ผู้สูงวัยเกิดปัญหาการกลืนลำบาก ลูกหลานอย่านิ่งนอนใจ!!

วัยสูงอายุเป็นวัยที่มีความเปลี่ยนแปลงทั้งทางกายภาพและระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งการกลืนด้วยโดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดกับลักษณะทางกายวิภาคของศีรษะและลำคอ สรีรวิทยา และกลไกของระบบประสาทที่ควบคุมการกลืน ส่งผลให้ความสามารถสำรองของการกลืนในผู้สูงอายุลดลง ทำให้ผู้สูงอายุเกิดภาวะกลืนลำบากได้ง่ายขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ผู้ดูแลเองต้องใส่ใจให้ดี เพราะเมื่อเกิดภาวะกลืนลำบากขึ้นแล้วหากรักษาไม่ทันท่วงทีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา การกลืนลำบาก พบได้ตามความเสื่อมของร่างกายเมื่อสูงอายุขึ้น และพบมากในผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับสมองและระบบประสาท โดยพบว่า ผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ มีภาวะกลืนลำบากมากที่สุด รองลงมาคือ โรคพาร์กินสัน และ โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก โดยจะมีอาการสำลักเมื่อดื่มน้ำหรืออาหาร มักพบในผู้ที่กล้ามเนื้อที่ใช้กลืนมีปัญหาบีบตัวผิดจังหวะ ทำให้น้ำหรืออาหาร หลงเหลือไม่ได้กลืนลงลำคอ จนเกิดการสำลักนั่นเอง หากไม่ดูแล ภาวะกลืนลำบากจะส่งผลกระทบทั้งทางกายและทางใจ    การสำลักอาหาร หรือมีการกลืนลำบากนี้ หากไม่ดูแลให้ดีผู้ป่วยจะไม่อยากกินอาหาร หรือมักหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำ หรือกินน้อยลง ทำให้ร่างกายขาดน้ำ ขาดสารอาหาร ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมโรคเดิมที่เป็นอยู่ น้ำหนักลด ร่างกายอ่อนแอ เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะการติดเชื้อในปอดและทางเดินหายใจจากการสำลัก ส่วนผลเสียที่จะส่งผลทางสังคมและจิตใจของผู้ป่วยก็คือ มักมีความกังวลในการกินข้าวร่วมกับผู้อื่น ทำให้ออกห่างจากสังคม กินอาหารคนเดียวนำไปสู่ความเศร้า หดหู่ ซึ่งจะทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง และมีความอยากอาหารลดลง ยิ่งจะทำให้สุขภาพโดยรวมทรุดโทรมลงไปอีก การรักษาภาวะกลืนลำบาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในวัยสูงอายุทำให้เกิดภาวะกลืนลำบาก ผู้สูงอายุบางรายอาจมีอาการของภาวะกลืนลำบากเป็นครั้งคราว แต่หากอาการเหล่านี้มีมากจนมีภาวะแทรกซ้อนเช่น น้ำหนักลด มีภาวะขาดอาหารหรือขาดน้ำ รวมทั้งมีภาวะแทรกซ้อนในเรื่องปอดอักเสบ หรือความสามารถในการช่วยเหลือตนเองลดลง […]

ผู้สูงอายุป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ดูแลควรต้องมีความเข้าใจ!

โรคหลอดเลือดสมองถือเป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขของประเทศไทยและของโลก โรคนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เมื่อเกิดโรคแล้ว ผู้ป่วยอาจถึงกับเสียชีวิตหรือมีความพิการอย่างถาวรที่เรียกว่า อัมพฤกษ์ อัมพาต ได้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมักจะมีความพิการทุพพลภาพหลงเหลืออยู่ ทำให้เป็นภาระแก่ครอบครัวและสังคม แต่หากได้รับการฟื้นผูอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาช่วยเหลือตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผู้ป่วยทุกรายที่มีความพิการหลงเหลืออยู่ควรได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพอย่างเร็วที่สุด หลังจากอาการทางระบบประสาทและสัญญาณชีพคงที่จนพ้นวิกฤติแล้ว เราไปทำความรู้จักกับโรคหลอดเลือดสมองให้มากขึ้นกันก่อดีกว่าค่ะ เป็นโรคหลอดเลือดสมอง มีโอกาสหายจากอัมพาตหรือไม่ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองสามารถฟื้นตัวได้ เนื่องจากเซลล์สมองสามารถปรับตัว และถึงแม้สมองบางส่วนจะเสียไปอย่างถาวรจากการขาดเลือดหรือมีเลือดออกไปกดเบียดสมอง สมองส่วนอื่นที่อยู่ใกล้เคียงรวมทั้งสมองด้านตรงกันข้ามมักทำงานแทนกันได้ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ทั้งนี้สมองส่วนที่จะมาทำงานแทนนั้นจะต้องได้รับการกระตุ้นโดยเฉพาะการฟื้นฟูที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีการฟื้นตัวที่แตกต่างกันทั้งในเรื่องระยะเวลาและปริมาณ ภายในระยะเวลา 1-2 เดือน ผู้ป่วยบางรายสามารถฟื้นตัวได้ถึงร้อยละ 80-90 ในขณะที่บางรายต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวนานมากกว่า 6 เดือน โดยการฟื้นตัวจะมีมากในช่วง 3 เดือนแรก หลังเป็นโรค ผู้ป่วยเกือบทุกรายจะมีอาการดีขึ้นหลังผ่านพ้นภาวะวิกฤติในช่วง 2 สัปดาห์แรกไปแล้ว บางรายอาการอาจดีขึ้นจนหายเป็นปกติ แต่บางรายอาจมีความพิการอย่างถาวร ทั้งนี้การฟื้นตัวของผู้ป่วยแต่ละรายขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความรุนแรงของโรค ตำแหน่งของสมองที่มีการขาดเลือด และขนาดของบริเวณที่สมองขาดเลือด นอกจากนี้ปัจจัยอื่นที่อาจมีผลต่อการฟื้นตัว ได้แก่ ความสมบูรณ์ของสมองส่วนที่ไม่ได้เกิดโรค ตัวอย่าง ผู้ป่วที่สูงอายุจะมีโอกาสฟื้นตัวได้น้อยกว่าผู้ป่วยที่อายุน้อย เนื่องจากมีการเสื่อมและฝ่อของสมอง ทำให้ไม่สามารถปรับตัวได้เท่ากับคนที่อายุน้อยกว่า หรือในผู้ที่เกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำหลายครั้ง ทำให้สมองเสียหายหลายตำแหน่ง โอกาสพ้นวิกฤตก็จะน้อยกว่า ได้รับการฟื้นฟูเร็วหรือช้า […]

keyboard_arrow_up