉันและสามีดีขึ้น เขายังคงเฉยชาและเห็นแก่ตัวเหมือนเดิมวันหนึ่งเขาบอกให้ฉันรีบเก็บข้าวของ เพราะเขาตัดสินใจว่าจะพาครอบครัวย้ายกลับไปอยู่กับแม่ที่หาดใหญ่ โดยไม่สนใจคำคัดค้านของฉันเลย ความอดกลั้นที่สะสมมาเกือบสิบปีจึงถึงขีดสุด ฉันตัดสินใจในวินาทีนั้นว่า   “พอกันที…ฉันจะขอหย่า!”   หลังหย่ากัน ฉันจำเป็นต้องยกลูกให้เขา พร้อมเซ็นข้อตกลงว่า เขาจะได้รับสิทธิ์เลี้ยงลูกเพียงผู้เดียว เพราะตามกฎหมายฉันไม่มีความสามารถที่จะเลี้ยงดูลูกได้ ไม่มีรายได้และไม่มีสมบัติเหลือเลย ได้แต่โทษตัวเองว่า ฉันมันโง่! ขายสมบัติตัวเองทุกอย่าง เพราะคิดว่าถ้าทุ่มเทให้เขามาก ๆอาจเปลี่ยนใจเขาได้ กว่าจะรู้สึกตัวก็ไม่เหลืออะไรแล้ว…แม้แต่ลูก! ฉันกินไม่ได้นอนไม่หลับ จมกองทุกข์เพียงลำพัง สองสัปดาห์ต่อมาก็มีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง เมื่อพบแพทย์จึงได้รู้ว่า ฉันป่วยเป็นมะเร็งเต้านมขั้นที่ 3 แล้ว แต่น่าแปลกที่ฉันไม่รู้สึกกลัวตายเลย การรักษาด้วยเคมีบำบัดทำให้ฉันเพลียและผมร่วง แต่ขณะเดียวกัน ฉันกลับมีความสุขอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเพราะโรงพยาบาลทำให้ฉันได้พบและสนิทกับหนังสือธรรมะ…ทางพ้นทุกข์ที่ฉันเพิ่งได้รู้จัก ฉันมีกำลังใจดีขึ้น เริ่มดูแลตัวเองโดยการใส่วิกผมและแต่งตัวสวยทุกวันทั้งที่ตลอดชีวิตการแต่งงาน ฉันไม่เคยคิดอยากสวยเลยสักครั้ง กัลยาณมิตรหลายคนให้กำลังใจว่าฉันคงหายในเร็ววัน เพราะถูกกับเคมีบำบัด หลังรับการรักษาแล้วผิวพรรณของฉันกลับขาวผ่อง มีน้ำมีนวลในขณะที่คนส่วนใหญ่จะโทรมและผิวดำเกรียม  หลังพักฟื้นจากการผ่าตัดแล้ว ฉันรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า  อยากออกไปขี่จักรยานทุกวัน ภายหลังเข้ารับการรักษาเพียงหนึ่งปีฉันก็หายจากโรคมะเร็งเต้านม   ตลอดเวลาที่ป่วย อดีตสามีก็ยังโทร.มาตามไปช่วยเลี้ยงลูก เพราะกลัวว่าลูกจะเป็นเด็กมีปัญหา ฉันปฏิเสธ บอกว่าป่วยเป็นมะเร็งเต้านม เขาไม่เชื่อ และคิดว่าฉันสร้างเรื่องเพื่อเรียกร้องเงินชดเชย กระทั่งวันที่หมอลงความเห็นว่าฉันหายแล้วด้วยความที่คิดถึงลูกเหลือเกิน ฉันจึงหอบเสื้อผ้าไปอยู่กับอดีตสามีอีกครั้ง เมื่ออยู่ด้วยกันฉันพบว่า  อดีตสามียังคงใจแคบ  เฉยชา แถมยังพูดกรอกหูฉันทุกวันว่า มีลูกน่ารัก มีบ้านให้อยู่ มีเงินให้ใช้แล้วเธอยังต้องการอะไรอีก! นอกจากนี้เขาก็ยังเผลอพูดว่า เรือนหอที่ฉันเคยให้เงินสินสอดไปช่วยจ่ายนั้น เขานำไปขายได้เงินมาก้อนโต ทันทีที่ได้ยิน ฉันรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง เจ็บปวดจนไร้เรี่ยวแรง ทรุดลงไปกองบนพื้นโดยไม่รู้ตัว ชีวิตแต่งงานพรากทุกสิ่งไปจากฉัน ทั้งลูก เงิน  บ้าน เวลากว่าค่อนชีวิต และความรักบริสุทธิ์ วินาทีนั้นฉันเครียดจนเริ่มมีอาการทางประสาท แต่ทันทีที่ได้สติ ฉันก็รีบหนีออกมา อาการเจ็บปวดรุนแรงที่หน้าอกกลับคืนมาด้วยแพทย์ระบุว่าฉันกลับมาเป็นมะเร็งเต้านมอีกครั้ง ฉันตัดสินใจสู้ด้วยการเข้ารับการรักษามะเร็งอีกครั้ง และลงทุนเปิดร้านขายเสื้อผ้าเล็ก ๆ เพื่อหารายได้ดูแลตัวเอง กิจการร้านเสื้อผ้าดีขึ้นเรื่อย ๆ ฉันพยายามหาเงินมาลงทุนเพิ่ม แต่ไม่อยากรบกวนพ่อ เพราะท่านเองก็มีครอบครัวใหม่ […]

รักแท้ ไม่แพ้อะไรทั้งนั้น ถึงแม้หย่ากันแล้วก็กลับมาแต่งกันใหม่ได้

รักแท้ ไม่แพ้อะไรทั้งนั้น ถึงแม้หย่ากันแล้วก็กลับมาแต่งกันใหม่ได้ ช่วงแรกอาจดูเหมือนไม่ใช่ รักแท้ เพราะหลังจากแต่งงานกันมา 25 ปี มีลูก ด้วยกัน 8 คน ลอรี่ (Lorrie) และ เจฟฟ์ เอแกน (Jeff Agan) ชีวิตคู่เริ่มสั่นคลอน เนื่องจากทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างหนัก ต่างคนต่างสาดคำพูดแย่ ๆ ใส่กันตลอดเวลา จนในที่สุดไม่มีทางออกไหนดีไปกว่าหย่าขาดจากกัน ในเวลานั้นเด็ก ๆ จำต้องกล้ำกลืนยอมรับสภาพครอบครัวที่แตกสลายอย่างขมขื่น เพราะหากฝืนต่อไป ลูกก็รังแต่จะได้ยินพ่อแม่ทะเลาะกัน บ้านลุกเป็นไฟไม่ได้หยุดหย่อน เป็นเวลาเกือบสี่ปีที่อดีตสามีภรรยาแทบไม่ได้ติดต่อกันเลย ทั้งสองต่างคนต่างแยกย้ายไปดำเนินชีวิตของตัวเอง ปรับปรุงตัวเองใหม่และสร้างทัศนคติใหม่ ๆ เจฟฟ์ทำงานหลายอย่าง ตั้งแต่เป็นคนขับรถบรรทุกไปจนถึงเป็นบุรุษพยาบาลในศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยโทลีโด ในขณะเดียวกันเขาก็ได้เริ่มปรับสภาพจิตใจ ด้วยการเขียนบทกวีและไปออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับการสร้างความสงบให้ตัวเองโดยการออกไปเที่ยวชมธรรมชาติและฝึกสมาธิไปพร้อม ๆ กัน และเมื่อไม่กี่เดือนก่อนทั้งลอรี่และเจฟฟ์ก็กลับมาคบกันอีกครั้งและเริ่มเดตกันเหมือนสมัยรักกันใหม่ ๆ จนกระทั่งถ่านไฟเก่าร้อนระอุจนต้านทานไม่ไหว เจฟฟ์จึงตัดสินใจขออดีตภรรยาแต่งงานกันอีกครั้ง เริ่มด้วยเจฟฟ์มอบของขวัญให้ลอรี่เป็นบทกวีที่เขาบรรจงแต่งให้เธอชื่อ “Love Burns Anew” ใส่กรอบห่อของขวัญอย่างดี หลังจากลอรี่แกะห่อเสร็จ เธอก็อ่านบทกวีของเขาออกมาดัง ๆ ในระหว่างนั้นเจฟฟ์ก็คุกเข่าถือกล่องแหวนโดยไม่ให้เธอเห็น […]

ไม่มีรักไหนยิ่งใหญ่กว่ารักแท้ของ ครอบครัว คุณช่า – ธัชปชา และ แม่นิด – สุมน เศรฐไชย

ไม่มีรักไหนยิ่งใหญ่กว่ารักแท้ของ ครอบครัว คุณช่า – ธัชปชา และ แม่นิด – สุมน เศรฐไชย ครอบครัว นี้มีสตอรี่ เพราะกว่าจะเข้าใจกันได้เท่าวันนี้ ทั้งคุณช่าเจ้าของเพจ บันทึกของตุ๊ด และคุณแม่นิดต้องผ่านเรื่องราวความไม่เข้าใจและเหตุการณ์บีบหัวใจมามากมาย แต่วันนี้คุณช่าและแม่นิดช่วยกันเล่าอย่างอารมณ์ดี เพราะสุดท้ายความรักความเข้าใจชนะทุกอุปสรรคแล้ว เริ่มต้นจากการเล่าเรื่องราวของช่วงวัยหนึ่งของคุณช่าที่ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันใน ครอบครัว แม่นิด : แม่รู้ว่าเขาเป็นแบบนี้ตั้งแต่เขาเรียนอยู่ ป.4 แล้ว เคยเห็นเขาขโมยเสื้อผ้าน้องสาวไปใส่ รองเท้าเด็กผู้ชายที่ซื้อให้ก็ไม่ใส่ แอบเอารองเท้าน้องสาวไป เท้าใหญ่กว่าก็ยัดเข้าไป ตอนแรกแม่เห็นก็ตกใจเหมือนกันนะ แต่พอรู้แล้วก็เก็บไว้คนเดียว พยายามสังเกตเขา ไม่ได้ให้ท้าย ปล่อยให้เขาเป็นในแบบของเขาไปนั่นแหละ แม่รับได้ เขาจะเป็นอะไรก็ลูกเรา ช่า : พอเริ่มขึ้นมัธยมต้น เราเริ่มออกสาว ยิ่งย้ายโรงเรียนมีกลุ่มเพื่อนที่เป็นตุ๊ดก็เริ่มแต่งหน้า จนไปถึงขั้นกินยาคุมเลย ตอนนั้นเป็นช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง แม่ต้องไปเปิดท้ายขายของตอนเย็น เรากลับบ้านก็เจอแต่พ่อ และพ่อก็เริ่มสงสัย แม่นิด : มีหลายอย่างที่พ่อเขาเริ่มจับได้ ทั้งไปกันคิ้ว โกนขนหน้าแข้ง คนนี้ (มองไปทางคุณช่า) เขาก็ทำอะไรไม่เก็บให้เรียบร้อย พ่อเห็นเขาโกนขนหน้าแข้งทิ้งไว้ […]

ครั้งหนึ่งซึ่งเคยผิดหวังและรักปัจจุบันที่ฝ่าฟันด้วยความทรหด DJ อ้อย – นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล

ครั้งหนึ่งซึ่งเคยผิดหวังและรักปัจจุบันที่ฝ่าฟันด้วยความทรหด DJ อ้อย – นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล หากเอ่ยถึงกูรูความรัก แทบทุกคนในประเทศจะต้องคิดถึงพี่อ้อยพี่ฉอด หรือ DJ อ้อย DJ ฉอด แห่งคลับฟรายเดย์ และก็เชื่อว่า หลายๆ คนคงจะอยากรู้ว่า กูรูความรักเคยผิดหวังในความรักบ้างหรือไม่ แล้วมีวิธีดูแลความรักของตัวเองอย่างไร คุณอ้อยเล่าถึงประสบการณ์ความรักในอดีตว่า “เคยแอบรักคนคนหนึ่ง เป็นเพื่อนกันมาก่อน แอบรักเขา 12 ปี ทุกคนดูออกว่าเราแอบรักเขา เชื่อว่าเขาเองก็รู้ ความที่เป็นเพื่อนสนิทกัน เขาเคยเปิดใจว่า เขาก็เคยพยายามรักเราแล้ว ได้ฟังคำพูดของเขา เรากลับรู้สึกว่าดีที่บอกกัน จะได้รู้ว่าความรักของเราต้องไม่รบกวนเขามากเกินไป การที่เขารับรู้ ไม่ได้แปลว่าเขารับรัก พอทุกอย่างมันชัดเจน เราก็ต้องชัดเจนกับตัวเอง เขามีความน่ารักอย่างหนึ่งคือ ยังเป็นเพื่อนที่ยังสามารถดูแลเราได้แบบเพื่อนไม่ได้ให้ความหวัง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจเสียจนทำให้เรารู้สึกแย่ “จากนั้นเราต้องบอกตัวเองว่า ทำใจนะ แต่บางทีเราก็เอาใจไม่อยู่เหมือนกัน มันก็จะวนลูปตามปกติ ผิดหวัง เสียใจ คิดได้ กลับมา ผิดหวัง เสียใจ คิดได้ พอถึงวันหนึ่งมันก็หลุดจากวงโคจรนี้ได้เอง ถ้าเราไม่หลุดจากคนคนหนึ่ง เราจะไม่มองคนอื่นเลย และพอหลุดออกมาได้เราก็เจอคนที่เป็นครอบครัวในปัจจุบัน” […]

8 ความหมายดีๆ จาก เพลงวันแม่ ที่ฟังกี่ครั้งก็ซาบซึ้งทุกที

หลายครั้งที่บทเพลง ช่วยให้เรารู้สึกซาบซึ้งใจไปกับ อารมณ์สุนทรีย์ เพลงเชื่อมโยงกับทุกจังหวะชีวิตของเรา ทั้งยังร้อยเรียงความสัมพันธ์อันงดงาม ขับประสานออกมาเป็นท่วงทำนองที่แสนจับใจ ในโอกาสพิเศษที่เวียนมาถึง goodlifeupdate ขอแนะนำ เพลงวันแม่ ที่มีเนื้อหาและทำนองไพเราะ ชวนให้คิดถึงผู้ที่เลี้ยงดูเราเสมอมา จะมีเพลงอะไรบ้าง ลองดูกันเลยค่ะ   8 ความหมายดีๆ จาก เพลงวันแม่ ที่ฟังกี่ครั้งก็ซาบซึ้งทุกที     :: เรารักแม่ ::  “…ร้อยล้านความผิดของเรา ที่ใครเขาไม่ไยดี มีคนๆ นี้คนเดียวที่ให้อภัย ปากบ่นว่าเเสนระอา ว่าเราไม่ดีเท่าใคร แต่ในใจก็รักไม่เปลี่ยน…” เพลง เรารักแม่ อยู่ในโปรเจคพิเศษของ RS ขับร้องโดย รวมศิลปินRS เผยแพร่ในปี 2549 เนื้อเพลงที่ทั้งไพเราะ และซาบซึ้ง พูดถึง แม่คนหนึ่ง ที่ถึงปากจะพร่ำบ่น จนเรารำคาญ บางทีก็ตีเราจนเราเจ็บ แต่ความจริงแล้ว คนที่ทั้งขี้บ่นและชอบจ้ำจี้จ้ำไชเราคนนี้ ก็คือคนที่ทั้งรัก และห่วงเรามากที่สุดในชีวิต แม้ว่าเราจะหลงเดินทางผิด สักกี่ครั้ง คนๆ เดียวที่ยังพร้อมจะให้อภัย […]

Dhamma Daily: อยู่กินก่อนแต่ง ในความปกครองของพ่อแม่ ผิดศีลไหม

การ อยู่กินก่อนแต่ง สำหรับสังคมสมัยนี้ มันก็ดีในเรื่องของการได้เรียนรู้พฤติกรรมของกันและกัน ทว่าในทางพระพุทธศาสนาจะเป็นอย่างไร ลองหาคำตอบจากพระอาจารย์กันค่ะ

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ฝากถึงคนที่ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีความรัก (ชมคลิป)

พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ ฝากถึงคนที่ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยมีความรัก (ชมคลิป) รักให้เป็น ไม่เป็นทุกข์ ต้องเริ่มที่รักตัวเองก่อน

ดูนิสัยของคนพิเศษจากห้องนอน

ดู นิสัยของคนพิเศษ จากห้องนอน   1 วันมี 24 ชั่วโมงและโดยทั่วไปคนเราใช้เวลาไปกับการนอนหลับในแตละวันเฉลี่ยวันละประมาณ 5-8 ชั่วโมง เรียกได้ว่าเป็นเวลามากถึงเกือบหนึ่งในสามของทั้งวันเลยทีเดียวขณะที่บางคนใช้ ห้องนอน เป็นเพียงสถานที่นอนหลับพักผ่อนแต่บางคนกลับถือว่า ห้องนอน คือโลกและอาณาจักรส่วนตัวที่สามารถแสดงความเป็นตัวตนและรสนิยมต่าง ๆ ได้มากที่สุด ด้วยเหตุนี้ห้องนอนจึงคล้ายแบบจําลองที่บอกตัวตนของเจ้าของได้อย่างชัดเจน ดังนั้นถ้าคุณอยากรู้จักตัวจริงและ นิสัยของคนพิเศษ ลองมาดูกันว่าห้องนอนของเขาจะบอกอะไรคุณได้บ้าง หนุ่มสุดเนี้ยบ-สาวซูเปอร์เพอร์เฟ็คท์ ห้องของคนลักษณะนี้มักจะมีเฟอร์นิเจอร์ที่เข้าชุดกัน หรือไม่ก็ประยุกต์ให้ดูกลมกลืนกันมากที่สุด ส่วนข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องเช่นหนังสือเสื้อผ้าถุงเท้ากระเป๋าอุปกรณ์กีฬาจะจัดวางอย่างเป็นหมวดหมู่เพื่อความสบายตาและหยิบใช้สะดวกเช่นการจัดตู้เสื้อผ้าต้องแบ่งประเภทอย่างชัดเจนเสื้อเชิ้ตเสื้อยืดชุดชั้นในผ้าขนหนูบางครั้งมีการเรียงตามโทนสีให้เลือกหยิบใช้ได้ง่ายและ30เปอร์เซ็นต์ของคนกลุ่มนี้ยังชอบเสพงานศิลปะในห้องของพวกเขาจึงมักตกแต่งด้วยภาพเขียนเสมือนจริงหรือไม่ก็รูปจําลอง หนุมกิ๊บ-สาวเก๋ ห้องของคนลักษณะนี้มักตกแต่งดวยสีสันสดใสเช่นสีเหลืองชมพูฟ้าภาพสไตล์เด็กๆส่วนเฟอร์นิเจอร์ มักไม่เป็นทางการนักหรือบางรายอาจไม่เข้าชุดกันเลยก็ได้ ขอแค่มีหมอนน่ารักสักใบสองใบตุ๊กตาและผ้าปูที่นอนลายเก๋ๆ แค่นั้นก็พอใจและกว่า30เปอร์เซ็นต์ของคนกลุ่มนี้นอกจากจะมีข้าวของกระจุกกระจิกจําพวกของเล่นตุ๊กตา โมบายล์ ต้นไม้ขนาดเล็กสําหรับประดับห้องแล้ว คุณมักจะพบเห็นสัตว์เลี้ยงอย่างเจ้าตูบเจ้าเหมียว หรือปลาน้อยอยู่รวมห้องกับคนกลุ่มนี้ด้วย   หนุ่มติดดิน-สาวรักสงบ คนลักษณะนี้มักจะไม่นิยมตกแต่งห้องนอนมากนัก เพราะถือหลักว่าห้องนอนคือห้องสําหรับพักผ่อน ดังนั้นจึงเน้นเฉพาะข้าวของสําคัญอย่างเช่น เตียงนอน และไม่นิยมนําสิ่งของที่บั่นทอนประสิทธิภาพในการนอน เช่น โทรทัศน์ เครื่องเสียง หรือคอมพิวเตอร์ มาไว้ในห้อง ยกเว้นกรณีพิเศษ เช่น กรอบรูปครอบครัว และ บรรดาหนังสือเล่มโปรด   หนุ่มห้าว-สาวฮิป ห้องของคนลักษณะนี้จะเน้นการใช้สีสันฉูดฉาด บางครั้งอาจจะเป็นแม่สีหรือใช้แสงไฟสีต่างๆเข้ามาช่วย […]

แฟนงอน ปัญหาหนักใจของคนมีความรัก ข้อเสียของการงอนกันที่ทำให้ความรักต้องร้าวฉาน

แฟนงอน ปัญหาหนักใจของคนมีความรัก มีข้อเสียมากกว่าที่คุณคิด! ปัญหาเรื่อง แฟนงอน เป็นปัญหาหนักใจสำหรับคู่รักหลายๆ คู่ ยิ่งมีแฟนขี้งอนก็ยิ่งมีโอกาสถูกงอนอยู่บ่อยครั้ง สำหรับบางคน แฟนขี้งอนก็ดูกุ๊กกิ๊ก น่ารัก น่าเอ็นดูดี แต่สำหรับบางคนกลับรู้สึกว่าน่ารำคาญ เบื่อที่จะต้องคอยตามง้อ เบื่อกับการถูกงอนโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่มีเหตุผล เรามาดูข้อเสียของการงอนกันค่ะ ว่ามีผลเสียต่อชีวิตคู่ และความสัมพันธ์ของคุณอย่างไรบ้าง   ::: ต้นเหตุของปัญหา ไม่ได้รับการแก้ไข ::: บางครั้ง เมื่อพบเจอกับสิ่งที่ไม่ถูกใจ คนรักของคุณอาจจะทำมึนตึง งอน ไม่พอใจ ไม่พูดไม่จาใส่คุณ ยิ่งถ้าคุณดูไม่ออกว่าคนรักของคุณกำลังงอน ก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้มากขึ้นไปอีก บางครั้ง คุณดูออกว่าแฟนกำลังงอน กำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง แต่เมื่อถามไถ่ถึงสาเหตุ แฟนของคุณก็ไม่ยอมปริปากบอกถึงสาเหตุที่แท้จริง ทำให้คุณต้องวนเวียนอยู่กับความสับสน คิดหาสาเหตุว่าตัวเองเผลอทำอะไรผิดไป ยิ่งเวลาผ่านไปเนิ่นนานก็ยิ่งทวีความไม่เข้าใจกันให้มากยิ่งขึ้นไปอีก ทำให้ต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริงไม่ได้รับการแก้ไขเสียที และอาจยิ่งสะสมความมั่นใจกันและกันให้มากขึ้นอีกด้วยค่ะ   ::: สร้างรอยร้าวให้ร้าวลึกยิ่งขึ้นไปอีก ::: ลิ้นกับฟันอยู่ใกล้กัน ย่อมกระทบกระทั่งกันบ้าง เป็นธรรมดา ความรักก็เช่นกัน คนรักกัน ก็อาจจะมีผิดใจกันบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญคือ เมื่อมีเรื่องที่ทำให้ความรักสั่นคลอน เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีขึ้นระหว่างคนสองคน […]

3 สิ่งที่ คนรักมักนึกได้ช้าไปหลัง จบความสัมพันธ์ ที่มีระหว่างกัน

เคยได้ยินว่าเมื่อ ความรัก ที่มีร่วมกันจบลง ส่วนใหญ่มักมี ฝ่ายหนึ่งที่เริ่มต้นจากศูนย์ มาเป็นรักมากจนยากจะตัดใจ ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่ง กลับเริ่มจากร้อย แล้วค่อยๆ หมดใจจนกลายเป็นความรู้สึกที่แสนจืดจาง ในช่วงเวลาที่ต้องเจ็บ เราเฝ้าถามตัวเองว่า จะมีวันไหนที่เราจะสามารถหลุดพ้นจาก ความรู้สึกแบบนี้ไปได้ แต่เชื่อหรือไม่ หลังได้ใช้เวลาทบทวนความรู้สึก และคุณค่าในตัวเอง  เราจะข้ามผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ กลายเป็น คนที่ จบความสัมพันธ์ กับเราคนนั้น ที่หันกลับมามอง และได้รู้สึกถึงบางสิ่งในใจตัวเอง   :: เขาจะนึกถึงสิ่งที่ตัวเองเคยทำพลาดไป :: มีบางสิ่งที่ต้องใช้เวลา และ ประสบการณ์ ถึงจะรับรู้ได้ด้วยตัวเอง บางคน ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงการกระทำ ที่ทำมาจนเคยชินได้ เช่น การขึ้นเสียงใส่กันอย่างไม่มีเหตุผล ปิดโทรศัพท์หนีเพราะ เบื่อที่จะพูดคุยเรื่องที่เขามองว่ามันซ้ำซาก อ่านไลน์แต่ไม่ตอบ แล้วอีกหลายการกระทำ ที่กลายเป็นเหตุผลให้เราเลือกเดินจากมา ไม่ช้าก็เร็ว ต้องมีสักวัน ที่เขาจะได้รู้ว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่สมควรทำกับใครทั้งนั้น   :: เขาจะนึกถึงสิ่งที่ควรจะให้ (แต่ไม่ได้ให้) :: คนบางคน เริ่มต้นความสัมพันธ์อย่างงดงาม มีคำพูดดีๆ มอบให้กัน ดูแลกันอย่างดีจนเรารู้สึกผูกพัน […]

9 สัญญาณที่บอกได้ว่า เราควรจะไปต่อกับเขาดีมั้ยใน เดทครั้งแรก

หากจะพูดถึง เดทครั้งแรก อันน่าตื่นเต้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คุณจะต้องแอบอยากรู้จัก คู่เดทของคุณ มากแน่ๆ แต่มันก็มีบางอย่างที่คุณไม่สามารถเอ่ยถามตรงๆ ได้จริงมั้ย ? นักจิตวิทยาบอกกับเราว่า มันมีปฏิกิริยา และ ลักษณะบางอย่าง ที่สามารถบ่งบอกได้ว่าคู่เดทของเรากำลังมีใจให้เราอยู่หรือเปล่า สำหรับใครที่กำลังมีความรัก หรือ เริ่มสานสัมพันธ์ครั้งใหม่ มาลองดูว่าสัญญาณแบบไหนคือดี และ สัญญาณแบบไหนคือน่าเป็นห่วง   1.) เขาแอบแตะสัมผัสเสื้อผ้า หน้าผมของตัวเองบ่อยๆ ถ้าเธอ หรือ เขา ยกมือยกไม้แตะผมของตัวเอง หรือ พยายามจัดทรงผม กับเสื้อตัวเองให้ดูดี ทุกคนคะ นี่คือสัญญาณที่ดีอย่างหนึ่งเลยละ เพราะ นั่นหมายความว่า เขากำลังพยายามทำตัวเองให้ดูดีกว่าเดิม และเหตุผลก็น่าจะมองแบบเป็นกลาง และ แง่บวกหน่อยๆ ได้ว่า เขากำลังอยากให้เราประทับใจในตัวเขาอยู่   2.) เขาจ้องตรงเข้ามาในดวงตาของคุณ และจดจ่ออยู่กับคุณ นี่ไงที่เขาว่ากันว่า ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ เมื่อเขาจ้องมาที่คุณอย่างลึกซึ้ง อ่อนโยน และให้ความสนใจ นั่นแปลว่าเขาชอบที่ได้คุยกับคุณ และก็ชอบคุณด้วย (บราโว่) แต่ระวังไว้นิดนึงนะคะ […]

เจ็บแต่จบ วิธีคิดเพื่อ จบความสัมพันธ์ ที่มาถึงทางตัน

ความสัมพันธ์ที่เคยคิดว่าร่วมกันสร้างมาอย่างดิบดี เมื่อมาถึงจุดหนึ่งกลับไม่มีความสุขอีกต่อไป เพราะกลายเป็นเราที่ถูกให้ความสำคัญน้อยลงทุกที เมื่อมาถึงขั้นนี้ก็ถึงเวลานั่งทบทวนตัวเองแล้ว ว่าจะอยู่ต่อเพื่อรออีกฝ่ายหมดใจ หรือ จบความสัมพันธ์ ก้าวออกไปเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเรา   :: เลิกคิดเข้าข้างตัวเอง :: ไม่ใช่เรื่องผิด ที่จะมองโลกแง่บวกและคิดเข้าข้างตัวเอง แต่หากการคิดเข้าข้างตัวเองนั้นทำให้เราจมอยู่กับชีวิตที่ไม่มีคุณค่าก็ป่วยการจะสานต่อ เราอาจรู้สึกอยากให้โอกาส อยากให้ใครคนนั้นนึกถึงวันดีๆ ที่เราเคยมีร่วมกัน แต่ให้ลองไต่ตรองให้ดี ว่าการให้โอกาสของเรา มันนานเกินไปแล้วหรือเปล่า ? และดูพฤติกรรมของเขาว่าสมควรได้รับโอกาสนั้นมั้ย ?   :: เด็ดเดี่ยวแค่ไหน อยู่ที่ใจ :: ไม่มีใครจะคิดถึงเราได้ดีเท่ากับตัวเราเองอีกแล้ว เพราะ ‘ใจ’ เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมทุกอย่าง ดังนั้นจึงเป็นเราเองที่จะเลือกเดินออกมาจากจุดที่ไม่ได้มีความสุขอีกต่อไป หรือเลือกอยู่กับอดีตที่ไม่ได้ให้ความสุขกับเราอีกแล้ว อย่าปล่อยให้ความรู้สึกควบคุมชีวิต ในวันที่เจ็บจนชาขอให้มองโลกตามความเป็นจริง คุณยังมีชีวิต มีลมหายใจ และทุกสิ่งทุกอย่างนั้นคุณเป็นเจ้าของ ถึงเวลาแล้วที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง   :: ให้ความเจ็บปวดเป็นครูของเรา :: เพราะมีชีวิตจึงยังเจ็บปวด และเพราะเจ็บปวดเราจึงได้เห็นความงดงามของสิ่งที่ตรงกันข้ามกันอย่างความรัก ลองชั่งน้ำหนักความรู้สึกดูว่าทุกวันนี้ ความเจ็บปวดอยู่ในระดับที่มากกว่าความรักความเข้าใจหรือเปล่า หากมากเกินไปก็ถอยออกมา ไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองและวันเวลาที่เสียไป แต่ขอให้ขอบคุณความเจ็บปวด เพราะมันทำให้เราเปลี่ยนแปลงและเติบโตขึ้น   อะไรที่เคยเห็นว่าสำคัญ […]

รู้ไหม ทำไมเวลามีความรัก ผู้หญิงจึงสวยขึ้น วิทยาศาสตร์มีคำตอบ

ทำไม เวลา ” มีความรัก ” ผู้หญิงจึงสวยขึ้น หลายคนคงมีข้อสงสัย หรือได้ยินเค้าพูดๆกันว่า ผู้หญิงเวลา มีความรัก จะดูสวยขึ้น รู้ไหมว่าคำกล่าวนี้ไม่ได้มีขึ้นมาลอยๆ แต่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ให้เรียบร้อย ลองมาดูกันเลยว่าความรักจะช่วยให้คุณสาวๆสวยขึ้นได้อย่างไร ฮอร์โมน คือปัจจัยสำคัญ นอกจากพฤติกรรมทางกายภาพจะมีผลต่อสมดุลของฮอร์โมนแล้ว การมีความรักหรือตกหลุมรักใครสักคนจะช่วยกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะซีโรโทนินและโดพามีนที่เพิ่มปริมาณขึ้นมาก ส่งผลให้ความเครียดต่างๆที่เกิดขึ้นเบาบางลงจึงมีความสุขและอิ่มเอมใจอยู่เสมอ หากระบบการผลิตและหลั่งซีโรโทนินดำเนินไปอย่างราบรื่นในช่วงกลางวัน จะส่งผลดีต่อกระบวนการสร้างเมลาโทนินในช่วงกลางคืนด้วย จึงช่วยให้หลับสนิท วงจรการนอนหลับมีคุณภาพ โกร๊ธฮอร์โมนก็หลั่งออกมาทำงานร่วมกันเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายได้เต็มที่ จึงตื่นมาพร้อมหน้าตาที่สดใสเปล่งปลั่ง ผิวพรรณมีน้ำมีนวล และดูสวยงามทุกวัน นอกจากนี้ ปริมาณของซีโรโทนินกับโดพามีนที่เพิ่มมากขึ้น ยังมีผลต่อการทำงานของสมองส่วนไฮโปทาลามัส จึงควบคุมความรู้สึกต่างๆได้ดี อีกทั้งช่วยเชื่อมโยงกับการหลั่งฮอร์โมนเอสโทรเจนให้ง่ายขึ้น ประจำเดือนเป็นปกติ ผิวหนังก็ดูสดใสเปล่งปลั่ง และเส้นผมเงางาม ฮอร์โมนซีโรโทนิน เอสโทรเจน เมลาโทนิน และโกร๊ธฮอร์โมน คือ กลุ่มพลังฮอร์โมนชะลอวัยสำหรับผู้หญิง ช่วยให้ร่างกายดูอ่อนเยาว์และสดใสได้ดีกว่าเครื่องประทินผิวราคาแพง เงื่อนไขเดียวที่จะคงความสาวไว้ได้นานที่สุดคือ ฮอร์โมนทั้งสี่ชนิดต้องรวมพลังกันเท่านั้น สำหรับสาวๆ ที่ยังครองชีวิตโสดจนถึงวัยสูงอายุก็ไม่ต้องกังวล เพราะความชื่นชอบดารา นักร้อง นักกีฬา หรือการจินตนาการถึงภาพตัวเองที่สวยขึ้นอย่างมีความสุข ก็ช่วยให้่วงจรฮอร์โมนแห่งความอ่อนเยาว์นี้ทำงานได้ดีเช่นกัน สิ่งสำคัญคือ ต้องพยายามรู้สึกสนุกตื่นเต้นในทุกจังหวะของชีวิตให้ได้ แม้อายุจะล่วงเลยไปเท่าไรก็ตาม […]

6 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่าคุณคือ ” คนสำคัญ ” สำหรับเขา

6 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่าคุณคือ ” คนสำคัญ ” สำหรับเขา คนเราเดาใจกันยาก บางครั้งคุณอาจไม่แน่ใจว่าคนคนนี้กำลังคิดกับเราอย่างไรกันแน่นะ แล้วเรามีความสำคัญสำหรับเขาบ้างหรือเปล่า มาดู 6 สัญญาณ ที่อาจบ่งบอกว่าคุณคือ ” คนสำคัญ ” สำหรับเขากันค่ะ   1. เขานึกถึงคุณอยู่เสมอ ไม่ว่าจะทำอะไร เขาก็มักจะนึกถึงคุณ ไม่ว่าจะเล่าให้ฟัง ถ่ายรูปมาให้ดู ซื้อมาฝาก คุณคือคนที่เขามักจะนึกถึงอยู่บ่อยครั้ง มีการติดต่อหรือไปมาหาสู่กันอยู่เป็นประจำ   2. เขาชอบเล่าเรื่องของเขาให้คุณฟัง เขามีความสุขที่ได้เล่าเรื่องต่างๆ และคอยอัปเดตชีวิตให้คุณฟัง เขาอยากคุณรับรู้อยู่เสมอว่าเขาเป็นอย่างไร ทำอะไรอยู่บ้าง เหมือนคอยมารายงานตัวให้คุณรับทราบ เป็นหนึ่งพฤติกรรมที่น่ารักน่าเอ็นดูอยู่เหมือนกันนะคะ   3. เขาจดจำรายละเอียดเกี่ยวกับคุณได้ ยกตัวอย่างเช่น เขาจำได้ว่าคุณชอบรับประทานอะไร ไม่ชอบรับประทานอะไร ชอบไปที่ไหน ชอบทำอะไร ฟังเพลงแนวไหน รายละเอียดเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยของใครหลายๆ คน แต่ไม่ใช่สำหรับเขาคนนี้ ที่คอยใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ของคุณอยู่เสมอ จนบางครั้งคุณอาจรู้สึกแปลกใจว่า “เอ๊ะ! เขาจำเรื่องนี้อย่างไรกันนะ?” แม้แต่ตัวคุณเอง […]

5 เหตุผล ในการ เลิกคบ จบความสัมพันธ์กับใครสักคน

เหตุผลที่ชวนให้หันกลับมาคิดว่า คุณควร เลิกคบ กับคนคนนี้หรือไม่ มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คนสองคนคบกัน แต่ในขณะเดียวเมื่อความสัมพันธ์ไม่ได้ดำเนินไปอย่างที่เราต้องการ ก็มีเหตุผลมากมายที่เพียงพอจะทำให้เราตัดสินใจ เลิกคบ ใครสักคนหนึ่งได้   1.เขาทำให้คุณเสียใจซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่คุณต้องพิจารณาต้นเหตุของความเสียใจนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่า ความเสียใจนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร เกิดขึ้นจากความตั้งใจหรือไม่ และเมื่อเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น เขามีความพยายามที่จะแก้ไขสถานการณ์นั้นอย่างไร เขามองว่าเรื่องนี้คือปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขหรือไม่ เขาได้พยายามปรับปรุวเปลี่ยนแปลงอะไรให้ดีขึ้นกว่าเดิมบ้างหรือไม่   2.เขามองคุณในแง่ร้ายอยู่เสมอ หากเค้ามองคุณในแง่ร้ายอยู่เสมอ หวาดระแวง และไม่ไว้วางใจคุณอยู่เสมอ แม้ว่าคุณจะพยายามพิสูจน์ตนเองให้เค้าเห็นมากขนาดไหน ก็ไม่สามารถทำให้เขามองคุณในแง่ดีขึ้นมาได้ หากยังคบกันต่อไป ก็มีแต่จะหวาดระแวง หาเรื่องร้ายๆ (ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องจริง แต่เกิดขึ้นจากความหวาดระแวงของเขาเอง) ขึ้นมาทำร้ายจิตใจกันบ่อยๆ จนทำให้รู้สึกอึดอัดและตะขิดตะขวงใจที่จะคบกัน   3.เขาไม่เคยมอบสิ่งดีๆ ให้กับคุณ มีแต่จะคอยทำร้ายทำลายความรู้สึก คนเรา หากจะคบกัน ไม่ว่าด้วยสถานะอะไร สิ่งหนึ่งที่ควรมอบให้แก่กันคือความรักความห่วงใย ไม่ต้องถึงกับเอาใจใส่ตลอดเวลา แต่ก็ควรที่จะคิดดี ทำดีให้แก่กัน แต่ถ้าหากเค้าคอยแต่จะกลั่นแกล้ง ทำร้ายจิตใจ ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจซ้ำแล้วซ็ำอีก แม้ว่าคุณจะเตือนเขา หรือบอกความในใจให้เขารู้แล้ว เขาก็ยังไม่หยุดที่จะทำร้ายความรู้สึกของคุณ แถมบางครั้ง เขายังดูสนุกกับการทำให้คุณรู้สึกไม่ดีอีกด้วย หากเขาเป็นคนเช่นนี้ ก็ไม่แน่ใจว่าเขาไม่รู้จักวิธีการแสดงความรัก หรือเขาคบคุณเพียงเพื่อให้คุณเป็นที่ระบายอารมณ์เท่านั้น   […]

6 แนวทางรับมือกับ ‘ความเหงา’ ไม่มีเขา เราก็อยู่ได้

6 แนวทางรับมือกับ ‘ความเหงา’ ไม่มีเขา เราก็อยู่ได้   คนบางคนเป็นฝ่ายส่งมอบความรู้สึก หลายครั้งที่เรานั่งรอการตอบกลับของใครอีกคนด้วยความกระวนกระวายใจเพราะอยากได้รับความรักตอบมา แต่สิ่งที่ได้กลับเป็น ‘ความเหงา’ เพียงอย่างเดียว เหนื่อยมั้ยที่ต้องรอคอยและคาดหวังอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้   มันถึงเวลาแล้วหรือเปล่าที่เราควรเลิกนอนกอดความเหงา แล้วหันมาทำบางสิ่งเพื่อความสุขของตัวเอง   :: หากิจกรรมใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจทำ :: ลองก้าวออกจากโซนเดิมที่คุ้นชิน ไปลองทำอะไรที่แหวกแนวดูบ้าง อย่างเช่นถ้าคุณชอบอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน ก็เปลี่ยนไปหากิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่ฝืนตัวเองมากจนเกินไปทำดู หรือถ้าชอบกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์อยู่แล้วก็ลองเปลี่ยนมาทำกิจกรรมที่ช่วยให้ใจสงบ ให้ชีวิตหลุดจากต้นเหตุแห่งความเหงา ‘เขา’ และความทรงจำเดิมๆ แถมยังอาจได้รู้จักคนดีๆ คนอื่น ในสังคมที่คุณไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน   :: มองคนรอบข้างบ้าง :: อย่าลืมว่าเราไม่ได้ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ ยังมีอีกหลายสังคมรอบตัวเรา มีครอบครัว เพื่อนสนิทหรือเพื่อนที่ทำงาน และคนอื่นๆ อีกมากมายที่เราอาจเผลอมองข้ามไป ไม่จำเป็นต้องคิดถึงคนเพียงคนเดียว ลองเปลี่ยนมาคิดถึงคนอื่นๆ นอกจากเขาดูบ้าง แล้วจะพบว่าชีวิตของเราไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่คิด   :: เปลี่ยนบรรยากาศและสถานที่ :: เวลาที่เหงาลองมองรอบข้างดูดีๆ เราอาจกำลังนั่งเศร้าอยู่คนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมที่แสนจำเจ แล้วจะมัวเสียเวลาคิดถึงสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ไปทำไม ? ลองลุกออกจากห้อง เก็บกระเป๋าออกไปเปิดโลกทัศน์ มองหามุมมองใหม่ๆ […]

keyboard_arrow_up