โจอี้ บอย… ผู้ชายมาดร้ายกับ “บางสิ่ง” ที่ซ่อนไว้หลังแว่นดำ

ขาเป็นแร็พเปอร์คนแรกๆ ของประเทศ  ที่อัลบั้ม Fun Fun Fun ของเขามียอดขายเกินล้านชุด

3 คนดังสุดน่ารัก กตัญญูรู้คุณ ต่อบุพการีและผู้อื่น

3 คนดังสุดน่ารัก กตัญญูรู้คุณ ต่อบุพการีและผู้อื่น 3 คนดังแห่งวงการบันเทิงโพสต์ภาพและเขียนแคปชั่นแสดงการมีความ กตัญญูรู้คุณ บางท่านอาจกล่าวถึงหรือแสดงกตัญญูต่อผู้อื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่ ซึ่งแสดงออกถึงการเป็นผู้รู้คุณผู้อื่น   หนึ่ง จักรวาล เสาธงยุติธรรม หลายคนอาจรู้จักและคุ้นกับคุณหนึ่งในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินจากรายการ I Can See Your Voice หรือ รายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรีในวงการเพลงมานงนาน ล่าสุดได้โพสต์ภาพและเขียนแคปชั่นในไอจีว่า     jakkawal_1บ้านเราใกล้เสร็จแล้วนะแม่ ถึงแม้วันนี้พ่อไม่ได้อยู่กะเรา นู๋จะดูแลแม่เองนะ❤️😊😊😊🙏🏻 #หนึ่งจักรวาล #1jakkawal #ภูมิใจ #รักแม่นะ     เป็นข้อความแคปชั่นที่น่ารักและประดับใจมาก แสดงถึงความเป็นบุตรที่ดี บำรุงอุปถัมภ์พระในบ้าน (คุณแม่) ทั้งยังระลึกถึงบุพารีอีกท่านที่จากไปคือ คุณพ่อ แสดงให้เห็นว่าแม้บุพการีอีกท่าน ถึงจะจากไปแล้ว ลูกคนนี้ก็ยังระลึกถึงท่านอยู่เสมอเพราะมีคุณความดีต่อกัน พร้อมกับบ้านหลังใหม่ที่จะนำพระในบ้าน (คุณแม่) มาเลี้ยงดูและอยู่ร่วมกันที่กำลังจะเสร็จในไม่ช้านี้   ขอบคุณภาพและข้อมูลจากไอจี หนึ่ง จักรวาล   […]

ผู้หญิงมีดีไม่แพ้ใคร! 13 คนดัง แชร์มุมมอง #INCHARGE สร้างแรงบันดาลใจ

เป็นเรื่องดีมากๆ ที่เหล่าสาวๆ คนดัง ต่างพร้อมใจกันออกมาแชร์เรื่องราว #INCHARGE เพื่อหวังสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงด้วยกัน  สืบเนื่องจากการตระหนักถึงคุณค่าในตัวผู้หญิง แบรนด์แฟชั่นชื่อดัง Diane von Furstenberg หรือ DVF จึงได้ผุดแคมเปญ “INCHARGE”  ชวนหญิงเก่งจากทั่วทุกมุมโลกมาร่วมสวมเสื้อ T-Shirt #INCHARGE พร้อมบอกเล่าเรื่องราวของตนเอง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทุกคนมีความกล้าหาญ ภูมิใจในสิ่งที่เลือก และพร้อมมุ่งมั่นในบทบาทของตนเองเพื่อขับเคลื่อนสังคมในทุกด้าน และนี่คือ 13 คนดัง จากประเทศไทย กับมุมมองพลังหญิงที่พวกเธอสุดแสนภาคภูมิใจ จุ๋ย – วรัทยา นิลคูหา “จะ 16 ปีแล้วสำหรับวงการบันเทิง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้มาทำงานในสายนี้ จากเด็กผู้หญิงที่ไม่กล้าแสดงออกเวลาอยู่กับคนแปลกหน้าและคนจำนวนมาก วันนี้ได้ทำในอาชีพที่ต้องมีความกล้า มีความมั่นใจ และสามารถพูดคุยกับทุกคนได้แบบกันเอง ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม ได้เห็นพัฒนาการของตัวเองตั้งแต่เด็กๆ รู้สึกภูมิใจที่ก้าวข้ามความรู้สึกเหล่านั้นมาได้ จุ๋ยเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนก็สามารถทำได้ตามวิถีชีวิตของตัวเอง กล้าและมั่นใจ ทำในสิ่งที่เรารัก สิ่งที่เป็นประโยชน์กับตนเองและผู้อื่นค่ะ” 👩🏻❤ #incharge ก้อย – รัชวิน วงศ์วิริยะ “จงรักตัวเองแบบที่ตัวเองเป็น อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร เพราะทุกคนมีต้นทุนมาไม่เท่ากัน ถ้าเรารู้ว่าต้นทุนเรามีน้อย จงอย่าหยุดที่จะขยันพัฒนา ก้อยเป็นคนหนึ่งที่เริ่มต้นจากศูนย์ […]

กิ๊ก มยุริญ พักงานวงการบันเทิงลาไปบวชชีศึกษาธรรมะที่พม่า

กิ๊ก มยุริญ พักงานวงการบันเทิงลาไปบวชชีศึกษาธรรมะที่พม่า คุณ กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ นางร้ายอันดับต้น ๆ ของวงการบันเทิงไทย ที่แจ้งเกิดจากละครเรื่องนิรมิตเมื่อ 2540 สนใจศึกษาและปฏิบัติในเส้นทางธรรมนี้มาร่วม 20 ปี ได้เปิดใจในรายการเลิศเลอเพอร์เฟคและรายการคุยแซ่บ Show ที่ผ่านมาว่า กิ๊กวางแผนบวชชีที่พม่า มาร่วม 2 ปี แต่ยังบวชไม่ได้ เพราะต้องเคลียร์งานในวงการให้เรียบร้อยก่อน แต่ปีนี้ 2561 กิ๊กเคลียร์เรียบร้อยแล้ว คิดว่าจะโกนผมประมาณวันที่ 26-27 กรกฎาคม 2561 ก่อนวันเข้าพรรษา 1 วัน แล้วบวชชีที่พม่าเป็นระยะเวลา 7 เดือน สึกในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 เพราะอยากปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เคยปฏิบัติได้มากสุดก็ 55 วัน จึงคิดว่าเมื่อเคลียร์งานได้ก็อยากปฏิบัตินาน ๆ ตอนนี้ได้เตรียมชุดแม่ชีแบบพม่าไว้แล้ว เป็นชุดผ้าสีชมพู เพราะแม่ชีที่นั่นจะแต่งกายแบบนี้ สาเหตุที่ไปบวชชีที่พม่า เพราะพระอาจารย์ที่สอนวิปัสสนาท่านเป็นพระพม่า จึงอยากให้พระอาจารย์ท่านบวชให้ การไปบวชครั้งนี้ตั้งใจมากว่าจะปิดวาจา แล้วสื่อสารกับคนอื่นด้วยการเขียนบอก จะปิดมือถือด้วย ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างเด็ดขาด […]

โอสถธรรม… ทำให้สุข กิ๊ก- มยุริญ ผ่องผุดพันธ์

“โอสถธรรม…ทำให้สุข” กิ๊ก – มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ นิยามความสุขของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน บ้างพอใจในวัตถุ เงินทอง ชื่อเสียง บ้างขอเน้นสุขทางใจเป็นพิเศษ สำหรับผู้หญิงคนนี้… ความสุขของ กิ๊ก – มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ เกิดจากการค้นพบยาขนนเอกที่เรียกว่า “ธรรมโอสถ” เมื่อหลายปีก่อน มยุริญ ผ่องผุดพันธ์ หรือ กิ๊ก มีชื่ออยู่ในทำเนียบนางร้ายอันดับต้น ๆ ของวงการบันเทิงจากการพลิกบทบาทการแสดงครั้งสำคัญแบบสุดขั้ว จากบทกุลสตรีสู่นางร้าย ในละครฟอร์มยักษ์เรื่อง “นิรมิต” เมื่อ ปี 2540 ความสำเร็จทางโลกของกิ๊กในวันนี้ เริ่มด้วยการคว้าปริญญาบัตรมาให้ครอบครัวได้ชื่นใจถึง 2 ฉบับ ได้แก่ ศิลปศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามติดด้วยการได้ทำในสิ่งที่เธอรักคือการเป็นนักแสดง ซึ่งเธอได้รับการตอบรับที่ดีเสมอ ล่าสุดกิ๊กยังสนุกกับความท้าทายใหม่ ๆ ด้วยการเป็นคอลัมนิสต์ วิทยากรบรรยายธรรม และหัวหน้าเครือข่ายบุญ MLM ที่เธอและผองเพื่อนกัลยาณมิตรพร้อมใจกันจัดขึ้นเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาด้วยใจจริง   เปลวเทียนเปลี่ยนชีวิต นอกจากคุณพ่อคุณแม่ (คุณปริญญา – […]

กลับตัวทัน ในวันที่เกือบจะสาย ท็อป – เทวินทร์ สุรเชิดเกียรติ

กลับตัวทัน ในวันที่เกือบจะสาย ท็อป – เทวินทร์ สุรเชิดเกียรติ 0 ผม ( ท็อป – เทวินทร์ สุรเชิดเกียรติ ) เคยเป็นเด็กเกเร วู่วาม กล้าได้กล้าเสีย ทําตัวเละเทะมาตลอดจนวันหนึ่งที่เห็นน้ําตาแม่ไหลครั้งแรกในชีวิต ผมรู้ทันทีว่าจะใช้ชีวิตเหมือนเดิมไม่ได้อีกต่อไป 0 ชีวิตเกเรของผมเริ่มตั้งแต่ตอนเรียนชั้นประถมศึกษา ผมเป็นหัวโจกยกพวกไปตีกับเด็กห้องอื่นอยู่เสมอ พอเข้าเรียนชั้นมัธยมต้น นอกจากเรื่องเกเรแล้ว ผมเริ่มโดดเรียน เอาเวลาไปเล่นเกม เพราะมันสนุก 0 พอขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ความไม่กลัวใครของผมทําให้ผมยกพวกไปตีกับรุ่นพี่ ม.6 และยังมีวีรกรรมอีกมากมาย จึงโดนเรียกไปพบอาจารย์ฝ่ายปกครองเป็นว่าเล่น แม้ขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผมยังคงเกเรอย่างสม่ําเสมอ เรื่องโดดเรียนก็เช่นกัน ผมโดดเรียนจนติดศูนย์ 35 ตัว เมื่อแม่เห็นผลการเรียน ท่านก็นิ่งไป จนกระทั่งผมมีเรื่องชกต่อยกับรุ่นน้อง ฝ่ายปกครองเรียกคุณแม่ไปพบผมยืนรอด้านนอก พลางคิดในใจว่าคงไม่โดนทําโทษอะไรมาก เดี๋ยวก็จบม. 6 แล้ว อาจารย์คงไม่ใจร้ายกับเราหรอก สักพักหนึ่งคุณแม่เดินออกมาจากห้องปกครองน้ําตาไหลเป็นทาง ผมตกใจมาก เพราะไม่เคยเห็นแม่ร้องไห้ ผมถามว่าเป็นอะไรท่านตอบสั้น ๆ […]

คิดได้เมื่อสายเสียแล้ว ใหม่ – พิศาล ศรีมั่นคง

คิดได้เมื่อสายเสียแล้ว ใหม่ – พิศาล ศรีมั่นคง 0 ผม ( ใหม่ – พิศาล ศรีมั่งคง ) เคยละเลยคนใกล้ตัว เพราะมัวแต่คิดว่าเขาอยู่ใกล้และไม่จากไปไหน จนเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เป็นบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิต ความคิดของผมก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 0 สามมีพี่น้อง 4 คน ผมเป็นคนที่ 3 ตอนเด็ก ๆ ที่บ้านตามใจน้องคนเล็กมาก และผมชอบคิดว่าแม่รักน้องมากกว่า ทําให้ผมไม่ชอบน้อง ตีกับน้องบ่อย ๆ แต่พอเวลาผ่านไป ผมและน้องโตขึ้นความคิดก็เปลี่ยน เราพูดคุยกันมากขึ้นคุยกันแทบทุกเรื่องกลายเป็นพี่น้องที่รักกันมาก เวลาน้องอยากได้อะไร ไปขอคุณแม่แล้วท่านไม่ให้เขา ก็จะมาขอผม สิ่งใดที่น้องขอแล้วผมให้ได้ผมก็ยินดีจะหามาให้ 0 ช่วงที่ผมอยู่ต่างประเทศระหว่างจบปริญญาตรี กําลังจะเรียนต่อปริญญาโท น้องโทรศัพท์มาหาผมบอกว่าอยากได้นาฬิกา ผมรับปากว่าจะซื้อให้และน้องอยากให้ผมกลับเมืองไทยช่วงปีใหม่ เพราะเขาอยากใส่นาฬิกาใหม่ตอนปีใหม่ ผมไม่รับปากว่าจะกลับช่วงนั้น พอน้องฟังคําตอบเขาบอกว่า 0 “ถ้าอย่างนั้นผมไม่รอแล้วนะ” ได้ยินดังนั้นผมจึงตอบน้องกลับไปแค่ว่า “ไม่รอก็ไม่เป็นไร ก็ไม่ต้องเอา” 0 ปากพูดไปอย่างนั้น แต่ผมก็ซื้อนาฬิกาเก็บไว้ให้น้อง ช่วงปีใหม่ผมไม่ได้กลับบ้านเพราะมัวแต่ไปเที่ยวกับเพื่อนส่วนนาฬิกา คิดว่าเอากลับไปให้น้องทีหลังก็ได้ […]

สติชนะทุกสิ่ง อาโป – ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์

สติชนะทุกสิ่ง อาโป – ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ 0 จากที่ไม่เคยเต็มใจสักครั้งเวลาต้องไปวัดและไม่เข้าใจคําสอนใดๆ ของศาสนาพุทธ แต่ปัจจุบัน อาโป – ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ กลับเป็นคนที่ซึมซับธรรมะ จนสามารถนํามาปรับใช้ในชีวิตจริงได้เป็นอย่างดี 0 อาโปเล่าถึงเส้นทางชีวิตก่อนจะสนใจ ธรรมะอย่างจริงจังว่า 0 “ผมมีพี่น้อง 3 คน มีพี่สาวและน้องชาย ผมเป็นคนกลาง คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงพวกเราแบบให้อิสระ 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 50 เปอร์เซ็นต์คุณต้องเข้าวัด โดยเฉพาะช่วง วันหยุดนักขัตฤกษ์ ปีใหม่ สงกรานต์ ฯลฯ เวลาต้องไปวัดผมไม่ชอบเลย เพราะติดเกมอยากอยู่บ้านเล่นเกมมากกว่า จนคุณพ่อคุณแม่ต้องเอาคอมพิวเตอร์ไปไว้ในห้องนอนของท่าน แล้วจํากัดเวลาในการเล่น เพื่อไม่ให้ผมติดเกมมากจนเกินไป 0 ” ตอนเด็ก ๆ ผมไม่เคยเต็มใจไปวัดสักครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งผมอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ไปวัดที่ครอบครัวไปเป็นประจํา คือ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี ขากลับนั่งอยู่บนรถ คุณแม่บอกว่าอยากให้ผมบวชสามเณรภาคฤดูร้อน ผมตอบทันทีว่าไม่บวช คุณแม่พยายามโน้มน้าวอย่างไรผมก็ยืนกรานปฏิเสธจนท่านร้องไห้ […]

เมตตากรุณา - ยิ่งแบ่งยิ่งได้ เคล็ดลับความสุขความสำเร็จของสหรัถ สังคปรีชา

เมตตากรุณา - ยิ่งแบ่งยิ่งได้ เคล็ดลับความสุขความสำเร็จของ สหรัถ สังคปรีชา ตลอดระยะเวลากว่า 28 ปีในวงการบันเทิง นอกจากไม่มีข่าวด่างพร้อยแล้วเขายังเป็นที่รักของประชาชนไม่เสื่อมคลาย เชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้ ก้อง - สหรัถ สังคปรีชา ผู้ชายอบอุ่นคนนี้ประสบความสำเร็จ วันนี้เขามาเผยเคล็ดลับการใช้ชีวิต การงาน และความรัก รวมถึงพลังของความเมตตากรุณาและการให้   คุณก้องเติบโตมาในครอบครัวแบบไหนคะ ได้ยินว่าตอนเด็ก ๆ ถูกสปอยล์มาไม่น้อย ใช่ครับ ก่อน 10 ขวบผมเติบโตมาในครอบครัวใหญ่คุณตาเป็นเจ้าของบ้าน มีคุณแม่ คุณป้า และคุณน้าอยู่รวมกันผมเป็นหลานคนแรก คุณตาจึงค่อนข้างเห่อและเลี้ยงแบบเอาอกเอาใจ ผมจึงแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะที่บ้านมีคนงานสิบกว่าคน ผมเรียกใช้ได้หมด ตอนนั้นยังไม่รู้หรอกว่าตัวเองเอาแต่ใจ อยากได้อะไรก็เรียกพี่เลี้ยงมาทำให้ ไม่ต้องทำอะไรเอง เคยถึงขนาดหิวแล้วเขวี้ยงจานทิ้ง แต่ตอนนั้นยังเด็กมาก เลยไม่ค่อยรู้ตัว พอย้อนกลับไปคิดแล้วเป็นพฤติกรรมที่น่าเขกกบาลมาก (หัวเราะ) จนผมอายุสิบกว่าขวบ คุณพ่อก็ซื้อบ้านเองและแยกครอบครัวออกมา ผมถึงเลิกเป็นเด็กสปอยล์   คุณพ่อสอนอะไรบ้างคะ คุณพ่อเน้นให้ผมรู้จักทำอะไรด้วยตนเอง พึ่งตัวเองอย่างตอนเป็นเด็กนักเรียน ถ้าวันไหนผมลืมเอาอุปกรณ์เกี่ยวกับชุดลูกเสือไป เช่น พู่ ผ้าพันคอ เข็มขัด คุณพ่อจะไม่ยอมซื้อให้ใหม่ ทั้งที่สามารถซื้อได้และราคาไม่แพงด้วย แต่คุณพ่อปล่อยให้โดนครูตี ท่านสอนว่าไม่ควรลืม ถ้าวันไหนมีเรียนลูกเสือ ก่อนนอนต้องเตรียมอุปกรณ์ชุดลูกเสือไว้ให้พร้อมตั้งแต่นั้นมาผมไม่ลืมอีกเลย นอกจากนั้นคุณพ่อยังสอนให้ทำอะไรเอง ตอนเด็ก ๆผมจึงต้องเป็นลูกมือให้คุณพ่อแทบทุกเรื่อง เช่น ซ่อมรถปลูกต้นไม้ บางครั้งผมก็บ่นว่าทำไมต้องทำ คนใช้ก็มี ทำไมไม่ใช้ เวลาเห็นผมโกรธมาก ๆ คุณพ่อมักบอกว่า “วันหนึ่งก้องจะรู้เองว่าทำไมพ่อต้องทำแบบนี้” พอโตขึ้นมาผมถึงเห็นคำตอบที่พ่อพูดไว้ เพราะเราทำอะไรได้หลายอย่าง ในขณะที่คนอื่นทำไม่เป็น ถ้าวันนั้นคุณพ่อไม่สอน วันนี้ผมคงทำอะไรไม่เป็น   มีวิธีคิดและทำใจกับการสูญเสียคุณพ่อเมื่อไม่นานมานี้อย่างไรคะ คุณพ่อป่วยมาประมาณปีกว่า พอรู้ผมก็พยายามทำใจพาท่านไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หาข้อมูลการรักษา หาอาหารดี ๆ มาให้ท่าน และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ให้กำลังใจท่าน โชคดีที่คุณพ่อไม่ท้อแท้ ไม่เศร้า เพราะท่านหวังว่าจะกลับมาหายดีอีกครั้งหนึ่ง ช่วง 5 - 6 เดือนหลังมานี้คุณพ่อเดินไม่ได้แล้ว เพราะกล้ามเนื้อขาหมดแรง ขยับไม่ได้ ต้องนอนอยู่แต่บนเตียงและเจ็บปวดทรมานมาก ยิ่งสองเดือนสุดท้ายคุณพ่อยิ่งทรุดหนักเห็นอย่างนี้ผมยิ่งต้องทำใจมากขึ้น การเสียชีวิตของคุณพ่อทำให้ผมเข้าใจชีวิตมากขึ้นว่าคนเราต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย ไม่มีใครหนีพ้น นี่เป็นเพียงบทเรียนแรกที่เริ่มเข้ามาในชีวิต และจากนี้ไปผมคงพบการสูญเสียต่อไปเรื่อย ๆ เพราะที่สุดแล้วคนเราก็ต้องล้มหาย-ตายจากกันเป็นธรรมดาของชีวิต พอผมเข้าใจอย่างนี้ได้แล้วจึงทำใจได้ง่ายขึ้น   ทราบว่าสนใจเล่นดนตรีตั้งแต่เด็ก ๆ ผมเรียนโรงเรียนชายล้วน เวลาเลิกเรียน นักเรียนแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มเล่นกีฬาและกลุ่มเล่นดนตรี ผมเป็นกลุ่มที่ชอบไปห้องซ้อมดนตรี เพราะหลงใหลเสน่ห์ของดนตรี ผมมักไปกับกลุ่มเพื่อนที่เล่นดนตรี จนได้เข้าวงดนตรีกับเพื่อน ช่วงมัธยมต้นเล่นดนตรีป๊อกแป๊ก ๆ พอขึ้นมัธยมปลายถึงเริ่มฟอร์มวงเป็นเรื่องเป็นราว โดยเล่นงานเล็ก ๆ ก่อน เช่นงานวันเกิด งานแต่งงานครู งานห้องสมุด งานโรงเรียนพอเรียนจบ ม.6 เข้าเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ปี 2 ผมเริ่มเล่นเป็นอาชีพตามผับบาร์ มีพี่ชายของเพื่อนเปิดผับก็ไปขอเล่นเลย เงินเดือนเท่าไรก็เอา คือผมไม่ได้สนใจเรื่องเงินเดือนแค่อยากเล่นดนตรีมากกว่า เพราะเป็นความฝันของผม เล่นดนตรีอยู่สัก 2 ปี แกรมมี่ก็จับเซ็นสัญญาทำอัลบั้มนูโว คราวนี้แหละผมได้เล่นดนตรีทั้งชีวิต (หัวเราะ)   รู้สึกอย่างไรบ้างคะที่วันหนึ่งความฝันกลายเป็นจริงขึ้นมา ได้เป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียง ผมมีความสุขมาก จำได้ว่าวันที่นูโวได้ออกอัลบั้มครั้งแรกแล้วมีงานคอนเสิร์ต โอ้โห มีความสุขสุดขีด เหมือนกับว่าทั้งชีวิตเราฝันอยากเป็นนักดนตรี พอวันหนึ่งได้เริ่มเล่นอาชีพตามผับตามบาร์ก็รู้สึกว่าประสบความสำเร็จในจุดหนึ่งแล้ว ยิ่งพอได้ออกอัลบั้ม ได้เล่นคอนเสิร์ต ยิ่งรู้สึกเหมือนเราเรียนจบได้ปริญญาตรีมาอีกใบหนึ่ง มีความสุขมาก วันที่รู้ตัวว่าเรามีชื่อเสียงแล้ว คงเป็นวันที่ผมไปเล่นคอนเสิร์ตโลกดนตรี แล้วมีแฟนคลับมาจับมือและร้องไห้แบบคลั่งไคล้ ตอนนั้นผมตกใจมาก เพราะไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นซูเปอร์สตาร์ รู้สึกแค่ว่าเป็นนักดนตรีธรรมดา ๆ ไม่เคยรู้ว่าคนดูมองเราเป็นนักดนตรีที่เขาอยากกรี๊ด อยากจับมือ แค่เห็นก็ร้องไห้แล้ว วันนั้นผมถึงได้รู้ว่าชีวิตมันเปลี่ยนไปแล้ว ไปไหนมาไหน จะเข้าโรงแรมก็ต้องมีการ์ดมากั้น เรียกว่าชีวิตเปลี่ยนไปเลย (ยิ้ม)   ตั้งแต่เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง เจอปัญหาหรือเรื่องที่ไม่ชอบใจบ้างไหมคะ ปัญหาไม่ค่อยมีนะครับ แต่เรื่องที่รู้สึกคงเป็นเรื่องความเป็นส่วนตัวหายไป เพราะเราต้องโดนถ่ายรูปตลอดเวลาบางทีออกจากบ้าน หน้าตาผมเผ้ายังกระเซอะกระเซิงอยู่ พอขับรถไปถึงที่นัดถ่ายทำ ลงจากรถปุ๊บเจอกล้องเป็นสิบ ๆ ตัวมารุมถ่าย ผมจะรู้สึกว่ายังไม่พร้อม เพิ่งตื่น ตายังบวมอยู่เลยคิดว่าไม่ค่อยเป็นส่วนตัวเท่าไหร่ หรือเวลาไปต่างจังหวัดพอลงจากเครื่องบินปุ๊บ มีแฟนคลับมารอรับ ขึ้นรถตู้ไปถึงโรงแรมนี่ยิ่งหนักเลย คราวนี้รอเป็นร้อย เปิดรถตู้มา โดนดึงต่างหู โดนดึงสร้อยไป รู้สึกว่าชีวิตส่วนตัวหายไปแล้ว แต่ผมก็เข้าใจนะว่าการมีชื่อเสียงบางครั้งก็ต้องแลกกับการสูญเสียอะไรไปสักอย่างแบบนี้แหละ   มีเคล็ดลับการทำงานอย่างไรที่ทำให้ได้รับความนิยมมานานขนาดนี้คะ ทำให้ดีที่สุด ตั้งใจทำทุกงาน เคารพผู้ร่วมงาน ให้เกียรติผู้ร่วมงานทุกคน ผมคิดว่าทุกอาชีพทำเองคนเดียวไม่ได้เพราะยังต้องมีผู้ร่วมงาน มีฝ่ายอื่น ๆ อีก ดังนั้นถ้าอยากทำงานให้ดีและสมบูรณ์แบบก็ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นผมยังใช้ “พรหมวิหาร 4” ที่ช่วยให้การทำงานสะดวกสบายขึ้นพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้หมด โดยเฉพาะ 2 ข้อแรกเมตตา คือ ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข กรุณา คือปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ พอเรามีเมตตากรุณาอย่างนี้แล้วคนรอบข้างที่ได้รับความเมตตากรุณาก็จะให้ความรู้สึกดี ๆ ให้ความรักคืนกลับมา เรียกว่าให้ไปก่อน เดี๋ยวก็ได้กลับมาเองพอทำแบบนี้บ่อย ๆ เราก็จะมีแต่ความสุข ผมสนใจเรื่องพรหมวิหาร 4 เพราะคุณพ่อชอบให้หนังสือธรรมะ ชอบให้รู้เรื่องธรรมะ พอได้อ่านหนังสือเหล่านี้มันจะค่อย ๆ ซึมซับมาเอง เวลานำเอาไปใช้ผมรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นมีแต่เรื่องดี ๆ วิ่งเข้ามา เช่น เวลาไปไหนก็มีแต่คนคิดดี ๆ กับเรา มีแต่คนชื่นชม ไปไหนคนก็ต้อนรับ ผมรู้สึกว่าการทำบุญเรื่อย ๆ อย่างเวลามีหน่วยงานไหนขอให้ช่วย ผมก็ไม่เกี่ยง ผมเขียนหนังสือเรื่อง Real Kong เงินที่ได้ทั้งหมดก็เอาไปช่วยเด็ก ช่วยคนแก่ ช่วยหมาแมวพอทำดีอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ทำให้ไปไหนมีแต่คนชื่นชม ไม่มีคนเห็นแล้วยี้ ดังนั้นผมคิดว่าการทำดีทำให้เราได้สิ่งดีกลับมาจริง ๆ   รู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นโค้ช The Voice ซึ่งเป็นบทบาทที่ทำหน้าที่ของการเป็นครู ผมคิดว่างานนี้เป็นโอกาสดีอีกเรื่องที่เข้ามาในชีวิตครั้งแรกผมปฏิเสธรายการไป แต่เขาตามผมอยู่เป็นเดือนคือตอนแรกผมไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร เกิดมาไม่เคยเป็นโค้ชไม่รู้จะไปสอนคนร้องเพลงอย่างไร จึงปฏิเสธไป จนรายการพยายามเกลี้ยกล่อมขอให้เข้ามาคุยหน่อย บอกถ้าไม่รับ ก็ไม่ตื๊อแล้ว แต่พอได้เข้าไปคุยถึงรู้ว่าไม่ยากอย่างที่คิด เมื่อตัดสินใจไปทำจริง ๆ กลายเป็นเรื่องง่าย เพราะผมมีสิ่งเหล่านี้อยู่เต็มตัวเลย ผมถูก พี่เต๋อ (เรวัต พุทธินันทน์) และพี่ ๆ ในแกรมมี่เคี่ยวเข็ญมาหนักมาก เคยยืนร้องเพลงกับพี่เต๋อมาไม่รู้กี่สิบเพลงร้องกันตั้งแต่บ่าย ๆ ไปเสร็จตอนเช้าอีกวันหนึ่ง ทั้งที่ร้องแค่เพลงเดียว เพราะเราร้องโดยไม่มีเครื่องดนตรี ใช้เสียงร้องอย่างเดียว สมัยนั้นไม่มีคอมพิวเตอร์ช่วยเรื่องการร้องเพลงเหมือนสมัยนี้ ตอนนี้ร้องผิดร้องเพี้ยนมีคอมพิวเตอร์ช่วยได้สมัยก่อนเป็นเทป จึงต้องร้องจริง ๆ อย่างเดียว ผมโดนขับเคี่ยวมาเยอะมาก ทำให้มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในตัวไม่รู้ตัว เช่น วิธีการร้องหนัก - เบา สั้น - ยาว การทำงานในห้องอัด ฯลฯ พอวันหนึ่งที่เราต้องมาสอนเด็ก ๆ ร้องเพลงว่าทำอย่างนี้สิ ขึ้นคอนเสิร์ตให้ร้องอย่างนี้นะ จึงสอนได้ ถือว่าโชคดีไป   ที่ผ่านมาคุณก้องทำกิจกรรมช่วยสังคมสม่ำเสมอ เลือกไหมคะว่าต้องทำบุญด้านไหน การทำดีของผมไม่ได้จำกัดเลยว่าจะช่วยใครบ้าง คือช่วยได้ก็ช่วย ทั้งสัตว์ คนแก่ เด็ก คนพิการ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ไม่ได้เหนื่อยนักหนา ผมจะพยายามช่วยบางหน่วยงานให้ผมช่วยพูดรณรงค์บริจาคสิ่งของให้คนแก่เด็กกำพร้า เด็กพิการ ถ้าพอมีคิวว่างผมก็ทำ เพราะคิดว่าเราไม่ได้เสียอะไรมากมาย แค่สละเวลาไปช่วยเหลือ ผมยินดีช่วย ที่ทำอย่างนี้เพราะผมคิดว่าได้สิ่งดี ๆ จากสังคมเยอะมาก ดังนั้นเราควรต้องแบ่งปันกลับไปบ้าง ผมเชื่อว่ายิ่งแบ่งก็ยิ่งได้ อย่างตอนประเทศเนปาลแผ่นดินไหว ผมไปร่วมเล่นคอนเสิร์ตการกุศล หาเงินช่วยเหลือเนปาลมีเพื่อน ๆ ศิลปินไปช่วยกันเยอะ เช่น วงนูโว, พี่ปุ๊ -อัญชลี จงคดีกิจ, โจอี้ บอย, คุณบอย โกสิยพงษ์,แสตมป์ ฯลฯ รวบรวมเงินบริจาคได้ประมาณ 2 ล้านบาทแล้วส่งไปให้เนปาล แม้ไม่ได้มากมาย แต่คงพอช่วยคนได้เป็นร้อยเป็นพันคนโดยที่เราก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรมาก ผมได้เล่นดนตรีที่ชอบและได้หาเงินบริจาคไปช่วยเหลือชาวเนปาลก็รู้สึกประทับใจครับ   เวลาว่างทำอะไรบ้างคะ […]

ชีวิตคือความไม่แน่นอน โอ๋ - เพชรลดา เทียมเพ็ชร

สมัยเรียนมัธยม โอ๋(เพชรลดา เทียมเพ็ชร เป็น “เด็กกิจกรรม” ตัวยงของโรงเรียนไม่ว่าดรัมเมเยอร์ ถือป้าย แสดงความสามารถพิเศษ ฯลฯ โอ๋ทำหมด

โคตร…ประหยัด ขจัดทุกข์ แนวคิดสุขๆ ของจอห์น วิญญู

โคตร…ประหยัด ขจัดทุกข์ แนวคิดสุขๆ ของ จอห์น วิญญู เรียนกันตรงๆ ตรงนี้เลยว่า แต่ก่อนผม จอห์น วิญญู ไม่รู้จักคำว่า “ประหยัด” กับเขาหรอก ผมมารู้จักแบบตระหนักและเข้าถึงความหมายของคำคำนี้จริงๆ เมื่อชีวิตเดินทางมาเจอปัญหาใหญ่เบ้อเร่อ ทั้งบ้าแบรนด์ ติดหรู เป็นหนี้สรรพากรเกือบล้าน แถมอยู่ดีๆ ก็กินไม่ยั้งจนน้ำหนักเกินพิกัด กลายเป็นข่าวกอสสิปตามนิตยสารอยู่พักใหญ่ ผมเริ่มทำงานหาเงินใช้ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยม 3 - 4 เริ่มจากเดินแบบ ถ่ายแบบ เป็นพิธีกรรายการทีวี พอมีรายได้สม่ำเสมอ ทุกเดือน ๆ ผมก็เริ่มผยองใส่พ่อกับแม่ทันที ประมาณว่า ต่อไปนี้พ่อกับแม่ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม - ค่าขนมให้แล้วนะ เพราะตอนนี้ผมมีเงินเดือนเป็นของตัวเองแล้ว เดือนละตั้ง 70,000 บาท ดูแลตัวเองได้สบาย ๆ ตอนนั้นผมยังมีหลักคิดแปลก ๆ ว่า เมื่ออยู่ในวงการบันเทิง มีชื่อเสียง จะใช้ชีวิตธรรมดา ๆ ไม่ได้แล้ว ของใช้ของกินทุกอย่างของผมจะต้องดีที่สุด แพงที่สุด และรุ่นใหม่ที่สุด ไม่ให้น้อยหน้าใคร เรียกว่าอยากได้อะไร ก็ซื้อเลย ไม่ต้องคิด พอเข้ามหาวิทยาลัยความผยองก็พุ่งถึงขีดสุด เมื่อผมตัดสินใจแยกออกไปเช่าคอนโดหรูย่านสุขุมวิทอยู่ตามลำพัง พร้อมถอยรถใหม่ป้ายแดงออกมาขับเท่สุด ๆ…สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมโคตรมั่นใจเลยว่า ไม่มีเด็กปี 1 คนไหนทำแบบผมได้แน่ๆ!    อยู่ ๆ วันหนึ่งก็เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางวันแสก ๆ ขณะที่ผมกำลังกินอาหารในร้านหรูอย่างเพลิดเพลิน ทีมงานก็โทร.มาแจ้งว่า รายการที่ผมเป็นพิธีกรอยู่ถูกยุบไป 1 รายการ! นั่นหมายความว่า  รายได้ผมจะหายไปถึงครึ่งหนึ่ง แล้วผมจะไปหาเงินที่ไหนมารองรับไลฟ์สไตล์สุดหรูที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เรื่องยังไม่จบเพียงแค่นั้น เพราะทีมงานยังแจ้งต่ออีกว่า สรรพากรแจ้งเก็บภาษีผมย้อนหลังอีกราว ๆ 400,000 บาทด้วย นาทีนั้นผมชาไปทั้งตัว  รีบวางตะเกียบลง เช็กบิลค่าอาหารแล้วตรงดิ่งกลับคอนโดทันที ผมเช็กเงินในสมุดบัญชีธนาคารทุกเล่มที่มีแล้วผมก็ต้องตัวชาอีกครั้ง เพราะผมเหลือเงินอยู่แค่ 200,000 บาท ยิ่งถ้าคิดเทียบกับจำนวนปีที่ผมทำงานมา ผมน่าจะมีเงินมากถึง 3 - 4 ล้านแล้ว แต่ทำไมเงินล้านของผมหายไปไหนหมด! หลังตั้งสติได้ ผมตัดสินใจบอกคืนห้องและเก็บของย้ายออกจากคอนโดหรู ค่าเช่าเดือนละ 30,000 ทันที แล้วหาอพาร์ตเมนต์พอให้ซุกหัวนอนได้ ต่อมาผมก็ติดต่อสรรพากรเพื่อประนอมหนี้ ขอแบ่งชำระเป็นงวด ๆ จากนั้นผมก็หาวิธีลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลงอีก ด้วยการหันมาใช้ชีวิตแบบ“ประหยัดขั้นสุด” กินง่ายอยู่ง่าย ไม่เที่ยว ไม่ช็อปปิ้ง ไม่บ้าแบรนด์อีกแล้ว ขณะเดียวกันก็ต้องเพิ่มรายได้ด้วยการรับงานเพิ่มขึ้น ไม่เลือกงานเหมือนแต่ก่อน อันไหนทำได้ก็ทำหมด ผมทำงานหนักมาก เพราะตั้งใจจะปลดหนี้ให้เร็วที่สุด แต่ก็ไม่มีอะไรง่ายขนาดนั้น พอผ่อนหนี้ก้อนแรกหมดปั๊บสรรพากรก็แจ้งมาอีกว่า ผมยังต้องจ่ายภาษีย้อนหลังรวมทั้งหมด 3 ระลอกด้วยกัน…เบ็ดเสร็จแล้วผมเป็นหนี้สรรพากรเกือบล้าน! ช่วงเวลานั้นผมทุกข์มาก เหนื่อยมากเพราะบางเดือนหมุนเงินไม่ทัน ไม่มีเงินจ่ายค่าไฟ เมื่อถูกตัดไฟ ผมก็ต้องลงไปนอนบนพื้นกระเบื้องแทนเพื่ออาศัยไอเย็นพอให้สบายตัว รู้สึกสมเพชตัวเองที่สุด ผมใช้ชีวิตประหยัดขั้นสุดอย่างนี้ราว 3 - 4 ปีก็สามารถปลดหนี้ได้สำเร็จ ในวันที่ปลอดหนี้ผมบอกตัวเองว่า ต่อไปนี้ผมจะต้องวางแผนการเงินให้ดี หันมาใช้ชีวิตแบบไม่รีบเร่ง และให้เวลากับตัวเองมากขึ้นเพื่ออ่านหนังสือตกผลึกความคิดเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะภาษีที่ผมให้ความสำคัญมากถึงกับเริ่มหาความรู้อย่างจริง ๆ จัง ๆ จนกลายเป็นกูรู (สมัครเล่น) มีคลังข้อมูลส่วนตัวไว้ให้คำแนะนำเพื่อน ๆ ได้ หลังจากปลดระวางเรื่องการช็อปปิ้งผมก็หันมามีความสุขกับการกินแทน  ทำนองว่า ทำงานหนักก็ต้องให้รางวัลตัวเองบ้าง เป็นผลให้สองปีต่อมาน้ำหนักของผมพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ จากอวบเป็นอ้วน ช่วงอ้วน ระยะแรกนั้นก็ยังไม่รู้สึกอะไร จะมีก็แต่ทีมงานฝ่ายเสื้อผ้าที่คอยบอกว่า  จอห์นตัวใหญ่ขึ้นนะ เพราะใส่เสื้อผ้าไซส์เดิมไม่ได้เลย  ทั้งคับทั้งปลิ้น ผมก็ยังพยายามหาข้ออ้างให้ตัวเองว่า ผมเป็นลูกครึ่งฝรั่งก็ต้องโครงร่างใหญ่เป็นธรรมดา   ในที่สุดเมื่อน้ำหนักแตะ 100 กิโลกรัม เรียกว่าอ้วนขั้นเกือบสุด คนรอบข้างก็ทักว่าผมอ้วนมาก หนังสือกอสสิปก็เริ่มแซวผมว่าเป็นฝรั่งอ้วน  อย่างหลังนี้ผมรับไม่ได้เลย เพราะรู้สึกว่า การแซวกันออกสื่อนั้นไม่ต่างจากผมกำลังโดนคนทั้งประเทศแซว แต่คิดไปคิดมาอย่าไปโทษใครดีกว่า เพราะการที่ผมอ้วนก็เนื่องมาจากว่า ผมไม่มมีระเบียบวินัยในตัวเอง ไม่ดูแลตัวเอง ดังนั้นคนรอบข้างถึงไม่ให้เกียรติไม่เคารพ และเอาผมไปแซวเล่นกันอย่างนี้ ผมจึงคิดว่า ถึงเวลาต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง (อีก) แล้ว  เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่งวันละ 2 - 3 ชั่วโมง แต่น้ำหนักก็ลงแค่นิดเดียว ไม่ทันใจ ผมจึงเริ่มไปซื้อคอร์สลดน้ำหนัก ทำสารพัดวิธี  ทั้งพันผ้าช็อร์ตไฟฟ้า นวดสลายไขมัน ฯลฯ หมดเงินไปเป็นแสน ๆ แต่สุดท้ายซิกซ์แพ็คก็ไม่มา พุงก็ยังห้อยเหมือนเดิม ถึงตอนนี้ผมเริ่มท้อ เงินก็เสีย ใจก็แป้ว เริ่มคิดว่า […]

สุจิรา อรุณพิพัฒน์ ร่าเริง เก่ง สวย ด้วยธรรมะ

สุจิรา อรุณพิพัฒน์ ร่าเริง เก่ง สวย ด้วยธรรมะ ความสวย   ความน่ารัก   และความสามารถของเธอ (นุ้ย –  สุจิรา อรุณพิพัฒน์  ) นั้นไม่มีใครปฏิเสธ   แต่คุณจะยิ่งรักเธอมากขึ้น   หากได้รู้จักแง่มุมในการดำเนินชีวิต   นอกจากรักเด็กแล้ว   เธอยังรักสุนัขจรจัด   รักครอบครัว   ที่สำคัญคือ   รักพุทธศาสนาด้วย   แม้วันนี้จะถอดมงกุฎนางสาวไทยปี   2544   แล้ว   แต่ความประพฤติที่น่ารักของเธอยังทำให้เรามองเห็นมงกุฎแห่งความดีที่สวมอยู่บนศีรษะตลอดเวลา ความสนใจในธรรมะของนุ้ยเริ่มต้นอย่างไรครับ นุ้ยเคยไปทำบุญแล้วได้พบพระรูปหนึ่ง ท่านสอนว่า   การทำงานตรงนี้ให้จำไว้อย่างหนึ่งว่า “ทุกสิ่งอย่างเป็นของคู่กัน”     นุ้ยก็สงสัยว่าแปลว่าอะไร   ท่านอธิบายว่า   มีดีก็มีเลว   มีขาวก็มีดำ มีคนชื่นชมก็ต้องมีคนนินทา   ให้จำตรงนี้เอาไว้แล้วจะอยู่อย่างมีความสุข   พอฟังแล้วและคิดตามก็เลยเก๊ตว่า   นี่หรือที่เขาบอกว่าใช้ธรรมะมานำการดำเนินชีวิต   นี่หรือปรัชญาในการดำเนินชีวิตที่ไม่เคยรู้   และนุ้ยมาเริ่มสนใจและปฏิบัติธรรมหลังจากได้สนทนากับท่าน   ว.วชิรเมธี ตอนที่ท่านมาออกรายการ   ร้านชำยามเช้า   ซึ่งนุ้ยเป็นพิธีกรอยู่ ได้นำธรรมะมาใช้ในการกำกับชีวิตอย่างไรบ้าง นุ้ยทำพื้นฐานง่ายๆ   ที่ใครก็ทำได้คือ   รักษาศีล   แต่ก็เคยถามท่าน   ว.ว่า   “ท่านคะ   มุสาคือการโกหกและห้ามพูดเพ้อเจ้อ   แต่บางทีหนูเป็นพิธีกร   ก็ต้องพูดอะไรเรื่อยเปื่อย   […]

ธรรมะสไตล์วู้ดดี้ พิธีกรที่ (เกิด) มา “แรง-ง-งส์”

ธรรมะสไตล์ วู้ดดี้ พิธีกรที่ (เกิด) มา “แรง-ง-งส์”   ผม ( วู้ดดี้ ) ไม่เคยแคร์ว่าจะได้ขึ้นปกนิตยสารอะไรทั้งนั้น  แต่Secret  คือเล่มเดียวที่ผมอยากขึ้นปกทุกครั้งที่เห็นปก Secret  ผมมักจะคิดอยู่เสมอว่า  เราคงไม่มีวันนั้นหรอก  เพราะแต่ละคนที่ขึ้นปก  ทุกคนเรียกได้ว่าเป็นคนดี๊คนดี  เรื่องนี้ฝังใจผมมาเป็นปีว่า  เอ…หรือเราไม่ประสบความสำเร็จ  หรือเราไม่ดีพอสำหรับสังคม  ไม่ดีพอสำหรับ Secretภาพเราอาจจะแรงเกินไปมั้ง  หรือเราต้องสร้างภาพวะ (หัวเราะ)   ตอนนี้คุณก็ได้ขึ้นปก Secret แล้วเล่าเรื่องที่คุณอยากเล่าได้เลยครับ เรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะต่อต้านคือความคิดเชิงลบ  ผมเจอมาเยอะ  คนที่ไม่ว่าเจออะไรก็ตาม  ก็เอาแต่บอกว่า  ไอ้นี่ไม่ดีอย่างนั้น  ไอ้นั่นไม่ดีอย่างนี้  พอมีความคิดเชิงลบแบบนี้ปุ๊บ  สมองเขาก็จะเต็มไปด้วยสารพิษที่เป็นลบ  และรับเอาความคิดหรือคำพูดที่ไม่ดีของคนรอบ ๆ ตัวเข้ามาได้ง่ายคำถามคือ  แล้วจะทำยังไงให้คนเรามีเกราะกำบังจากความคิดเชิงลบเหล่านั้น  คำตอบง่าย ๆ ก็คือ  ใจที่คิดดี  ทำดี  มีแนวคิดเชิงบวกไงล่ะ  เหมือนกับที่ นาตาลี  เกลโบวา(Natalie Glebova)  อดีตนางงามจักรวาลเคยพูดไว้ครั้งหนึ่งว่า  “คนเราต้องคิดบวก” เมื่อก่อน  ถ้าวันไหนผมตื่นเช้ามาพร้อมกับความเครียด  โลกในวันนั้นก็จะแย่มากเพราะความรู้สึกแย่ ๆ จะแผ่ออกไปสู่พนักงานและทุกคนรอบตัวเลย  ผมจึงพยายามฝึกใจให้คิดบวกอยู่เสมอ  โดยมองว่าชีวิตเราช่างมีค่าเหลือเกิน  ไม่ว่าจะรวยหรือจนอย่างน้อยเราก็ยังมีโอกาสที่ได้ลืมตามาหายใจและอยู่บนโลกใบนี้  เรามีแขนมีขาให้ได้เดินเหินทุกวันนี้ผมจึงไม่เคยตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่า  โอ…แย่จังเลย  แต่จะตื่นมาพร้อมกับความสุข  เปิดเพลงเพราะ ๆ ให้ตัวเอง  แค่นี้  วันนั้นก็จะเป็นวันที่ดีไปทั้งวันแม้ว่าอาจจะไม่มีอะไรพิเศษหรือไม่ได้ตังค์ซักกะบาท  แต่ผมก็รู้สึกมีความสุขจังเลย นี่แหละที่อยากจะฝาก Secret ไปบอกทุกคน     แล้วก่อนพบธรรมะ  คุณเคยตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกแย่ๆ อย่างที่ว่าบ้างหรือเปล่าครับ มีช่วงหนึ่งที่บริษัทผมไม่มีรายการอยู่หนึ่งปี  ผมรู้สึกเฟลว่าทำไมคนไม่ยอมรับรายการเรา  แต่ไม่ถึงกับเสียใจร้องไห้  ทั้งที่ไม่มีงาน  ไม่มีเงินเข้าเลย  แต่เชื่อไหมว่าผมไม่เคยคุยกับลูกน้องเรื่องนี้เลย  ยังทำงานเหมือนปกติทุกอย่าง  เราทำตัวเหมือนกำลังเสนอรายการตามปกติ  ลูกน้องอาจจะสงสัยว่าทำไมไม่มีรายการเข้ามา  เราก็คอยให้กำลังใจเขาว่า  เดี๋ยวจะมีเข้ามา  แต่ความจริงก็คือผมต้องไปกู้เงินแบงก์มาเพื่อจ่ายเงินเดือน  คิดอย่างเดียวว่า  ทำยังไงก็ได้ให้ลูกน้องมีกิน  ไม่กล้าบอกใครเลยว่าเจ๊งบ๊ง  จะไปหาญาติหรือพ่อแม่ก็ไม่กล้าจนผมเป็นหนี้แบงก์อยู่เป็นสิบ ๆ ล้าน    แต่พอมีรายการ วู้ดดี้เกิดมาคุยทุกอย่างก็เปลี่ยนไป   ชีวิตในวัยเด็กของลูกชายนักการทูตเป็นอย่างไรบ้างครับ ผมไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคุณหนูอะไรนะครับ  ผมรู้แค่ว่าตัวเองเป็นลูกของข้าราชการไทยที่ซื่อสัตย์  พ่อเป็นคนที่รักชาติและอุทิศตนเพื่อชาติ  ตอนเด็ก ๆ ผมยังสงสัยอยู่บ่อย ๆ ว่า  ทำไมพ่อต้องทำงานหนักขนาดนี้เพื่อประเทศชาติ  ทำไมต้องต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอยู่ตลอดเวลา  แต่ผมไม่ค่อยได้ไปออกงานกับท่านเท่าไรหรอกครับ ส่วนใหญ่จะอยู่แต่ในห้อง  นาน ๆ มีแขกบ้านแขกเมืองมา  เราก็ไปช่วยต้อนรับบ้าง  แต่ไม่เคยคิดว่าเป็นอะไรที่พิเศษ   วิธีทำสมาธิในแบบของวู้ดดี้เป็นอย่างไรครับ อันดับแรกคือ  ให้หยุดคิดทุกอย่างเหมือนคุณอยู่ในบ้านหลังหนึ่งแล้วค่อย ๆปิดประตู  ปิดหน้าต่าง  ปิดทุกอย่าง  จนกระทั่งบ้านทั้งหลังเงียบ  ซึ่งไม่จำเป็นว่าคุณต้องอยู่ในที่เงียบ ๆ คนเดียวนะ  คุณสามารถทำแบบนี้ที่ไหนก็ได้  ไม่ว่าจะอยู่ในบ้าน  ในรถไฟฟ้า  หรือที่สาธารณะต่าง ๆพอปิดทุกอย่างเสร็จปุ๊บ  ให้คุณหลับตาแล้วเพ่งไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง  อะไรก็ได้  อย่างผมมักนึกถึงลูกแก้ว  หน้าคน  หรือดวงดาวดวงหนึ่งที่ลอยอยู่ระหว่างคิ้ว  ระหว่างที่กำลังเพ่งอยู่  ให้เราได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองตลอดเวลา  แล้วจากนั้นก็ให้บริกรรมคำไหนก็ได้  อาจจะเป็น “พุทโธ” “ซูเปอร์จูเนียร์”  “จัสติน”  หรือคุณจะท่องว่า  “มิยาบิ” ก็ได้  เพื่อที่จะดึงเราไว้ไม่ให้หลุดไปไหน  ถ้ามีอะไรแทรกเข้ามาในหัวเช่น  ปัญหาเรื่องงาน  ก็จินตนาการว่าเรามีไม้กวาดอยู่ด้ามหนึ่ง  แล้วค่อย ๆ ใช้มันปัดสิ่งที่กำลังแทรกอยู่นั้นออกไป  และพยายามกลับมายังสิ่งที่เราเพ่งอยู่ให้ได้  เท่านี้เราก็สามารถชำระล้างจิตใจและสมองได้แล้ว  ถึงจะแค่ 5 นาที  10 นาทีก็ตาม  แต่นั่นก็ถือว่าเราได้พักจิตใจแล้ว  เหมือนกับรถที่วิ่งเยอะ ๆ เครื่องเริ่มเขลอะด้วยเขม่าควัน  ถึงจะยังไม่ได้เข้าอู่  แต่แค่ได้หยุดพัก  เครื่องก็ดีขึ้นแล้ว     อะไรทำให้คุณเข้าใจพุทธศาสนามากขึ้นครับ ชีวิตของผมเปลี่ยนไปหลังจากที่ได้สัมภาษณ์ท่าน ว.วชิรเมธี  ในครั้งนั้นผมถามท่านว่า  เวลาไหว้พระนี่เราต้องขออะไร  ท่านตอบว่า  ไม่ต้องขออะไร  พระพุทธรูปคือผู้รับฟังเฉย ๆ  ดังนั้นเราจึงไม่ได้มาไหว้เพื่อขอ  เราแค่มาบอกท่านว่าเราจะเป็นคนดียังไงคำตอบของท่านทำให้ผมอึ้งมาก เพราะผมเข้าใจมาโดยตลอดว่า  เวลาเจอพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ  เราต้องขอไงครับนั่นคือจุดแรก ส่วนจุดที่สองคือ  ตอนที่ท่านพูดถึงความสุขของชีวิตทั้ง 4 ระดับ  ไล่ตั้งแต่กามสุข  ซึ่งผมและคนจำนวนมากคิดว่าเป็นความสุขสุดยอดแล้ว  แต่ท่านบอกว่า  ยังมีความสุขสุดยอดยิ่งกว่า  คือ  ปัญญาสุขสมาธิสุข  และนิพพานสุข  ซึ่งเป็นความสุขสูงสุดที่ปราศจากกิเลสโดยสิ้นเชิง  ผมฟังแล้วมีความสุขมากจนร้องไห้ออกมา  ผมรู้สึกว่าตอนที่พูดคุยกับท่าน  ทุกอย่างรอบตัวล้วนแต่ทำให้เรามีความสุข  ถึงแม้จะเป็นเรื่องของปัญหา  แต่ทุกอย่างก็มีทางออกหมดผมตระหนักได้ในตอนนั้นเลยว่า  ปัญหาทุกอย่างในชีวิตล้วนมีทางออก   ทราบว่าคุณขอภาพที่ถ่ายลงSecret ไปตกแต่งห้องพระ  ห้องพระของวู้ดดี้จะเป็นอย่างไรครับ ห้องพระของวู้ดดี้จะไม่มีพระพุทธรูปตั้งอยู่เลย  ส่วนจะจุดธูปหรือไม่ก็แล้วแต่ทางด้านหน้าจะมีจอแอลอีดีฉายภาพพระที่เรานับถือ  สถานที่  แล้วก็สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆที่เราเห็นแล้วรู้สึกว่ามีความสุข  รวมถึงภาพของพ่อแม่ด้วย  เราจะใส่ภาพทั้งหมดนั้นลงไป  แล้วก็ตั้งโปรแกรมให้ฉายวนในจอไปเรื่อย ๆ  บรรยากาศเหมือนอยู่ใน มิวเซียมแกลเลอรี่ นอกจากนั้นผมเกิดไอเดียเล่น ๆ ว่าอาจจะเอารูปตัวเองมาติดผนังห้องพระไว้ด้วย  เพื่อที่เวลาไหว้พระเสร็จ  เราจะได้มองพิจารณาตัวเองด้วย  ไม่ใช่ว่าผมบูชาตัวเองนะครับ  แต่เหมือนเป็นการให้ความเชื่อมั่นกับตัวเอง  ผมเคยถูกสอนมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าให้นับถือโน่นนี่นั่นถึงจะได้ดี  ในขณะที่ผมกลับไม่ค่อยนับถือหรือเชื่อตัวเองเลย  เรามองกระจกเพื่อแต่งตัว  แต่ไม่เคยมองตัวเองอย่างจริงจังว่าเรากำลังคิดอะไรแล้วคนคนนี้เป็นใครกันแน่  สำหรับผมการพิจารณารูปตัวเองจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเองจริงๆ   คุณคุยกับคนอื่นมามากมาย  ถ้าสมมุติว่าต้องสัมภาษณ์ตัวเองอยากจะถามอะไรที่ไม่เคยมีใครถามบ้าง (คิดนาน)  ผมไม่อยากสัมภาษณ์คนชื่อวู้ดดี้  ผมมองว่าเขาก็เป็นแค่นักสัมภาษณ์คนหนึ่ง  ผมพยายามถอดตัวเองออกมาเป็นพิธีกรอีกคนหนึ่งที่กำลังสัมภาษณ์นายวู้ดดี้แต่ก็ยังไม่มีคำถาม (นิ่งคิด)  ถ้าจะต้องถามจริง ๆ  ผมอาจถามว่า  ตอนอายุ 60  วู้ดดี้จะทำอะไร  ซึ่งผมมั่นใจว่าเขามีคำตอบ   คำตอบนั้นคืออะไรครับ ผมก็ยังไม่รู้หรอกนะว่าถึงตอนนั้นผมจะทำอาชีพอะไร  แต่น่าจะอยู่ในจุดที่กำลังตอบแทนให้กับสังคม  ผมมองว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในช่วงก้ำกึ่ง  จากจุดแรก ๆ นี่เน้นจะเอาจากสังคมอย่างเดียวในขณะที่วันนี้อยู่ในช่วงแบ่งรับแบ่งให้  แต่ถ้าผมแก่กว่านี้  คงจะเน้นที่การให้อย่างเดียว  และหากเป็นเช่นนั้นได้  นายวู้ดดี้ตอนอายุ 60 คงอิ่มอกอิ่มใจกับสิ่งที่ทำอยู่มาก ๆ เลย   Secret Box มีแต่คนที่กล้าออกเดินทาง  จึงจะมีเรื่องเล่าไว้กำนัลแก่คนรุ่นหลัง พระมหาวุฒิชัย  วชิรเมธี   เรื่อง พีรภัทร  โพธิสารัตนะ ภาพ วรวุฒิ  วิชาธร  ผู้ช่วยช่างภาพ สรยุทธ  พุ่มภักดี สไตลิสต์ รุจิกร  ธงชัยขาวสอาด  แต่งหน้า - ทำผม ศรายุทธ  วุฒิ บทความน่าสนใจ พระเอกหน้าตี๋ […]

ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ “ชีวิตนี้ผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”

อีกหนึ่งบทสัมภาษณ์ที่คุณไม่ควรพลาดแม้แต่บรรทัดเดียว!

“ความสุข” ตัวชี้วัดความสำเร็จของ ฌอห์ณ จินดาโชติ

“ความสุข” ตัวชี้วัดความสำเร็จของ ฌอห์ณ จินดาโชติ สิ่งที่วัดความสำเร็จของใครหลายๆ คน อาจจะเป็นหน้าที่การงานดีๆ หรือเงินทองที่ได้มามหาศาล แต่สำหรับผู้ชายคนนี้ ฌอห์ณ จินดาโชติ คิดต่างจากนั้น   “ผมวัดความสำเร็จของผมจากความสุขครับ เงินมันตัดสินอะไรไม่ได้จริงๆ เงินมากไม่ได้แปลว่าประสบความสำเร็จ นักแสดงบางคนอาจได้เงินน้อยแต่มีละครเข้ามาเรื่อยๆ แล้วเขามีความสุขที่ได้ทำงานออกมาให้ดี อันนี้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเหมือนกัน แต่ละคนไม่เหมือนกัน สำหรับผม ผมรู้สึกว่า ถ้าได้ขับรถออกไปทำงานแล้วผมมีความสุขที่จะไป นั่นคือความสำเร็จอย่างหนึ่งแล้ว และแสดงว่า ผมยังรักอาชีพนี้อยู่ ผมมีความสุขที่คนเจอผมแล้วเดินมาบอกว่า เป็นคนดีนะ ดีใจแทนพ่อแม่ นั่นคือความสุขในการใช้ชีวิตของผมเหมือนกัน ว่าสิ่งที่ผมเป็นมาจากการปลูกฝังของพ่อแม่ จนคนอื่นรู้สึกว่าดีน่าเอาเป็นแบบอย่าง เวลาดูผลงานตัวเองแล้วคนดูมีความสุข ผมก็มีความสุขแล้ว ไม่ต้องดังตลอด แค่ได้ทำเรื่อยๆ ก็เพียงพอแล้ว”               หนุ่มนักคิดคนนี้ยังมีมุมมองดีๆ อีกมาก ติดตามได้ในนิตยสาร Secret คอลัมน์ Idol Secret ปก ฌอห์ณ จินดาโชติ ฉบับวันที่ 10 พ.ย.2558   เรื่อง: อุรัชษฎา […]

คนดัง ฮอลลีวูดขอแชร์สูตรลดน้ำหนัก

คนดัง จากแวดวงฮอลลีวูดเขามีเคล็ดลับลดน้ำหนักอย่างไร มาดูกัน คนดัง จากฮอลลีวูดมักมาพร้อมกับหุ่นสวยๆ จนยุคนี้ การออกกําลังกายกลายเป็นที่เฟื่องฟู รูปร่างที่สาวๆ ทุกคนปรารถนาไม่ใช่หุ่นผอมบางราวกับไม้แขวนเสื้อสไตล์นางแบบอีกต่อไป แต่กลับเป็นมัดกล้ามในรูปร่างเพรียวกระชับแบบนักกีฬาและหน้าท้องที่แบนราบ วันนี้ เรามีสูตรลดน้ำหนักในสไตล์ของ เจโล บียอนเซ่ และจีเซล มาให้ทุกคนได้ลองทำตาม ฟิต เซ็กซี่ แบบเจโล ภาพจาก https://www.instagram.com/jlo/ แม้ล่วงเข้าสู่วัย 48 ปี แต่เจนนิเฟอร์ โลเปซ ยังคงรักษารูปร่างได้งดงามติดอันดับต้นๆ ของเซเลบสาวหุ่นเป๊ะ จนนิตยสาร People จัดคอลัมน์พิเศษที่เก็บภาพดารานักร้องสาวรุ่นถัดมาที่แต่งกายและมีรูปร่างเซ็กซี่แบบนาฬิกาทรายเช่นเธอในชื่อ “Everyone Was J.Lo-ing on the Red Carpet” หรือ “บนพรมแดง ใครๆ ก็ดูเหมือนเจโล” แม้แต่ คิม คาร์ดาเชียน คนดังสาวหุ่นสะบึมที่มียอดผู้ติดตามในทวิตเตอร์สูงถึง 34.9 ล้านคน ยังประกาศยกให้เจโลเป็นสุดยอดแรงบันดาลใจในการดูแลรูปร่างสําหรับเธอไปตลอดกาล ฟิตกล้าม เจโลให้สัมภาษณ์ถึงการสร้างรูปร่างแบบนาฬิกาทราย อกกระชับ ส่วนเอวที่เว้าคอด ขณะเดียวกันก็มีเส้นสายของแนวกล้ามเนื้อที่สวยงามแก่นิตยสาร Elle […]

แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ ไม่ว่าอะไรจะเกิด ชีวิตต้อง “Keep walking” เสมอ

แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ ไม่ว่าอะไรจะเกิด ชีวิตต้อง “Keep walking” เสมอ ไม่มีใครในโลกนี้ที่ไม่เคยเจอะเจอกับ “ปัญหา” ยิ่งเติบโตขึ้น มีบทบาทหน้าที่เพิ่มมากขึ้น…โอกาสที่จะพบเจอปัญหาก็ย่อมมีมากขึ้นไปด้วย แต้ว  ณฐพร เตมีรักษ์ นักแสดงสาววิกสามพระรามสี่ที่แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการด้วยบท “ขม” หรือ “เด็กขม” ในละครดราม่าเรื่องเยี่ยม ดงผู้ดี เมื่อหลายปีก่อน ให้นิยามคำว่า “ปัญหา” ตามสไตล์เด็กสถาปัตย์ว่า “ปัญหาคือกำแพงที่เข้ามาบดบังไม่ให้เรามองเห็นทางข้างหน้า” แต้วอธิบายว่า กำแพงในที่นี้อาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจของเราเองหรือปัจจัยอื่นๆ ที่เราควบคุมไม่ได้ แต่เมื่อไรที่พบเจอกำแพงกั้นขวางระหว่างทาง ขอให้ตั้งสติให้ดีอย่าตกใจ แล้วค่อยๆ คิดหาหนทางแก้ไข บางทีอาจจะต้องหาทางปีนข้ามไป บางทีต้องเดินอ้อมไปบ้าง หรือบางครั้งอาจต้องทลายกำแพงลง ฯลฯ แต้วมั่นใจว่า ไม่ว่าวิธีใดก็ตามแต่ ถ้าใจไม่ท้อและไม่หมดหวังเสียอย่าง เราต้องผ่านกำแพงนี้ไปได้แน่ๆ เพราะชีวิตต้องเดินต่อไปข้างหน้าเสมอ อย่างที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า “Keep walking” สิ่งมีค่าที่สุดของทุกชีวิต ปกติแต้วจะไปไหนมาไหนกับคุณพ่อบ่อย ยิ่งพอท่านเกษียณราชการด้วยแล้ว คุณพ่อจะทำหน้าที่ขับรถรับ-ส่งแต้วตลอด ระหว่างทางเราสองพ่อลูกก็มักจะมีเรื่องพูดคุยกันเสมอ มีทั้งที่คุณพ่อสอนเองบ้าง แต้วมีเรื่องมาปรึกษาขอความคิดเห็นจากท่านบ้าง ถึงแม้บางครั้งคุณพ่อจะอธิบายยาวไปหน่อย แต่แต้วก็ชอบการอธิบายของท่านมาก เพราะท่านมักจะสอดแทรกปรัชญาชีวิตและธรรมะไว้ในนั้นด้วยเสมอๆ อย่างเรื่องปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต คุณพ่อก็จะสอนให้แต้วเข้าใจก่อนว่า สิ่งที่มีค่าที่สุดของทุกชีวิตก็คือ “ลมหายใจ” พอเราเติบโตขึ้น เราก็ต้องมีบทบาทในสังคม มีความเกี่ยวพันกับผู้คนมากขึ้น ปัญหาก็ย่อมต้องมีมากไปด้วย ปัญหาบางอย่างเราอาจจะคิดว่า “มันหนักหนา ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตแล้ว” แต่ขอให้ลองคิดดูว่าปัญหานั้นมากระทบลมหายใจหรือเปล่า เรายังหายใจได้ไหม ถ้าคำตอบคือ “ไม่ เรายังหายใจได้” ก็อย่าเอาปัญหานั้นมาแบกไว้จนไม่เป็นอันทำอะไร เพราะทุกปัญหามีทางออก ยิ่งถ้ามองให้ลึกไปกว่านั้น เราต้องเข้าใจว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตอาจไม่ใช่แค่การประสบความสำเร็จ แต่คือ “การใช้ชีวิตให้มีความสุขมากกว่า” ดังนั้นถ้าเราพยายามสุดๆ แล้ว ยังแก้ปัญหานั้นไม่ได้ ก็ยอมรับแล้วปล่อยวางเสีย อยู่กับทุกลมหายใจอย่างมีความสุข ใช้ทุกลมหายใจอย่างมีค่า เมื่อ “ความไม่เข้าใจ” เปลี่ยนเป็น “ความท้าทาย” ตอนแรกที่ได้เข้ามาทำงานกับช่อง 3 แต้วไม่รู้และไม่เข้าใจเลยว่าการแสดงคืออะไร เกือบทุกครั้งที่ไปเข้าฉาก แต้วจะเกิดคำถามขึ้นในใจตลอด เพราะไม่เข้าใจสิ่งที่ต้องแสดงออกไป ไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายของการแสดง จนกระทั่งได้มาร่วมงานกับ พี่อ๊อฟ–พงษ์พัฒน์ ในละครเรื่อง ดงผู้ดี แต้วถือว่าตัวเองโชคดีมากๆ เพราะพี่อ๊อฟส่งแต้วไปเรียนการแสดงกับหม่อมน้อย (หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล) ก่อนเปิดกล้องถึงสามเดือน นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทัศนคติของแต้วที่มีต่อการแสดงเปลี่ยนไป… หม่อมน้อยสอนให้แต้วเข้าใจถึงหัวใจของการแสดง วิธีการแสดงที่ถูกต้องที่ไม่ใช่การสมมุติว่าเราต้องแสดงอารมณ์อย่างนี้อย่างนั้น แต่คือการสวมวิญญาณตัวละครลงไปจริงๆ ต้องคิดและทำอย่างตัวละครให้ได้ เมื่อได้ครูดีและมีวิชาติดตัวแล้ว คำถามที่เคยค้างคาใจต่างๆ ก็เริ่มหมดไป กลายเป็น “ความท้าทาย” เข้ามาแทนที่ นั่นจึงทำให้แต้วสนุกกับทุกๆ วันที่ไปทำงาน ยิ่งทำก็ยิ่งสนุก และยิ่งนานวันก็ยิ่งรักการแสดงมากขึ้นๆ ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องงาน หรือเรื่องใดๆ ก็ตามแต่ ถ้าเราทำด้วย “ความเข้าใจ” แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นย่อมจะ “ดีกว่า” การทำด้วยความไม่เข้าใจแน่ๆ ได้มากกว่าที่คิด ธรรมชาติของเด็กสถาปัตย์ส่วนใหญ่ (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) มักจะไม่ค่อยชอบไปสุงสิงกับใครมากมายนัก แต้วเองก็เหมือนกัน…มักจะใช้ชีวิตอยู่กับกลุ่มเพื่อนในคณะตลอด พอขึ้นปี 3 ก็เริ่มมีหลายคนมาแนะนำให้แต้วไปสมัครเข้าร่วมกลุ่มตัวแทนนิสิตจุฬาฯ เผื่อจะได้ทำกิจกรรมกับทางมหาวิทยาลัยดูบ้าง ตอนแรกแต้วก็ลังเล จะเอาอย่างไรดี เพราะงานนี้มีแต่คนสมัครเยอะมาก แถมยังเก่งๆ ทั้งนั้น แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่า “ลองดู ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ถือเป็นประสบการณ์ว่าอย่างน้อยเราก็ได้ลองทำแล้ว” การคัดเลือกเป็นไปอย่างยาวนาน ในที่สุดแต้วก็ได้รับเลือกให้เข้ากลุ่มตัวแทนร่วมกับเพื่อนๆ อีก 11 คน เท่านั้นยังไม่พอ แต้วยังได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยคิดฝันมาก่อนคือ ได้รับเลือกให้เป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยวในงานฟุตบอลประเพณีด้วย แม้ใจหนึ่งจะภูมิใจมากๆ แต่อีกใจก็คิดว่า “โห! หน้าที่นี้มันสูงส่งเกินไปสำหรับเราหรือเปล่า” แต่ในเมื่อได้รับเลือกให้ทำแล้ว แต้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด เมื่อทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต้วก็ได้รู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่แต้วได้รับไม่ใช่แค่การได้นั่งเสลี่ยง ทำหน้าที่อัญเชิญพระเกี้ยว แต่คือการได้รู้จักเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ต่างคณะ ได้ทำงานร่วมกันอย่างจริงๆ จังๆ และได้รู้ว่าโลกนี้ยังมีอะไรอีกมากมายให้เราเรียนรู้ ไม่จำกัดอยู่แค่คณะที่เราเรียนเท่านั้น แต้วคิดว่า เกียรติยศเป็นความภาคภูมิใจที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้ ประสบการณ์และมิตรภาพก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่คุณต้อง “กล้า” พาตัวเองออกไปสัมผัสและแสวงหามันก่อน…ก็เท่านั้นเอง    Secret Box อย่าดูถูกตนเองด้วยคำว่า “ทำไม่ได้” หากว่าคุณยังไม่ได้ “ลอง” ลงมือทำก่อน   บทความน่าสนใจ วิธีรับมือกับปัญหาในแบบของ ไก่ วรายุฑ มิลินทจินดา แพนเค้ก-เขมนิจ กับ การเรียนรู้บนโลกที่ไม่หยุดนิ่ง “สุขกับปัจจุบัน” […]

keyboard_arrow_up