วิธีตัดวงจรโรคแทรกซ้อน เพื่อคน เบาหวาน สุขภาพเลิศ

วิธีตัดวงจรโรคแทรกซ้อน เพื่อคน เบาหวาน สุขภาพเลิศ เบาหวาน หรือ น้ำตาลในเลือดสูง เป็นอาการที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักละเลย โดยหารู้ไม่ว่า โรคดังกล่าวจะค่อยๆ กัดกร่อนร่างกายทีละน้อย กว่าจะไหวตัวทันก็เกิดโรคแทรกซ้อนกับอวัยวะอย่างตา สมอง หัวใจ ไต และขาเสียแล้วใครที่คิดว่าโรค เบาหวาน ไม่ร้ายแรง คงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เสียแล้วละค่ะ   คุมน้ำตาลไม่ได้ อันตรายจากโรคแทรกซ้อน การปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติเป็นเวลานานส่งผลเสียอย่างไร อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต กล่าวไว้ในบทความ การแพทย์ทางเลือก - การแพทย์ผสมผสาน ในหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ว่า “เบาหวาน เป็นโรคที่ไม่มีเชื้อโรค เกิดจากพฤติกรรมการกินที่ผิด เราสามารถป้องกันและรักษาตัวเองด้วยวิธีปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยเฉพาะการกิน ในขณะที่แพทย์แผนปัจจุบันจะให้กินยาซึ่งต้องกินไปตลอดชีวิต เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ วิธีนี้ไม่ใช่การรักษา แต่เป็นเพียงการคุมอาการไม่ให้แย่ลง (ระดับน้ำตาลในเลือดสูง) กว่าเดิม” หลายคนเข้าใจผิด คิดว่ากินยาแล้วก็สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ จึงกินตามใจปาก ความคิดเช่นนี้คือหลุมพรางขนาดใหญ่ เพราะการกินยาเป็นเวลานานย่อมมีผลข้างเคียง โดยยาลดระดับน้ำตาลในเลือดมีผลต่อระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบประสาท เกิดอาการแพ้ทางผิวหนัง ทำให้ปวดศีรษะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ฯลฯ แม้จะกินยาเป็นประจำ แต่ไม่ปรับอาหารการกินเลย ปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงโรคเบาหวานจะค่อยๆ บ่อนทำลายร่างกายไปทีละน้อย และในที่สุดจะเกิดโรคแทรกซ้อนตามมา น้ำตาล วายร้ายทำลายอวัยวะ อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูต้นตำรับชีวจิต ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างน้ำตาลกับอวัยวะต่างๆ ว่า “การกินของรสหวานจำพวกขนมหวานหรือเครื่องดื่มต่างๆ เป็นการป้อนน้ำตาลเลวหรือน้ำตาลซูโครส (Sucrose) เข้าไปในร่างกาย ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้ว น้ำตาลนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นกลุ่มโปรตีนที่เรียกว่าไกลโคโปรตีน (Glycoprotein) เมื่อไกลโคโปรตีนไปผสมกับกรดแอมิโน จะทำให้กลายเป็นท็อกซิน (Toxin) หากไปเกาะอยู่ตามอวัยวะส่วนใดในร่างกายก็ตาม เช่น เกาะที่ตับจะทำให้อวัยวะนั้นอ่อนแอลงและทำงานไม่ได้ ปกติตับมีหน้าที่รับอินซูลินจากตับอ่อน เพื่อเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้เป็นไกลโคเจน ซึ่งมีหน้าที่ปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่อยู่ตลอดเวลา เมื่อตับทำงานไม่ได้ ก็ส่งผลให้อินซูลินทำงานได้น้อยลง จึงเกิดภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งส่งผลให้น้ำตาลยังคงอยู่ในเลือดและสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนป่วยเป็นเบาหวานนั่นเอง”   โรคแทรกซ้อนจาก เบาหวาน ที่จะกล่าวถึงนี้ ผู้เขียนขอแบ่งตามตำแหน่งของอวัยวะในร่างกาย เป็นโรคแทรกซ้อนกับอวัยวะส่วนบน ส่วนกลาง และส่วนล่างของร่างกาย ดังนี้     << อ่านต่อหน้าที่ 2 >>

ชีวจิตแนะนำ สมุนไพรลดความดันโลหิตสูง จากชาติอาเซียน

สมุนไพรลดความดันโลหิตสูง อาเซียนส่งเข้าประกวด นี้ชีวจิต พาคุณผู้อ่านตระเวนทั่วเขตเศรษฐกิจอาเซียน  เพื่อเสาะหาสมุนไพรที่คนท้องถิ่นจัดให้เป็นของดี  ทั้งยังมีการศึกษาวิจัยที่ระบุว่า  สมุนไพรบางชนิดช่วยลดไขมันในเลือดและความดันโลหิตได้  จึงขอรวบรวม สมุนไพรลดความดันโลหิตสูง ทั่วอาเซียน ไว้ที่นี่ที่เดียว ใช้สมุนไพรลดไขมัน + ความดันอย่างไรดี แพทย์หญิงดวงรัตน์  เชี่ยวชาญวิทย์  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบางกระทุ่ม  คอลัมนิสต์ประจำนิตยสารชีวจิตได้พูดถึงสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิตและไขมันในเลือดไว้ดังนี้ ในประเทศอาเซียนและประเทศไทยมีสมุนไพรดีๆมากมาย  เช่น  กระเทียม  พริกไทยดำ  กระเจี๊ยบแดง ใบบัวบก  ดอกคำฝอย  พลูคาว  เป็นต้น  ซึ่งแต่ละชนิดมีสารสำคัญที่ช่วยลดการสะสมของไขมันในอวัยวะต่างๆ ขับปัสสาวะ  และลดความดันโลหิตแตกต่างกันออกไป สำหรับการใช้สมุนไพรเป็นยานั้น  มีข้อควรระวังหลายอย่าง  ทั้งเรื่องของระดับไขมันที่รับได้  โรคประจำตัว ทั้งยังต้องพิจารณาไม่ให้ส่งผลกระทบกับยาแผนปัจจุบันที่กินอยู่  ดังนั้นการกินสมุนไพรต่างๆให้เป็นอาหารเช่นเดียวกับวัฒนธรรมที่มีมาแต่โบราณ  หรือกินเสริมช่วยให้ร่างกายแข็งแรงจึงเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด รวมถึงการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สมดุล  เช่น  แบ่งเวลาไปออกกำลังกายหรือทำสมาธิบ้าง จึงเป็นยาที่ดีที่สุดค่ะ พม่า : พลู ความปรารถนาดีจากเจ้าบ้าน พลูเป็นไม้เลื้อย  ลำต้นทอดยาว  รากมีขนาดเล็ก  พบมากในประเทศพม่า  มาเลเซีย อินโดนีเซีย  และบรูไนดารุสซาลาม  ใบพลูมีน้ำมันหอมระเหยและให้รสเผ็ดร้อน ข้อมูลจากหนังสือยาสมุนไพรที่ใช้ในสาธารณสุข มูลฐานในอาเซียน  […]

keyboard_arrow_up