สถานการณ์ขัดแย้ง ในครอบครัว คุยอย่างไรให้เกิดสันติ – ชีวจิต

สถานการณ์ขัดแย้ง สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ หลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว ที่ทำงาน และอีกมากมาย เพราะการพูดคุยกันนั้นถือเป็นเรื่องธรรมชาติ ปัญหาครอบครัวก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป เพราะทุกครอบครัวล้วนมีเหตุที่อาจเกิดความขัดแย้งระหว่างสมาชิกภายในบ้านได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความเห็นที่แตกต่าง การเลี้ยงลูก ปัญหาสุขภาพ หรือสถานภาพทางการเงิน วันนี้เราจึงมีคำแนะนำหรือแนวทางการคุยกันในสถานการณ์ที่ขัดแย้งของครอบครัว จากคุณหมอมาฝากค่ะ ผู้ช่วยศาสตรจารย์แพทย์หญิงทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล อาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เชี่ยวชาญปัญหาด้านจิตใจความสัมพันธ์และโรคทางจิตเวช เล่าว่า สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่เล็กที่สุด แต่ยิ่งใหญ่ที่สุด สถานการณ์ขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ซึ่งในสถานการณ์อย่างนี้ สิ่งที่สำคัญคือการกันหน้าคุยกันอย่างสันติ ด้วยการเปิดใจมาก ๆ เน้นว่าต้องเปิดใจมาก ๆ มากกว่าปกติ และสื่อสารด้วยความเคารพและให้เกียรติกัน เพราะสถานการณ์นี้มีความเปราะบางอย่างมากในความรู้สึกทั้งสองฝ่าย สิ่งที่ควรตระหนัก ความปังกับความพังใกล้กันนิดเดียว ถ้าคุยกันต่อไปไม่ไหว แนะนำให้หยุดการสนทนา ขอเวลานอก เพื่อให้สภาพร่างกายและจิตใจสงบลงก่อน เรียกสติกลับมาก่อนและเช็กใจใหม่ว่าเย็นพอที่จะคุยกันไหม ถ้ายังไม่พร้อมแนะนำให้พักการคุยกันไปก่อน ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ค่อยเจรจากันใหม่ สิ่งที่ไม่ควรลืม แม้ว่าอาหารสมอง (ความคิด ความเชื่อ) จะไม่เหมือนกัน แต่เรายังมีอาหารใจเดียวกันได้ค่ะ นั่นคือ ความรักและการยอมรับให้แก่กันได้เสมอ ปัญหาส่วนใหญ่ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง ปัจจัยต่าง […]

นิพพานเทียมง่าย ๆ ที่นี่และเดี๋ยวนี้ ธรรมะโดย พระอาจารย์ชาญชัย อธิปัญโญ

เราสามารถเข้าถึงนิพพานโดยทำใจให้ว่างสบาย ๆ ปลอดจากความคิด แม้จะได้ชั่วครั้งชั่วคราวก็ดีกว่าไม่ได้เลย นอกจากนี้อาจจะหาตัวช่วย เช่น •  ฟังเพลงบรรเลงที่ไพเราะนุ่มนวลชวนฟัง ปล่อยใจให้ผ่อนคลายเบาสบายไปกับเสียงเพลง โดยไม่ต้องใส่ความคิดเข้าไปปรุงแต่ง ให้ใจของเราดื่มด่ำเป็นสุขไปกับเสียงเพลง •  ชมภาพทิวทัศน์ของธรรมชาติที่ดูแล้วเย็นตาเย็นใจ ทำให้จิตใจมีความสงบปลอดโปร่งเบาสบาย •  ทำงานอดิเรกที่ทำแล้วผ่อนคลาย ไม่ปล่อยความคิดให้ฟุ้งซ่านไปทางรัก โลภ โกรธ หลง •  การทำจิตให้อยู่ในอารมณ์เช่นนี้ ก็เป็นสภาวะของนิพพานเทียมที่ทำได้ง่าย ๆ เช่นกัน   นิพพานเทียมในใจตน 1.  ถ้าอยู่กับตัวเองตามลำพังก็ให้มีสติปัญญารู้กายของเราเป็นหลัก 2.  ถ้ามีสิ่งอื่นที่มากระทบทางประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นทางตา ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย แม้ใจเผลอคิดถึงเรื่องต่าง ๆ ก็ใช้สติปัญญาพิจารณาสิ่งนั้น ๆ ว่า สิ่งใดเป็นคุณ สิ่งใดเป็นโทษ 3.  ละสิ่งที่เป็นโทษเป็นอกุศลเสีย 4.  เจริญในสิ่งที่เป็นบุญกุศล 5.  วางใจอย่าให้กระเพื่อมไหวไปในทางยินดียินร้าย สิ่งนี้พูดง่าย ฟังง่าย เข้าใจได้ไม่ยาก แต่ทำยาก จะทำให้ได้ก็ต้องฝึก การฝึกฝนก็คือความเพียร […]

keyboard_arrow_up