หนุ่มพิการเก็บกระเป๋าเงินส่งคืนเจ้าของ เพราะไม่เคยคิดอย่างได้ของคนอื่น 

หนุ่มพิการเก็บกระเป๋าเงินส่งคืน เจ้าของ เพราะไม่เคยคิดอย่างได้ของคนอื่น เมื่อวันที่ 20 มิฤนายน 2563 ที่ผ่านมา นายภาณุพงศ์ งามสะอาด อายุ 31 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 116/9 หมู่ 20 ตำบลนิคม อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ นำกระเป้าเงินสีน้ำตาลที่เก็บได้ไปส่งมอบให้ ร.ต.อ.ธนดร ภักษารัมย์ รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำบลภูธรสตึก เพื่อให้ตามหา เจ้าของ มารับคืน     ซึ่งพบว่าภายในกระเป๋ามีเงินสดอยู่ 360 บาท พร้อมใบอนุญาตขับขี่, บัตรประจำตัวประชาชน และบัตร ATM หลายใบ ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว เพื่อติดต่อให้เจ้าของมารับต่อไป การที่คุณภาณุพงศ์นำกระเป๋าเงินมาให้ตำรวจช่วยตามหาเจ้าของนั้น กลายเป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาติดต่อราชการที่สถานีตำรวจแห่งนี้เป็นอย่างมาก เพราะเขาเป็นคนพิการเดินทางมาแจ้งความด้วยตนเอง     นอกจากคุณภาณุพงศ์จะเป็นคนซื่อสัตย์ไม่คิดเอาของคนอื่นแล้ว ยังเป็นคนสู้ชีวิต หาเลี้ยงชีพด้วยอาชีพขายถ่าน เขาป่วยเป็นโรครูมาตอยด์และกระดูกพรุนแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคอะไร เขาค่อย ๆ เก็บออมจนสามารถซื้อวีลแชร์ไฟฟ้าได้ด้วยตนเอง คุณภาณุพงศ์บอกว่า ก่อนที่ตนจะเก็บกระเป๋าเงินนี้มาแจ้งความตามหาเจ้าของที่สถานีตำรวจนั้น […]

มาจัดการกระเป๋าเงิน ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นกันเถอะ

มา จัดการกระเป๋าเงิน ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นกันเถอะ การ จัดการกระเป๋าเงิน ช่วยลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้ ถ้าเราใช้บริการร้านกาแฟร้านใดร้านหนึ่งเป็นประจำจะได้รับสิทธิพิเศษมากขึ้นและเร็วขึ้น และถ้าจัดการบัตรสมาชิกต่าง ๆ ให้ดีก็จะไม่พลาดสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่นกัน ถ้าตอนนี้เราใช้บัตรเครติคอยู่หลายใบ ควรใช้โอกาสนี้ยกเลิกอย่างน้อยสักหนึ่งใบ เพราะการใช้บัตรเครติคเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เราใช้เงินอย่างสิ้นเปลืองและเปล่าประโยชน์ “รู้สึกว่าไม่ค่อยได้ใช้เงินเท่าไร แต่กลับติดลบตลอด พอมาดูรายการใช้จ่ายต่าง ๆ ก็เป็นเราที่ใช้เองจริง  ๆ” นี่คือคำพูดของคุณตอนตามหาความสุข ตัวผมเองเวลาดูรายการใช้จ่ายผ่านบัตรเครติคของตัวเองก็ตกใจเหมือนกัน เพราะความจริงที่ว่าเงินจำนวนน้อยได้กลายเป็นเงินก้อนใหญ่ และเราก็เป็นคนใช้เงินพวกนั้นเอง ซึ่งหากเราไม่คำนึงว่าเงินจำนวนน้อยเมื่อรวมกันแล้วจะกลายเป็นเงินจำนวนมาก เราก็จะไม่คำนึงว่าเงินจำนวนน้อยเมื่อรวมกันแล้วจะกลายเป็นจำนวนมาก เราก็จะไม่คำนึงเช่นกันว่าค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยเมื่อรวมกันแล้ว จะกลายเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่เราจะต้องรับผิดชอบ ด้วยเหตุนี้คนจำนวนมากจึงใช้เงินเยอะจนอันตราย แต่ก็ยังไม่ยอมใช้ได้น้อยลงและใช้ชีวิตสบาย ๆ แบบนั้นต่อไปเรื่อย ๆ     บัตรเครติคเป็นตัวการหลักที่สร้างนิสัยการบริโภคที่ผิด นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ยังประเมินว่าบัตรเครติคเป็นระเบิดนิวเคลียร์ ที่สร้างความเสียหายต่อสถานะการเงินของครอบครัว ดังนั้น ถ้าตอนนี้มีบัตรเครติคอยู่หลายใบก็เท่ากับว่ามีระเบิดอยู่ในกระเป๋าเงินหลายลูก คนเรามี “การแปลสิ่งเร้าผิดว่าควบคุมได้” ซึ่งเป็นการประเมินความสามารถของตัวเองสูงเกินความจริง และเข้าใจผิดว่าตนสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายที่ใช้ผ่านบัตรเครติคได้ ซึ่งความเชื่อมั่นในตัวเองจนเกินไปนั้นทำให้เราไม่รอบคอบ ไม่เคลือบแคลงใจว่าเราอาจเข้าใจผิดเรื่องการใช้จ่าย ทำให้เกิดการบริโภคเพิ่มมากขึ้นและยอดค่าใช้จ่ายบัตรเครติคจึงมักออกมาสูงกว่าที่เราคิดไว้เสมอ นอกจากนี้คนเรามักจะจำรายการและจำนวนเงินที่ตนใช้ผ่านบัตรเครติคไม่ค่อยได้ เมื่อซื้อของผิดจึงไม่รู้สึกเสียใจเท่าการซื้อมาด้วยเงินสด และแม้ว่าค่าบัตรเครติคจะออกมาสูง แต่หากสามารถจ่ายได้ก็จะเป็นอิสระจากความรู้สึกผิดและความเสียใจว่าตนได้ใช้เงินเกินความจำเป็น ซึ่งหากเราต้องจ่ายค่าบัตรเครติคจำนวนมากทุก ๆ เดือนแบบนี้ […]

keyboard_arrow_up