สิ่งดีๆ ที่เราควรมอบเป็น รางวัลให้กับตัวเอง เพื่อเพิ่มพลังบวกก่อนจะไปถึงเป้าหมาย

สิ่งดีๆ ที่เราควรมอบเป็น รางวัลให้กับตัวเอง เพื่อเพิ่มพลังบวกก่อนจะไปถึงเป้าหมาย หลายคนคงมีการสร้าง แรงจูงใจ หรือ แรงผลักดัน ให้กับตัวเองในแบบที่แตกต่างกันออกไป เมื่อเราเจออุปสรรค ความเครียดหรือปัญหา เราจะต้องสร้างแรงกระตุ้นให้กับตัวเอง เพื่อยังคงรักษาจุดมุ่งหมายนั้นเอาไว้ได้ เป็นเหมือนการผลักตัวเองไปสู่จุดที่ตั้งใจให้สำเร็จ สำหรับบางคนแรงผลักดันอาจเกิดจาก ครอบครัวหรือคนรอบตัวที่คอยให้กำลังใจเสมอ , การยึดหลักตามคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เพื่อให้มีชีวิตที่ดีแบบเขา หรือแม้แต่กระทั่งคำสบประมาทของคนบางคนที่เคยมีต่อเรา ก็ทำให้เราอยากจะก้าวข้ามผ่านจุดนั้นไปให้ได้ แต่วันนี้เราอยากให้คุณลองให้รางวัลกับตัวเองบ้าง เป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่จะทำคุณพยายามทำอะไรสักอย่างเพื่อตัวคุณเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาให้รางวัลกับคุณ ในเมื่อตัวคุณเองก็สามารถสร้างความสุขให้กับตัวเองได้และสร้างกำลังใจที่จะทำเป้าหมายให้สำเร็จ หนังดีๆ สักเรื่อง หลายคนเวลาเหนื่อยจากการทำงานขอเพียงแค่มีเวลาส่วนตัวเพื่อดูหนังเรื่องโปรดสักเรื่อง หรือหนังที่อยากดูมานานแต่ไม่มีโอกาสได้ดู การได้ดูสิ่งที่เราชอบ สมองจะหลั่งสารแห่งความสุข ช่วยให้จิตใจสงบ ถือว่าได้ชาร์จพลังและรู้สึกผ่อนคลายไปในตัว ยิ่งได้ทานของที่ชอบร่วมด้วย ยิ่งเพิ่มความสุขขึ้นไปอีก รองเท้าดีๆ สักคู่ เคยมีคนบอกไว้ว่า ใส่รองเท้าดีๆ แล้วมันจะพาเราไปในที่ดีๆ นั่นเป็นเรื่องจริงค่ะ การที่คุณได้ลองใส่รองเท้าดีๆ สักคู่ คุณจะรู้สึกได้เลยว่า ทุกก้าวแต่ละวันนั้นสบายมาก เราควรเก็บหอมรอมริบเพื่อซื้อของชิ้นดีให้ตัวเองสักชิ้น บอกกับตัวเองว่า ‘ถ้าฉันทำสิ่งนี้สำเร็จ ฉันจะซื้อของชิ้นนี้ให้ตัวเองเพื่อเป็นรางวัล’ แล้วแรงผลักดันที่จะทำให้เรามีกำลังใจในการเดินหน้าทำงานต่อก็จะมาทันทีค่ะ ทานอาหารดีๆ สักมื้อ ใครไม่เปย์ เราเปย์ตัวเองไปเลยค่ะ เพราะการที่เราได้ทานอาหารที่เราชอบหรืออยากทานมานานสักมื้อ […]

ปรับมุมมอง เรียนรู้ที่จะ รักตัวเอง ” มูฟออน ” จากการถูกปฏิเสธมา

ใครไม่รักเราไม่แย่เท่าเราไม่ รักตัวเอง หรอกนะคะ หลายคนผิดหวังกับการพยายามรักใครสักคน พยามยามแค่ไหนเขาก็ไม่รัก ทำให้รู้สึกเสียศูนย์ ไม่รู้จะก้าวข้ามผ่านจุดนี้ไปได้ยังไง วันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับ ปรับมุมมอง ให้ทุกคนรู้สึกดีขึ้นและรักตัวเองมากขึ้น ถึงโดนปฏิเสธแค่ไหนใจก็ไม่พัง กระจกไม่เคยดูถูกใคร มีแต่คนที่ไม่มั่นใจที่ดูถูกตัวเอง คำถามที่จะอยู่ในหัวใครหลายคนคือ “เราไม่ดียังไง ทำไมเขาถึงปฎิเสธเรา” ทำให้ตัวเองรู้สึกไร้ค่า หยุดความคิดนั้นได้เลยค่ะ เพราะการเป็นตัวเองมันดีที่สุดแล้วค่ะ ทุกคนมีคุณค่าและมีเสน่ห์ในแบบของตัวเองเสมอ สักวันจะมีคนที่มองคุณแล้วมีความสุขเหมือนเวลาที่คนๆ นึงมองเห็นสายรุ้งนั่นเอง ไม่มีอะไรเสียเวลาไปมากกว่า การคิดที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอดีต การใช้เวลาอยู่กับตัวเองคนเดียว ทำให้ใครหลายคนคิดมาก คิดวนไปแต่เรื่องเดิมๆ ทำให้ปล่อยเวลาของชีวิตหมดไปหลายชั่วโมง การหาอะไรทำใหม่ๆให้กับตัวเองถือเป็นเรื่องที่ช่วยทำให้เราโฟกัสเรื่องอื่นมากกว่าเรื่องที่เรากำลังคิดมากอยู่ ไม่ว่าจะออกไปท่องเที่ยวในที่ใหม่ๆ หาแรงบันดาลใจใหม่ๆให้กับตัวเอง หรือ ออกไปพบเจอคนใหม่ๆ ก็สามารถทำให้คุณรู้สึกได้ว่าเวลาของคุณนั้นมีค่าเสมอ เพื่อนคือพลาสเตอร์ยาชั้นดี ไม่ว่าคุณจะซึมเศร้าเหงาหรือแฮ็ปปี้ก็ตาม คุณจะมีเพื่อนที่คอยอยู่ในช่วงเวลานั้นร่วมกันเสมอ และเพื่อนก็มักจะรู้ดีว่าการที่จะช่วยดึงคุณขึ้นมาจากความเศร้าต้องทำยังไง เวลาคุณอยู่กับเพื่อนคุณจะเป็นตัวเองเสมอ การได้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันจะทำให้ตัวของคุณเองดีขึ้น เช่น หาซีรีย์ดูให้ตาแฉะ ออกไปเที่ยวให้สุดโต่ง ช้อปปิ้งให้ร่างพัง ร้องคาราโอเกะให้เสียงแหบกันไปข้าง แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่คุณได้เป็นตัวเองมันดีขนาดไหน ถ้าอยากเจอปลาวาฬก็คงต้องทนออกเรือหลายชั่วโมง บางคนมีความเชื่อที่ว่า พยายามเป็นคนที่ใช่มาตลอด เลยลืมไปว่า คนที่ใช่ ไม่ต้องพยายาม เป็นประโยคที่ฟังแล้วอาจทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่พยายามทำไปมันสูญเปล่า เราอยากให้คุณลองปรับมุมมองเป็น […]

รักตนเหมือนรักคนอื่น ธรรมะโดย ท่าน ส.ชิโนรส

งานศึกษาหลายชิ้นบอกว่า “เด็กอ่อนที่ถูกแม่สัมผัสด้วยความรักอย่างทะนุถนอมจะเจริญเติบโตได้อย่างมีสติปัญญามากกว่าเด็กอ่อนที่ถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างเดียวดาย” ความรักจึงเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่สำหรับมนุษย์ ทุกคนจึงโหยหาความรักกันอยู่เสมอ โดยฉพาะอย่างยิ่งการรักตัวเอง “รักตน”จึงเป็นสุดยอดแห่งความรักสำหรับมนุษย์ การสนทนาระหว่างพระเจ้าปเสนทิโกศลกับพระมเหสีชื่อมัลลิกา สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติข้อนี้ได้เป็นอย่างดี บนปราสาทที่โอ่อ่าสูงลิบลิ่วแห่งหนึ่ง จอมรชันย์ซื่อปเสนทิโกศล จ้าครองแควันโกศล กำลังพร่ำรักอยู่กับหญิงงามบ้านนอกชื่อมัลลิกา หญิงงามนางนี้เป็นลูกสาวชาวบ้านธรรมคาสามัญ ท้าวเธอได้พบนางเข้ายามที่เดินตราทัพไปทำสงครามกับพระเจ้าอชาดศัตรูเจ้าครองแคว้นมดข ต่อมาพระเจ้าปเสนทิโกศลได้อภิเษกนางขึ้นเป็นพระมเหสี เพราะทรงพอพระทัยในความเฉลียวฉลาดและความเป็นกุลสตรีของนาง “ใครหนอคือคนที่น้องพี่รักมากที่สุดในปฐพี” จอมราชันย์เริ่มตันด้วยคำหวานหู พร้อมกับกระหยิ่มอยู่ในพระทัยว่า “ข้านี่แหละคือคนที่นางรักมากที่สุด” เพราะไม่มีพระองค์เสียแล้ว หญิงบ้านนอกอย่างมัลลิกาหรือจะได้เป็นถึงพระมเหสี “อุ๊ย…เสด็จพี่ช่างเขลานัก” มัลลิกาตอบอย่างไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม “ผู้ที่น้องรักมากที่สุดนะหรอเพคะ ก็คือตัวน้องน่ะซีคะ แล้วเสด็จพี่ล่ะเพคะ” พอถูกย้อนถามอย่างไม่ตั้งตัวเช่นนี้ พระเจ้าปเสนทิโกศลถึงกับหมดอารมณ์พร่ำรัก เพราะมันไม่ใช่เวลาพูดเรื่องธรรมะธัมโม “อือ…พี่นี่แหละคือสุดที่รักของเสด็จพี่” พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงตอบกลับอย่างมะนาวไม่มีน้ำ แต่เมื่อทรงครุ่นคิดถึงสิ่งที่มัลลิกาพูดอีกที พระองค์ก็ร้องอ๋อว่า “ตัวกูคือสุดที่รักของมนุษย์” เหมือนอย่างมัลลิกาว่า การสนทนาระหว่างพระเจ้าปเสนทิโกศลกับพระนางมัลลิกาบอกเราว่า “ตัวกูคือยอดแห่งความรักของคน” ความรู้สึกรักตัวรักตนจึงเป็นยอดแห่งความรักทั้งผองของมนุษย์ เหมือนที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า “เมื่อเหลียวดูทั่วสารทิศ ไม่พบใครอื่นสุดที่รักเท่ากับตน….” ความรักตัวรักตนจึงอยู่เบื้องหลังการแสดงพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมค้นความคิด คำพูด หรือการกระทำ พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนสะท้อนออกจากความรักตัวรักตนทั้งนั้น แต่การแสดงความรักตัวเองออกมาของมนุษย์มีอยู่ 2 ลักษณะคือ สร้างสรรค์ และ ทำลาย […]

keyboard_arrow_up