ปล่อยจิตให้เป็นโสด (บ้างเถอะ!) – ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ

คนเราทำอะไรต้องมีเป้าหมาย โดยเริ่มจากการตั้งหางเสือ แล้วพุ่งไปที่เป้าหมาย (ปล่อยจิตให้เป็นโสด) …ดังเช่นตัวผมตั้งเป้าที่จะไปนิพพาน ผมจึงปักธงชัยไว้ที่นิพพานแล้วเดินตามเส้นทางแห่งการหลุดพ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อยก็พัก แต่ไม่เคยหยุด ทำให้ไม่ทุกข์ ไม่คาดหวัง แต่ไม่เลิก ฝึกไปเรื่อย ๆ โดยไม่ประมาท ถึงไม่ถึงเป็นเรื่องที่รู้ได้เฉพาะตน เหมือนการอิ่มข้าว ซึ่งเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ ผมใชัหลักการที่ว่า หากเส้นทางเดินถูกต้องตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงชี้แนะไว้ อย่างไรก็ไม่หลงทาง ตราบใดที่เรามั่นใจในกระบวนการ ซึ่งระหว่างทางก็อาจทำเพื่อโลกบ้าง เพื่อธรรมบ้าง ตราบนั้นเราเดินทางถึงแน่นอน มีคนเคยถามผมว่า ทำไมผมถึงตั้งเป้าเช่นนั้น หากอุปมาก็เหมือนกับคนที่เคยกินมะม่วงแล้วพบว่า อร่อย ก็เลยกินต่อ กับคนเคยกินของบูดเน่าแล้วรู้ว่าไม่อร่อย เลยเข็ดขยาดไม่กินอีก…มะม่วงอร่อยที่กล่าวถึงคือความสุขทางธรรมระดับลึก ๆ ที่เกิดขึ้นกลางใจ ทำให้ใจโล่งโปร่งสบาย ซึ่งยิ่งใหญ่และลึกซึ้งกว่าความสุขแบบโลก (สุขทางเนื้อหนัง วัตถุ สิ่งสมมุติทั้งหลาย) อย่างไม่สามารถเปรียบเทียบได้ ดังนั้นการที่ผมตั้งเป้าหมายที่จะไปนิพพานจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่กระนั้นการที่ผมทำงานเยอะและหลากหลายทำให้ตัวเองไม่ค่อยมีเวลา ผมจึงใช้หลักการ “บวชอยู่กับงาน” ดังที่ท่านพระอาจารย์พุทธทาสเคยสอนว่า “งานคือธรรม ธรรมคืองาน” แทน…ในงานทั้งหลายที่เราจำเป็นต้องทำนั้น มีทั้งโจทย์และแบบฝึกหัดให้ฝึกสติมากมาย ตั้งแต่กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต จนถึงธรรมในธรรม ทุกวินาที ทุกอิริยาบถที่ผ่านไป […]

Dhamma Daily : ทำอย่างไรให้ จิตว่างในขณะทำงาน

Dhamma Daily : ทำอย่างไรให้ จิตว่างในขณะทำงาน เรื่องว่าด้วยการทำให้ จิตว่างในขณะทำงาน เข้าใจว่า จิตว่างเป็นสภาวะหนึ่งของพระนิพพาน เป็นสภาวะหนึ่งของการเห็นธรรม และทำให้บรรลุธรรมได้ ปัญหาธรรมข้อนี้นับว่าเป็นประโยชน์แก่พุทธศาสนิชนทั้งหลาย และเป็นโอกาสดีที่ พระโพธินันทะ  มาแสดงธรรมที่สำนักพิมพ์อมรินทร์พอดี ซีเคร็ตจึงขอความกรุณาจากท่าน เป็นพระอาจารย์ผู้ตอบปัญหาธรรมในข้อนี้ เพื่อความสุขทางธรรมแด่ชนทั้งหลาย คำถาม  ทราบว่า จิตว่างเป็นเรื่องดีต่อการปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงความพ้นทุกข์ จึงอยากทราบว่า เราจะทำอย่างไรให้จิตของเราว่างได้ในขณะที่กำลังทำงาน เพราะการทำงาน จิตมักจดจ่อกับงาน และมีอารมณ์ที่แปรปรวน เพราะงานและคนร่วมงานเสมอ      ตอบ  ปฏิบัติเพื่อการงานในชีวิตประจำวัน ขอเพียงปฏิบัติในหลักของไตรสิกขา อธิศีล อธิจิต และอธิปัญญา พระพุทธองค์ทรงอุปมาว่าเหมือนโคแม่ลูกอ่อนเล็มหญ้าแล้วชำเลืองมองดูลูกน้อย อธิศีล อธิจิต และ อธิปัญญา สามารถปฏิบัติได้ในเรื่องของการงาน การงานกับการปฏิบัติก็เป็นสิ่งเดียวกัน วิธีการก็คือ โคแม่ลูกอ่อนเล็มหญ้า แล้วชำเลืองมองดูลูกน้อย แม่โคเล็มหญ้าไป เหลียวมองดูลูกไป เราทำการงานในชีวิตประจำวันก็มองดูจิตไปด้วย ใจของเราคือธรรมะ หรือสัจจะ   เราสามารถปฏิบัติได้ในทุกการงานที่เราทำอยู่ ถ้าเรารู้จักวิธีที่จะพัฒนา ทุกครั้งที่เรามองดูใจ ความคิดมันก็จะหายไป ใจมันจึงว่าง […]

keyboard_arrow_up