ผลของการเจริญสติที่ถูกต้อง โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

ผลของการเจริญสติที่ถูกต้อง โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ก. ผลคือสะอาด ดังนั้น การทำบุญให้ทานรักษาศีล การทำสมถกรรมฐานและการเจริญวิปัสสนา ต่างก็เป็นการกระทำเพื่อเอามาทำลายกิเลส คือ ความโลภความโกรธความหลง การทำลายกิเลสได้นี่แหละคือตัวบุญแท้ ๆ เป็นยอดบุญ ถ้าเป็นสวรรค์ก็เป็นสวรรค์แท้ ๆ เป็นแก่นของสวรรค์ เป็นยอดแท้ของสวรรค์ ถ้าเทียบกับพระนิพพานก็เป็นพระนิพพานแท้ เป็นแก่นเป็นยอดของนิพพาน ความหมดไปของกิเลส ก็คือ สะอาด นิพพานแปลว่าความดับเย็นลง คือเราไม่ร้อนอกร้อนใจเพราะกิเลสดับเย็นลง ถ้าขณะนี้เราไม่มีความทุกข์มันก็เป็นนิพพานในขณะนี้เอง เมื่อเรามีนิพพานในขณะนี้แล้ว ก็ต้องได้ไปนิพพานแน่ ๆ เราควรจะรู้จักสวรรค์ที่ในใจของเรา ความไม่มีทุกข์นั่นแหละเป็นสวรรค์คือจิตใจเราร่าเริงเบิกบาน เราดูจิตดูใจเราอยู่มันเป็นเมืองสวรรค์ เมื่อเรามีสวรรค์อยู่ที่ใจอย่างนี้แล้ว พอตายไปจะได้ไปเกิดเมืองสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย ข. ผลคือสว่าง หากใครไม่รู้จักเมืองสวรรค์ ก็ไม่สามารถไปเมืองสวรรค์ได้หรอก ตัวอย่างเช่น ในบ้านของเรามีไฟฟ้า เราอยากได้แสงสว่างแต่เอามือไปจับที่หลอดไฟแสงไฟก็จะไม่มี เมื่อเราได้เรียนรู้ว่าจะเปิดไฟต้องเปิดที่สวิตช์ไฟ เราก็ไปเปิดสวิตช์ ไฟก็ไปสว่างอยู่ที่หลอด นี่ก็เหมือนกัน วิธีที่จะจัดการกับความโลภความโกรธความหลงนั้น เราไม่ต้องไปคิดหาว่าความโกรธความโลภความหลงอยู่ที่ไหน เราเพียงกลับเข้ามาดูจิตดูใจของเราก็จะทำลายความโกรธความโลภความหลงได้เอง พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า พระองค์ตรัสรู้ได้โดยการบำเพ็ญทางจิต เราก็ต้องมาดูจิตดูใจของเรา การดูจิตใจนี้แหละ เป็นการเปิดไฟฟ้าโดยจับที่สวิตช์ไฟฟ้า เมื่อเราทำบ่อย […]

การเจริญสติที่ทำให้เกิดปัญญา โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

การเจริญสติ ที่ทำให้เกิดปัญญา โดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ สำหรับอาตมา มีประสบการณ์ว่า การเจริญสติ ไม่จำเป็นต้องนั่งหลับตา หลวงพ่อเคยทำวิธีหลับตามาแล้ว แต่ไม่เกิดปัญญา พอมาทำวิธีใหม่ วิธีของหลวงพ่อนี้มันเกิดปัญญา ทำให้รู้สึกว่าถูกต้องกับตำรับตำราของคนสมัยใหม่ วิธีของหลวงพ่อนี้ บางคนอาจจะคิดว่าเป็นของใหม่ก็ได้ เพราะยังไม่เคยได้ยิน แต่ความจริงแล้วเป็นของเก่าตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าสอนนั่นแหละ ก. ปลุก “ตัว” ให้รู้สึกและตื่นอยู่เสมอ การเจริญสติที่อาตมาทำมาและกำลังเล่าให้ฟังอยู่นี้ทำดังนี้ สมมติว่าเรากำลังนั่งพับเพียบ หรือกำลังนั่งเก้าอี้หรือกำลังนอนหรือยืนก็ได้ ให้เอาสติมาจับความเคลื่อนไหวของมือ พลิกมือขึ้น คว่ำมือลง ยกมือขึ้น เอามือลง ให้มีสติรู้ทุกอิริยาบถ ทำอย่างนี้บ่อย ๆ นี่เป็นการเจริญสติอย่างหยาบ ๆ พูดง่าย ๆ คือ ให้มีสติอยู่ทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะนั่งนอนยืนเดิน จะทำอะไรอยู่ก็ตามให้รู้สึก การทำวิธีนี้ใคร ๆ ก็ทำได้ จะนับถือศาสนาอะไรก็นำเอาไปทำทั้งนั้น ไม่ว่าชนชาติใดก็ทำได้ เพราะทุกคนมีกายกับใจด้วยกันทั้งนั้น ทุกศาสนาก็สอนเหมือนกันหมดคือให้ละความชั่วทำความดี ข. ปลุก “ใจ” ให้รู้สึกและตื่นอยู่เสมอ เมื่อเจริญสติจนชำนาญแล้ว ให้เอาสติเข้าไปจับความรู้สึกของจิตใจ คือรู้ตามอารมณ์ […]

การเจริญสติและศิลปะแห่งการอยู่กับปัจจุบัน

การเจริญสติ และศิลปะแห่งการอยู่กับปัจจุบัน เมื่อสติเราตั้งมั่นอยู่กับประสบการณ์ในช่วงเวลาปัจจุบัน ด้วยใจที่เปิดกว้างและปราศจากอคติ ภาวะที่เกิดขึ้นอาจเรียกได้ว่าเป็น การเจริญสติ ตามธรรมชาติแล้วจิตของเรามักใช้เวลาอยู่กับอดีตหรืออนาคตเสียเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น การเจริญสติจึงจำต้องใช้ความตั้งใจ เราต้องดึงสติให้อยู่ในสภาวะปัจจุบันอย่างรอบคอบ ความแตกต่างของสภาวะจิตในช่วงเวลานี้อาจเทียบได้กับความแตกต่างระหว่างการตื่นรู้กับการทำด้วยความเคยชิน ซึ่งการฝึกเจริญสติส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการสังเกตว่าเรากระทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความเคยชินบ่อยแค่ไหน และตื่นรู้ที่จะดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบันได้อย่างไร การเจริญสติจึงไม่มีการฝึกที่ตายตัว แต่เป็นหนทางที่เราจะตื่นรู้ถึงกระบวนการอันรุ่มรวย ลี้ลับ และไม่มีจุดสิ้นสุดของชีวิต   ประโยชน์ที่ได้คืออะไร สภาวะแห่งการเจริญสติอาจยากที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูด และไม่มีตัวช่วยอื่นนอกจากการได้มีประสบการณ์นี้ด้วยตัวเอง อย่างไรก็ดี ผู้ที่ได้รับการฝึกฝนจะสังเกตได้ถึงความรู้สึกปล่อยวาง และการเปิดประสาทสัมผัสที่เกิดจากการมีสติที่มั่นคงขึ้น การเจริญสติยังช่วยให้เรารู้จักกับนิสัยและแบบแผนของระบบความคิดของเราซึ่งจะช่วยให้เรารู้จักควบคุม หรือสร้างทางเลือกให้กับตัวเอง แทนที่จะติดอยู่ในการกระทำตามนิสัยเดิม ๆ หรือแบบแผนความคิดเดิม ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเครียดหรือแบบแผนความคิดเดิม ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเครียด หรือความกังวลใจได้ หลายคนที่ฝึกยังพบว่า ร่างกายเกิดความเข้มแข็งจากภายใน ความสงบ และความสัมพันธ์กับผู้อื่นมีพัฒนาการดีขึ้น มีผลวิจัยในปัจจุบันที่กล่าวถึงการฝึกเจริญสติและประโยชน์ที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นการลดความเครียด ความกังวล สภาวะซึมเศร้ารวมถึงการพัฒนาสุขภาพและความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจ   การเจริญสติมีที่มาอย่างไร การฝึกเจริญสติมีประวัติย้อนกลับไปหลายพันปี นอกจากการมีรากฐานที่เกี่ยวโยงกับศาสนาพุทธแล้ว การเจริญสติยังปรากฏในศาสนาและความเชื่อทางจิตวิญญาณแขนงอื่น ๆ อีกมากมาย ล่าสุดกระแสความสนใจการเจริญสติปะทุขึ้นอย่างแพร่หลายในฐานะการฝึกฝนที่ไม่เชื่อมโยงเข้ากับศาสนา มีหนังสิอและคอร์สอบรมเรื่องการเจริญสติมากมาย ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ นอกเหนือจากสิ่งที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ […]

ความแตกต่างระหว่างการเจริญสติแบบเถรวาท VS เซนญี่ปุ่น

ความแตกต่างระหว่างการเจริญสติแบบเถรวาท VS เซนญี่ปุ่น ถ้าจะให้สรุปโดยย่อถึงข้อแตกต่างระหว่างการฝึกวิปัสสนาแบบเถรวาท กับการฝึกกายใจแบบ เซนญี่ปุ่น ขอตอบจากประสบการณ์ส่วนตัวว่า “แบบเถรวาทมุ่งไปที่การดูกายใจของผู้ฝึกเป็นสำคัญ แต่แบบเซนนั้นจะเป็นการดูกายใจ ในฐานะที่มีความสัมพันธ์กับธรรมชาติ และสิ่งอยู่รอบตัวในขณะนั้นด้วย” ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะเซนแบบญี่ปุ่นนั้น พัฒนาขึ้นมาในประเทศที่ต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อม และลักษณะทางกายภาพของธรรมชาติตลอดเวลา เนื่องจากเป็นประเทศที่มีภัยธรรมชาติถี่ ตลอด จนมีการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลตลอดปี อีกทั้งวัฒนธรรมที่ต้องใส่ใจผู้คนรอบตัวเป็นอย่างยิ่ง     ความหมายเชิงนัยยะอีกประการคือ พุทธศาสนิกายมหายานจะนึกถึงผู้อื่น นึกถึงสังคมที่อยู่รอบตนก่อนเสมอ โดยเน้นมุ่งรับใช้ และช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ก่อน ตนจึงจะยอมพ้นทุกข์ ส่วนเถรวาทจะเน้นพัฒนาตนให้เป็นที่พึ่งแห่งตนได้ก่อน แล้วจึงช่วยผู้อื่น แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวพบว่า ทั้งสองส่วนนั้นแท้จริงเกิดขึ้นคู่กัน การบรรลุธรรมของเถรวาทก็เป็นไปเพื่อช่วยผู้อื่น มิใช่เป็นการเอาตัวรอดคนเดียวอย่างที่เข้าใจผิด และระหว่างทางที่เรากำลังสะสม “เหตุ” เพื่อให้ตนได้บรรลุธรรมตามวิธีของเถรวาทนั้น เราย่อมเกิดเมตตาจิตคิดช่วยเหลือผู้อื่นไปเองตามธรรมชาติของจิตที่ได้ฝึกการเจริญสติแล้วอย่างถูกต้อง     สำหรับ มหายาน แม้จะเน้นการช่วยผู้อื่น และให้นึกถึงผู้อื่นก่อนก็จริง แต่มองว่านั่นคือ อุบายทางธรรมที่จะทำให้เราคลายความยึดมั่นในอัตตาตัวตน ลดละความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนลงเรื่อย ๆ จนในที่สุด แม้แต่ตัวตนก็ไม่เหลือ ทั้งหมดนี้ก็คือกระบวนการที่นำเราไปสู่การบรรลุธรรมเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ จึงกล่าวได้ว่า เส้นทางการบรรลุธรรมของทั้งสองนิกายนั้นเหมือนกัน ดังนั้น ผู้มีปัญญาย่อมไม่เลือกปฏิบัติ […]

หยุดความคิด สร้างปัญญา เมื่อการเจริญสติภาวนาส่งผลถึงเซลล์สมอง

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่องานวิจัยหลายเรื่องมีผลวิจัยออกมาว่าการเจริญสติภาวนา ส่งผลถึงเซลล์สมอง  

keyboard_arrow_up