True story : เมื่อ ความตาย อยู่ตรงหน้า

True story : เมื่อ ความตาย อยู่ตรงหน้า เสียงโหวกเหวกโวยวายแม้ฟังไม่ได้ศัพท์ แต่กลับกระชากผมให้ตื่นขึ้นมาจากภวังค์หลับใหล ยังไม่ทันได้ตั้งสติใดๆ รถที่นั่งก็พุ่งเข้าชนตอสะพานอย่างจัง เสียงดังโครมเพียงแค่อึดใจ แล้วทุกอย่างก็เงียบงัน 1 ผมและ กบ (นิมิตร จิตรานนท์) เพื่อนสนิท เดินทางด้วยเครื่องบินจากกรุงเทพฯมาถึงเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย เมื่อคืนนี้ ตามแผนที่วางไว้เราต้องต่อรถไปยังพุทธคยาเพื่อถ่ายทํารายการสารคดีเกี่ยวกับสังเวชนียสถานในอินเดียเป็นเวลา 11 วัน สาเหตุที่ต้องบินมาลงที่นี่ก่อนเพราะเราเลือกเดินทางในวันที่ไม่มีเที่ยวบินตรงไปพุทธคยา 2 เมื่อถึงสนามบินเมืองกัลกัตตาก็เป็นเวลาตีหนึ่งแล้ว รถเช่าที่เอเจนซี่หาไว้ให้ก็มารออยู่แล้วเช่นกัน คนขับรถและผู้ช่วยคนขับบอกว่า ต้องออกเดินทางทันทีเพื่อจะไปถึงพุทธคยาในตอนเช้า คนขับรถยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่าเขาพร้อมทํางานเพราะพักผ่อนมาเต็มที่แล้ว เราสองคนจึงตกลงออกเดินทางทันที 3 สองข้างทางที่รถแล่นไปมีแต่ความมืด มองไม่เห็นวิวทิวทัศน์ใด ๆ เราสองคนจึงนั่งแบบหลับ ๆ ตื่น ๆ ไปตลอดทาง รู้สึกตัวครั้งหนึ่งประมาณตีสาม เพราะคนขับรถแวะพักรถที่ปั๊มน้ํามันเก่า ๆ สักพักแล้วก็ออกเดินทางต่อ ประมาณเจ็ดโมงเช้า ผมสะดุ้งตื่น เพราะได้ยินเสียงของผู้ช่วยคนขับโวยวาย เมื่อลืมตาเต็มตื่นก็เห็นด้านหน้ารถพุ่งชนตอสะพานอย่างจัง ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของผมเหมือนถูกผลักให้หลุดออกจากเบาะ แต่แล้วก็โดนกระชากกลับมาอยู่ที่เดิม เพราะเข็มขัดนิรภัยที่คาดไว้ดึงรั้งกลับมา ผมเจ็บแปลบบริเวณท้องที่รัดเข็มขัดนิรภัยไว้ หันไปมองข้าง […]

ความตาย น่ากลัว? บทความให้เตรียมใจ โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

ความตาย น่ากลัว? บทความให้เตรียมใจ โดย แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต “จะทำใจอย่างไร เมื่อต้องเผชิญกับความจากพราก ความตาย ”………… สิ่งที่เรารัก คนที่เรารัก วันหนึ่งก็ต้องมีการจากพรากกันเป็นธรรมดาโลก ไม่ “จากเป็น” ก็ “จากตาย” บางคนอาจไม่พบภาวะ “จากเป็น” แต่สำหรับ “จากตาย” ต้องเจอแน่นอน เพราะความตายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และความตายก็ไม่มีคิว ผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องตายก่อน เด็กไม่จำเป็นต้องตายหลัง เราทุกคนมีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย ทำกรรมอะไรย่อมได้ผลของกรรมนั้น ฉะนั้น สิ่งที่แน่นอนคือ ทุกคนต้องตาย เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่าต้องตายเมื่อไรเท่านั้นเอง สำหรับข้าพเจ้า “ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว” ที่มนุษย์กลัวตายเป็นเพราะมองความตายในความหมายของ “การจากพราก” เรารักอะไร ย่อมไม่อยากพรากจากสิ่งนั้น “ความตายทำให้เราถนอมรักมากขึ้น” เพราะถ้ารู้ว่าสิ่งที่รักกำลังจะตาย เราจะยิ่งทะนุถนอม เราจะไม่ประมาทในความรัก เพราะสิ่งที่เรารักกำลังอยู่กับเราสั้นลง ความตายจึงไม่ได้น่ากลัว แต่จะถูกนำมาใช้ให้ถูกต้องและงดงาม เพื่อให้ความรักที่มีอยู่ถูกต้องและงอกงาม แม้จะสั้นลง ทว่าก็จะสดเสมอ การเกิดและความตายเป็นแพ็คเกจเดียวกันค่ะ มนุษย์ได้การเกิดพร้อมกับความตาย เราจึงพึงมองการเกิดอย่างชื่นชมและมองความตายอย่างมีคุณค่า และดำเนินชีวิตโดยอยู่อย่างมีความหมาย และตายอย่างมีคุณค่า […]

มอง ความตาย ใน 3 ศาสนา

มอง ความตาย ใน 3 ศาสนา “ความตาย” เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยง ชีวิตหลัง ความตาย เป็นดังปริศนาที่ทุกคนหาคำตอบ คำสอนของแต่ละศาสนามีคำตอบที่แตกต่างกันไป Secret จะพาคุณไปรู้จักกับ ความตาย ในมุมมองของ 3 ศาสนาและพินิจเรื่องความตายที่เป็นเรื่องใกล้ตัวเราทุกคน   คติความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดของชาวไทยพุทธ คนไทยส่วนใหญ่ที่นับถือศาสนาพุทธมีคติความเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดคำสอนในพุทธศาสนากล่าวว่า  มนุษย์ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ รูป(ร่างกาย) และจิต ร่างกายอาจแตกดับไปตามอายุขัย  แต่จิตยังคงวนเวียนไปตามผลกรรมที่ได้กระทำยามมีชีวิต  หากต้องการให้จิตหลุดพ้นจากวัฏจักรอันเป็นทุกข์ไม่สิ้นสุด  ต้องประกอบกรรมดี  ละเว้นจากการทำบาปทั้งปวง  และมุ่งฝึกพัฒนาจิต ละกิเลสซึ่งเป็นเครื่องผูกมัดเหนี่ยวรั้งใจทั้งปวงเพื่อเข้าสู่นิพพาน คนไทยพุทธจึงเน้นที่การประกอบพิธีกรรมเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตายเพราะเชื่อว่าจะส่งผลให้วิญญาณผู้ตายไปสู่สุคติภูมิ  การประกอบพิธีกรรมหลายวันเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยประคองความรู้สึกของญาติมิตรที่ยังมีชีวิตอยู่ให้คลายความโศกเศร้าจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักลงได้บ้าง  และทำให้ได้ตระหนักถึงความไม่เที่ยงแท้แห่งสังขารอีกด้วย ตามประเพณีดั้งเดิมนั้น พิธีศพมีขั้นตอนที่ประณีตและซับซ้อนมาก  ต่อมาได้ยกเลิกขั้นตอนบางอย่างลงด้วยปัจจัยด้านเวลาและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจ ประเพณีเกี่ยวกับงานศพของชาวไทยพุทธแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ 1. วันถึงแก่กรรม  2. วันตั้งศพบำเพ็ญกุศล  3. วันฌาปนกิจ (วันเผา) 4. วันหลังฌาปนกิจ (วันเก็บอัฐิ) แต่ละขั้นตอนของพิธีศพล้วนแฝงคติธรรมเพื่อเตือนใจให้ระลึกถึงความตายและพิจารณาถึงความไม่เที่ยงแท้ของชีวิต เช่นทิศทางการวางศพ  โดยหันศีรษะของศพไปทางทิศตะวันตก  เพราะเชื่อว่าเป็นทิศของคนตาย  ซึ่งแฝงคติธรรมให้พิจารณาว่าการตายคือการเสื่อมสิ้นไป  เหมือนพระอาทิตย์ที่ตกทางทิศตะวันตกเสมอ  นอกจากนี้พิธีกรรมในหลายขั้นตอนยังสะท้อนให้เห็นถึงคติความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย  เช่น พิธีนำเงินใส่ปากศพ  โดยถือว่าเป็นการมอบทุนทรัพย์ให้ผู้ตายติดตัวไว้ใช้ในการเดินทางสู่โลกหน้า การตั้งศพบำเพ็ญกุศลอาจกำหนดเป็น 3 วัน  5 วัน  หรือ 7 วัน  แล้วแต่ฐานะของเจ้าภาพ แต่ถ้าเป็นการตายแบบผิดธรรมชาติหรือตายเร็วกว่าเวลาที่ควรจะเป็น  อาจตั้งศพบำเพ็ญกุศลเพียงหนึ่งคืน  และประกอบพิธีฌาปนกิจให้เร็วที่สุด การนิมนต์พระสงฆ์มาสวดพระอภิธรรม แม้จะมองดูว่าเป็นการกระทำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ  แต่มีคติธรรมที่แฝงอยู่คือการเตือนสติให้ญาติมิตรที่ยังมีชีวิตอยู่ได้พิจารณามรณานุสติความไม่เที่ยงแท้ของสังขาร  ให้มีสติกำกับการใช้ชีวิตอยู่ตลอดเวลา  ไม่ประมาทในการใช้ชีวิต  ทำความดีและสร้างสมบุญกุศลทั้งปวงเพื่อความสุขทั้งยามมีชีวิตและเมื่อละสังขาร การไปร่วมงานศพและการเคารพศพถือเป็นการแสดงความระลึกถึงผู้ล่วงลับ ขอขมาลาโทษและอโหสิกรรมให้แก่กัน วันที่สำคัญที่สุดของประเพณีงานศพคือวันฌาปนกิจหรือวันเผา  เนื่องจากมีขั้นตอนพิธีกรรมมากมาย  และเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัว  ญาติมิตร  และเพื่อนฝูงจะได้ส่งผู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย  ตามประเพณีจะไม่นิยมเผาศพในวันพระและวันศุกร์ วันหลังฌาปนกิจ ลูกหลานและญาติมิตรของผู้ล่วงลับจะนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีบังสุกุลและเก็บกระดูกหรืออัฐิใส่โกศหรือภาชนะมีฝาปิดตามแต่ฐานะของครอบครัวผู้ล่วงลับ เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ที่วัด  บางรายอาจแบ่งอัฐิบางส่วนมาเก็บไว้ที่บ้าน  ส่วนเถ้าถ่านที่เผาศพจะรวบรวมและนำห่อผ้าขาวไปลอยที่แม่น้ำลำคลองหรือทะเล สมัยก่อนงานศพส่วนใหญ่จัดขึ้นที่บ้านของผู้ล่วงลับ  แต่ปัจจุบันนิยมจัดพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัด  เพราะสะดวกทั้งเรื่องสถานที่และการทำพิธีกรรม อาจารย์จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมไทย กล่าวถึงคติความเชื่อเรื่อง ความตายของชาวไทยพุทธว่า “คนไทยพุทธเชื่อว่า  เมื่อตายไปแล้วต้องมีโลกหน้าที่เราเดินทางต่อไปเพราะฉะนั้นครอบครัวและญาติจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลต่าง ๆ ให้ผู้ตาย  โดยเชื่อว่าเขาจะได้ไปสู่สุคติภูมิ  หรืออาจไปเกิดในที่ดี ๆ ไปสวรรค์  แทนที่จะไปเกิดในนรกหรือเกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉาน “คติความเชื่อเรื่องความตายของชาวไทยพุทธมักแฝงคติธรรมเสมอ เช่นการมัดตราสัง  คือการใช้ด้ายสายสิญจน์ทำเป็นบ่วงมัดศพเป็นสามเปลาะที่คอ  มือและเท้า  ในอดีตยังไม่มีการฉีดน้ำยารักษาศพมิให้เน่าพองอืด  การมัดตราสังจึงเป็นวิธีการป้องกันไม่ให้ศพที่เก็บไว้หลายวันพองอืดขึ้นจนดันโลงแตก  แต่ถ้าพิจารณาแล้วก็เป็นคติธรรมแฝงให้คิดว่า  บ่วงทั้งสามเปรียบได้กับตัณหา 3 ประการที่เป็นห่วงผูกรั้งมนุษย์ให้ตกอยู่ในวัฏสงสารดังภาษิตโบราณที่ว่า ‘ตัณหารักลูกเหมือนดังเชือกผูกคอ  ตัณหารักเมียเหมือนดังปอผูกศอก  ตัณหารักข้าวของเหมือนดังตอกรัดตีน’ ผู้ใดสามารถสละได้ก็จะพ้นจากทะเลทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิด”   การจากไปสู่ชีวิตที่เป็นนิรันดร์ของชาวคริสเตียน ชาวคริสเตียนนิกายโปรเตสแตนต์เชื่อว่าการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้เป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้นเพราะชีวิตหลัง ความตาย คือการกลับไปมี“ชีวิตนิรันดร์”  ซึ่งหมายความว่า  เมื่อตายแล้วมนุษย์จะกลับไปอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าในสวรรค์อันเป็นที่อยู่ถาวร  ซึ่งพระเจ้าได้ทรงเตรียมไว้สำหรับมนุษย์ทุกคนที่เชื่อและวางใจในพระองค์ ตามพระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า  แท้จริงแล้วพระเจ้าไม่ได้สร้างมนุษย์ให้มี ความตาย  แต่มนุษย์คู่แรกทำผิดต่อพระผู้เป็นเจ้า  ดังนั้นพระองค์จึงทำให้มนุษย์ต้องตายเพื่อลงโทษการตายก็คือการขาดจากความสัมพันธ์กับพระเจ้า  แต่ในที่สุดแล้วพระเจ้าก็ทรงส่งพระเยซูคริสต์มาไถ่บาปให้เหล่ามนุษย์  เพื่อให้มนุษย์กลับไปคืนดีกับพระเจ้าอีกครั้ง  การกลับไปคืนดีนี้คือการกลับไปมีสัมพันธภาพกับพระเจ้าแบบถาวร  ซึ่งไม่มีสิ่งใดแยกได้อีกแม้กระทั่งความตายของร่างกาย  ดังนั้นชีวิตนิรันดร์ได้เริ่มต้นขึ้นในชีวิตนี้แล้วทันทีหลังจากเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า คติความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายของชาวคริสเตียนส่งผลต่อการดำเนินชีวิตโดยชาวคริสเตียนเชื่อว่าชีวิตบนโลกนี้เป็นเรื่องชั่วคราว  ชีวิตหลังความตายยิ่งใหญ่กว่ามาก  ดังนั้นชาวคริสเตียนจึงใช้ชีวิต  ความสามารถ และวัตถุที่มีอยู่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคมให้ได้มากที่สุด เมื่อชาวคริสเตียนถึงแก่กรรม  จะมีการจัดพิธีศพอย่างเรียบง่าย  เพราะเชื่อว่าการตายเป็นการจากไปเพียงชั่วคราว  และวันหนึ่งทุกคนจะได้เจอกันอีกครั้งในดินแดนของพระเจ้า  พิธีที่สำคัญคือ  “พิธีนมัสการไว้อาลัย”  ซึ่งอาจจัดขึ้นที่โบสถ์เป็นเวลา 3 - 5 วันโดยประมาณตามแต่สะดวก ระเบียบพิธีศพโดยทั่วไปคล้ายการเข้าโบสถ์ในวันอาทิตย์  ซึ่งประกอบด้วยการร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า  การอธิษฐานเพื่อขอพรและการปลอบประโลมใจแก่ครอบครัวผู้วายชนม์  การอ่านพระคัมภีร์  การเทศนาบรรยายธรรม  ซึ่งเน้นเรื่องความหวังหลังความตาย  และเล่าถึงบทเรียนชีวิตของผู้ล่วงลับ (บางครั้งคริสเตียนใช้คำว่า “ล่วงหลับ”คือการไปหลับอยู่กับผู้ที่จากไปก่อน)  เพื่อระลึกถึงคุณความดีและตัวอย่างที่ดีของผู้ที่จากไป เมื่อครบกำหนดพิธีกรรมไว้อาลัยแล้วสมัยก่อนนิยมฝังศพที่สุสาน  โดยเคลื่อนศพไปยังสถานที่ฝัง  จากนั้นให้สัปเหร่อยกศพลงหลุมศพที่เตรียมไว้  ระหว่างทำพิธีมีการร้องเพลงที่มีเนื้อเพลงเกี่ยวกับความหวังในชีวิตหลังความตาย  จากนั้นผู้ร่วมพิธีจะนำก้อนดินพร้อมดอกไม้ที่เจ้าภาพแจกจ่ายให้ไปวางในหลุมศพ  ปิดฝาหลุมศพ  และอธิษฐานอวยพรญาติพี่น้องที่มาร่วมงาน  เป็นอันจบพิธี ปัจจุบันชาวคริสเตียนบางท่านอาจทำพิธีเผาที่คริสตจักรที่มีเตาเผาหรือที่วัดไทยหรือไม่ก็บริจาคศพให้แก่โรงพยาบาลเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา  แล้วแต่ความประสงค์ของผู้เสียชีวิตและครอบครัว  เพราะไม่มีกฎเกณฑ์หรือพิธีกรรมบังคับตายตัวใด ๆ ตามประเพณีของชาวคริสเตียนนั้นจะมีการรำลึกถึงผู้ล่วงลับและเยี่ยมเยียนสุสานในเทศกาลอีสเตอร์  หรือเทศกาลวันฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูเป็นประจำทุกปี อาจารย์ ภากร มังกรพันธุ์ อดีตผู้ช่วยศิษยาภิบาลแห่งคริสตจักรสืบสัมพันธวงศ์  กล่าวถึงคติหลังความตายของชาวคริสเตียนนิกายโปรเตสแตนต์ว่า […]

Dhamma Daily : ทำอย่างไรไม่ให้คิดกังวลและกลัวความตาย

Dharma Daily : ทำอย่างไรไม่ให้คิดกังวลและ กลัวความตาย ถาม: อยากทราบว่าคนเราทุกคนเกิดมาแล้วต้องตาย จะทำอย่างไร ไม่ให้เกิดความคิด ความกังวล และ ความ กลัวความตาย ที่ยังมาไม่ถึงคะ ตอบ: คันที่หลังแล้วไปเกาที่หัว เกาจนหัวถลอกก็ไม่หายคัน กลัวตายแล้วไปกังวล กังวลให้ตายก็ไม่หายกลัว โคลนเกิดจากน้ำ เอาน้ำนั่นแหละล้างโคลน ความกังวลเกิดจากใจ ก็เอาใจนั่นแหละล้างความกังวล กลัวก็ต้อง ตาย ไม่กลัวก็ต้องตาย แต่ถ้ากลัวตายก็จะทุกข์ตั้งแต่วันนี้จนวันตาย ถ้าไม่กลัว ทุกข์นิดเดียวตอนจะตาย ชอบแบบไหน เลือกเอา ถ้าเลือกไม่กลัวตายก็ต้องฝึกให้เห็นความตายเป็นเรื่องธรรมชาติ เมื่อมีการเกิดก็ต้องมีตาย เมื่อมีการกินก็ต้องมีการถ่าย ถ้าไม่อยากตายก็อย่าเกิด ถ้าไม่อยากถ่ายก็อย่ากิน ฝึกให้เห็นจริงตามความเป็นจริงจนจิตมันยอมรับ โดยลองคิดว่า ถ้าอีกเจ็ดวันต้องตาย เราจะต้องทำอะไรบ้าง แล้วเขียนออกมา จากนั้นก็ขยับเป็นสามวัน และถ้าคืนนี้นอนแล้วไม่ตื่น เราทำใจได้ไหม เมื่อฝึกระลึกแบบนี้บ่อย ๆ ใจมันจะยอมรับ ความกังวลจะหายไปเอง ดังบทกลอนที่ พระศาสนโสภณ เขียนไว้ว่า         ระลึกถึงความตายสบายนัก       มันหักรักหักหลงในสงสาร บรรเทามืดโมหันต์อันธการ                ทำให้หาญหายสะดุ้งไม่ยุ่งใจ พระอาจารย์ประสงค์ ปริปุณโณ (วัดป่าโคเปนเฮเกน) : พระอาจารย์ผู้ไขปัญหา หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ [email protected] บทความน่าสนใจ คุณหมอ […]

ความตายเป็นเรื่องไม่ไกลตัว – พระไพศาล วิสาโล

ความตายเป็นเรื่องไม่ไกลตัว นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกันคนหนึ่งเคยกล่าวว่า “ตายน่ะไม่ยากหรอก หาที่จอดรถสิยากกว่า” นักเขียนผู้นี้คงตั้งใจพูดให้ขำ เพราะเขามุ่งหมายจะหยอกล้อชีวิตของคนสมัยใหม่ในเมืองใหญ่ที่ไม่มีอะไรน่าปวดหัวเท่ากับการหาที่จอดรถ แต่ดูแล้วเหมือน ความตายเป็นเรื่องไม่ไกลตัว เลย แต่มองให้ดี คำพูดดังกล่าวมีส่วนจริงไม่น้อย การตายเป็นเรื่องของแต่ละคน ไม่จำต้องมีคนอื่นมาเกี่ยวข้องด้วยก็ได้ แต่การหาที่จอดรถให้ได้นั้นไม่ได้อยู่ที่เราคนเดียว แต่ขึ้นอยู่กับคนอื่นด้วย ที่จริงยิ่งกว่านั้นก็คือ เราทุกคนต้องตาย ไม่มีใครหนีพ้นความตายจึงเป็นเรื่องที่แน่นอนของทุกชีวิต แต่การจะหาที่จอดรถในเมืองใหญ่ให้ได้นั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีใครรับประกันได้เลย อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดที่พูดมาคงไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ผู้คนทุกวันนี้กังวลกับการหาที่จอดรถมากกว่าความตาย เหตุผลที่แท้จริงน่าจะเป็นเพราะในสายตาคนสมัยใหม่ การหาที่จอดรถให้ได้ในเมืองใหญ่เป็นปัญหาใกล้ตัวที่ต้องเจอะเจอทุกวัน ในขณะที่ความตายนั้นดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวเหลือเกิน ปัญหาอะไรที่ใกล้ตัวหรือกำลังเจออยู่ต่อหน้า เรามักจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่เสมอ แต่อะไรก็ตามที่ยังอยู่ไกล เรามักมองเห็นเป็นเรื่องเล็ก คนที่หงุดหงิดงุ่นง่าน เพราะไม่ได้สูบบุหรี่ หรือกินเหล้า ย่อมรู้สึกว่าการหาสิ่งเหล่านี้ มาเสพให้ได้เป็นเรื่องใหญ่ที่สุด ส่วนเรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่จะตามมานั้นถือเป็นเรื่องไม่สลักสำคัญเท่าใด ทำนองเดียวกับคนที่ทุกข์ใจเพราะอยากได้รถคันงามไว้ขับ มักมองว่านี่เป็นเรื่องใหญ่ จึงต้องดิ้นรนหารถมาครอบครองให้ได้ แม้จะต้องกู้ยืมมาก็ตาม ส่วนจะมีปัญญาหาเงินมาผ่อนได้หรือไม่ค่อยว่ากันทีหลัง แต่จริงหรือที่ว่าความตายเป็นเรื่องไกลตัว มีใครบ้างที่แน่ใจว่าวันนี้ความตายไม่มีทางจะเกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนใกล้ตัว เราทุกคนไม่ว่าจะเยาว์วัยแค่ไหนมีสิทธิ์ตายได้ทุกขณะ ถ้าไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุหัวใจวาย ก็อาจเป็นเพราะภัยธรรมชาติ มีภาษิตทิเบตกล่าวไว้อย่างน่าฟังว่า “ระหว่างพรุ่งนี้กับชาติหน้า ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่าอะไรจะมาก่อน” อันที่จริงเราทุกคนล้วนรู้อยู่แก่ใจว่าสักวันหนึ่งเราก็ต้องตาย แต่ทันทีที่นึกถึงความตายของตนเอง คนส่วนใหญ่จะรู้สึกเสียววาบหรือถึงกับผวา เพราะในส่วนลึกยอมรับไม่ได้ที่ตัวเองจะต้องตาย ทำใจไม่ได้ที่จะต้องพลัดพรากจากลูกหลาน พ่อแม่ หรือคนรัก ดังนั้นจึงพยายามผลักเรื่องนี้ออกไปจากความคิด […]

Dhamma Daily: คุยกับแฟน เรื่องความตาย แต่เขาโกรธ ควรทำอย่างไรดีคะ

Dhamma Daily: คุยกับแฟน เรื่องความตาย แต่เขาโกรธ ควรทำอย่างไรดีคะ หนูเป็นคนไม่กลัวความตาย รู้สึกว่าความตายเป็นเรื่องธรรมชาติ ธรรมดา แต่พอหนูพยายามบอกแฟนว่า ให้วางแผนชีวิตดีๆ

Dhamma Daily: ทำอย่างไร อยากแก้ไข สิ่งที่เคยทำไม่ดีกับคนตาย

หลายคนอาจะเคยทำ บาป หรือทำ สิ่งที่เคยทำไม่ดีกับคนตาย แม้วันนี้จะสำนึกได้แล้ว แต่ก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ มาหาทางแก้ไขความรู้สึกผิดที่ติดค้างในใจกันดีกว่านะคะ

เพื่อนมนุษย์ ความทุกข์ และความตาย บทความเตือนสติมนุษย์

เพื่อนมนุษย์ ความทุกข์ และความตาย บทความเตือนสติมนุษย์ โดยคุณพศิน อินทรวงค์ ความทุกข์ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และความทุกข์นี่เองคือเพื่อนแท้

7 ขั้นตอน เจริญภาวนา ด้วยการซ้อมตาย

หลายคนอาจเข้าใจว่า การทำบุญด้วยวิธี เจริญภาวนา ทำยากมาก พอพูดเรื่องการเจริญภาวนานั้นจะนึกถึงการนั่งหลับตา แต่จริงๆไม่จำเป็นต้องหลับตาเสมอไป

keyboard_arrow_up