เชฟชิ้ง กนกวรรณ อัศวานุชิต กว่าจะมาเป็นบล็อกเกอร์อาหาร

เชฟชิ้ง  กนกวรรณ อัศวานุชิต กว่าจะมาเป็นบล็อกเกอร์อาหาร วันนี้ Amarin Cuisine จะพาทุกคนมาเปิดครัว เชฟชิ้ง กนกวรรณ อัศวานุชิต กว่าจะมาเป็น บล็อกเกอร์อาหารสาวสวย  กับความคิดที่ว่า  เราไม่มีทางรู้หรอกว่าเราทำอาหารได้  ถ้าวันนั้นเราไม่ได้เดินเข้าไปในครัวแล้วลองลงมือทำ…… อยากทราบประวัติคร่าวๆของคุณชิ้งค่ะ ชิ้ง  กนกวรรณ   อัศวานุชิต  ปัจจุบันเป็นบล็อกเกอร์อาหาร  มีโอกาสได้ไปออกหลายๆรายการ ในฐานะเชฟชิ้ง  ส่วนตัวไม่เคยมีได้ไปเรียนทำอาหารจริงจัง  ศึกษาด้วยตัวเอง และด้วยความที่เราเป็นนักชิมถูกเชิญไปร้านอาหารต่างๆ  และได้ไปเจอกับเชฟที่เก่งๆระดับประเทศ ก็เลยขอเป็นเพื่อน  ขอเป็นลูกศิษย์ซึ่งทุกคนก็น่ารัก คอยสอนหลายๆอย่างให้มาโดยตลอด   ชื่อชิ้งหมายถึงอะไร เป็นคำถามยอดฮิตมาก555 เพราะเป็นชื่อที่เรียกยาก  คือคุณแม่ชิ้งเป็นคนมาเลเซีย  ส่วนคุณพ่อเกิดที่เมืองไทยแล้วก็ไปโตที่มาเลเซียเหมือนกัน  ชิ้งเคยถามป๊าว่า  ป๊า  ชื่อชิ้งแปลว่าอะไร  ป๊าบอกว่า ชื่อชิ้งแปลว่า สดใส  หรือสีเขียว  สรุปสุดท้ายคือแปลว่าสดใสละกันค่ะ5555   จุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจในการทำอาหารคืออะไร ชิ้งเป็นคนประหยัดเรื่องกินเรื่องเที่ยวมาก   เลยรู้สึกว่า เราไปเสียเงินกับเรื่องพวกนี้แป๊บเดียว  เดี๋ยวเราก็หิวใหม่ และตั้งแต่ที่มี Social Media  เวลาไปกินอะไรอร่อยๆก็จะโพสต์อวดลงไป  เราเลยคิดขึ้นมาว่า  […]

เมื่อรักเปลี่ยนโลกของ กนกวรรณ อัศวานุชิต แห่งเพจ Fashion on Food

เมื่อรักเปลี่ยนโลกของ กนกวรรณ อัศวานุชิต แห่งเพจ Fashion on Food ฉัน ( กนกวรรณ อัศวานุชิต ) ไม่เคยเข้าครัวมาก่อนเลย แต่วันหนึ่งความรักคือพลังขับเคลื่อนให้ฉันกลายเป็นเจ้าของแฟนเพจ Fashion on Food ที่มีคนติดตามนับแสนราย รักเปลี่ยนโลกจริง ๆ ฉันเกิดในครอบครัวที่มีฐานะ แต่พ่อแม่เลิกกันตั้งแต่ฉันยังเด็ก คุณแม่เป็นคนมาเลเซีย พอเลิกกับคุณพ่อ ท่านกลับไปอยู่ที่บ้านเกิด คุณพ่อไปซื้อบ้านใหม่อยู่ที่พัทยา ส่วนฉันอยู่บ้านที่กรุงเทพฯกับพี่เลี้ยงมาจนโต หลังจากพ่อแม่แยกทางกัน จากเด็กที่เคยสอบอันดับท้าย ๆ ของห้อง ฉันกลายเป็นคนเรียนเก่ง  เพราะคิดว่าทำตัวเกเรไม่ได้ต้องเรียนให้ดี  เพราะถ้าสอบตกโดนเรียกผู้ปกครองจะลำบาก  เนื่องจากพ่อแม่ไม่ได้อยู่กับเรา การที่ต้องเติบโตมาอย่างโดดเดี่ยวทำให้ในใจลึก ๆ อยากมีใครสักคนมาเคียงข้าง และพอมีความรัก  แฟนจึงกลายเป็นโลกทั้งใบของฉัน เขาเป็นมากกว่าเพื่อน  เป็นทุกอย่าง  ไม่เคยมีใครมาอยู่ใกล้ชิดขนาดนี้ แต่พอถึงวันที่ต้องเลิกรา ฉันรู้สึกว่าชีวิตเสียศูนย์  เรียนหนังสือไปนั่งร้องไห้ไป  หูฟังคุณครูสอน แต่น้ำตาไหลไม่หยุด จำได้ มาถึงทุกวันนี้ว่า  วันสอบวันสุดท้ายก่อนจบมหาวิทยาลัย  น้ำตานองกระดาษคำตอบ  ไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไร  พอเรียนจบก็ยังไม่หาย  ถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้า  อยากร้องไห้อย่างเดียว  ไม่อยากออกจากบ้าน  ไม่อยากเจอใคร  ไม่ยิ้มแย้ม  มันเหมือนโลกพังทลายไปแล้ว จนวันหนื่งเพื่อนชวนไปเที่ยวอาร์ซีเอฉันเดินไปชนผู้ชายคนหนึ่ง  จังหวะที่มองหน้ากันเหมือนคุ้นเคยกันมานาน  เขาขอเบอร์ แล้วก็ตามจีบฉันเหมือนหนุ่มสาวทั่วไป  หลังจากเป็นแฟนกันแล้ว  เขาเล่าให้ฟังว่า แค่เห็นหน้าก็หลงรักฉันแล้ว  พอถามไถ่กันว่าตอนเด็ก ๆ เรียนที่ไหน  ก็ตกใจมาก  เพราะเราเคยเรียนโรงเรียนเดียวกัน  ที่สำคัญ ฉันคือคนที่เขาแอบชอบตั้งแต่อนุบาลจนถึงชั้นประถม หลังจากวันนั้นไม่ถึงหนึ่งเดือน  เขาพาฉันไปพบพ่อแม่แล้วคุยเรื่องแต่งงานทันที เพราะเขาเชื่อว่านี่คือบุพเพสันนิวาส  หลังจากนั้นอีก 1 ปีเราก็แต่งงานกัน  การที่เขามีแต่ตัวไม่ได้ร่ำรวยมีกิจการใหญ่โตเหมือนพี่น้อง คนอื่นในตระกูลของเขาไม่ใช่ปัญหาระหว่างเรา  แต่บรรดาพี่น้องที่มีฐานะมักชอบมาพูดอวดว่าพวกเขาไปกินอาหารที่ร้านหรู ๆ  จนฉันคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้สามีไม่น้อยหน้าที่ไม่สามารถพาฉันไปกินอาหารร้านหรู ๆ ได้  จึงเกิดความคิดว่าถ้าฉันทำอาหารเองได้  เป็นอาหารที่หน้าตาน่ากินและอร่อยเหมือนไปกินที่ร้าน  ก็จะอวดใคร ๆ ได้ว่าฉันกับสามีไม่จำเป็นต้องไปกินอาหารนอกบ้านแต่ก็มีอาหารหรู  ดูดี  และอร่อยกินเช่นกัน หลังจากนั้นฉันก็ลุกขึ้นมาทำอาหารแบบเอาเป็นเอาตาย  โดยค้นหาสูตรอาหารจากอินเทอร์เน็ต  เนื่องจากฉันเป็นคนชอบแต่งตัว  จึงจับอาหารมาแต่งตัวด้วย  แล้วถ่ายรูปสวย ๆ ลงแฟนเพจที่สร้างไว้สำหรับโพสต์เรื่องอาหารโดยเฉพาะ  พร้อมบรรยายข้อความสั้น ๆ และสูตรอาหารอย่างละเอียด ตอนแรกทำเพื่อเป็นการเตือนความจำตัวเองเพราะเป็นคนขี้ลืมมาก แต่กลายเป็นว่าพอโพสต์บ่อย ๆ  มีคนมากดไลค์เยอะมาก  พอมีคนกดไลค์ประมาณ 20,000 คน  เริ่มมีสื่อเชิญไปออกรายการ  ให้สาธิตการทำอาหารในสไตล์ของฉันเอง  และภายในเวลาไม่นานก็มียอดไลค์แฟนเพจสองแสนเศษ ๆ  ทำให้ฉันเป็นที่รู้จักโดยไม่ได้คาดหวังมาก่อน นอกเหนือจากสูตรอาหารที่ฉันโพสต์แบบไม่มีปิดบังแล้ว  ฉันยังชอบตอบคำถามแฟน ๆ ในเพจด้วย  และไม่ได้ตอบเรื่องอาหารอย่างเดียว  หลายคนเห็นฉันเป็นพี่สาวเป็นเพื่อน  มีปัญหากับแฟนก็มาปรึกษา สำหรับฉัน คิดว่าใครต้องการความอบอุ่นฉันยินดีจะให้  เพราะฉันอยู่กับความเหงามาตั้งแต่เด็ก  เข้าใจความรู้สึกนี้ดี  แม้บางเรื่องที่เราช่วยอะไรไม่ได้มาก  แต่อย่างน้อยช่วยอยู่ตรงนั้นในเวลาที่เขาต้องการก็ดีที่สุดแล้ว จุดเปลี่ยนในชีวิตครั้งนี้ทำให้ฉันคิดได้ว่า  บางครั้งสิ่งแย่ ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต หากเราเปลี่ยนมุมมองต่อมันเสียใหม่ก็อาจนำพาเราไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้  อย่างที่ใคร ๆบอกว่า  เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสนั่นแหละค่ะ   Secret BOX ทุกปัญหาที่เกิดขึ้น จะนำเราไปสู่จุดที่สูงขึ้นเสมอ กนกวรรณ  อัศวานุชิต    เรื่อง: กนกวรรณ อัศวานุชิต ภาพ: สรยุทธ พุ่มภักดี  สไตลิสต์: ณัฏฐิตา  เกษตระชนม์ นิตยสาร Secret ปี 2558 ฉบับที่ 169 (10 ก.ค. […]

keyboard_arrow_up