ฟังอย่างไรให้กิเลสขาดไปสู่นิพพาน ท่านเจ้าคุณโชดก ญาณสิทธิเถร (พระธรรมธีรราชมหามุนี)

ฟังอย่างไรให้กิเลสขาดไปสู่นิพพาน ท่านเจ้าคุณโชดก ญาณสิทธิเถร (พระธรรมธีรราชมหามุนี) การกำหนดรู้อิริยาบถเป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่งในพระพุทธศาสนา ท่านเจ้าคุณโชดก ญาณสิทธิเถร ได้เทศน์เรื่อง ” ได้ยินหนอ ” ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งการฟังหรือการได้ยินเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่ที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน การกำหนดรู้ในขณะฟังหรือได้ยินก็เป็นอีกแนวทางการปฏิบัติที่น่าสนใจ ชวนทุกท่านอ่านบทความถอดความบรรยายธรรมของท่านเจ้าคุณโชดก ญาณสิทธิเถร ค่ะ ญาติโยมเพื่อนธรรมมิตรผู้ใจบุญทั้งหลาย ตอนนี้เป็นการฟังเทศน์ปฏิบัติ เวลาฟังเทศน์ให้กำหนดไว้ที่หู เวลาได้ยินก็ “ได้ยินหนอ…ได้ยินหนอ…” พอนานเข้าให้ใช้ “ยินหนอ….ยินหนอ…” เขาว่าถ้าเราฟังมาเฉย ๆ อันนั้นเราฟังมามากแล้ว เขาเรียกว่าฟังเอาบุญ ได้บุญอยู่แต่ได้บุญน้อย ได้บุญไม่มาก กิเลสไม่ขาด เพียงแต่ได้ประคองไว้เฉย ๆ แต่เราฟังแล้วกำหนดรู้ตามไป ถ้าเราฟังไปเฉย ๆ มันก็ไม่ใช่การปฏิบัติ นั้นจึงได้บุญน้อยไป ถ้าจะฟังให้ได้ประโยชน์มาก หนึ่ง ต้องฟังธรรมให้เกิดประโยชน์ ประโยชน์ในทีนี้คือประโยชน์ที่จะถึงนิพพานให้กิเลสขาด เราต้องสนใจจริง ๆ และรวมจิตใจไว้เป็นศูนย์รวมที่หู คือให้จิตมันอยู่ที่หูนั่นแหละ ได้ยินหนอ…ได้ยินหนอ… กิเลสก็ขาด พอได้ยินหนอ…ได้ยินหนอ กิเลสมันก็ขาด แต่ถ้าเราฟังเฉย ๆ ก็จะเป็นบุญ บุญนี้เรียกว่า กามาวจรบุญ […]

“สรรพคุณของกรรมฐาน” ธรรมะจาก หลวงปู่บุดดา ถาวโร

“สรรพคุณของกรรมฐาน” ธรรมะจาก หลวงปู่บุดดา ถาวโร รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ขันธ์ 5 เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นไตรลักษณ์ เป็นสามัญลักษณะเสมอกัน ค้นดูในตนว่าใครเกิด ใครแก่ ใครเจ็บ ใครตาย กรรมฐานทั้งหลายกำจัดกิเลสได้ทุกประเภท กำจัดราคจริต โทสจริต โมหจริต วิตกจริต พุทธจริต ศรัทธาจริตของตนได้ทั้ง 6 จริต ผู้ปฏิบัติต้องเห็นอย่างนี้ ผู้ที่กำจัดกิเลสทั้ง 6 ได้ ไม่ต้องเลือกว่าสูตรไหน บทไหน ทำให้จิตใจไม่เศร้าหมองใช้ได้ทั้งนั้น คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีจริงอยู่ทุกเมื่อที่ใจเรามีสติมั่นคงตั้งมั่นสัมปชัญญะ ความรู้ตัว กาย เวทนา จิต ธรรม มีอยู่ที่เรา ไม่ต้องไปถามผู้อื่น ผู้ปฏิบัติต้องมีสติ เพ่งบริกรรมอยู่ที่เราเสมอ เดิน ยืน นอน นั่ง ทุกลมหายใจเข้า – ออก ผู้ปฏิบัติทำเหตุอย่างนี้ให้ติดต่อแล้ว ได้รับผลเหมือนกัน […]

“บุญเกิดได้ทุกหนทุกแห่ง” ธรรมะจาก ท่านเจ้าคุณโชดก ญาณสิทธิ

“บุญเกิดได้ทุกหนทุกแห่ง” ธรรมะจาก ท่านเจ้าคุณโชดก ญาณสิทธิ บุญเกิดได้ทุกหนทุกแห่ง แม้แต่ในกองอุจจาระ ถ่ายอยู่ในส้วมก็เกิดได้ เช่น เมื่อถ่ายก็กำหนด “ถ่ายหนอ ถ่ายหนอ ถ่ายหนอ” ทั้งศีล สติ ปัญญา เกิด สามารถจะสำเร็จมรรค ผล นิพพาน ก็ได้ ผู้หญิงคนหนึ่งไปส้วม เห็นหนอนมาแย่งกินอุจจาระ นางก็ภาวนาบริกรรม “หนอน หนอน หนอน” แป๊บเดียวสำเร็จปฐมฌาน” ไปเกิดในพรหมโลกโน่น พระเถระองค์หนึ่งเห็นกองอุจจาระมีแมลงหัวเขียวตอมหึ่ง ๆ อยู่ ก็พนมมือใส่ เสร็จแล้วเพื่อนก็บอกว่า “เฮ้ย ท่านมาพนมมือใส่กองอุจจาระทำไม” …“ไม่ใช่ ผมนึกถึงพระพุทธเจ้า” เท่านี้แหละท่านก็ขนลุกซู่ “ขนลุกหนอ ขนลุกหนอ” แป๊บเดียวสำเร็จเป็นโสดาบัน เอาอีกเป็นสกิทาคามี เอาอีกเป็นพระอนาคามี ชักเอาผ้าบังสุกุลผืนนั้นไปฟอกไปย้อม ยึดเป็นผ้าสังฆาฏิพาดบ่า ปฏิบัติวิปัสสนาเป็นพระอรหันต์เลย นี่แหละ บุญมันเกิดได้ทุกหนทุกแห่ง แล้วแต่ความฉลาดของผู้ปฏิบัติ ดังนั้น ท่านอยู่ที่ไหนก็ตาม ท่านนึกถึงกรรมฐานแล้วก็ทำได้เลย   ที่มา – […]

การอยู่กับปัจจุบันขณะคืออะไร ธรรมะปลุกสติจาก ท่าน ว.วชิรเมธี

การ อยู่กับปัจจุบันขณะ คืออะไร ธรรมะปลุกสติจาก ท่าน ว.วชิรเมธี อยู่กับปัจจุบันขณะ หมายความว่าอยู่ที่นี่แล้ว ก็เดี๋ยวนี้ ขณะอึดใจนี้ คำว่าอยู่กับปัจจุบันไม่ใช่มิติของสถานที่ แต่อยู่กับปัจจุบันนี้มันเป็นมิติของจิตวิญญาณ หมายความว่าขณะใดก็ตามที่เรามีความรู้สึกตัวอยู่เสมอ ไม่หลุดไปอยู่ในโลกของความคิดในอนาคต หรือโลกของความคิดในอดีต แต่เป็นการที่เรารู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลาในทุกเรื่องที่คิด ทุกกิจที่ทำ ทุกคำที่พูด ทุกคำที่พูดและทุกอิริยาบถที่เคลื่อนไหว อาการที่เรารู้ตัวอยู่ ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่ถูกปรุงแต่งด้วยตัณหา อวิชชา และอุปาทาน หรืออวิชชา ตัณหา ทิฐิ อวิชชาก็คือความหลง ตัณหาคือความอยาก ทิฐิคือชุดความคิดต่าง ๆ แต่เรารู้ตัวอยู่ที่นี่แล้วก็เดี๋ยวนี้ สด ๆ ในปัจจุบันขณะ โดยไม่ผ่านกระบวนการทางความคิด แต่เป็นความรู้สึกตัวสด ๆ ร้อน ๆ ซึ่งเกิดขึ้นเอง ณ เดี๋ยวนี้ ที่นี่ เช่น เราหายใจอยู่ เราก็รู้ว่าเราหายใจ อันนี้คือการอยู่กับปัจจุบันขณะที่แท้จริง ฉะนั้นเมื่อพูดถึงปัจจุบันขณะ เราไม่พูดถึงวัน เดือน ปี เลย เพราะว่ามันเป็นมิติทางจิตวิญญาณ และลมหายใจเป็นอุปกรณ์ของปัจจุบันขณะจริง […]

ทำกรรมฐานพิจารณากามคุณให้ได้เป็นพระอนาคามี โดย พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท 

ทำกรรมฐาน พิจารณากามคุณ ให้ได้เป็นพระอนาคามี โดย พระอาจารย์ชานนท์ ชยนนฺโท เมื่อเรา พิจารณากามคุณ ทั้ง 5 รูป เสียง กลิ่น รส แล้วเห็นเป็นโทษทั้งหมด ความพอใจก็เป็นโทษ ความไม่พอใจก็เป็นโทษ คือ เห็นโทษของราคะและโทสะพร้อมกันในตัวเดียวกัน วางพร้อมกันโดยไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เรียกว่าทิ้งทั้งคู่นั่นเอง คือพอใจก็ไม่น่ายึด ไม่พอใจก็ไม่น่ายึด โทสะก็ไม่น่ายึด ราคะก็ไม่น่ายึด จึงปล่อยวางเสียได้ เมื่อเห็นโทษของความพอใจและไม่พอใจของรูป เสียง กลิ่น รส ที่เรายึดมั่นถือมั่น และปรุงแต่งโดยสัญญาอารมณ์ ปรุงถึงรูปสวยและรูปไม่สวย ปรุงถึงเสียงดีและเสียงไม่ดี เห็นโทษที่ทำให้เกิดความทุกข์ ความสุข เพราะหลงยึดมั่นถือมั่น ถ้าวางทุกข์เพราะรูป เสียง กลิ่น รสได้ ก็ไม่ทุกข์เพราะกามคุณทั้ง 5 อีก พระอนาคามีเกิดจากตรงนี้ เมื่อเป็นพระอนาคามีแล้วท่านจะไม่กลับมาเกิดแล้วโลกมนุษย์นี้ ชาติสุดท้ายก็คือพรหมโลก ไปเกิดพรหมโลก และสำเร็จเป็นพระอรหันต์บนพรหมโลกนั่นเอง เราปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้น แต่เราไม่รู้จุดหมายปลายทางไม่รู้วิธีทำ เราจึงไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นที่อธิบายข้างต้นคือหลักและแผนที่ ชัยภูมิในการประพฤติปฏิบัติ เราจะเป็นนักรบก็ดี […]

ธาตุกรรมฐาน : กำจัดตัวตนด้วยการพิจารณารูปขันธ์เป็นมหาภูตรูป 4

ธาตุกรรมฐาน : กำจัดตัวตนด้วยการพิจารณารูปขันธ์เป็น มหาภูตรูป 4 ธาตุกรรมฐาน เป็นหนึ่งใน 40 กรรมฐาน มีอีกชื่อว่า “จตุธาตุววัฏฐาน” เป็นกรรมฐานที่พิจารณาร่างกายตามคุณลักษณะของธาตุ 4 ร่างกายของมนุษย์อันเป็นที่อยู่ของจิต เกิดขึ้นจากการรวมตัวจนกลายเป็นรูปของธาตุ 4 จึงเรียกว่า “มหาภูตรูป” เพื่อให้เข้าใจกรรมฐานประเภทนี้ และมีปัญญาแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น จึงขออัญเชิญธรรมบรรยายของสมเด็จพระญาณสังวร เรื่องธาตุกรรมฐาน ซึ่งพระองค์อธิบายไว้ดีแล้วว่า ” โดยปกติคนเราย่อมมีความยึดถือร่างกายอันนี้ว่าเป็นเรา เป็นตัวตนของเรา เมื่อมาพิจารณาโดยความเป็นธาตุ คือแยกออกไปว่า ส่วนที่แข็งก็เป็นธาตุดิน ส่วนที่เอิบอาบก็เป็นธาตุน้ำ ส่วนที่อบอุ่นก็เป็นธาตุไฟ ส่วนที่พัดไหวก็เป็นธาตุลม และส่วนที่เป็นช่องว่างก็เป็นอากาสธาตุ เมื่อเป็นเช่นนี้ ตนหรือของตนที่ยึดถืออยู่นี้ ก็กลายเป็นธาตุ และถ้าลองพิจารณาแยกธาตุเหล่านี้ออกไปทีละอย่าง คือเมื่อพิจารณาดูส่วนที่แข็งอันเรียกว่าเป็นธาตุดิน แยกเอาธาตุดินออกไปเสียจากร่างกายอันนี้ ก็จะเหลืออยู่แต่ธาตุน้ำเป็นต้น เมื่อแยกเอาธาตุน้ำออกไปเสียอีก ก็จะเหลืออยู่แต่ธาตุไฟเป็นต้น เมื่อแยกเอาธาตุไฟออกเสีย ก็จะเหลือแต่ธาตุเป็นต้น เมื่อแยกเอาธาตุลมออกไปเสียอีก ก็จะเหลือแต่ช่องว่างไปทั้งหมด ”  จากการอธิบายลักษณะของมหาภูตรูป (ร่างกายมนุษย์) แล้ว ทำให้เห็นว่าร่างกายของมนุษย์มีลักษณะของธาตุ 4 เช่น จุดที่แข็งเป็นธาตุดิน ได้แก่ […]

ปีติกับความสุขแตกต่างกันอย่างไร

ปีติ กับความสุขแตกต่างกันอย่างไร คัมภีร์วิมุตติมรรคกล่าวถึง ปีติ ไว้ว่า เป็นความเอิบอิ่ม การทำให้ยินดี ปีติเกิดได้จากราคะ ศรัทธา ความไม่ดื้อด้าน วิเวก สมาธิ และโพชฌงค์ การเกิดขึ้นของปีติ ปีติเกิดจากราคะเป็นอย่างไร ปีติประเภทนี้เกิดจากความชอบ ความหลงใหล และความอิ่มใจที่ที่เกิดจากกิเลส เช่น ขนลุกต่อเมื่อได้ฟังเพลง ๆ หรือ ได้ยินเนื้อเพลงที่โดนใจ ปีติเกิดจากศรัทธาเป็นอย่างไร ปีติประเภทนี้เกิดจากความอิ่มใจของผู้ที่มีศรัทธาแรงกล้า เช่น เกิดสมาธิระหว่างที่กำลังจบคำถวายสังฆทาน หรือ สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย ปีติเกิดจากความไม่ดื้อด้านเป็นอย่างไร ปีติประเภทนี้เกิดจากความอิ่มใจของผู้ที่มีจิตใจที่บริสุทธิ์ เช่น เกิดความรู้สึกเอิบอิ่มขณะที่กำลังทำตามที่คุณแม่หรือคุณพ่อสอน ปีติเกิดจากวิเวกเป็นอย่างไร ปีติประเภทนี้เกิดจากความอิ่มใจของผู้เข้าปฐมฌาน คือฌานขั้นต้น ที่ผู้ปฏิบัติจะเกิดวิตก (ความตรึก) วิจารณ (ความตรอง) ปีติ (ความอิ่มใจ) สุข (ความสบายใจ) และเอกัคตา (ความมีอารมณ์เป็นหนึ่ง) ปีติเกิดจากสมาธิเป็นอย่างไร ปีติประเภทนี้เกิดจากความอิ่มใจของผู้เข้าทุติยฌาน คือฌานระดับที่สอง ได้แก่ สามารถละวิตกและวิจารได้ คงไว้แต่ปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิกับเอกัคตา ปีติเกิดจากโพชฌงค์เป็นอย่างไร ปีติประเภทนี้เกิดจากการดำเนินตามโลกุตตรมรรคในทุติยฌาน เพราะโพชฌงค์คือแนวทางแห่งการตรัสรู้ […]

เทวตานุสติ การระลึกถึงผลบุญของเทวดา ทำไมต้องระลึกถึง และมีผลานิสงส์อย่างไร

เทวตานุสติ การระลึกถึงผลบุญของเทวดา ทำไมต้องระลึกถึง และมีผลานิสงส์อย่างไร เทวตานุสติ เป็นหนึ่งในอนุสสติ คือการระลึกถึง ทำไมต้องระลึกถึงผลบุญของเทวดา ระลึกถึงผลบุญของมนุษย์ไม่ได้หรือ และการระลึกถึงผลบุญของเทวดามีผลานิสงส์อย่างไรบ้าง ลองมาทำความรู้จักกับอนุสสติประเภทนี้กัน   เทวตานุสติคืออะไร การพิจารณาหรือระลึกถึงการเกิดในสวรรค์  อนุสสติเป็นการระลึกและความมีสติโดยชอบ การระลึกถึงผลบุญของเทวดาคือ เทวตานุสติ   อานิสงส์ของเทวตานุสติ ผู้ปฏิบัติย่อมได้อานิสงส์ 8 ประการ คือ ผู้นั้นย่อมเพิ่มพูนคุณ 5 ประการ ได้แก่ (1) ศรัทธา (2) ศีล (3) สุตะ (4) จาคะ (5) ปัญญา เขาสามารถได้รับสิ่งที่เทวดาในสวรรค์ปรารถนา (6) เขาย่อมเป็นสุขในการรอเสวยผลของบุญ (7) เทวดาในสวรรค์นับถือเขา เพราะเทวตานุสตินี้เขาสามารถปฏิบัติสีลานุสสติ (การระลึกถึงศีล) และจาคานุสสติ (การระลึกถึงการสละ) ด้วยเช่นกัน (8) เขาย่อมอยู่เป็นสุขและเข้าถึงแดนสวรรค์   ปฏิบัติเทวตานุสติอย่างไร ผู้ปฏิบัติพึงเข้าสู่ความสงบในที่วิเวก และรักษาจิตให้ปราศจากสิ่งรบกวน การปฏิบัติการระลึกถึงบุญของเทวดาควรพิจารณาด้วยคำดังนี้   […]

” จากเป็นหรือจากตาย หากรู้วิธีก็ไม่เจ็บ” – เยียวยาปัญหารักด้วยธรรม

ทำไมคนเราต้องมีการจากลา การพลัดพรากคะ เป็นหลักธรรมชาติ มีพบต้องมีจาก สิ่งนี้เป็นของคู่โลก ของประจำโลก พลังงานมีแรงขับเคลื่อนอยู่ตลอด 

การพัฒนาจิต 2 วิธี ที่พระพุทธเจ้าทรงสอน บทความธรรมะจากพระอาจารย์ชาญชัย อธิปญฺโญ    

เราจะพัฒนาสมรรถนะของจิตได้อย่างไร พระพุทธเจ้าทรงสอนวิธี การพัฒนาจิต ไว้ 2 วิธีด้วยกัน วิธีแรกคือ การทำสมาธิ วิธีที่สองคือการทำวิปัสสนา

สนทนาธรรมทำกระจ่าง! ทำไม ทีมหมูป่า ทำ “โลกธาตุหวั่นไหว” โดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ และคุณเมตตา อุทกะพันธุ์

สนทนาธรรมทำกระจ่าง กรณี ทีมหมูป่า ติดถ้ำหลวง โดยพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ และคุณเมตตา อุทกะพันธุ์ เรื่องที่จะนำเสนอต่อสายตาท่านผู้อ่านต่อไปนี้ เป็นบทสนทนา ถาม-ตอบ ปัญหาธรรม แก้ความกระจ่าง โดยมีคุณเมตตา อุทกะพันธุ์เป็นตัวแทนฝ่ายฆราวาสผู้ใคร่รู้สงสัยในธรรมะ สอบถามพระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ พระอาจารย์ผู้ตอบกระทู้ธรรมให้กระจ่าง ในสิ่งที่ชาวพุทธสงสัย เรื่อง ทีมหมูป่า ติดถ้ำหลวง คุณเมตตา : ดิฉันศึกษาและมีความเข้าใจในเรื่องของกฎแห่งกรรมมาพอสมควร ซึ่งพอได้มาฟังพระอาจารย์ในวันนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า เรื่องของกฎแห่งกรรม เป็นวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ หลายคนมีความรู้สึกว่า “ฉันทำดี แต่ทำไมถึงไม่ได้ดี” จึงคิดว่าทำชั่วน่าจะดีกว่า ซึ่งเป็นเพราะเขาไม่ได้เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมว่า เป็นความสืบเนื่องมาหลายภพชาติที่ส่งผลมาถึงเรา  โดยมีเหตุปัจจัยดังที่พระอาจารย์กล่าวว่าผลกรรมไม่ได้ส่งผลอย่างตรงไปตรงมา ซ้ำยังมีหลายเหตุปัจจัยที่ทำให้ผลเกิด ซึ่งเรื่องกฎแห่งกรรมนี้เป็นเรื่องของเหตุปัจจัยล้วน ๆ ดิฉันเชื่อว่า คนทั้งหลายพอทราบดังนี้จะมีความรู้สึกว่าต่อไปนี้ต้องทำดีอย่างเดียว และคงไม่กล้าคิดทำความชั่วแน่นอน พระอาจารย์ : จริงๆ ถ้าเป็นชาวพุทธแท้จะมั่นคงในเรื่องกรรม เพราะเมื่อได้ศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังก็จะพบว่า พระพุทธเจ้ามีลักษณะเป็นกรรมวาที โปรดตรัสเรื่องกรรมว่าทุกการกระทำย่อมมีผล เช่น กรรมพันธุ์ คือ มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นทายาท ทำกรรมเช่นไรไว้ ก็จะต้องได้รับผลกรรมอย่างนั้น […]

ปัญหาธรรมประจำวันนี้: แปลกมากไหม ชอบไปวิปัสสนา ทั้ง ๆ ที่คนอื่นไม่อยากไป

ชอบไปวิปัสสนา ที่บริษัทจัดขึ้น ทั้ง ๆ ที่แทบจะไม่มีคนอยากไป ดิฉันแปลกกว่าเพื่อน ๆ หรือเปล่า เรื่องนี้ ท่าน ว.วชิรเมธี มีคำตอบดีๆ มาฝาก

ทำสมาธิแบบกายคตาสติ “เมื่อสติกำกับกาย”

กายคตาสติ คือ การเอากายเป็นอารมณ์ในการกำหนดจิตเพื่อให้เกิดความสงบเมื่อเกิดความสงบก็เป็นสมาธิ ใช้ได้กับคนทุกจริต สามารถฝึกได้ทุกคน

keyboard_arrow_up