30 ข้อคิดด้านความมั่งคั่ง ความสำเร็จ และความสุข จากขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร

คุณขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตรและซีเคร็ตขอมอบ ข้อคิด ด้านความมั่งคั่ง ความสำเร็จ และความสุข – นิตยสาร Secret

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช ทรงบำเพ็ญพระกุศล เนื่องในมงคลสมัย1ปี

เนื่องในมงคลสมัย 1 ปี นับแต่พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงทรงสักการะพระสรีรางคาร

7 ข้อคิดธรรมะรับอรุณ ส่งต่อยามเช้าทางไลน์ ทางแชท

พบกับ 7 ข้อคิดธรรมะรับอรุณ ส่งให้คนที่คุณรัก เราสรรหามาให้ผู้อ่านที่ชื่นชอบคำคมโดยเฉพาะ ส่งต่อให้คนที่คุณรักและหวังดีในทุก ๆ วัน

10 ข้อคิดสร้างแรงบันดาลใจจาก แจ็ค หม่า

แจ็ค หม่า เจ้าของธุรกิจใหญ่ที่ประสบความสำเร็จคนนี้ เขามีแนวความคิดดีๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจ สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิต การทำธุรกิจ และการทำงานได้ค่ะ

Secret ข้อคิดเตือนใจ ส่งให้คนที่คุณรัก ในทุก ๆ วัน

คำคม 2561 ให้ ข้อคิดเตือนใจ ได้ดี ส่งต่อให้คนที่คุณรักและหวังดีในทุก ๆ วัน ทั้งทางเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม และไลน์ คัดสรรมาให้ผู้อ่านที่ชื่นชอบคำคม

รวม 10 ข้อคิดเตือนใจ ให้ธรรมนำทาง จากพระอาจารย์ – นิตยสาร Secret

รวม ข้อคิดเตือนใจ สอนการใช้ชีวิต ความดีนำทาง ไว้เตือนใจ จาก พระอาจารย์ เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติในการใช้ชีวิตประจำวัน – นิตยสาร Secret

เล่าเรื่อง กรรม ย้ำให้ทำดี กับ “เจน ญาณทิพย์” (จบ)

เล่าเรื่อง กรรม ย้ำให้ทำดี กับ “เจน ญาณทิพย์” (จบ) แม้ว่าดิฉัน (เจน ญาณทิพย์) จะมีญาณทิพย์สามารถเห็น กรรม อดีตปัจจุบัน และอนาคตของผู้อื่นได้ แต่ทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่สาระสำคัญของชีวิต ดิฉันไม่เคยสอนให้ใครยึดติดกับสิ่งเหล่านี้ แต่สอนให้ทุกคนที่ได้พานพบ “พึ่งสติและปัญญาของตัวเอง” และดิฉันจะใช้ญาณช่วยเหลือเฉพาะคนที่กำลัง “จมน้ำ” มองไม่เห็นหนทางใดในชีวิตเท่านั้น ที่สำคัญ ดิฉันเป็นแต่เพียงผู้ชี้แนะทางสว่าง ไม่ใช่ผู้ที่จะมาแก้กรรมให้ใครหายทุกข์ หายร้อน หายเจ็บ หายป่วย ได้ในพริบตา ทุกอย่างอยู่ที่การกระทำของคนคนนั้น ดิฉันไม่ได้เป็นผู้วิเศษมาจากไหน…เป็นคนธรรมดาที่ยังเวียนว่ายตายเกิด มีสุข มีทุกข์ มีเจ็บ มีป่วยไม่ต่างจากคนอื่น ใครที่ต้องการเข้าถึงความรู้แจ้งและสงบเย็นต้องเรียนรู้ศึกษาโลกและชีวิตให้ถึงแก่นแท้ ต้องรู้จักถือสิ่งที่ควรถือ ต้องรู้จักวางในสิ่งที่ควรวาง รู้จักเก็บในสิ่งที่ควรเก็บ รู้จักทิ้งในสิ่งที่ควรทิ้ง มิฉะนั้นจะมีแต่หลงทางวนเวียนอยู่ไม่รู้จักจบสิ้น รับกรรมชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า    เมื่อมีใครมาหา ส่วนใหญ่ดิฉันมักจะทายทักถึง กรรมที่ทำไว้ในชาตินี้ เพราะเจ้าตัวจะรู้ดีที่สุดว่าทำกรรมอะไรไว้บ้าง เพื่อให้เขาระลึกนึกถึงความผิดพลาดที่เคยกระทำมาและจะได้สำนึกในการกระทำนั้นๆ ช่วงสามสี่ปีที่ผ่านมามีผู้คนมากมายมาหาดิฉัน พวกเขาต่างมีความทุกข์กันไปต่างๆ นานา นอกจากจะช่วยชี้แนะแนวทางให้พวกเขาแล้ว ดิฉันก็ขออนุญาตนำเรื่องราวของเขามาเผยแพร่ในหนังสือ “ภารกิจ delete กรรม” เจน ญาณทิพย์ (สำนักพิมพ์อมรินทร์ธรรมะ) เพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้คนอื่นๆ ได้เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ดังเรื่องราวของชายคนนี้ที่ติดต่อมาหาดิฉันและบอกว่าตัวเองโดนผีเข้ามาหลายสิบปีแล้ว แต่เมื่อเขามานั่งตรงหน้าและอนุญาตให้ดิฉันเห็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคตได้ ดิฉันจึงทราบว่าเขาโกหก เพราะเขาไม่ได้ถูกผีเข้าแต่อย่างใด ทว่ากรรมของเขาส่งผลให้ตัวเป็นชายแต่ใจเป็นหญิงและมีความต้องการทางเพศกับผู้ชายด้วยกันตลอดเวลา เขายอมรับว่าเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่มีใครเข้าใจเขาเลย ทุกวันนี้เขาต้องซื้อบริการทางเพศจากผู้ชายที่มาขายตัวตามสวนสาธารณะต่างๆ นอกจากนั้นเขายังมีอาการทางจิต คือเป็นคนรักสะอาดมาก สังเกตได้ว่าเขาจะใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดทุกอย่างที่สัมผัส เช่น ลูกบิดประตู เก้าอี้ที่นั่ง ฯลฯ ดิฉันเห็นแล้วให้นึกสงสาร จึงแนะนำให้เขาหมั่นถือศีลให้บริสุทธิ์ เริ่มจากการสวดมนต์ รักษาศีล และกรวดน้ำให้กับคนที่เขาเคยหลับนอนด้วยทุกคน ผู้ชายคนนี้บอกว่า เขาจะทำตามที่ดิฉันแนะนำทุกอย่าง แต่วันนี้ขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม อย่างไรก็ขอซื้อบริการทางเพศกับผู้ชายก่อน เขาทนไม่ได้…ขาดผู้ชายไม่ได้จริงๆ นี่ขนาดเพิ่งจะแนะนำไปหยกๆ ยังพูดแบบนี้อีก ดิฉันจึงเตือนสติเขาไปว่า “ดิฉันเตือนคุณแล้ว! แต่คุณยังจะไปทำกรรมเพิ่มอีก คุณรู้ตัวไหมว่าคุณเป็นโรคเอดส์แล้ว ดิฉันขอแนะนำให้คุณไปตรวจเลือด ดิฉันรู้ดีว่าคุณรักความสะอาดมาก แต่ทำไมคุณไม่กลัวโรคเอดส์ หากคุณไปซื้อบริการจากผู้ชายเหล่านั้น พวกเขาก็จะติดเอดส์จากคุณไปด้วย ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มบาปเพิ่มกรรมให้ตัวเอง” ดิฉันเชื่อว่า ในสังคมไทยยังมีอีกหลายคนที่เป็นเหมือนผู้ชายคนนี้ การทำผิดศีลข้อ 3 นอกจากจะต้องตกนรกแล้ว ในชาตินี้ ชีวิตของเขาก็จะหาความปกติสุขไม่ได้ ต้องทุกข์ทรมานทั้งทางกายและทางใจ ยิ่งถ้าจิตไม่มั่นคงพอ ไม่ทำบุญกุศลใดๆ ชีวิตของเขาก็จะไหลไปตามกระแสแห่งกรรมที่เคยทำมาอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ตามหาศพจมน้ำที่จังหวัดพิจิตร นอกจากนั้น ที่ผ่านมาดิฉันได้ใช้ญาณช่วยตามหาศพของเด็กผู้หญิง 2 คนซึ่งจมน้ำที่จังหวัดพิจิตร คุณครูเป็นคนส่งเรื่องราวมาหาทางอีเมล ([email protected]) โดยเล่าว่า ครอบครัวของเด็กสองคนนี้ยากจน เป็นชาวไร่ชาวนา ไม่มีเงินทองมากนักพ่อแม่ต้องกู้ยืมเงินเพื่อจ้างนักประดาน้ำให้งมศพของลูก แต่ก็ยังหาศพไม่เจอ ฟังเรื่องราวแล้ว ดิฉันตัดสินใจว่าจะช่วย จึงขอให้คุณครูส่งรูปของน้องทั้งสองคนและสถานที่เกิดเหตุมาให้ดู ดิฉันนั่งสมาธิอยู่ 3 คืนติดต่อกัน เพื่อจะติดต่อสื่อสารกับวิญญาณของเด็กสองคนนี้ และแล้วคืนหนึ่งดิฉันก็ได้พูดคุยกับน้องคนแรก ในญาณ น้องพาดิฉันไปดูว่าศพอยู่ตรงไหน เมื่อดูแล้วดิฉันกะประมาณว่าศพอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุ 5 กิโลเมตร สภาพศพของน้องมีแต่ตัวไม่มีศีรษะ ร่างกายเป็นสีน้ำตาล ใกล้กับศพน้องจะมีบ้านไม้โปร่ง ใต้ถุนสูงอยู่หลังหนึ่ง ส่วนริมน้ำหน้าบ้านจะมีขอนไม้ยาวประมาณ 3 เมตรและร่างของน้องติดอยู่ตรงนั้น ในช่วงน้ำท่วมปลายปี2554 น้องคนนี้จมน้ำหายไปในแม่น้ำน่านที่เชี่ยวกรากพร้อมกับเพื่อนอีกหนึ่งคน เจ้าหน้าที่กู้ภัยทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีทางหาศพเจออย่างแน่นอน ที่สำคัญ ผ่านไปหลายวันแล้วศพอาจจะถูกปลากินไปแล้วก็ได้ ครั้งนั้นเนื่องจากดิฉันไม่สะดวกที่จะเดินทางไปจังหวัดพิจิตรด้วยตัวเอง จึงอธิบายให้คุณครูฟังว่าศพอยู่ตรงไหน ส่วนคุณครูก็เรี่ยไรเงินบริจาคจากคนแถวนั้น เพื่อนำเงินที่ได้ไปจ้างเรือมาหนึ่งลำพร้อมชาวบ้านอีกหนึ่งคนเพื่อช่วยดำน้ำหาศพ หลังจากนั้น คุณครูพร้อมพ่อแม่ของเด็ก และชาวบ้านที่จ้างมาเพื่อให้ดำน้ำหาศพก็นั่งเรือไปยังจุดที่ดิฉันบอก และในที่สุดก็เจอศพของน้องเหมือนที่ดิฉันบอกทุกประการ คือเป็นศพไม่มีศีรษะ จมอยู่ใต้ขอนไม้ และห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตรจริงๆ ตัวดิฉันเองไม่เคยเดินทางไปจังหวัดพิจิตรมาก่อน ไม่ทราบว่าแม่น้ำน่านไหลเชี่ยวขนาดไหน ไม่ทราบว่าบ้านเรือนของคนริมน้ำแถวนี้เป็นอย่างไร เหตุการณ์นี้จึงน่าจะตอบข้อสงสัยของใครหลายคนได้ว่า สิ่งที่ดิฉันรู้เป็นความจริง! ใครก็ตามที่มาหาดิฉัน คำแนะนำที่ได้รับคือ ขอให้หมั่นทำความดีด้วยการให้ทานรักษาศีล และเจริญภาวนา โดยดิฉันได้ตั้งชมรมวิปัสสนาญาณขึ้นที่วัดวิมุตยาราม (เชิงสะพานพระราม 7) เพื่อชักชวนให้คนที่รู้จักและไม่รู้จักได้เจริญวิปัสสนากรรมฐานด้วยกันทุกวันอาทิตย์ โดยดิฉันจะเป็นผู้จัดเตรียมข้าวปลาอาหารและน้ำปานะไว้ให้ ชมรมวิปัสสนาญาณแห่งนี้จะมีการสอนให้เข้าใจในกรรมเพื่อจะได้ไม่ตกเป็นทาสของกรรม ซึ่งทางพระพุทธศาสนาสอนให้ทุกๆ คนพิจารณาหลักธรรมเนืองๆ เพื่อเป็นผู้ไม่ประมาท ไม่ทำกรรมชั่ว ประกอบแต่กรรมดี ดังนั้น ที่เขาพูดกันว่าแก้กรรมได้นั้น ไม่ใช่แก้กรรมเก่า แต่แก้กรรมใหม่ด้วยการไม่กระทำกรรมแบบเดิมซ้ำอีก กรรมเก่านั้นเราต้องรับและชดใช้ ซึ่งเราสามารถใช้การนั่งสมาธิ การปฏิบัติธรรมช่วยแก้ไขกรรมหนักให้เป็นเบาได้เท่านั้นเอง โลกนี้มีแต่ความแปรปรวนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่มีอะไรได้ดังใจเรา มันมีเหตุปัจจัยให้เกิดขึ้นมาและเมื่อมีเหตุปัจจัยอย่างนั้นๆ เรื่องเช่นนั้นก็ต้องเกิดขึ้น เราจึงต้องปลง ส่วนจะจัดการแก้ไขต่อไปอย่างไร ก็ต้องดูว่ามีเหตุปัจจัยให้แก้ไขได้หรือไม่ การที่เราจะหลุดพ้นจากความทุกข์นั้นไม่จำเป็นต้องรอชาติหน้าหรือชาติไหน เพราะปัจจุบันชาติ ปัจจุบันขณะ เวลานี้ เดี๋ยวนี้ เป็นโอกาสเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะทำให้ตัวเองหลุดพ้น ถึงตรงนี้ ดิฉันก็ขอย้ำคำเดิมว่า “ดิฉันไม่สามารถแก้กรรมให้ใครได้” แต่สิ่งที่ทุกคนทำให้ตัวเองได้คือ การทำกรรมใหม่ที่เป็น “กรรมดี” อดีตนั้นผ่านไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ อนาคตก็ยังมาไม่ถึงปัจจุบันนี่สิที่สำคัญ เมื่อรู้ทั้งรู้ว่าทำกรรมเช่นไรก็ย่อมได้รับผลเช่นนั้น แล้วคุณจะไม่คิดเก็บเกี่ยวเสบียงบุญให้ตัวเองเลยหรือ…ลองคิดดูให้ดีนะคะ บทความน่าสนใจ กรรมของ คนเห็นแก่ตัว คืออะไร เรามีคำตอบมาฝาก Dhamma Daily : เราสามารถ ชนะกรรม ได้หรือไม่ เล่าเรื่องกรรมย้ำให้ทำดี กับ “เจน ญาณทิพย์” (1) น้ำใจแม่ค้า […]

เมื่ออุบัติเหตุเป็นเหตุให้ชีวิตเปลี่ยน เบนจามิน วาร์นี (เบนAF7)

ผมเคยเป็นคนเที่ยวเตร่เฮฮา อยากทำอะไร ไปไหน ผมก็จะทำทันที เรียกได้ว่าเอาแต่ใจตัวเองพอสมควร 

3 คนดัง กับ วิธีตอบแทนคุณ คุณพ่อ 3 สไตล์

3 คนดัง กับ วิธีตอบแทนคุณ คุณพ่อ 3 สไตล์ มีโอกาสเจอคนดังทั้ง 3 ท่าน ในงานแถลงข่าว บวชเพื่อพ่อ รากแก้ว ศาสนทายาทใต้ร่มโพธิญาณสังวร ณ ธรรมสถาน วัดพระราม 9 จึงถือโอกาสพูดคุยถึง วิธีตอบแทนคุณ คุณพ่อในสไตล์ของแต่ละท่านมาฝากคุณผู้อ่านค่ะ คุณแพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์             “ วิธีตอบแทนคุณคุณพ่อมีหลายวิธี เช่น ให้กำลังใจและการดูแลซึ่งกันและกัน เป็นลูกที่ดี ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน เชื่อฟังคุณพ่อเสมอ นำสิ่งที่ท่านสอนไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด แพนว่าเป็นการตอบแทนที่ดีที่สุดแล้ว คุณพ่อคุณแม่จะอยากได้อะไรมากไปกว่าเห็นลูกเชื่อฟัง แล้วนำสิ่งที่ท่านสอนไปปรับใช้และบอกต่อคนอื่นได้ด้วย และแพนก็ขอเชิญชวนลูกๆ ทุกคน ตอบแทนคุณของคุณพ่อ เริ่มต้นด้วยการกอดแน่นๆ หอมแก้มก็ถือเป็นการเติมกำลังใจให้กับคุณพ่อแล้วค่ะ” คุณแดน เหตระกูล             “หัวใจหลักของการตอบแทนคุณคุณพ่อ คือการสืบทอดความดีงามที่บรรพบุรุษคุณพ่อคุณแม่ของเราสร้างไว้ ความกตัญญูที่ผมเห็นว่าสำคัญมากคือ การให้เวลากับบุพการี ไม่ว่าเราจะติดงานหรือยุ่งมากแค่ไหน อย่าลืมท่านเด็ดขาดครับ” คุณไข่มุก–วาริศา ศรีนุกูล             “บอกคุณพ่อคุณแม่ทุกๆ วันว่า […]

วาไรตี้ทุกข์ ของ กรรณิกา ธรรมเกษร (จบ)

วาไรตี้ทุกข์ ของ กรรณิกา ธรรมเกษร (จบ) ความจริงแล้วดิฉัน กรรณิกา ธรรมเกษร เริ่มน้อมนำใจเข้าหาพระธรรมมาตั้งแต่ช่วงที่ทุกข์จากการหย่าร้าง ก่อนหย่าร้างหนึ่งปีจิตใจมีแต่ควาหม่นหมองมืดมัว แม้แต่จะยิ้มก็ยังยิ้มไม่ออก จนเพื่อนชักชวนให้ไปนั่งสมาธิที่วัดแห่งหนึ่งหลังจากนั้นก็พยายามปฏิบัติเรื่อยมาเท่าที่โอกาสจะอำนวย การปล่อยวางทุกสิ่ง ไม่อาลัยในชีวิต ผู้ที่ทำใจได้เช่นนี้ แม้เผชิญความตายต่อหน้า ย่อมมีจิตสงบ ตอนที่ชีวิตล้มเหลว ดิฉันชอบโทษคนอื่นว่าทำให้เราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ จิตมีแต่ความโกรธแค้นชิงชังอยู่เต็มเปี่ยม จนในที่สุด ความทุกข์นี่แหละที่ทำให้เห็นพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างแจ่มชัด ครั้งหนึ่งไปอยู่วัดป่า ท่านอาจารย์แนะเพียงว่าธรรมะอยู่ที่ตัวเราเอง พิจารณาที่ตัวเอง ท่านให้ดิฉันพักอยู่กุฏิเดี่ยวซึ่งเงียบมาก ช่วงที่อยู่คนเดียวเกิดความคิดว่าเออหนอ ชีวิตเป็นอย่างนี้นี่เอง นี่คือความสงบ ความเงียบที่เราต้องการ แต่งานทำให้เราพลุ่งพล่านตลอดเวลา ถ้าเราหยุดเสียได้ในเวลานั้น เงินก็พอมีเก็บ ไม่ต้องเป็นหนี้-เป็นสินอย่างนี้ จนกระทั่งปี 2545 ดิฉันมีโอกาสสนทนากับคุณแม่ดร.สิริ กรินชัย ที่สถาบันส่งเสริมสถานภาพสตรี ดิฉันเข้าไปกราบและเรียนว่าอยากปฏิบัติธรรมกับท่าน ท่านก็พูดกับดิฉันว่า “ บุญของลูกแล้ว ถึงเวลาของลูกแล้ว” ก่อนหน้านี้ ลูกชายคือคุณหมอต้วง ไปปฏิบัติธรรมกับคุณแม่มานานแล้ว ดิฉันเห็นเป็นโอกาสเหมาะจึงไปปฏิบัติธรรมกับท่าน ปีนั้นเข้ากรรมฐานสามครั้ง พาคุณพ่อ คุณแม่ และลูกไปด้วย ปีต่อมาก็ปฏิบัติอีกปีละครั้ง แล้วก็เป็นวิทยากรให้ท่าน จากการปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ […]

keyboard_arrow_up