การบรรลุธรรมของคนมีกิเลสหนา เรื่องน่าคิดจากพระพุทธพจน์

การบรรลุธรรมของคนมีกิเลสหนา เรื่องน่าคิดจากพระพุทธพจน์ หลายคนมักกล่าวว่า “คนกิเลสหนา บรรลุธรรมไม่ได้” และเชื่อกันแบบนี้หลายคน แต่พระพุทธเจ้าตรัสถึงเรื่องนี้ไว้ในพระสูตรที่มีชื่อว่า วิตถารสูตร ถึง การบรรลุธรรมของคนมีกิเลสหนา ไว้ว่า บุคคลบางคนในโลกนี้ ตามปกติเป็นผู้มีความกำหนัดยินดีในกาม (ราคะ) ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสอันเกิดจากความกำหนัดยินดีในกามตลอด เป็นผู้มีความโกรธ (โทสะ) รุนแรง ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสที่เกิดจากความโกรธตลอด เป็นผู้ที่มีความหลง (โมหะ) รุนแรง ย่อมได้เสวยทุกข์โทมนัสที่เกิดจากความหลงตลอด แต่อินทรีย์ 5 ประการ ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา เหล่านี้มีความแรงกล้า เขาย่อมบรรลุธรรมอย่างฉับพลัน แต่หากคนผู้นั้นมีกิเลสเป็นราคะ  โทสะ และโมหะเบาบาง ไม่ได้มีความทุกข์โทมนัสจากราคะ โทสะ และโมหะ แต่อินทรีย์ทั้ง 5 ประการนี้อ่อน เขาย่อมได้บรรลุมรรคผลล่าช้า การบรรลุธรรมจึงขึ้นอยู่กับอินทรีย์ 5 ประการ   ระดับของการบรรลุธรรม การบรรลุธรรมของคนที่มีกิเลสหนาถึงจะขึ้นอยู่กับอินทรีย์ 5 แต่ก็มีความช้าและความเร็วแตกต่างกันไป พระพุทธเจ้าจัดระดับไว้ 4 ระดับคือ […]

ลูกที่มีอายุมากกว่าพ่อ นิทานธรรมะสอนสัจธรรมของ การบรรลุธรรม ไม่เลือกวัย

ลูกที่มีอายุมากกว่าพ่อ นิทานธรรมะสอนสัจธรรมของ การบรรลุธรรม ไม่เลือกวัย การบรรลุธรรม เป็นเรื่องที่สัมผัสได้เฉพาะตัว เป็นความรู้สึกในแต่ละบุคคล ไม่สามารถอธิบายสภาวะนี้ได้ แต่เรื่องที่ยกมานี้ เรื่องของลูกที่เกิดมีอายุมากกว่าพ่อ จากคัมภีร์ แปลกจริงมีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ จะเป็นเรื่องแปลกไหม ถ้าลูกเกิดมีอายุมากกว่าพ่อของตนเอง จะเป็นไปได้อย่างไรกันนะ ตามความเป็นจริงแล้ว พ่อต้องมีอายุมากกว่าลูกถึงจะถูก แต่มันก็เป็นไปแล้ว เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นกับครอบครัวของเศรษฐีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นมหาอุบาสกอันดับหนึ่งของพระพุทธศาสนาในสมัยพุทธกาลคือ อนาถบิณฑิกเศรษฐี อนาถบิณฑิกเศรษฐีเลื่อมใสในพระพุทธเจ้ามาก ถวายทานและบริจาคทรัพย์สร้างวัดในพระพุทธศาสนาได้แก่ เชตวันมหาวิหาร และบำรุงพระพุทธเจ้าและพระสาวกมิได้ขาด อนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นผู้โปรดปรานในการถวายทาน จะแต่งตั้งในลูกสาวของท่านเป็นผู้จัดแจง คือ นางสุภัททา ต่อมาเมื่อนางสุภัททาแต่งงานออกเรือนไป เศรษฐีก็ยกหน้าที่นี้ให้ลูกสาวคนที่สองคือ นางจุฬภัททา เมื่อนางจุฬภัททาออกเรือนไปแล้ว ก็ตกมาเป็นหน้าที่ของนางสุมนาเทวี ลูกสาวคนสุดท้อง นางสุมนาเทวีเป็นสาวแรกรุ่น มีโอกาสฟังธรรมจากพระเถระและพระพุทธเจ้าบ่อยครั้ง เริ่มซึบซับและมีจิตรู้สึกเบื่อหน่ายในกายสังขาร จนทำให้นางไม่อยากรับประทานอาหาร นางสุมนาเทวีล้มป่วย เพราะไม่รับประทานส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ นางขอให้สาวใช้ไปตามอนาถบิณฑิกเศรษฐีมาหานาง เมื่อเศรษฐีมาถึงก็ได้แต่เสียใจในอาการป่วยของลูกสาวคนเล็ก นางสุมนาเทวีจึงกล่าวขึ้นว่า   “เราไม่ได้เป็นอะไรหรอกน้องชาย”   “ลูกรักช่างน่าสงสาร เจ้าเพ้อจนสับสนเรียกพ่อว่าน้องเลยหรือ” “เราไม่เพ้อนะน้องชาย” “ลูกสุมนาคงกลัวจนเพ้อ อย่าได้กลัวไปเลยนะลูกรัก” “เราไม่กลัวหรอกน้องชาย” จากนั้นนางก็สิ้นลมหายใจ การจากไปของสุมนาเทวีสร้างความเศร้าโศกแก่อนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นอย่างมาก เศรษฐีทำบุญอุทิศให้แก่ลูกสาว […]

keyboard_arrow_up