บทกรวดน้ำ การกรวดน้ำแผ่เมตตามีประโยชน์อย่างไร

บทกรวดน้ำ การกรวดน้ำแผ่เมตตามีประโยชน์อย่างไร บทกรวดน้ำ แผ่เมตตา จะเป็นการช่วยอุทิศบุญกุศลแก่ญาติมิตร และสัตว์ทั้งหลายอย่างเท่าเทียมทั่วกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติกับบุคคลใดเป็นพิเศษ โดยใช้น้ำสะอาด กรวดลงในภาชนะอันสมควรโดยไม่ต้องใช้มือรอง แต่ให้ใช้น้ำเป็นเครื่องรวมใจให้เป็นสมาธิในการอุทิศบุญเท่านั้น     ทำไมต้องกรวดน้ำ เรื่องมีอยู่ว่า ครั้งพุทธกาล เมื่อคราวที่พญาวสวัตดีมารเข้า ขัดขวางมิให้พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ โดยอ้าง ว่ารัตนบัลลังก์ซึ่งพระพุทธเจ้าประทับอยู่นั้นเป็นของตน และถือเอา หมู่มารปีศาจทั้งหลายเป็นสักขีพยาน จากนั้นก็ถามหาสักขีพยาน ฝ่ายพระพุทธเจ้าบ้าง พระพุทธองค์จึงตรัสว่า รัตนบัลลังก์นี้เป็นของพระองค์ เพราะเกิดขึ้นด้วยผลแห่งพระโพธิญาณ หากไม่บำเพ็ญกุศลก็จะ ไม่เกิดมีขึ้น และทรงขออ้างแม่พระธรณีผู้ปราศจากเจตนาอันมี อคติขึ้นเป็นพยาน แม่พระธรณีจึงอุบัติขึ้นจากพื้นพสุธา และกล่าวเป็นพยานว่า น้ำทักษิโณทกที่พระพุทธเจ้าทรงหลั่งเมื่อบำเพ็ญทานบารมีทุกชาติ รวมกันนั้นมีมากมายเหลือคณานับ พร้อมกับแสดงให้พญาวสวัตดี มารประจักษ์ด้วยการบิดมวยผมให้เกิดเป็นกระแสธารพัดพาเอา หมู่มารลอยหายไปสิ้น จะเห็นได้ว่า แม้มหาบุรุษผู้ประเสริฐอย่างพระพุทธเจ้า การกระทำเล็กๆ น้อยๆ อย่างการกรวดน้ำก็ยังมีประโยชน์และมีนัยสำคัญ     ทำไมต้องใช้ “น้ำ” เหตุที่ต้องใช้น้ำในการอุทิศส่วนกุศลนั้น ครูบาอาจารย์รุ่นหลัง อธิบายว่า น้ำเป็นสัญลักษณ์ของการรวมจิตให้เกิดสมาธิ แสดงถึงความตั้งใจที่จะอุทิศส่วนกุศลให้ผู้อื่นและสรรพสัตว์นั่นเอง การกรวดน้ำอย่างถูกวิธีนั้นควรใช้น้ำสะอาด กรวดลง ในภาชนะอันสมควรโดยไม่ต้องใช้มือรอง แต่ให้ใช้น้ำเป็นเครื่อง […]

อานิสงส์กรวดน้ำ

อานิสงส์กรวดน้ำ – ในครั้งหนึ่ง องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับอยู่ ณ เชตะวันมหาวิหาร พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งอยู่ในเมืองสาวัตถีนั้น มีทรัพย์สมบัติอยู่ 80 โกฎิ พราหมณ์ผู้นั้นมีบุตรชายอยู่คนหนึ่ง เป็นที่รักมากเพราะมีบุตรคนเดียว พอบุตรชายมีอายุได้ประมาณ 17 ปี ก็เกิดโรคาพยาธิมาเบียดเบียน และได้เสียชีวิตลง พราหมณ์ผู้เป็นพ่อและแม่ บังเกิดความทุกขเวทนาโทมนัสเศร้าโศกเสียใจ เพราะอาลัยรักในบุตรที่ตายไปอย่างยิ่ง จึงสั่งคนใช้ที่เป็นบริวาร นำเอาศพไปเผาในป่าช้าและสั่งให้ปลูกศาลาขึ้นหนึ่งหลัง มีเสื่อสาดอาสนะ และจัดทาสคนหนึ่งไปคอยปฏิบัติรักษาอยู่ในป่าช้านั้น เพื่อจะได้ส่งข้าวน้ำอาหารเข้าและเย็นให้แก่ลูกชายของตนทุก ๆ วันมิได้ขาด ทำเหมือนกับบุตรชายของตนมีชีวิตอยู่ ทาสผู้นั้นก็ทำตามคำสั่งอยู่เสมอมิได้ขาดเลยสักวันเดียว อยู่มาวันหนึ่ง บังเอิญฝนตกหนักมากน้ำก็ท่วมหนทางที่จะไปศาลานั้น ทาสผู้นั้นจะข้ามไปก็ไม่ได้จึงกลับมา ในระหว่างทางพบพระภิกษุรูปหนึ่งมาบิณฑบาตก็เลยเอาอาหารนั้นใส่บาตรให้เป็นทานแก่พระภิกษุ แล้วก็กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญนั้นส่งให้แก่ผู้ตาย ลูกชายที่ตายไปนั้นมานิมิตฝันให้พราหมณ์ผู้เป็นพ่อว่า ข้าพเจ้าได้ตายไปนานแล้วไม่เคยได้กินข้าวเลยสักวันเดียว เพิ่งจะมาได้กินข้าวแต่วันนี้วันเดียวเท่านั้น ครั้นพราหมณ์ผู้เป็นพ่อได้มีนิมิตฝันอย่างนี้ก็ใช้ให้คนไปตามทาสผู้ไปคอยเฝ้าปฏิบัติรักษามาไถ่ถามดู ทาสผู้นั้นก็ตอบว่าข้าพเจ้าไปส่งข้าวทุก ๆ วัน แต่วันนี้ข้าพเจ้าไปไม่ได้ฝนตกหนัก น้ำท่วม ก็กลับมาพบพระภิกษุรูปหนึ่งมาบิณฑบาต ข้าพเจ้าก็เลยเอาข้าวนั้นใส่บาตร แก่ภิกษุรูปนั้น แล้วอุทิศส่วนบุญนี้ไปให้บุตรของท่าน บุตรของท่านก็คงจะได้กินข้าวแต่วันนี้วันเดียวดังนี้แล ครั้นพราหมณ์ได้ฟังดังนั้นแล้วก็คิดว่า “เราจะไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเสียก่อน จะทูลถามพระพุทธเจ้าว่าเป็นอย่างไร” พราหมณ์ก็ถือดอกไม้ธูปเทียนของหอมเข้าไปสู่สำนักพระพุทธเจ้าแล้วบูชาเครื่องสักการะนั้น แล้วนั่งที่สมควรแก่ตน ได้กราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า […]

Dhamma Daily: พักอยู่คอนโดสูง ควร กรวดน้ำ อย่างไรดี เพราะไม่มีต้นไม้ใหญ่

Dhamma Daily: พักอยู่คอนโดสูง ควร กรวดน้ำ อย่างไรดี เพราะไม่มีต้นไม้ใหญ่ – พระครูสังฆรักษ์สงบ ตอบปัญหานี้ไว้ว่า การทำบุญมีอยู่ 3 ทางด้วยกัน คือทาน ศีล

Dhamma Daily : กรวดน้ำให้ถูกวิธี ทำอย่างไร ถ้าทำบุญแล้วไม่กรวดน้ำได้หรือไม่

ถาม : ทำไมถึงต้องมีการกรวดน้ำ มีการกรวดน้ำในพิธีการใดบ้าง การ กรวดน้ำให้ถูกวิธี ต้องทำอย่างไร ถ้าเราทำบุญแล้วไม่กรวดน้ำได้หรือไม่ ท่านว. วชิรเมธี ได้ไขปัญหาไว้ดังนี้ ตอบ : การทำบุญด้วยการให้ทานหรือการทำบุญเลี้ยงพระ เป็นเหตุให้มีการกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล ดูเหมือนการกรวดน้ำหลังจากทำบุญเสร็จแล้วนี้จะได้คติมาจากเรื่องราวในสมัยพุทธกาล ซึ่งครั้งหนึ่งพระเจ้าพิมพิสารทรงนิมนต์พระพุทธเจ้าและคณะสงฆ์ไปฉันภัตตาหารที่พระราชนิเวศน์ หลังจากฉันภัตตาหารแล้วทรงลืมกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว คืนนั้นเอง เปรตซึ่งเป็นญาติของพระองค์จึงมาส่งเสียงร้องขอส่วนบุญ รุ่งขึ้นพระเจ้าพิมพิสารนำเรื่องนั้นไปกราบทูลว่าจะแก้ไขอย่างไรดี ทรงแนะนำให้ท้าวเธอทำบุญเลี้ยงพระแล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ รุ่งขึ้นพระองค์จึงทรงทำบุญเลี้ยงพระอีกครั้งหนึ่ง และในครั้งนี้พระองค์ทรงตั้งพระทัยอุทิศส่วนกุศลแก่ปวงญาติในอดีตทุกคน ในการอุทิศส่วนกุศลนั้น พระเจ้าพิมพิสารทรงหลัั่ง “ทักษิโณทก” ตกต้องเหนือปฐพี คืนนั้นเปรตเหล่านั้นไม่มารบกวนพระองค์อีกเลย แสดงว่าพวกเขาได้รับส่วนบุญจากการอุทิศให้ของพระองค์นั่นเอง นับแต่นั้นเป็นต้นมาจึงเกิดประเพณีนิยมในการทำบุญเลี้ยงพระว่า ต้องมีการกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษหรือสรรพสัตว์ด้วยเสมอไป การกรวดน้ำที่ถูกต้องทำได้ง่าย ๆ เพียงรินน้ำจากภาชนะหนึ่งลงสู่อีกภาชนะหนึ่ง หรือไม่เช่นนั้นก็รินลงสู่พื้นดินโดยตรงก็ได้ ขณะรินน้ำนั้นควรตั้งจิตอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ที่เราต้องการจะอุทิศส่วนกุศลให้ หลักการรินหรือกรวดน้ำนั้นมีอยู่ว่า พอพระสงฆ์ผู้เป็นประธานเริ่มอนุโมทนาด้วยบทว่า “ยะถา วาริวะหา…” ก็เริ่มรินน้ำ พอพระรูปที่สองรับว่า “สัพพี…” ต้องรินน้ำให้หมด แล้วประนมมือรับพรต่อไปอย่างสงบจนพระอนุโมทนาจบ เคยมีความเข้าใจผิด ๆ ว่า เวลาพระกรวดน้ำ หากผู้ร่วมทำบุญมีกันหลายคน คนที่ไม่ได้กรวดน้ำก็ควรแตะกันและกันต่อไปจากคนแรกจนถึงคนสุดท้าย ขอแนะนำว่าวิธีนี้ไม่ถูกต้อง ควรมอบภาระในการกรวดน้ำนั้นให้เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งก็ได้ ส่วนคนที่เหลือก็นั่งประนมมืออย่างสงบ […]

อาหารชุดเดียว แต่กรวดน้ำให้สรรพสิ่งมากมาย จะแบ่งกันเพียงพอไหม?

เวลาทำบุญ มีอาหารใส่บาตรอยู่แค่ชุดเดียว แต่ตอนกรวดน้ำ กรวดซะมากมาย แบบนี้สรรพสิ่งจะแบ่งบุญกันเพียงพอหรือไม่ พระอาจารย์มีคำตอบ

keyboard_arrow_up