บ่อเกิดแห่งความทุกข์ ธรรมะโดย พระอาจารย์มานพ อุปสโม

ปัญหานานัปการในชีวิตของเรานั้นล้วนเกิดมาจากความรู้สึกภายในใจ ปัญหาของคนอื่นยังไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ จนกระทั่งมาสู่ใจของเรานั่นเองจึงกลายเป็นปัญหา คำว่าปัญหานั้น หมายเอาเฉพาะปัญหาที่เกิดแก่ตัวเราเท่านั้น ปัญหาทั่วไปไม่ต้องพูดถึง เพราะปัญหาทั้งหลายบนโลกใบนี้ ตราบใดที่ยังไม่เข้าสู่ใจของเรา ก็ยังไม่สำคัญเพราะไม่ก่อให้เกิดทุกข์ ดังนั้น หากเราต้องการจะดับทุกข์ทางใจ ก็ต้องเข้าใจเรื่องของเราเองให้ถ่องแท้เสียก่อน ทุกข์ใจคืออะไร ทุกข์ใจคือความไม่สบายใจ ซึ่งเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ทุกคน ลองทบทวนดูสิว่าขณะที่เราไม่สบายใจ ใจของเราคิดถึงอะไร ถ้านึกย้อนกลับไปจะเห็นว่า ใจของเรากำลังคิดถึงใครหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ แสดงว่าเราเป็นทุกข์เพราะคิดถึงสิ่งที่ทำให้ใจทุกข์นั่นเอง พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า ทุกข์เกิดจากการดำริ ตัวดำริคิดถึงเป็นสาเหตุทำให้ใจทุกข์ คิดถึงอะไร ประการแรกคือ คิดถึงสิ่งที่ทำให้เราชอบ เมื่อคิดไปถึงสิ่งที่ชอบแล้วใจจะเกิดความพอใจ เมื่อพอใจแล้วก็จะเกิดความอยากได้ เมื่ออยากได้เราก็เริ่มเดือดร้อนกับการเสาะหาวิธีที่จะช่วยให้ได้สิ่งนั้น ไม่นานนักความหวาดกลัวก็จะเกิดตามมา ความหวาดกลัวอันดับหนึ่งก็คือกลัวว่าจะไม่ได้ กลายเป็นความระแวงจนต้องใช้เล่ห์เพทุบายเข้าช่วยให้สมใจ แม้ว่าจะต้องทำความผิดหรือทำร้ายใครคนใดคนหนึ่งก็ตาม ในที่สุดก็เป็นทุกข์เพราะโดนความผิดนั้นคอยทิ่มแทงใจไม่หยุดหย่อน อีกหนึ่งประการที่ทำให้เป็นทุกข์ก็คือการคิดถึงสิ่งที่ทำให้เราชัง คิดถึงเรื่องแย่ ๆ เรื่องในเชิงลบ เรื่องที่เลวร้าย จนทำให้ใจต้องหมองมัว เช่น การคิดถึงคนที่กำลังทำให้เรารู้สึกขัดใจ ถ้าเรารู้สึกขัดใจใครแล้ว เราก็จะเริ่มกังวลว่า เขาจะพูดหรือทำอะไรไม่ดีที่จะส่งผลเสียมาถึงเราหรือเปล่า บางครั้งทุกข์ทางใจที่เกิดขึ้นจึงมิได้เกี่ยวกับตัวเราโดยตรงด้วยซ้ำ แต่เพียงแค่คิดขึ้นมาว่าจะมีคนทำเรื่องไม่ดีกับคนที่เรารักเราชอบ เราก็เดือดร้อนใจแล้ว แม้แต่เวลาที่มีใครไปทำดีกับคนที่เราเกลียดก็ตาม เราก็ขัดใจได้อีกเหมือนกัน ตอนนี้มีหนึ่งคำถามให้ช่วยตอบ คือ “ถ้ามีใครสักคนมาทำให้เราไม่สบายใจ อะไรเป็นตัวปัญหา” การที่ใครสักคนมายืนต่อว่าเราอยู่ปาว […]

สูตรยาระงับสรรพทุกข์ สร้างสรรค์สูตรโดย ท่านพุทธทาสภิกขุ

คำเตือน: ยาขนานนี้ผสมสูตรจากคำสอน ท่านพุทธทาสภิกขุ โปรดอ่านสรรพคุณให้ดีก่อนนำไปใช้ เครื่องยา : สามารถหาได้กาย วาจา ใจของตัวเอง

ความทุกข์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ธรรมะโดย หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ

ความทุกข์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น คือสภาวทุกข์ที่เป็นทุกข์ประจำขันธ์ ถึงคนนั้นจะมีความเป็นอยู่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติและเพียบพร้อมด้วยกามคุณอยู่ก็ตาม สภาวทุกข์ย่อมแสดงตัวขึ้นที่ขันธ์อยู่เสมอ เช่น รูปขันธ์ที่จิตยังครองร่างอยู่ ย่อมปรากฏ ความทุกข์ ขึ้นที่กายที่ใจ เพราะกายใจเป็นสถานที่รองรับทุกข์ และเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์อีกด้วย ถึงไม่มีใครปรารถนา แต่จำเป็นต้องได้รับ เพราะเป็นธรรมชาติที่มีอยู่กับตัว ถึงจะพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้ ความทุกข์ ดับไป แต่ก็ไม่สำเร็จ เช่น แสวงหากามคุณ คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ มากลบเอาไว้ แต่ก็ไม่มีใครในโลกนี้ปิดบังทุกข์ไว้ได้ เพราะทุกข์เป็นสัจธรรมประจำธาตุขันธ์ และเปิดเผยกับตัวเองอยู่ทุกวันคืน จะยืน เดิน นั่ง นอน ในอิริยาบถต่าง ๆ นั้นเป็นเพียงหลบหลีกทุกข์ชั่วคราวเท่านั้น และไม่มีอิริยาบถใดมีความสุขที่แน่นอน เช่น ยืนนานก็เป็นทุกข์ เดินนานก็เป็นทุกข์ นั่งนานก็เป็นทุกข์ นอนนานก็เป็นทุกข์ เราจะหาเอาความสุขจากธาตุขันธ์มาจากที่ไหน ในที่สุดก็คว้าเอารูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ มากลบทุกข์ไว้ชั่วคราวเท่านั้น แทนที่จะเป็นผลดี กลับยิ่งเพิ่มความทุกข์ให้เกิดความรุนแรงขึ้น เหมือนการดับไฟ จะหาขี้เลื่อยหาแกลบมากลบไฟเอาไว้ แทนที่ไฟจะดับไป […]

ทำไมต้องรู้จักกับความทุกข์ ธรรมะเปิดปัญญา โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ

ทำไมต้องรู้จักกับความทุกข์ ธรรมะเปิดปัญญา โดย ท่านพุทธทาสภิกขุ ทำไมต้องรู้จักกับความทุกข์ ท่านพุทธทาสบรรยายธรรมไว้ว่า สิ่งแรกที่สุดที่คนเราจะต้องรู้จัก และศึกษาเล่าเรียนปฏิบัติกรรมฐานภาวนาในพระพุทธศาสนานั้น สิ่งนั้นก็คือความทุกข์   ไม่รู้ทุกข์ก็ให้ผู้อื่นเป็นคนบอก คนเราเลยไม่รู้ว่าจะตั้งต้นอย่างไร ไม่มีปัญหา แล้วจะสะสางอะไร ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ จะไปหาหมอหรือหาการเยียวยารักษาทำไม สิ่งที่จะต้องมีปรากฏอยู่ในใจก็คือสิ่งที่เรียกว่าความทุกข์เป็นสิ่งแรก ท่านอาจจะรู้สึกด้วยตนเองก็ได้ว่าความทุกข์เป็นอย่างไร แต่มันคงจะไม่สมบูรณ์ไม่หมด ดังนั้นจึงต้องให้ผู้อื่นช่วยบอกให้ ข้อนี้ก็ตรงกับพระพุทธภาษิตที่ว่า แต่ก่อนโน้นก็ดี เดี๋ยวนี้ก็ดี ตถาคตบัญญัติแต่เฉพาะเรื่องความทุกข์ กับเรื่องความดับไม่เหลือแห่งทุกข์เท่านั้น พระองค์ตรัสว่า จะบัญญัติ (คือพูด คือกล่าว คือสอนแนะนำ แต่งตั้งอะไรก็ตาม) เฉพาะเรื่องทุกข์กับเรื่องความดับทุกข์ สังเกตว่าจะมีคำว่าทุกข์มาเป็นเรื่องแรก     การที่ท่านพุทธทาสภิกขุกล่าวว่า “ต้องให้ผู้อื่นช่วยบอกให้ (ว่าเป็นทุกข์)” ขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพว่ามีด้วยหรือที่คนเราจะไม่เห็นว่าสิ่งนี้เป็นทุกข์จนกระทั่งต้องมีคนอื่นมาบอก สมัยพุทธกาลมีเจ้าหญิงเลอโฉมมากนางหนึ่ง เมื่อได้เข้ามาบวชเป็นพระภิกษุณีในสำนักของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงทราบว่าเจ้าหญิงพระองค์นี้ หลงใหลในรูปโฉมของตน เพราะมีความงดงามมาก ได้รับการยกย่องว่าเป็น ชนบทกัลยานี เทียบกับปัจจุบันคงคือตำแหน่งนางงาม พระพุทธเจ้าทรงพระเมตตาให้เจ้าหญิงละจากการหลงในความงาม เพราะการยึดติดในรูปขันธ์ที่มองวาเป็นสุข แต่แท้จริงแล้วการยึดติดในรูปขันธ์นั้นเป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าทรงเนรมิตหญิงงามที่งามที่สุดในสามโลกให้คอยปรนนิบัติพระองค์ เจ้าหญิงจ้องมองพระเนตรไม่กระพริบ หญิงงามนางนั้นก็ค่อย ๆ กลายเป็นหญิงชรา […]

มีทุกอย่างแต่ยังทุกข์… ความสุขที่ขาดหาย โดย ท่าน ว.วชิรเมธี

ท่าน ว.วชิรเมธี ได้ตอบคำถามของผู้ที่ “ใจยังพร่อง” ชีวิตครบถ้วนสมบูรณ์พร้อม แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมี ความสุข เท่าไร ดังนี้ ปุจฉา ผมเป็นคนที่ชีวิตมีพร้อมทุกอย่าง ประสบความสําเร็จในหน้าที่การงาน มีครอบครัวที่อบอุ่นและมีเงินทองเหลือกินเหลือใช้ ไม่ว่าใครก็อิจฉา แต่ทําไมลึก ๆ แล้วผมถึงยังรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมี ความสุข เท่าไร คือไม่ถึงกับทุกข์แต่รู้สึกว่ายังขาดอะไรบางอย่างอยู่เสมอ ไม่แน่ใจว่าสิ่งนั้นคืออะไร และจะขจัดความรู้สึกนี้ได้อย่างไรครับ วิสัชนา คุณเคยอ่านประวัติของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ไหม ผู้ชายคนนี้เคยเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ทรัพย์สินที่เขามีมากกว่าทรัพย์สินที่คนไทยทั้งประเทศมีอยู่เสียอีก แต่เขาบริจาคเงินเข้ามูลนิธิของบิล เกตส์ มหาเศรษฐีซึ่งเคยเป็นอันดับหนึ่งของโลกหลายสมัยติดต่อกัน เขาบริจาคเงินมหาศาลกว่าหมื่นล้านเหรียญ แต่ไม่ต้องการแม้แต่หนังสืออนุโมทนาบัตร ชีวิตส่วนตัวนั้นเป็นที่รู้กันว่าบัฟเฟตต์ทำตัวแสนจะธรรมดา ทั้งเสื้อผ้า อาหาร และรถยนต์ที่ใช้ ล้วนเป็นของธรรมดาพื้น ๆ เขานิยมชีวิตที่เรียบง่าย นั่นเป็นเรื่องซึ่งเล่าต่อ ๆ กันมาของมหาเศรษฐีของโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง เคยอ่านพบในหนังสือเล่มหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว เล่าเรื่องคล้ายกัน คือ มหาเศรษฐีคนหนึ่งของเม็กซิโก เมื่อเขาทำธุรกิจจนรวยล้นฟ้าแล้ว วันหนึ่งก็ขายกิจการทุกอย่าง แล้วกลับออกไปใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัดอย่างเงียบ ๆ แถมให้อีกเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องจริง วันหนึ่งมีคนสัมภาษณ์อดีตประธานาธิบดีท่านหนึ่งของติมอร์ว่า […]

ยาสามัญประจำใจ 9 ขนาน รักษาโรคทุกข์ให้หาย ได้ผลชะงัด!

หากคุณกำลังมีความ ทุกข์ ขอเชิญมารับยาที่ช่องนี้ เรามียาสามัญประจำใจ ข้อมูลบางส่วนจาก ธรรมะสำหรับผู้ป่วย โดยพระไพศาล วิสาโล

มีวิธีขจัดความทุกข์จากการสูญเสียลูกสาวอย่างไร

วิธีผ่าตัดลูกศรแห่งความทุกข์ โดย พระอาจารย์พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี มีวิธีขจัดความทุกข์จากการสูญเสียลูกสาวอย่างไร ผมมีลูกสาวอยู่คนหนึ่ง เป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักน่าเอ็นดูมาก ผมเลี้ยงดูเธอด้วยตัวเองมาตั้งแต่เธอคลอดออกมาดูโลกใบนี้ ผมและภรรยารักเธอมาก เมื่อปีกลาย เธอเพิ่งสอบและกำลังจะเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง คืนหนึ่งเธอขออนุญาตไปทานข้าวกับเพื่อนข้างนอกเพื่อเลี้ยงฉลองการจบการศึกษา คืนนั้นเธอขอกลับบ้านกับเพื่อนไม่ต้องให้ผมไปรับ แต่ประมาณตีสอง ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากตำรวจ แจ้งว่าพบเธอนอนหมดสภาพอยู่ข้างถนน ผมกับภรรยาตกใจมาก รีบไปที่โรงพยาบาล พบว่าเธอถูกข่มขืน เมื่อฟื้นขึ้นมา เธอรู้สึกบอบช้ำทางจิตใจมาก ถึงแม้ผมและภรรยาจะปลอบใจเท่าไร เธอก็ยังรู้สึกชอกช้ำใจอยู่ดี แทบจะไม่พูดไม่จาและไม่ทานข้าว เมื่อร่างกายเธออยู่ในสภาพที่ปกติ ผมและภรรยาจึงพาเธอกลับบ้าน ผ่านไป 2 - 3 วัน วันนั้นผมและภรรยาจำเป็นที่ต้องออกไปทำธุระสำคัญข้างนอก ผมจำใจฝากให้พี่เลี้ยงดูแลเธอ ตั้งใจว่าเสร็จธุระแล้วจะรีบกลับมา ประมาณบ่ายโมง ผมได้รับโทรศัพท์จากพี่เลี้ยงว่า เธอกินน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าไป ผมรีบบึ่งไปหาเธอที่โรงพยาบาล แต่ก็สายเกินไป ครั้งสุดท้ายที่ผมได้เห็นหน้าลูกคือร่างที่ไร้วิญญาณ แม้กระทั่งเสียงลูกคำสุดท้ายผมก็ไม่ทันได้ฟัง ผมรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดมากที่วันนั้นผมออกไปทำธุระ ผมอยากนมัสการถามพระคุณเจ้าว่า ถาม : ผมควรจะทำอย่างไรกับชีวิตของผมต่อดี เพราะขณะนี้ผมรู้สึกไร้ค่าและขาดแรงจูงใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไปในภายภาคหน้า แทบทั้งชีวิตของผมเป็นของลูกไปแล้วนับแต่เธอลืมตาดูโลก ตอบ : คุณต้องยอมรับความจริง แม้ว่าความจริงนั้นจะเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม เพราะมันก็เป็นความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว หากเราไม่ยอมรับ ความทุกข์ ความเจ็บปวดก็จะยังคงอยู่ แต่เมื่อเราบอกตัวเองว่า ถึงอย่างไรมันก็เกิดขึ้นแล้ว และมันก็ “ผ่านไปแล้ว” จิตใจจะเปลี่ยนคุณภาพใหม่ นั่นก็คือการ “ยอมรับได้” เมื่อจิตเกิดการ “ยอมรับได้” ก็จะ “ปล่อยลง ปลงได้” แต่ถ้าเราไม่ยอมรับความจริง จิตก็จะยังคงอึดอัดขัดข้องอยู่อย่างนั้น สภาพของจิตของคุณจะไม่ต่างจากการโยนลูกเหล็กกลม ๆ ลงไปในรูเหลี่ยม ที่เมื่อเหล็กกลมเข้าไปอยู่ในรูเหลี่ยมแล้ว ก็เลื่อนลงไปข้างล่างไม่ได้ จะดึงออกมาก็ยากลำบาก อาการอย่างนี้เขาเรียกว่า “ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก” ประการต่อมา บอกตัวเองว่า ถึงอย่างไรชีวิตลูกก็จบลงไปแล้วตัวเราสิยังคงมีชีวิตอยู่ ทำไมเราจึงปล่อยชีวิตของเราเหมือนกับคนที่ “ตายทั้งเป็น” หากความเจ็บปวดนั้นเกิดขึ้นกับลูกไปครั้งหนึ่งแล้ว เราก็ควรเยียวยาตัวเองให้เร็วที่สุด แม้จะยากเพียงไรก็ต้องทำ เพื่อที่จะไม่ให้ความเจ็บปวดนั้นทำร้ายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีก พระพุทธองค์ตรัสว่า ความทุกข์ที่เกิดจากคนอื่นสร้างให้นั้นเป็นเหมือนลูกศรดอกที่หนึ่งที่เข้ามาปักอกเรา ทางที่ถูก เราควรถอนลูกศรนั้นออกให้เร็วที่สุด ถ้าเราไม่ทำเช่นนั้น เอาแต่ทุกข์ไม่จบไม่สิ้น ก็เท่ากับว่าเรากำลังสร้างลูกศรดอกที่สองขึ้นมา และทิ่มมันใส่หน้าอกซ้ำสองด้วยมือของตัวเอง การกระทำเช่นนี้ไม่ฉลาดเลย คุณควรถอนลูกศรดอกแรกและควรผ่าตัดเอาลูกศรดอกที่สองออกจากอกของตัวเองด้วย จึงจะถูก ถาม :  ผมอยู่กับความรู้สึกผิดตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเวลากินเวลานอน ผมแทบจะทำอะไรไม่ได้ เมื่ออยู่ที่บ้าน มองไปทางไหนก็เหมือนเห็นลูกนั่งร้องไห้และตัดพ้อผมที่ทิ้งเธอให้อยู่คนเดียวในวันนั้น ผมควรทำอย่างไรต่อไปดีครับ ตอบ : คุณควรเงยหน้าขึ้นมาศึกษาสัจธรรมของชีวิตว่า ชีวิตคนเรานั้นตกอยู่ในสัจธรรมของชีวิต 5 ประการ คือ 1. เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่มีใครล่วงพ้นความแก่ไปได้ 2. เรามีความเจ็บเป็นธรรมดา ไม่มีใครล่วงพ้นความเจ็บไปได้ 3. เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่มีใครล่วงพ้นความตายไปได้ 4. เรามีความพลัดพรากจากคนรักเป็นธรรมดา ไม่มีใครล่วงพ้นจากความพลัดพรากไปได้ 5. เรามีกรรมเป็นสมบัติของตน เราทำกรรมใดไว้ จะดีหรือชั่วก็ตาม ก็ต้องยอมรับผลของกรรมนั้นด้วยตัวเอง หากพิจารณาให้ดี คุณจะพบว่า คุณอาจมีส่วนผิดอยู่บ้างแต่ก็น้อยมาก เพราะความผิดต่อลูกนั้นไม่ได้เกิดจากเจตนาที่คุณต้องการจะให้เกิด มองในอีกมุมหนึ่ง หากลูกของคุณสร้างกรรมมาเพียงแค่นั้น (คือเพื่อที่จะมีอายุเพียงแค่นี้) คุณก็ควรยอมรับความจริงเสียเถิด เหตุปัจจัยแห่งอายุของเขามีชีวิตอยู่ได้แค่นั้น ก็ต้องยอมรับความจริง ถือเสียว่า “สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป” นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่คุณควรทำก็คือ การฝึกเจริญสติเพื่อ “อยู่กับปัจจุบัน” ให้เป็น เพราะอาการของคุณนั้นเหมือนคนที่อยู่กับ “อดีต” มากกว่าอยู่กับที่นี่และเดี๋ยวนี้ การฝึกเจริญสติจะทำให้คุณหลุดออกมาจากโลกของความคิดและเป็นอิสระจากความทุกข์ได้ในที่สุด (อย่างไรก็ตาม หากไม่มีเวลาไปฝึกเจริญสติ ก็ควรหางานให้ตัวเองทำอยู่เสมอ จิตจะได้ไม่แช่อยู่กับความทุกข์นานจนเกินไป ทำตัวให้ยุ่งกับงานเข้าไว้ ผ่านไปสักระยะหนึ่ง อาการจะดีขึ้นเอง) อย่าลืมว่าความทุกข์เกิดขึ้นและมันก็ดับลงแล้ว เหลือแต่คุณเองที่ยัง “รั้ง” ความทุกข์นั้นไว้ในใจของตัวเองอยู่ หากคุณไม่ชอบความทุกข์ ก็ควรลุกขึ้นมาดับทุกข์เสีย ด้วยวิธีการดังกล่าวมาแล้ว    ธรรมะจากพระอาจารย์พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี : พระอาจารย์ผู้ไขปัญหา Photo by Arleen wiese on Unsplash หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ Secret Magazine (Thailand)

“ทุกข์คลายได้ เมื่อใจยอมรับ” บทความสำหรับคนทุกข์ จาก พระไพศาล วิสาโล

พระไพศาล วิสาโล เขียนไว้ใน บทความสำหรับคนทุกข์ ว่า ถ้าไม่อยากซ้ำเติมตนเองก็ควรทำใจยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ก่อน แต่การยอมรับไม่ได้แปลว่ายอมแพ้

ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็พ่ายแพ้ไป – สัจธรรมในโลกแห่งการแข่งขัน

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นกติกาของการอดทน ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ ก็พ่ายแพ้ไป ปัญหาหลายอย่าง เป็นเหมือนเครื่องทดลองใจ หรือเป็นแบบฝึกหัดให้เราก้าวข้าม

ความทุกข์ของคนเก่ง บำบัดได้ด้วยธรรมะ

เรื่องราวของผู้หญิงเก่งคนหนึ่ง ซึ่งเกิดความทุกข์จากการเรียนในต่างแดนและการถูกคุกคามทางเพศโดยไม่คาดฝันเธอจะหาวิธีคลายทุกข์ได้หรือไม่ ธรรมะจะรักษาใจเธอได้หรือเปล่า

True Story : กว่าฉันจะสอบผ่านวิชา “ ทุกขัง ”

หากเทียบกับบรรดาเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน ฉันน่าจะเป็น “ผู้ใหญ่” เร็วกว่าใคร เพราะมีโอกาสได้ทำงานเก็บประสบการณ์ตั้งแต่อายุยังน้อยไม่ว่าจะถ่ายละคร ถ่ายโฆษณา เป็นพริตตี้ พิธีกร แม้กระทั่งเป็นผู้ประกาศข่าว แต่ละงานได้ค่าตอบแทนสูง มีหน้ามีตา มีคนมาห้อมล้อมเอาใจ ง่ายต่อการหลงระเริงเป็นที่สุด…

หากกลัวความทุกข์ จงข่มจิตให้อย่ากลัวความทุกข์ คำแนะนำจากแม่ชีศันสนีย์

หากเรา กลัวความทุกข์ ข่มจิตให้อย่ากลัวความทุกข์ เพราะมนุษย์ทุกคนสามารถก้าวผ่านความทุกข์ได้ ด้วยการเปลี่ยนแปลงตนเอง คำแนะนำดี ๆ จากแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

5 วิธีข้ามความทุกข์ใจแบบเดิมๆ โดยคุณพศิน อินทรวงค์

ความทุกข์ใจ เป็นเรื่องทีเ่กิดขึ้นกับทุกคน แต่เราจะมีวิธีรับมือเพื่อที่จะก้าวข้ามความทุกข์นี้อย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ “ถ้าอยากมีชีวิตใหม่ ก็ต้องกัดฟันลุกขึ้นมาทำสิ่งใหม่”

เพื่อนมนุษย์ ความทุกข์ และความตาย บทความเตือนสติมนุษย์

เพื่อนมนุษย์ ความทุกข์ และความตาย บทความเตือนสติมนุษย์ โดยคุณพศิน อินทรวงค์ ความทุกข์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และความทุกข์นี่เองคือเพื่อนแท้

9 เคล็ดลับปราบทุกข์ รับรองทำแล้วสุขทุกวัน

หากคุณกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งทุกข์ เรามี เคล็ดลับปราบทุกข์ มาฝาก และหากคุณลงมือปฏิบัติตามได้ทุกข้อ รับรองว่าคุณจะยิ้มแป้นเปี่ยมสุขทุกวันอย่างแน่นอน

ความทุกข์ ความสุข ถ้าเราไม่เกลียด ไม่รัก ทำได้ไหม? บทความจาก พระไพศาล วิสาโล

ใครๆ ก็รักสุข เกลียดทุกข์ กันทั้งนั้น ที่เรามุ่งแสวงหาทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียง เกียรติยศหรือเข้าวัดปฏิบัติธรรมก็เพราะรักสุข ณะเดียวกันการที่เรามีอุปกรณ์

Q: ขลุกอยู่กับ ความทุกข์ แล้วใจจะไม่หมองเศร้าเหรอคะ

Q: ขลุกอยู่กับ ความทุกข์ แล้วใจจะไม่หมองเศร้าเหรอคะ Q : ไปขลุกอยู่กับ ความทุกข์ แล้วใจจะไม่หมองเศร้ากันไปใหญ่เหรอคะ A : เวลาใจอยู่กับความทุกข์ ก็จะไม่ไปอยู่กับสิ่งที่ทำให้เราเป็นทุกข์ เวลาคนเราเป็นทุกข์ก็ต้องมีสาเหตุ มีสิ่งที่ทำให้ใจเป็นทุกข์ ยกตัวอย่าง ความทุกข์ที่เกิดจากคนรักจากเราไป เวลาคิดถึงคนรัก ใจก็เป็นทุกข์ใช่ไหม แต่ถ้าเรา “มองใจ” ที่มันเป็นทุกข์ “อยู่กับใจ” ที่เป็นทุกข์ “ดูใจ” ที่เป็นทุกข์ ใจก็จะไม่คิดถึงคนรัก เมื่อไม่คิดถึงใจก็คลายจากความทุกข์ได้เอง ถ้าถามว่าความทุกข์ดีหรือไม่ ก็คงต้องตอบว่าไม่ดี ใครๆ ก็ไม่อยากได้ แต่ถ้าเราสามารถเข้าไป “มองดูรู้ทัน” ความทุกข์นั้นก็มีประโยชน์ เอาทุกข์มาดู มาเป็นมุมมองจนรู้เท่าทัน ก็ทำให้ใจเราพ้นจากความทุกข์ได้   พระอาจารย์มานพ อุปสโม พระอาจารย์ผู้แก้ไขปัญหา Photo by Francisco Gonzalez on Unsplash หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma […]

keyboard_arrow_up