มาสร้างเสน่ห์ตั้งแต่หัวจรดเท้าไปพร้อมกันเถอะ!!

ผู้หญิงก็ย่อมต้องคู่กับความสวยงามกันอยู่แล้ว ใครๆ ก็ใฝ่ฝันที่อยากจะดูดี สวยงามอยู่เสมอไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใดก็ตาม นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผู้หญิงเราจึงพากันสรรหาวิธีที่จะช่วยทำให้ตัวเองดูดีขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ที่เรายังคงคิดหาสูตรเสริมสร้างเสน่ห์และความงามกันอย่างไม่รู้จบหากคุณยังเป็นหญิงสาวที่วัยทำงานเช่นเดียวกับเรา และยังคิดจะทิ้งชีวิตวัยสาสของคุณไปกับความรู้สึกปลงอนิจจังแล้วหันหน้าเข้าป่า ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีเหตุผลใดที่จะหยุดฝันแล้วปล่อยตัวเองให้จมจ่อมอยู่กับความรู้สึกสงสารตัวเองที่เกิดมาไม่สวยแม้แต่สักวินาทีเดียว เพราะไม่มีอะไรที่จะมาขัดขวางให้คุณกลายเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบได้อย่างเด็ดขาดค่ะ อย่างในวันนี้ สิ่งที่จะมาบอกคือการเสริมสร้างเสน่ห์ที่มีอยู่ในตัวเองให้มีมากยิ่งขึ้นด้วยการหันมาดูแลร่างกายทุกสัดส่วน การทำให้สาวๆ ได้เสริมสร้างเสน่ห์ที่มีอยู่ให้มากยิ่งขึ้นตั้งแต่หัวจรดเท้า เอาเป็นว่าเป็นเสมือนการมาย้ำเตือนการเติมเต็มส่วนต่างๆ ให้ดูดี เพื่อให้ทุกคนเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ จนใครๆ ต้องแอบอิจฉาเลยล่ะค่ะ >> เส้นผม มงกุฏตามธรรมชาติของผู้หญิง <<    เส้นผมเปรียบได้กับเครื่องประดับล้ำค่าของผู้หญิง การมีเส้นผมที่สวยเงางามได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจะช่วยเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจให้กับผู้หญิงได้เป็นอย่างมาก แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างส่งผลให้เส้นผมของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เรามักจะพบว่าในบางครั้งเส้นผมของเราหยิก แตกปลาย มีรังแค หรือมีกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนา ซึ่งปัญหาเหล่านี้ต่างก็สร้างความวิตกให้กับผู้หญิงจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงสาวที่ต้องใช้ผมในการทำงานบ่อยๆ นั่นเอง การรักษาสุขภาพเส้นผมแต่ละประเภทจึงมีความแตกต่างกัน เพราะสภาพของเส้นผมที่มีความต่างกันของแต่ละคน บางคนมีผมเหยีดตรง บางคนมีผมหยิก ในขณะที่บางคนมีผมมัน ผมแห้ง ผมแตกปลาย และด้วยความแตกต่างนี้เองทำให้วิธีการดูแลแตกต่างกันออกไปด้วย เพื่อที่จะดูแลสุขภาพของเส้นผมให้แข็งแรงดีอยู่เสมอเราจำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อแตกต่างของผมแต่ละประเภท วิธีการทำความสะอาดที่ถูกต้อง รวมไปถึงวิธีการบำรุงรักษาที่เหมาะสมกับสภาพของเส้นผมชนิดนั้นๆ ให้ดีเสียก่อน เช่น การดูแลผมมันจำเป็นต้องสระผมบ่อยๆ และเลือกแชมพูอ่อนๆ การดูแลผมแห้งคือต้องรักษาน้ำมันและความชุ่มชื้นเอาไว้ให้มากที่สุด ควรหมักผมด้วยสูตรเพิ่มความเงางามให้เส้นผม เป็นต้น >> เสริมสร้างเสน่ห์ให้ผิวหน้าและผิวกาย << […]

ดูแลผิวหน้า ผิวกาย ให้เหมาะสมกับวัยของตัวเอง

เพราะความที่ผู้หญิงแต่ละคนมีสภาพผิวที่แตกต่างกันไปตามที่ธรรมชาติสร้างมา รวมถึงสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ การเอาใจใส่ดูแล และที่สำคัญคือเรื่องของ “วัยหรืออายุ” ทำให้การดูแลผิวพรรณทั้งผิวหน้าและผิวกายจึงต้องเอาใจใส่ต่างกัน ซึ่งผิวแต่ละวัยนั้นมีปัญหาที่ต้องให้แก้แบบพิเศษไม่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใด อายุเท่าไร ก็ควรที่จะใส่ใจดูแลสภาพผิวตามอายุจริงเพื่อให้ความใส่ใจที่มีสะท้อนออกมาในสภาพผิวที่ดูดี สมวัย หรือดูอ่อนกว่าไวได้ยิ่งดี เหล่านี้คือความสำเร็จของการดูแลผิวได้ดีตามที่ใจปรารถนา >> วัยขบเผาะไปจนถึงวัยทำงาน อายุประมาณ 15-20 ปี <<          ปัญหาผิวที่พบบ่อยในวัยนี้คือ “สิวกวนตัว” และ “สิวกวนใบหน้า” โดยเจ้าสิวทั้งเม็ดเล็ก เม็ดใหญ่ สิวเสี้ยน สิวหัวช้างจะมาเต็มไปหมด นั่นเป็นเพราะฮอร์โมนของวัยที่แรงดีมากเป็นพิเศษในช่วงวัยนี้ ยิ่งช่วงใกล้มีประจำเดือนหรือมีเรื่องเครียดด้วยแล้ว เจ้าสิวเม็ดโตจะประดังกันเข้ามาแบบไม่ขาดสาเลยล่ะค่ะ : วิธีแก้ปัญหาและดูแลสภาพผิว : อันดับแรกก็คือ ไม่ควรทำรุนแรงกับสิวด้วยการบีบ แกะ เค้น เพราะมือที่สกปรกและแรงกดจะทำให้สิวยิ่งอักเสบและใบหน้าเกิดรอยช้ำเข้าไปใหญ่ หากทนไม่ไหวเพราะสิวมันมาเต็มหน้าจนนอนไม่หลับ แนะนำให้ไปปรึกษาเภสัชกร หรือแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง อีกอย่างที่สำคัญคือเรื่องของความเครียด ดังนั้น คนในวัยนี้ที่รู้ตัวว่าเป็นคนเครียดง่ายก็หัดปล่อยวางลงบ้าง ควรทำความสะอาดหน้าวันละ 2-3 ครั้ง ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนเหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง หากมีกิจกรรมนอกบ้าน หรือต้องออกกำลังกายกลางแจ้ง ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15+ ขึ้นไป […]

Make to body …มารีเซ็ตร่างกายให้ห่างไกลคำว่า “อ้วน”

ผู้หญิงทุกคนล้วนอยากมีรูปร่างที่ได้สัดส่วน มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชวนมอง ใครที่มีรูปร่างดีอยู่แล้วก็อยากจะรักษาน้ำหนักให้คงที่อยู่แบบนี้ตลอดไป สำหรับคนที่มีรูปร่างท้วมหรือเจ้าเนื้อมากหน่อยก็อยากจะลดหุ่นให้รูปร่างเข้าที่พยายามทำทุกวิธีที่จะให้น้ำหนักลงไวๆ ยิ่งตอนนี้มองไปทางไหนก็มีแต่คนผอม คนดังหรือดาราบางคนจากที่เคยอ้วนมากๆ เปิดตัวออกมาอีกทีก็ผอมเพรียวจนน่าตกใจ จนอยากรู้ว่าเขาทำกันได้ยังไงกันนะ คิดอยากเป็นแบบคนเหล่านั้นบ้างลองทำตามแล้วทุกวิธี ถูกบ้างผิดบ้าง ทั้งลดอาหารก็แล้ว ออกกำลังกายก็แล้วก็ไม่ลดสักที บางทีก็อาจทำให้ท้อใจ!    อย่าเพิ่งท้อใจไปค่ะสาวๆ เพราะเรายังต้องเดินหน้าไปสู่เป้าหมายแห่งความ “ผอม” ที่ตั้งใจไว้ไปด้วยกัน แม้จะไม่ผอมทันใจในตอนนี้ แต่นาทีนี้ขอแค่ให้น้ำหนักค่อยๆ ลดลงสักหน่อยก็ดีใจแล้ว ซึ่งอย่างแรกที่เราต้องทำเลยคือการสำรวจตัวเองว่ามีระบบเผาผลาญที่ทำงานปกติหรือเปล่า เพราะต้องไม่ลืมว่าการจะลดน้ำหนักให้ได้อย่างต่อเนื่องสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญทำงานดี ต้องรู้จักวิธีการปรับกระบวนการทำงานในร่างกายให้เป็นปกติแล้วการลดน้ำหนักจะมีประสิทธิภาพและส่งผลดีในระยะยาว วันนี้เรามาทำการรีเซ็ตร่างกาย หรือมาปรับกระบวนการทำงานในร่างกายให้เพื่อรอรับ “ความผอม” ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกันดีกว่า มาเตรียมร่างกายให้ดี เชื่อเถอะค่ะว่าลดวิธีไหนก็ผอมลง แต่ยังไงก็ต้องเรียนรู้พฤติกรรมที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะของร่างกายให้ลดความอ้วนได้ง่ายขึ้นดังนี้ค่ะ >> จัดการไขมันหลังการกินด้วยการออกกำลังกาย << ใครที่กังวลใจเวลากินข้าวเสร็จแล้วไปชั่งน้ำหนัก แล้วพบว่าทำไมน้ำหนักขึ้นมาไวขนาดนี้ นั่นเพราะหลังจากกินข้าวอิ่มใหม่ๆ ร่างกายของเรายังไม่ย่อยหรือยังไม่ได้ขับไขมันออกไป ดังนั้น น้ำหนักตัวของเราตอนนั้นอาจจะเพิ่มเท่ากับน้ำหนักของอาหารที่กินเข้าไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่กินเข้าไปจะกลายเป็นไขมันทั้งหมด เพราะสารอาหารแต่ละประเภทใช้เวลาในการเปลี่ยนเป็นไขมันไม่เท่ากัน อย่างอาหารประเภทไขมันจะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมภายใน 12 ชั่วโมง ส่วนคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนจะเปลี่ยนเป็นกรดไขมันได้อย่างเร็วที่สุดคือ 1-2 วัน ดังนั้น หากวันไหนที่เรากินมากเกินไปแล้วกลัวอ้วนก็ต้องหาวิธีจัดการด้วยการออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหารในวันถัดไปก่อนที่สารอาหารเหล่านั้นจะเปลี่ยนเป็นไขมันค่ะ ถ้าจะให้ดีหลังกินข้าวเสร็จควรเดินให้ร่างกายได้ย่อยสัก 15 นาที จะดีมากๆ […]

เผาผลาญ 100 แคลอรี ด้วยงานบ้าน

การออกกำลังกายเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผลเร็ว แต่คุณสาวๆ หลายๆ คนไม่ชอบออกกำลังกายเอาซะเลยใช่ม๊า บ้างก็บอกว่าไม่ค่อยมีเวลาจะไปฟิตเนส แต่จะดีกว่าแน่ๆ หากเราสามารถเบิร์นน้ำหนักไปพร้อมกับการทำความสะอาดบ้านไปด้วย เพราะว่างานบ้านทั้งหลายที่คุณได้หยิบได้จับอยู่ทุกวันก็นับเป็นการออกกำลังกายทางหนึ่งด้วยเช่นกัน แถมยังได้ประโยชน์สองเด้ง ทั้งบ้านก็เรียบร้อยน่าอยู่และได้เบิร์นพลังงานนำสารอาหารต่าง ๆ ที่ทานเข้าไปออกมาเผาผลาญได้ด้วย ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าการทำความสะอาดบ้านแต่ละอย่าง เท่ากับการออกกำลังกายได้กี่แคลอรี่ ใครที่ไม่มีเวลาปลีกตัวไปออกกำลังกายจริง ๆ จัง ๆ หากกลัวว่าปล่อยไว้แบบนี้แล้วเดี๋ยวจะอวบเกินงาม ไม่สวย มาค่ะ มาทำความสะอาดบ้านไปพร้อมๆ กัน >>เผาผลาญด้วยการกวาดบ้าน ถูบ้าน << สาวๆ รู้มั้ยคะว่าการกวาดบ้าน ถูบ้าน กิจกรรมนี้สามารถช่วยให้เราเบิร์นน้ำหนักได้ถึง  376-752 แคลอรีเลยทีเดียว หากจะให้ดีเป็นการเคลื่อนไหวออกกำลังกายทั้งท่อนบนและท่อนล่าง หากคุณใช้เวลาดูดฝุ่นหรือกวาดบ้านทุกซอกทุกมุมในบ้านสักครึ่งชั่วโมงยิ่งได้ผลดีเท่ากับเข้ายิมเลยล่ะ การออกแรงของเราหลังจากกวาดฝุ่นผงเสร็จ จากนั้นก็ถูพื้น ยิ่งถ้าจะให้ได้ผลดียิ่งขึ้นควรถูด้วยมือโดยการคุกเข่าลงไปถู แม้จะดูเก้ ๆ กัง ๆ สักหน่อยแต่วิธีนี้จะช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดีเชียวค่ะ >> เผาผลาญด้วยการซักผ้า <<   เลิกเบื่อกันได้แล้วนะคะสาวๆ กับการที่ต้องรู้ว่าจะไปซักผ้า เพราะรู้หรือไม่ว่าแต่ละครั้งที่เราซักผ้าสามารถเบิร์นแคลอรีได้ถึง 100 แคลอรีเลยน๊า แม้ว่าตอนนี้คนเรามักจะเปลี่ยนจากการซักมือเป็นซักเครื่องแต่อย่างน้อยขั้นตอนในการแยกเสื้อผ้าหรือการกลับผ้าก่อนซัก รวมถึงการคลี่สะบัดและตากผ้า ก็ช่วยให้คุณเผาผลาญพลังงานได้เยอะทีเดียวค่ะ ห้ามเบื่อน๊า! […]

บำรุงผิวให้ถูกวิธี…เพื่อป้องกันภาวะผิว “ฝ่อ”!

เคยได้ยินกันมั้ยคะกับปัญหา “ผิวฝ่อ”  ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับสาวๆ ทุกคน ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้น ปัญหาเหล่านี้ก็อาจจะทวีความรุนแรงมากขึ้นตามไปด้วยเพราะปริมาณสารต่างๆ ในผิวลดลง สาวๆ ในวัยในวัย 25 – 30 ปี จะมีกระบวนการการทำงานของเซลล์ผิวเริ่มช้า ความชุ่มชื้นของผิวลดลง ผิวแห้ง ขาดความยืดหยุ่น อัตราการสร้างคอลลาเจน เริ่มลดลงปีละ 1% นอกจากจะทำให้เกราะปกป้องผิวอ่อนแอ บอบบาง แพ้ง่าย ฝ่อตัวลงแล้ว ปัญหาผิวต่างๆ ก็เกิดได้ง่ายขึ้นจากปัจจัยภายนอกที่เข้ามาทำร้ายผิว อีกปัจจัยที่ทำให้ผิวของเราไม่ชุ่มชื้นก็คือ มลภาวะ และสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวของเรานี่ล่ะค่ะ โดยเฉพาะคนที่มีผิวแพ้ง่ายหากถูกกระตุ้นมากขึ้นก็จะเกิดความระคายเคืองปัจจัยภายนอกเหล่านี้ส ที่จะเข้ามาทำลายคอลลาเจน และอีลาสตินในผิว ทำให้มีริ้วรอยตามมา เปลี่ยนจากคนผิวปกติกลายเป็น “ผิวฝ่อ” ในที่สุด วันนี้เรามีวืธีหลีกเลี่ยงให้ผิวของสาวๆ “ฝ่อ” ช้าลงก่อนวัยอันควรมาฝากค่ะ แม้ปัจจัยภายนอกที่เข้ามาทำร้ายผิวจะมีมากเพียงใด ทำให้คอลลาเจนในผิวถูกลำลาย แต่หากเรารู้ปัญหาและหาทางป้องกันดีๆ ภาวะผิวฝ่อก็ป้องกันได้ค่ะ   >> ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต >>      พฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรานี่แหละค่ะที่เป็นตัวชี้วัดสภาพผิวได้เป็นอย่างดี ถ้าเราเป็นคนที่ไม่ค่อยดูแลใส่ใจผิว นอนก็ดึก พักผ่อนก็น้อย […]

keyboard_arrow_up