ไรซ์เบอร์รี่กราโนล่า อร่อยพร้อมทาน อุดมด้วยสารอาหารครบถ้วน เจ้าแรกในประเทศไทย

กราโนล่าอาจจะเป็นอาหารเช้าสุดโปรดของคนรักสุขภาพหลายๆคน เป็นตัวเลือกอย่างดีของคนทำงาน ที่เร่งรีบ ไม่มีเวลาเตรียมอาหารเช้า และเป็นตัวเลือกของอาหารสุขภาพที่เราสามารถนำมารังสรรค์เมนูที่ชื่นชอบได้มากมาย เเต่กราโนล่า คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง เราลองมาหาคำตอบกันดูดีกว่า กราโนล่า ไม่ใช่มูสลีนะ หลายคนอาจสับสนได้เพราะมีส่วนผสมที่คล้ายๆกัน ประกอบด้วยเมล็ดธัญพืช เมล็ดถั่ว ผลไม้แห้งต่างๆ กราโนลาผ่านการปรุงสุก (อบ) มาแล้วเรียบร้อยพร้อมทาน แถมมีการเพิ่มส่วนผสมอื่นๆให้น่าทานขึ้น มีลักษณะที่ผสมกันอย่างลงตัว เคี้ยวแล้วจะรู้สึกกรอบ กรุบๆ นี่แหละคือข้อเเตกต่างจากมูสลี อย่าเข้าใจผิดกันนะ สำหรับกราโนล่าเหมาะกับการนำไปกินกับนมหรือโยเกิร์ต ทานคู่กับเมนูอาหารเช้าก็ได้เช่นกัน แต่อาจจะต้องระวังคือความหวานในกราโนล่าด้วย แนะนำให้เลือกกราโนล่าที่มีการเติมสารให้ความหวานธรรมชาติ หรือน้ำผึ้งจะดีที่สุด ข้าวไรซ์เบอร์รี่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นอัลไซเมอร์ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ คือ Super Food หรือสารอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูง เมล็ดข้าวมีลักษณะสีม่วง อุดมด้วยสารอาหารต่างๆมากมาย โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) เช่น วิตามินอี เบตาแคโรตีน (Betacarotene) ลูทีน (Lutene) ไลโคปีน (Lycopene) ไฟเตท (Phytate) โพลีฟินนอล (Polyphenol) และสารเเอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ในปริมาณสูง มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ […]

กราโนล่า มูสลี่ อาหารเช้าของคนรักสุขภาพ

กราโนล่า มูสลี่ ความแตกต่างของคนรักสุขภาพ กราโนล่า อาจจะเป็นอาหารเช้าที่สุดโปรดของคนรักสุขภาพหลายๆคน เเต่ก็ไม่จริงเสมอไปหรอกนะ มูสลี่ก็เป็นอาหารเช้าที่ดีต่อสุขภาพเหมือนกัน เผลอๆอาจมีเเคลอรี่ที่น้อยกว่ากราโนล่าด้วยซ้ำ เเล้วอะไรคือความเเตกต่างของกราโนล่าและมูสลี่ ถ้าจะเลือกกินอะไรน่าจะเป็นเมนูสุขภาพของโปรดมากกว่ากัน เราลองมาหาคำตอบกันดูนะ ความแตกต่างระหว่างมูสลี่และกราโนล่า กราโนล่าและมูสลี่ มีความเหมือนที่ทำมาจากธัญพืช เมล็ดถั่ว และผลไม้แห้งเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกกันในกระบวนการทำอยู่นะ  คือ มูสลี่จะไม่ถูกผ่านกระบวนการปรุงและอบ  แต่ตรงกันข้ามกับกราโนล่า ที่ผ่านการปรุงและอบ แถมมีการเติมสารให้ความหวาน (น้ำตาล น้ำผึ้ง) และน้ำมันเข้าไป เพิ่มความเป็นเนื้อเดียวกันของกราโนล่า ทำให้มีรสชาติ กรุบๆ และกินง่ายมากขึ้น มูสลี่สามารถกินหรือเสิร์ฟในรูปแบบเย็น (แช่ในของเหลว นม โยเกิร์ต) หรือแบบร้อน  (ปรุงสุก อบ คั่ว)ได้ แต่กราโนล่าเหมาะกับการเสิร์ฟหรือกินในรูปแบบเย็น เช่น โรยในนม โยเกิร์ต หรือแม้แต่เทใส่มือ แล้วกินเป็นของว่างได้เลยเช่นกัน ต้นกำเนิดของมูสลี่ มูสลี่เป็นอาหารที่ถือกำเนิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษที่ 1800 โดยนายแพทย์ชาวสวิส Maximilian Bircher-Benner  เพื่อใช้เป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยในโรงพยาบาล จนได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายมากในฝั่งยุโรป มูสลี่ดั้งเดิมเป็นข้าวโอ๊ตรีดแบนๆ แต่ปัจจุบันมีธัญพืชต่างๆร่วมด้วย เช่น ควินัว […]

keyboard_arrow_up