เมื่อตำรวจใจดีแบ่งอาหารกลางวันกินกับคนเร่ร่อน กลายเป็นภาพสุดประทับใจ

เมื่อตำรวจใจดีแบ่งอาหารกลางวันกินกับคนเร่ร่อน กลายเป็นภาพสุดประทับใจ เมื่อหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ แคสซี่ ลี ปาร์เกอร์ (Cassie Lea Parker) พักรับประทานอาหารกลางวันตามปกติ  ก็ได้พบภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งอยู่กับคนเร่ร่อนที่ริมถนน มือไวเท่าความคิด เธอรีบคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพนี้ทันที ซึ่งในเวลาต่อมา ภาพนี้ก็กลายเป็นไวรัลที่แชร์ไปทั่วโลกโซเชียล ภาพที่ว่านี้เป็นภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองโกลด์สโบโร่ รัฐนอร์ทแคโรไลนา กำลังนั่งอยู่บนพื้นหญ้ากับหญิงเร่ร่อนคนหนึ่ง ทั้งคู่กำลังพูดคุยและกินพิซซ่าด้วยกัน     คริส บาร์เนส (Chris Barnes) เพื่อนของแคสซี่ เป็นคนนำภาพนี้มาแชร์ในเฟซบุ๊ก และเขียนคำบรรยายภาพว่า “แคสซี่พักกินข้าวกลางวันและสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโกลด์สโบโร่ผู้แสนดี กำลังกินมื้อกลางวันกับคนเร่ร่อน ผู้รักษากฎหมายนั้นได้ทำเพื่อชุมชนของเรามากมาย โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น แต่เราเห็นคุณนะ กรมตำรวจโกลด์สโบโร่ จงทำดีเช่นนี้ต่อไปนะ” กรมตำรวจโกลด์สโบโร่เห็นโพสต์นี้ของคริสและได้แชร์ต่อไปอีก โดยแจ้งให้โลกโซเชียลได้ทราบชื่อของเจ้าหน้าที่ตำรวจนายนั้นด้วยคือ เจ้าหน้าที่ ไมเคิล ริเวอร์ส (Michael Rivers) ซึ่งมักมีเรื่องราวของนายตำรวจผู้นี้ลงเป็นเรื่องเด่นในเพจของกรมเสมอ เพราะเขาชอบเข้าไปช่วยเหลือคนในชุมชนเป็นประจำ และภาพนี้เพียงภาพเดียวดึงดูดให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความชื่นชม ทั้งในเฟซบุ๊กของคริสและของกรมตำรวจอย่างล้นหลาม     เพียงเสี้ยววินาทีที่แคสซี่ถ่ายภาพนี้ ก็กลายเป็นภาพแห่งความสุขชวนอบอุ่นใจสำหรับผู้คนมากมาย การปฏิบัติหน้าที่และความมีน้ำใจของเจ้าหน้าที่ริเวอร์สนั้นเป็นแรงบันดาลใจ และช่วยย้ำเตือนว่า การช่วยเหลือผู้อื่นไม่จำเป็นต้องมากมาย เพียงแค่พิซซ่าสักชิ้นก็กลายเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ในความรู้สึกของคนที่ได้พบเห็น หวังว่าเรื่องราวของเจ้าหน้าที่ริเวอร์สอาจช่วยจุดประกายให้คนในสังคมหันมาช่วยเหลือกันมากขึ้น […]

คนเร่ร่อนเสี่ยงชีวิตช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุ ผลตอบแทนที่ได้รับนั้นท่วมท้นเกินคาด

เราไม่มีทางรู้เลยว่า เมื่อไรเราจะอยู่ถูกที่ถูกเวลา สำหรับ ดาริน บาร์ตัน (Darin Barton) จากเมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด การอยู่ถูกที่ถูกเวลาของเขาเป็นความบังเอิญที่เสี่ยงอันตรายพอดู ปกติเขาใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งขอทานประทังชีวิตอยู่ตรงสี่แยกที่การจราจรวุ่นวาย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาจึงอยู่ใกล้พอที่จะช่วยชีวิตผู้ที่ประสบอุบัติเหตุรถชนกันครั้งใหญ่นั้นไว้ได้ ดารินเล่าว่า เขากลายเป็นคนเร่ร่อนไร้บ้านมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2014 หลังจากที่เขาบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุรถยนต์ ซึ่งทำให้เขาอยู่ในสภาพที่หางานทำไม่ได้ เขาไม่มีงานไม่มีเงินร่างกายก็ไม่แข็งแรงในที่สุดก็ลงเอยด้วยการอาศัยหลับนอนอยู่ใต้ทางยกระดับ และกระเสือกกระสนดิ้นรนหาเศษเงินเพื่อยังชีพ จนกระทั่งวันหนึ่งในช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดารินนั่งขอทานอยู่ตรงทางหลวง I-70 ในเมืองเลควู้ด รัฐแคลิฟอร์เนีย ก็เกิดอุบัติเหตุรถชนกันวินาศสันตะโรถึง 15 คัน รถบรรทุกชนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลหลายคัน จากนั้นรถที่ตามหลังมาก็เบรคไม่อยู่ ชนกันเป็นกองพะเนิน แล้วไฟก็ลุกพรึ่บ ดารินซึ่งมองเห็นเหตุการณ์จากริมถนนนั้น ไม่ปล่อยให้เสียเวลาแม้แต่นาทีเดียว เขาเหวี่ยงป้ายขอเงินที่ถือไว้ทิ้งไป แล้วรีบตรงไปยังรถที่ไฟกำลังลุกไหม้โดยไม่กลัวอันตราย ช่วยดึงผู้บาดเจ็บออกมาได้อย่างปลอดภัยและทันเวลา ดารินบอกกับผู้สื่อข่าวอย่างถ่อมตัวว่า เขาแค่ทำสิ่งที่ทุกคนต้องทำหากนั่งอยู่ตรงนั้นและเห็นเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา ถึงแม้เขาไม่คิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่ แต่คนอื่น ๆ มองเขาเป็นแบบนั้น และรู้สึกขอบคุณที่เขายอม เสี่ยงชีวิต ตัวเองเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่นึกถึงความปลอดภัยของตัวเองสักนิด สำนักข่าวในท้องถิ่นจึงทำ wish list ใน Amazon เพื่อให้คนเข้ามาซื้อของขวัญให้เขา เช่น บัตรของขวัญไว้ซื้ออาหาร เสื้อผ้า […]

หน่วยลูกเสือหญิงเพื่อเด็กเร่ร่อน

เด็กหญิงใน หน่วยลูกเสือหญิง Troop 6000 ดูไปแล้วก็เหมือนลูกเสือหญิงทั่วไป ตรงที่พวกหนู ๆ สวมเสื้อกั๊กที่มีตราสัญลักษณ์ลูกเสือติดหน้าอกและเดินขายคุกกี้การกุศลกับคนทั่วไป แต่หน่วยนี้มีความพิเศษคือ เด็กหญิงในหน่วยเป็นเด็กเร่ร่อน หน่วย Troop 6000 ก่อตั้งในปี 2016 เพื่อเด็กหญิงที่อาศัยอยู่ที่บ้านพักพิงสำหรับคนเร่ร่อนในเมืองนิวยอร์ก โครงการนี้นับว่ามีความพิเศษไม่มีใครเหมือนและเป็นไอเดียที่บรรเจิดมาก หน่วยลูกเสือหญิงนี้ถูกฝึกอบรมจากภายในบ้านพักพิงนั้น ๆ เอง จุดประสงค์เพื่อเพิ่มพลังให้ผู้หญิงและเด็กหญิง และเพิ่มโอกาสให้พวกเธอได้รับประโยชน์จากทุกสิ่งที่โปรแกรมลูกเสือหญิงมีให้ ผู้ก่อตั้งคือ จีเซลล์ เบอร์เจสส์ (Giselle Burgess) คุณแม่ลูกห้าซึ่งกลายมาเป็นคนเร่ร่อนขณะทำงานให้ Girl Scouts of Greater New York ในปี 2016 บ้านของเธอถูกขายทอดตลาด เธอกับลูก ๆ ต้องอาศัยนอนในโรงแรมเล็ก ๆ กับครอบครัวอื่นที่กำลังตกอยู่ในภาวะไร้บ้านเช่นกัน เมื่อต้องกลายมาเป็นคนเร่ร่อนเสียเอง จีเซลล์จึงเกิดไอเดียก่อตั้งหน่วย Troop 6000 ขึ้นมา ปัจจุบันมีเป็นสมาชิกหลายร้อยคนแล้ว ปีที่แล้วเป็นปีแรกที่หน่วย Troop 6000 มีส่วนร่วมในประเพณีการขายคุกกี้เพื่อระดมเงินเข้าการกุศล จึงตั้งร้านขายคุกกี้ที่ยูเนี่ยนสแควร์ในนิวยอร์ก โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะขายคุกกี้ให้ได้ 6,000 […]

หญิงสาวเลี้ยงขนมคนเร่ร่อนและชวนคุย สุดท้ายกลายเป็นการช่วยชีวิตเขาไว้

มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คนจำนวนมากมาเป็น คนเร่ร่อน ถูกรังเกียจและดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งในรายที่มีสภาพจิตใจย่ำแย่ เพียงคำพูดที่โหดร้ายไม่กี่คำ ก็อาจทำให้คนเหล่านี้ถึงขั้นคิดสั้นได้ นักศึกษาสาว เคซีย์ ฟิชเชอร์ (Casey Fischer) ได้พบกับชายเร่ร่อนคนหนึ่งที่มีปัญหาทางสภาพจิตใจ แต่แทนที่เธอจะเมินเฉยไม่ใส่ใจ เธอกลับทำบางอย่างที่สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างที่เธอเองก็นึกไม่ถึง วันนั้นเคซีย์กำลังไปที่ร้านดังกิ้นโดนัท เธอพบชายเร่ร่อนคนหนึ่งกำลังร้องเพลงอยู่ริมถนนและเก็บเศษเหรียญขึ้นมาจากพื้น จากนั้นเขาก็เดินไปที่ร้านดังกิ้น เคซีย์ยืนต่อคิวจากเขา ระหว่างที่เขานับเศษเหรียญเพื่อซื้อโดนัท เธอก็เริ่มทำตัวน่ารำคาญด้วยการพยายามพูดคุยกับเขาไปเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าเขาจะแสดงทีท่าว่าไม่อยากคุยด้วยเลย เมื่อเธอเห็นเขานับเหรียญจนครบ 1 ดอลลาร์แล้ว เธอจึงซื้อกาแฟและเบเกิลอีกหนึ่งชิ้นให้เขา และชวนเขามานั่งกับเธอ ยาเสพติดคือหายนะ เมื่อทั้งสองนั่งคุยกัน ทำให้เคซีย์ได้รู้เรื่องของผู้ชายคนนี้มากมาย เขาชื่อคริส เขาเล่าให้ฟังว่าเขาถูกผู้คนกระทำต่าง ๆ นานาอย่างไรบ้างเพียงเพราะว่าเขาเป็น คนเร่ร่อน ยาเสพติดทำลายชีวิตของเขาพังพินาศอย่างไร มันทำให้เขาเกลียดตัวเองและเขาไม่คุ้นเลยเวลาที่มีคนมาทำดีกับเขา เคซีย์ยังได้รู้อีกว่า คริสไม่รู้ว่าพ่อตัวเองคือใคร และถึงแม้แม่ของเขาจะเสียชีวิตไปแล้วเพราะโรคมะเร็ง แต่เขาก็ยังต้องการเป็นลูกที่แม่ภูมิใจ เคซีย์นั่งคุยกับคริสเกือบหนึ่งชั่วโมง และตั้งท่าจะอยู่คุยต่ออีกแต่นึกขึ้นได้ว่าเธอต้องไปเรียนอีกคลาสหนึ่งและกำลังจะไปเข้าเรียนสายแล้ว เรื่องราวชีวิตของคริสกระทบใจของเคซีย์ จนเธอต้องนำไปโพสต์ในเฟซบุ๊กของเธอ โดยบอกว่า คริสเป็นหนึ่งในคนที่จริงใจและซื่อตรงที่สุดเท่าที่เธอเคยพบมาในชีวิต เศษกระดาษยับยู่ยี่แผ่นนั้น เมื่อเคซีย์บอกคริสว่าเธอต้องไปเรียนแล้ว เขาขอร้องให้เธออยู่ต่ออีกนิดเพราะเขาจะเขียนโน้ตบางอย่างให้เธอ คริสขอโทษที่ลายมือของเขาขยุกขยุยมาก แล้วรีบยัดเศษกระดาษยู่ยี่แผ่นนั้นใส่มือเธอ เขายิ้มและรีบออกจากร้านไป เหมือนเป็นนัยบอกให้รู้ว่า เขาต้องการให้เธอรอเขาออกไปก่อนแล้วค่อยเปิดอ่าน […]

รวยแล้วไม่ลืมกัน เศรษฐีอดีตดาราตกอับกลายเป็นคนเร่ร่อน เปิดบริษัทจ้างงานคนเร่ร่อน

รวยแล้วไม่ลืมกัน เศรษฐีอดีตดาราตกอับกลายเป็นคนเร่ร่อน เปิดบริษัทจ้างงาน คนเร่ร่อน ชีวิตของ ดรูว์ กู๊ดเดลล์ (Drew Goodall) ทุกวันนี้ร่ำรวยสุขสบายด้วยรายได้ปีละ 250,000 ปอนด์ จากความสำเร็จของบริษัท Sunshine Shoeshine ที่เขาก่อตั้งเองมากับมือ และบริษัทนี้รับพนักงานเป็นคนเร่ร่อนและบุคคลพิเศษทั้งหมด ถึงแม้ว่า ณ วันนี้ดูเหมือนดรูว์มีชีวิตน่าอิจฉา แต่เขาไม่เคยลืมวันเวลาที่เคยตกอับ ชีวิตดำดิ่งถึงจุดต่ำสุด คนเร่ร่อน ย้อนอดีตไปตอนที่เขาอายุ 20 กว่า ๆ ดรูว์กำลังไต่เต้าอยู่ในวงการบันเทิง เขาดูจะมีแววไปได้ดีกับอาชีพนักแสดง เพราะได้เล่นหนังดังที่มีรายได้ถล่มทลายอย่าง Snatch และ About a Boy ได้มีโอกาสร่วมงานกับดาราระดับเอ-ลิสต์อย่าง แบรด พิตต์ และ ฮิวห์ แกรนท์ ดรูว์ใฝ่ฝันจะเป็นนักแสดงมืออาชีพให้จงได้ เขาทุ่มเทอย่างหนัก แต่แล้วกลับได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบที่รุนแรงมาก ถึงขั้นทำลายความมั่นใจและทำลายอาชีพการแสดงของเขาจนแทบไม่มีงานเข้ามาเลย ดรูว์จึงรู้สึกว่าเขาไม่มีความสุขกับอาชีพนี้อีกต่อไปแล้วจึงหยุดไม่คิดจะกลับไปแสดงอีก พอไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ครั้นจะให้ดรูว์บากหน้ากลับไปหาพ่อกับแม่ บอกว่าไม่สามารถทำตามความฝันได้ เขาก็ทำไม่ลง ไป ๆ มา ๆ ดรูว์ก็ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านจึงถูกไล่ออกจากบ้าน […]

#showlove ภาระกิจเผื่อแผ่รักให้คนเร่ร่อน ของเด็กชาย 4 ขวบ

#showlove ภาระกิจเผื่อแผ่รักให้คนเร่ร่อน ของเด็กชาย 4 ขวบ ถ้าเห็นแฮชแทค #showlove ที่ไหนก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะนี่คือไอเดียใส ๆ ของหนูน้อยออสติน เพอรีน (Austin Perine) วัย 4 ขวบ ที่เพิ่งรู้ว่ามนุษย์ก็เร่ร่อนไร้บ้านได้ หนูน้อยจึงเกิดสัญชาตญาณที่อยากจะช่วยเหลือคนเหล่านั้น จุดเริ่มต้นมาจาก วันหนึ่งออสตินดูสารคดีชีวิตสัตว์ทางโทรทัศน์กับคุณพ่อ T.J. ก็เห็นแม่แพนด้าตัวหนึ่งทอดทิ้งลูก ด้วยความเป็นห่วงออสตินจึงหันไปถามพ่อว่า แล้วลูกแพนด้าจะเป็นอย่างไรต่อไป พ่อตอบว่า ลูกแพนด้าก็จะเร่ร่อน (homeless) ไปพักหนึ่ง แต่ในที่สุดก็จะเรียนรู้ที่จะอยู่ได้ด้วยตัวเอง ออสตินถามต่อว่า แล้วคนจะกลายเป็นพวกเร่ร่อนได้ด้วยหรือเปล่า คำถามนี้ได้จุดประกายให้เกิดการสนทนาเรื่องคนเร่ร่อน และนำไปสู่การเดินทางไปดูคนเร่ร่อนตัวเป็น ๆ ที่ก่อให้เกิดโครงการเล็ก ๆ น่ารักของเด็กชายวัย 4 ขวบคนนี้     ตอนแรกคุณพ่อทีเจวางแผนแค่จะขับรถพาลูกชายไปแถวเบอร์มิงแฮม เพื่อให้ลูกเห็นว่าคนเร่ร่อนมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร แต่ออสตินบอกว่าอยากจะพูดคุยกับคนเร่ร่อนและนำอาหารไปให้คนเหล่านั้นด้วย ทีเจเลยจัดให้ลูกชายตามต้องการ ด้วยการซื้อแซนวิชไก่ 25 ชิ้นให้ลูกชายไปยืนแจกคนเร่ร่อน ทีเจเล่าว่า ลูกชายชอบมาก บรรดาคนเร่ร่อนก็ประทับใจที่เด็กตัวน้อย ๆ มาพูดคุยด้วย ช่วยสร้างรอยยิ้มให้ทุกคนในที่นั้นเลยทีเดียว […]

keyboard_arrow_up