น้องใหม่ช่วยแม่เก็บขยะหาเงินเรียนหนังสือ ถูกเพื่อนล้อก็ไม่หวั่นเพราะเป็นอาชีพสุจริต

น้องใหม่ช่วยแม่เก็บขยะ หาเงินเรียนหนังสือ ถูกเพื่อนล้อก็ไม่หวั่นเพราะเป็นอาชีพสุจริต ชาวโซเชียลพากันชื่นชมน้องใหม่ นักเรียน ม. 3 ช่วยคุณแม่เก็บขยะ หาเงินเรียนหนังสือ ถึงถูกเพื่อนล้อก็ไม่หวั่นไหว เพราะอาชีพนี้ของแม่เป็นงานสุจริต มติชน และ T news รายงานข่าวว่า นางสาวเจนจิรา กิ่งวงศา หรือน้องใหม่ อายุ 15 ปี เด็กนักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนเก้งเต็ก  อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา กำลังช่วยผู้เป็นเเม่คัดเเยกขยะ นำไปขายได้รายได้วันละ 200-300 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้จะเเบ่งเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน เเละเป็นค่าเล่าเรียนหนังสือของน้องใหม่     ครอบครัวของน้องใหม่ยึดอาชีพนี้มานานกว่า 10 ปี โดยนำรถเข็นไปตระเวนเก็บของเก่าตามหมู่บ้าน ตลาดสด และบ่อขยะของเทศบาล หลังจากได้ขยะมาแล้วจะทำการคัดแยกอีกทีก่อนนำไปขายต่อให้กับร้านรับซื้อของเก่า น้องใหม่สารภาพว่า ถูกเพื่อนล้อหรือมองด้วยสายตาที่ดูถูกมาตั้งแต่เด็ก ตอนแรกก็เก็บคำพูดของเพื่อนมาคิดแต่พอโตขึ้นก็ไม่คิดอะไรแล้ว อาชีพนี้เป็นงานสุจริตแถมยังช่วยให้ชุมชนของเราสะอาดอีกด้วย     ฝ่ายคุณแม่ของน้องใหม่คือ คุณหนูรักษ์ เผยว่าตนมีลูกทั้งหมด 2 คน คนโตเป็นผู้ชายแยกไปอยู่กับภรรยาแล้ว ส่วนน้องใหม่เป็นน้องคนเล็กกำลังเรียนอยู่ ม.3 […]

สู้เพื่อแม่ แพท ณปภา …ขอสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด

สู้เพื่อแม่ แพท ณปภา …ขอสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด “แม่” คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตแพท แม่ไม่เพียงให้ชีวิตและเลี้ยงดูแพทมาเท่านั้นแต่แม่ยังสร้างโอกาส “การทำงาน” ในวงการบันเทิงให้แพทมาจนทุกวันนี้อีกด้วยถ้าจะเรียกว่าแม่เป็น “เจ๊ดันตัวจริง” ก็ไม่ผิดนัก ตั้งแต่จำความได้แพทก็มีแม่อยู่ข้าง ๆ แล้ว จากนั้นเราก็อยู่ด้วยกันทุกวัน วันละเกือบ 24 ชั่วโมง เรียกว่า “มีแพทที่ไหนมีแม่ที่นั่น” แพทจะเล่าให้ฟังนะคะว่ากิจวัตรประจำวันของแพทมีอะไรบ้าง จันทร์ – ศุกร์ แม่จะคอยรับ - ส่งแพทที่โรงเรียน กลับมาก็ให้ท่องศัพท์ ท่องสูตรคูณ ทำแบบฝึกหัดเสริม พอเสาร์ –อาทิตย์ก็ส่งแพทไปเรียนรำไทย บัลเลต์ เปียโน บางทีก็ส่งไปเรียนว่ายน้ำบ้าง เรียกว่า แม่จัดกิจกรรมให้แพทแน่นเอี้ยด แต่ถึงกิจกรรมจะเยอะแค่ไหนก็ห้ามงอแงนะคะ…เพราะแม่ทั้งดุ โหด และเฮี้ยบ ย่างเข้าวัยรุ่น กิจกรรมของแพทเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แม่เริ่มพาแพทไปแคสต์ (cast) งานโฆษณากับโมเดลลิ่งแทบทุกเย็นหลังเลิกเรียน บางทีก็เสาร์ - อาทิตย์ ตอนนั้นใจแพทเองก็ไม่ได้อยากไปเท่าไร เพราะรู้ดีว่าหนึ่ง ตัวเองไม่ได้หน้าตาดี แถมยังออกจะดูกะโปโลด้วยซ้ำ สู้เขาไม่ได้แน่ๆ สองครอบครัวเราก็ไม่ได้ลำบาก ไม่เห็นต้องรีบดิ้นรนทำงานขนาดนี้ และสามข้อนี้แหละสำคัญที่สุด แพทเรียนมาเหนื่อยๆ ทั้งวันก็อยากจะพักบ้าง อยากไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ บ้าง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยขัดแม่ได้เลย เพราะแม่ให้เหตุผลสั้นๆ มาว่า “แพท ถ้าหนูได้งานมันก็ดีนะลูกไปลองทำดูก่อน แม่ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร” หลังจากไปแคสต์มาเกือบ 10 ครั้งก็ยังไม่ได้งานเป็นชิ้นเป็นอันสักที แพทก็เริ่มงอแง ไม่อยากทำอีกต่อไป จนถึงขั้นแอบคิดว่า “เปลี่ยนแม่ได้ไหม จะดุ จะบังคับกันไปถึงไหน” จากนั้นแพทกับแม่ก็ทะเลาะกันอย่างรุนแรง แต่สุดท้ายแพทก็ต้องไปแคสต์งานกับแม่อยู่ดี ผลปรากฏว่า วันนั้นแพทได้รับเลือกให้เป็นตัวหลักภาพยนตร์โฆษณาครั้งแรกในชีวิต เชื่อไหมว่างานโฆษณาชิ้นนั้นเหมือนเป็นประตูพาแพทเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว เพราะหลังจากนั้นแพทก็มีผลงานตามมาอีกเรื่อย ๆ จนกลายเป็นต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยโดยปริยาย ส่วนแม่ก็รับหน้าที่ดูแลตารางงานและจัดสรรรายได้ทั้งหมด แม้จะเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงแล้ว แต่แพทกับแม่ก็ยังไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนเดิม จนกระทั่งเมื่อห้าปีที่แล้วเมื่อแม่เริ่มมีอาการป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป! แรก ๆ ที่แม่มีอาการ แพทก็แค่สงสัยว่า แม่อาจจะเหนื่อยมากเกินไปถึงได้ลืม แต่พอแม่เริ่มลืมแม้กระทั่งเรื่องสำคัญอย่างเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่แม่ไม่เคยพลาดเลย แพทก็เริ่มเอะใจ รีบพาแม่ไปโรงพยาบาล พอคุณหมอบอกว่า “แม่เป็นอัลไซเมอร์”  ถึงจะตกใจอยู่บ้าง แต่แพทก็ยังพยายามคิดบวกว่าแม่สบายแล้ว จากนี้ไปอะไรไม่ดีแม่จะได้ไม่ต้องจำ ส่วนเรื่องอื่นๆ จากนี้ไปแพทจะรับหน้าที่ดูแลแทนเอง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้เพราะคำว่า “แม่” คำเดียวเท่านั้น ไม่มีเหตุผลอื่นมากไปกว่านี้ แพทและคนที่บ้านค่อย ๆ ดูแลแม่ไปตามอาการ แต่อาการป่วยของแม่ก็ไม่ได้ดีขึ้น แถมยังหนักขึ้นเรื่อย ๆ แม่ค่อย ๆ ลืมเรื่องราวชีวิตทั้งหมด แม้แต่ชื่อแพท  ชื่อลูกคนอื่น ๆ แม่ก็จำไม่ได้ ลืมแม้กระทั่งการอาบน้ำ กินข้าว ฯลฯ แถมบางครั้งแม่ก็มีอาการทางจิตร่วมด้วย เช่น เดี๋ยวก็ร้องไห้ เดี๋ยวก็โวยวาย ช่วงนั้นแพทเครียดมาก เพราะพูดอย่างไรแม่ก็ไม่เข้าใจ พอพูดซ้ำหลาย ๆ ครั้งเข้า บางครั้งก็เหมือนกับดุแม่ แพทก็ได้แต่พยายามทำใจยอมรับและเข้าใจแม่ให้มาก ๆ ว่าตอนนี้แม่ก็ไม่ต่างจากเด็ก เขาเคยเลี้ยงเรามาได้ เราก็ต้องเลี้ยงเขาได้เหมือนกัน ถ้าวันไหนเครียดมาก ๆ แพทก็จะหาทางออกด้วยการไปทำบุญ หาหนังสือธรรมะมาอ่านเพื่อให้สบายใจขึ้น แพทรับหน้าที่ดูแลแม่และทุกคนในครอบครัวอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพียงคนเดียว ถ้าถามว่า “ภาระนี้หนักแค่ไหน”ยอมรับว่า หนักมากค่ะ แต่แพทก็ไม่ท้อเพราะพอเราได้เห็นแม่ เห็นคนในครอบครัวกินอิ่มนอนหลับและมีความสุข ต่อให้เหนื่อยกว่านี้แพทก็ทำได้ ราวเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงก็เข้ามาเยือนแพทอีกรอบอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อคุณแม่ล้มฟาดพื้นจนกระดูกเคลื่อน! อาการรุนแรงจนทำให้แม่ไม่สามารถเดินได้อีกต่อไป แม่ต้องนอนบนเตียงหรือไม่ก็นั่งรถเข็นแทน เมื่อการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป แพทก็ต้อง “เปลี่ยน” ข้าวของเครื่องใช้ที่บ้านใหม่หมด ต้องซื้อเตียงแบบในโรงพยาบาล โต๊ะกินข้าวแบบในโรงพยาบาลมาใช้แทน ฯลฯ เพื่อให้สะดวกมากที่สุด แม้จะเศร้าว่า “อีกแล้วเหรอ”  แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วแพทก็ต้องสู้และต้องผ่านมันไปให้ได้ ทุกวันนี้แพทไม่ได้คาดหวังให้แม่กลับมาจำอะไรได้เหมือนเดิม แค่ขอให้แม่อารมณ์ดี กินอิ่มนอนหลับทุกวันก็พอ แพทเองแม้จะยุ่งจากงานแต่ก็พยายามหาเวลาว่างพาแม่ไปเที่ยวห้าง เพราะอยากให้แม่ได้เจอคนเยอะๆ จะได้ไม่เหงา แม้จะคุยไม่รู้เรื่อง แต่แม่ก็จะยิ้มให้กับทุก ๆ คนที่เจอ แค่นี้แพทก็มีความสุขแล้วค่ะ ถ้าถามว่า แพทอยากได้อะไรในวันนี้แพทไม่อยากได้อะไรเลย ขอแค่ยังมีแม่อยู่ถึงจะป่วย ถึงจะจำไม่ได้ ถึงจะเดินไม่ได้ถึงแพทจะเหนื่อยกว่านี้อีกกี่เท่าก็ไม่เป็นไร ขอแค่อย่างเดียว  “แม่อย่าไปไหน”ก็พอ…แพทรักแม่ค่ะ   เรื่อง : วรลักษณ์  ผ่องสุขสวัสดิ์ ภาพ : สรยุทธ  พุ่มภักดี ที่มา : นิตยสาร Secret ฉบับที่ 135   บทความน่าสนใจ ชาติหน้า ผมไม่ขอเกิดเป็นลูกของแม่อีกแล้ว! คำอธิษฐาน จากลูกที่รักแม่มากที่สุด […]

กายพิการแต่ใจไม่พิการ หนุ่มจีนไร้แขน ดูแลแม่ด้วยสองเท้าของตัวเอง

หนุ่มจีนไร้แขน ยอดกตัญญูมีชื่อว่า เฉินจือฟาง (Chen Zifang) เขาเป็นชายหนุ่มวัย 29 ปี เกิดมาไร้แขน แต่เขาเฝ้าปรนนิบัติดูแลมารดาของตัวเองที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี อาจจะดีกว่าคนปกติทั่วไปบางรายด้วยซ้ำ เฉินจือฟางลืมตาดูโลกในปี 1989 ณ หมู่บ้านสุยเจียวาน เมืองเอินซือ มณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของประเทศจีน โชคร้ายที่เขาเกิดมาในสภาพไร้แขนทั้งสองข้าง พออายุได้เพียง 9 เดือน พ่อของเขาก็เสียชีวิตจากอาการป่วยด้วยโรคร้ายแรง ตั้งแต่นั้นมาแม่ของเขาก็ต้องทำงานหนักเพียงลำพังเพื่อเลี้ยงดูเขาและพี่ชาย และด้วยความที่แม่ของเขาเป็นคนที่มีทัศนคติในแง่บวกอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เฉินกลายเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ในการทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้จะมีสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เหมือนคนทั่วไป แต่เขาก็มีความมุมานะโดยไม่เคยเสียกำลังใจ พออายุได้ 4 ขวบ เฉินเริ่มหัดลุกขึ้นยืนเองตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้าน แต่เป็นเรื่องยากหนักหนาสำหรับเด็กอายุเพียงเท่านี้ เพราะการพยายามรักษาสมดุลย์ให้ได้โดยไม่มีแขนคอยช่วยนั้นไม่ง่ายเลย ทำให้เขาล้มแล้วล้มอีกจนได้แผลฟกช้ำมากมาย เมื่อเด็กชายเฉินโตขึ้นมาอีกหน่อย เขาไม่อยากคอยให้ใครมาทำอะไรให้อีกต่อไปแล้ว ด้วยพลังใจที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ทำให้เฉินหัดทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง เขาหัดทำงานบ้านง่าย ๆ ด้วยเท้าก่อน และค่อย ๆ หัดทำสิ่งที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งพี่ชายของเขาแต่งงานและออกไปสร้างครอบครัว เฉินจึงกลายเป็นผู้ดูแลแม่อย่างเต็มตัวเพียงผู้เดียว ตอนนี้แม่ของเฉินนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เฉินจึงตามมาปรนนิบัติดูแลแม่อยู่ไม่ห่าง       […]

ยังจำได้ไหม ธนาคาร ทองสุข นศ.มทร.ธัญบุรีขับวิน ส่งตัวเองเรียน ตอนนี้เรียนจบแล้ว

ยังจำได้ไหม ธนาคาร ทองสุข นศ.มทร.ธัญบุรีขับวิน ส่งตัวเองเรียน ตอนนี้เรียนจบแล้ว ซีเคร็ตขอแสดงความยินดีกับน้องเอิร์ทด้วยค่ะ ที่สำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตจากรั้ว มทร.ธัญบุรี อย่างภาคภูมิ หลังจากที่ต่อสู้มาอย่างอดทน กับการหาเลี้ยงตัวเอง และ ส่งตัวเองเรียน จนจบปริญญาตรี เก่งมากๆเลย     หวังว่าทุกท่านยังคงจำเขาได้ น้องเอิร์ท หรือ นายธนาคาร ทองสุข นักศึกษาสาขาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี ที่ส่งตนเองเรียนด้วยการขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ในย่านพรธิสาร คลองหก จังหวัดปทุมธานี และทำงานสามวันเต็ม เขามีความใฝ่ฝันอยากเรียนจบระดับมหาวิทยาลัย เพื่อให้มีเงินเดือนมากพอที่จะมาจุนเจือครอบครัว แต่ด้วยปัญหาทางการเงินจึงทำให้น้องเอิร์ทต้องทำงานหาเงินส่งตนเองเรียน     น้องเอิร์ทเล่าว่า ตนเองเรียนต่อระดับปริญญาตรีในสาขานี้เพราะได้ทุนการเรียนศึกษาฟรีตลอดหลักสูตรจากเซ็นทรัล (เป็นโครงการร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีและบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด) ช่วยประหยัดรายจ่ายของครอบครัวไปได้มาก แถมเรียนจบแล้วยังได้ทำงานกับเซ็นทรัล 2 ปีกว่า ซึ่งน้องเอิร์ทมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเท่ากับว่าเรียนจบแล้วมีงานทำเลย ในตอนที่เรียนจะเรียนอยู่ 3 วัน แล้วทำงาน 3 วัน ทำงานวันละ […]

ลูกชายสุดยอดกตัญญู ยอมแต่งหญิงเพื่อแม่นานกว่า 20 ปี

ลูกชายสุดยอดกตัญญู ยอมแต่งหญิงเพื่อแม่นานกว่า 20 ปี เรื่องของ ลูกชายสุดยอดกตัญญู นี้เกิดขึ้นที่เมืองกุ้ยหลิน ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน ผู้ชายคนหนึ่งยอมแต่งตัวเป็นหญิง เพื่อปลอบโยนมารดาซึ่งเศร้าโศกเสียใจ เนื่องจากพี่สาวของเขาได้เสียชีวิตด้วยโรคลูคีเมียตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น พี่สาวของเขาเสียชีวิตในปี 1990 แม่ซึ่งรักลูกสาวคนนี้มากจึงทำใจไม่ได้ เศร้าโศกเสียใจอย่างหนักจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ สภาพจิตใจและร่างกายทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงคิดหาวิธีให้แม่อาการดีขึ้นด้วยการลองแต่งตัวให้เหมือนพี่สาวที่เสียชีวิตไป ปรากฏว่าเมื่อแต่งตัวครั้งแรก เขาเห็นแม่ยิ้มแย้มมีความสุข เขาจึงแต่งตัวเป็นผู้หญิงตั้งแต่นั้นมาจนถึงตอนนี้ก็เกือบ 30 ปีแล้ว ทุกวันนี้เขาแต่งตัวเป็นผู้หญิงมาตลอด จึงไม่มีเสื้อผ้าของผู้ชายเลย ใครจะมองหรือวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร เขาบอกว่าไม่เคยสนใจ เพราะเขาทำเพื่อให้แม่มีความสุข ดังนั้นจึงไม่กลัวเสียงหัวเราะเยาะ ถ้าแม่มีความสุข เขาก็มีความสุขเท่านี้เขาก็พอใจแล้ว คลิปเรื่องราวของชายยอดกตัญญูผู้นี้ถูกเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของจีน และกลายเป็นไวรัลฮือฮาไปทั่วโลก จนเกิดแฮชแท็ก #HePosedAsHisDeadSisterFor20Years# ตอนนี้เสียงชื่นชมสรรเสริญความกตัญญูของเขาล้นหลามเลยทีเดียว   ที่มา : นิตยสาร Secret  ฉบับที่ 220 เรียบเรียง : ชนาฉัตร ภาพ :  Newshub   thehook.news Secret Magazine (Thailand) บทความน่าสนใจ ข้าวสวย […]

จากอดีตนักเลงสู่ลูกกตัญญู อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม

จากอดีตนักเลงสู่ลูกกตัญญู อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม ผม ( อาร์ต พศุตม์ บานแย้ม ) เคยเป็นนักเลง หาเรื่องมาให้คุณพ่อคุณแม่ปวดหัวอยู่เสมอ จนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อครอบครัวอันเป็นที่รัก ครอบครัวของเรามีกัน 4 คน  คุณพ่อ  คุณแม่  พี่ชายและผม  ถ้าคุณพ่อคุณแม่ห้ามไม่ให้ทำอะไร  ผมจะ “ครับ”แต่ก็ทำ ช่วงวัยรุ่นผมเป็นคนโผงผาง ไม่ยอมคน เรียกว่าเป็นนักเลงก็ได้  นักเลงสำหรับผมคือไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเรา แต่ถ้าเราเผลอไปเหยียบเท้าใครก็พร้อมจะขอโทษ วันหนึ่งคุณแม่บอกผมว่า “อย่าออกไปไหนนะลูก  วันนี้แม่จะทำกับข้าวให้กิน” ผมรับคำคุณแม่  แต่ก็เดินไปหลังบ้าน  ปีนกำแพงออกไปขึ้นรถเพื่อนที่จอดรออยู่  เพื่อจะไปแข่งมอเตอร์ไซค์  อย่างที่เรียกกันว่าเด็กแว้น  เพียงแต่ว่าเราไม่ได้ปิดถนนให้ชาวบ้านเดือดร้อน  ตอนแข่งรถผมไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกันตัวอะไรทั้งนั้น  สวมเพียงเสื้อยืด  กางเกงขาสั้น  รองเท้าแตะ  ไม่สวมหมวกกันน็อก  เราแข่งกันระยะทาง 1 กิโลเมตร  ผมขี่รถด้วยความเร็ว 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ขี่ไปได้ 700 เมตรเท่านั้น เพื่อนที่ขี่อยู่เลนนอกก็หักรถมาหาผมที่อยู่เลนใน  ทำให้ผมเสียหลักรถคว่ำ  หน้าและตัวของผมครูดไปกับถนน  ไถลไป จนศีรษะเกือบชนฟุตปาธ ผมเลือดท่วมตัว  โชคดีที่กระดูกไม่หัก กลับไปถึงบ้านคุณแม่ตีซ้ำอีก  แต่สุดท้ายก็มาทำแผลให้ ผมรักษาตัวอยู่สี่เดือน อาการบาดเจ็บครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ผมเข็ด  แค่ทำให้เกรง ๆ เท่านั้น วีรกรรมของผมยังไม่หมดแค่นี้ เพื่อนคนหนึ่งมีเรื่องกับคู่อริจะโดนยิง ผมไปช่วยเพื่อนและโดนปืนจ่อศีรษะ  ตอนนั้นผมไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น  เอามือตบปืนที่จ่ออยู่  ทันทีที่ตบปืน  เสียงปังดังลั่นอยู่ข้างหู  ต้องบอกผู้อ่านตรงนี้ว่ามันไม่ใช่พฤติกรรมที่ควรเลียนแบบ  จริง ๆ แล้วอันตรายมาก คุณอาจไม่โชคดีเหมือนผมเสมอไป  บางคนตบแล้วปืนลั่นเข้าหัวตัวเองก็มี ในขณะที่ผมเรียน ปวส.  เป็นยุคเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ฐานะที่บ้านเริ่มลำบาก  ธุรกิจของพ่อแย่ลง  พอรู้ว่าที่บ้านลำบาก ผมก็ไม่อยากไปเรียน  เพราะคิดไปเองว่าเพื่อนดูถูกที่ที่บ้านมีปัญหา ผมไม่เข้าเรียนเลย  บางทีไปอยู่บ้านเพื่อนเป็นเดือน ๆ วันหนึ่งผมกลับบ้าน  คิดจะขอเงินคุณพ่อไปเที่ยว  พอไปถึงก็บอกว่าจะขอเงินไปเรียน  คุณพ่อยื่นซองจดหมายสีขาวมาให้พร้อมกับพูดเสียงดังว่า “เขาไล่มึงออกจากโรงเรียนแล้วไม่รู้หรือ” ผมช็อกมากกับสิ่งที่ปรากฏแก่สายตา ท่านตบหน้าผมหนึ่งครั้งแล้วเดินไปที่เตียงนอน เอามือล้วงไปใต้หมอนหยิบปืนออกมา  ผมกลัวว่าท่านจะยิงตัวตายเพราะผมก่อปัญหาไว้มาก  จึงรีบไปกระชากมือท่านเอาไว้และพูดว่า “พ่อ  อาร์ตขอโทษ  อาร์ตจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว” หลังเหตุการณ์นี้ผมเริ่มหางานทำ  ไปเป็นพนักงานในผับ  ใช้เวลา 2 - 3 ปี ผมสามารถสร้างบ้านราคา 2 ล้านบาทให้คุณพ่อคุณแม่  ผมไม่ได้รู้สึกว่าผมเป็นเด็กดี  แต่รู้สึกว่าได้ทำประโยชน์ให้คุณพ่อคุณแม่สบายมากขึ้น หลังจากนั้นผมมีโอกาสเข้าวงการบันเทิงจากการประกวด Male Star Challenge  ผมดูแลครอบครัวได้ดีขึ้น  แต่ก็คิดว่าชีวิตไม่แน่นอน  เราแก่ลงเรื่อย ๆ  เด็กใหม่ ๆ เข้ามาในวงการมากขึ้น  สำหรับงานในวงการบันเทิง ถ้ามีโอกาสก็ยังทำอยู่ และตอนนี้ผมเริ่มทำธุรกิจควบคู่ไปด้วย  เป็นธุรกิจเกี่ยวกับวิตามินบำรุงร่างกาย  เพราะต้องการวางรากฐานที่ดีในอนาคต ทั้งหมดนี้ก็เพื่อครอบครัวของผมครับ  Secret BOX เมื่อมีโอกาสต้องคว้าไว้  แล้วทำให้ดีที่สุด  ลองทำดูก่อน  ถ้ามันไม่ใช่ อย่างน้อยก็ได้ลองให้รู้ อาร์ต - พศุตม์  บานแย้ม บทความน่าสนใจ ถึงจะเกเรแค่ไหน ผมก็จะทำให้พ่อแม่ภูมิใจให้ได้ เป้ วงมายด์ อันธพาลกลับใจ เรื่องจริงของแก๊งค์ที่เคยยืดติดคำว่า เอาคืน! จากปลายกระบอกปืน คืนสู่แสงสว่างทางธรรม เรื่องจริงของอดีตพ่อค้าอาวุธสงคราม อันธพาลกลับใจ เรื่องจริงของอดีตวายร้าย อันธพาลป่วนเมือง เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ […]

3 คนดังสุดน่ารัก กตัญญูรู้คุณ ต่อบุพการีและผู้อื่น

3 คนดังสุดน่ารัก กตัญญูรู้คุณ ต่อบุพการีและผู้อื่น 3 คนดังแห่งวงการบันเทิงโพสต์ภาพและเขียนแคปชั่นแสดงการมีความ กตัญญูรู้คุณ บางท่านอาจกล่าวถึงหรือแสดงกตัญญูต่อผู้อื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่ ซึ่งแสดงออกถึงการเป็นผู้รู้คุณผู้อื่น   หนึ่ง จักรวาล เสาธงยุติธรรม หลายคนอาจรู้จักและคุ้นกับคุณหนึ่งในฐานะหนึ่งในคณะกรรมการตัดสินจากรายการ I Can See Your Voice หรือ รายการ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านดนตรีในวงการเพลงมานงนาน ล่าสุดได้โพสต์ภาพและเขียนแคปชั่นในไอจีว่า     jakkawal_1บ้านเราใกล้เสร็จแล้วนะแม่ ถึงแม้วันนี้พ่อไม่ได้อยู่กะเรา นู๋จะดูแลแม่เองนะ❤️😊😊😊🙏🏻 #หนึ่งจักรวาล #1jakkawal #ภูมิใจ #รักแม่นะ     เป็นข้อความแคปชั่นที่น่ารักและประดับใจมาก แสดงถึงความเป็นบุตรที่ดี บำรุงอุปถัมภ์พระในบ้าน (คุณแม่) ทั้งยังระลึกถึงบุพารีอีกท่านที่จากไปคือ คุณพ่อ แสดงให้เห็นว่าแม้บุพการีอีกท่าน ถึงจะจากไปแล้ว ลูกคนนี้ก็ยังระลึกถึงท่านอยู่เสมอเพราะมีคุณความดีต่อกัน พร้อมกับบ้านหลังใหม่ที่จะนำพระในบ้าน (คุณแม่) มาเลี้ยงดูและอยู่ร่วมกันที่กำลังจะเสร็จในไม่ช้านี้   ขอบคุณภาพและข้อมูลจากไอจี หนึ่ง จักรวาล   […]

รอดภัยอย่างปาฏิหาริย์! เพราะบุญกตัญญู [ เรื่องจริง จากซีเคร็ต ]

พ่อตัดสินใจขายที่ดินผืนที่เราอาศัยอยู่มาเนิ่นนาน เพื่อนำเงินไปใช้หนี้และตั้งต้นชีวิตใหม่

ความสุขหลังคราบน้ำตา! หนูเล็ก ก่อนบ่าย มีวันนี้ได้เพราะกตัญญูสุดพลัง

ความสุขหลังคราบน้ำตา ชีวิตของ หนูเล็ก ภัทรวดี ปิ่นทอง – ก่อนเข้าวงการชีวิตของ ภัทรวดี ปิ่นทอง หรือที่ผู้ชมรู้จักกันดีในชื่อของ “หนูเล็ก ก่าก๊า” 

Dhamma Daily : แม่ป่วยหนัก ต้องลักขโมยเงินคนอื่นมารักษาแม่ ถือเป็นคนชั่วไหมคะ

Dhamma Daily : แม่ป่วยหนัก ต้องลักขโมยเงินคนอื่นมารักษาแม่ ถือเป็นคนชั่วไหมคะ หากครอบครัวยากจน แล้ว แม่ป่วยหนัก กะทันหัน ลูกหมดหนทางจะหาเงินมารักษา จึงไปลักขโมยคนอื่น อย่างนี้จะถือว่าลูกเป็นคนชั่วไหมคะ   พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ  พระอาจารย์ผู้ไขปัญหาตอบว่า ลูกคนนี้มีจิตสองฝ่ายคือ เป็นทั้งฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรมในคนคนเดียว ซึ่งจิตฝ่ายธรรมะนั้นเป็นกุศลจิตที่มีความกตัญญู-กตเวทีต่อแม่ เป็นจิตที่น่าอนุโมทนา แต่จิตอีกด้านเป็นฝ่ายอธรรม เป็นจิตอกุศล เพราะการลักขโมยถือว่าเป็นบาป ซึ่งการทำบุญกับแม่ในลักษณะนี้เป็นบุญที่ไม่บริสุทธิ์ เป็นบุญที่ด่างพร้อย เพราะมีตัวบาปติดมาด้วย ซึ่งจะส่งผลเสียทางโลกตามมาอีกมากมาย เช่น หากแม่ทราบภายหลังว่าเงินที่นำมารักษาได้มาจากการลักขโมย อาจทำให้แม่เสียใจจนล้มป่วยหนักกว่าเดิม หรือหากขโมยไม่สำเร็จแล้วลูกต้องติดคุกติดตาราง ใครจะดูแลรักษาแม่ ทางที่ดีที่สุดคือ ให้ลูกคนนี้ได้เข้าใจธรรมะแล้วจะพบว่ามีวิธีสัมมาอาชีวะเลี้ยงชีพโดยชอบมากมายที่สามารถหาเงินมาช่วยแม่ได้ เช่น อาจขอผัดผ่อนจากโรงพยาบาลในการแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ แล้วพยายามทำงานที่สุจริตให้หนักขึ้น หรือหาวิธีการอื่นซึ่งจะมีเข้ามาเองตามวาระแห่งกรรม ขอเพียงยึดหลักธรรมในใจว่า หากกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่หรือใครก็ตาม ต้องทำโดยไม่ก่อเวรสร้างบาป ที่มา : นิตยสารซีเคร็ต ภาพ : rawpixel on Pixabay Secret Magazine (Thailand) หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ [email protected] บทความน่าสนใจ True story : ขอบคุณ “ความสูญเสีย” ที่ทำให้ฉันเข้มแข็ง สก็อต นีสัน เศรษฐีผู้หันหน้าเข้าหากองขยะ โก๊ะตี๋ อารามบอย “ขอทำวันนี้เพื่อแม่ แม้จะโคตรรรเหนื่อย” Dhamma Daily : กว่าจะ ทำดีเพื่อแม่ ก็สายไป […]

true story : แรงกตัญญู

true story : แรงกตัญญู ฉันเคยได้ยินบ่อย ๆ ว่า ลูกคนสุดท้องมักเอาแต่ใจและพ่อแม่มักโอ๋ลูกคนนี้เสมอ ลูกคนสุดท้องจึงมักได้สิ่งที่ต้องการ จะดื้อดึงงอแงก็ไม่มีใครว่าอะไร แต่ชีวิตของฉันไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะดูเหมือนว่าฉันเป็นลูกคนสุดท้องที่อาภัพกว่าใคร แต่ฉันเชื่อว่าความกตัญญูต่อบุพการีที่ฉันยึดมั่นในใจเสมอมาจะช่วยให้ชีวิตของฉันไม่ตกต่ำจนถึงกับอับจนหนทาง ปู่กับย่าของฉันค่อนข้างฐานะดี พ่อของฉันเป็นทหาร ส่วนแม่เป็นสาวชาวบ้านที่อาศัยอยู่คนละฝั่งคลอง เมื่อพบรักและแต่งงานกันก็ปลูกเรือนหอเล็ก ๆ อยู่ในบริเวณเดียวกับบ้านปู่ย่า พ่อกับแม่มีลูก 5 คน ลูกสาว 4 ลูกชาย 1 ฉันเป็นลูกสาวคนสุดท้อง เมื่อฉันอายุ 1 ขวบก็เกิดเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของทุกคนในครอบครัวคือ วันหนึ่งพ่อพาเมียน้อยเข้ามาอยู่ที่บ้าน แถมยังจูงลูกอายุพอ ๆ กับฉันมาอีก 1 คนด้วย ถึงแม้ว่าแม่เป็นชาวบ้านธรรมดา การศึกษาไม่มากแต่ก็เป็นผู้หญิงใจเด็ด แม่ตัดสินใจรื้อเรือนหอขนใส่เรือย้ายมาปลูกในที่ดินของยายซึ่งอยู่ติดคลองไม่ไกลกันนัก ตอนแรกจะเอาลูกทั้ง 5 คนมาด้วย แต่ปู่กับย่าขอเอาหลานที่โตพอใช้งานได้ไว้ 2 คนคือ พี่สาวคนโตกับพี่สาวคนรอง ที่เหลือ 3 คน คือ พี่ชายอายุ 3 ขวบ พี่สาวอายุ 2 […]

Dhamma Daily : ลูกต้องแต่งงาน จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์หรอคะ

Dhamma Daily : ลูกต้อง แต่งงาน จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์หรอคะ เป็นอีกคำถามที่น่าสนใจจากพุทธศาสนิกชน “ลูกต้อง แต่งงาน จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์หรอคะ” เราลองมาอ่านคำตอบจากพระอาจารย์มานพ อุปสโมกันว่าท่านจะให้ตอบคำถามนี้แล้ว เพื่อประโยชน์ในการดำเนินชีวิตและการมองสิ่งรอบตัว  ถาม: ที่บอกให้ดำรงวงศ์สกุลหมายความว่าลูกต้องแต่งงาน จึงจะถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์งั้นหรอคะ ตอบ: ข้อนี้มีความหมายว่าเราต้องเป็นคนดี ไม่ทำให้วงศ์สกุลเสื่อมเสียสกุลหรือนามสกุลบ่งบอกว่าเราเป็นทายาทของตระกูลไหน คนที่ทำตัวไม่ดีใช่ว่าเขาจะสร้างความเสื่อมเสียให้เฉพาะตัวเองเท่านั้น แต่มันเสียทั้งวงศ์ตระกูล เพราะฉะนั้นเราต้องระวังไม่ทำให้วงศ์สกุลเสียชื่อ ส่วนจะได้แต่งหรือไม่ได้แต่งไม่ใช่เรื่องของพ่อ (หรือแม่) แต่เป็นเรื่องของลูก… เป็นกรรมของเขาต่างหาก   ธรรมะจากพระอาจารย์มานพ อุปสโม : พระอาจารย์ผู้ไขปัญหา หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่ นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ [email protected] บทความน่าสนใจ Dhamma Daily : คิดถึงแฟนเก่าที่แต่งงานไปแล้ว ผิดศีลไหมคะ ปัญหาธรรม : ความรักจืดจาง ไม่หวานแหวว เพราะแต่งงานมาแล้วหลายปี ต้องทำยังไง? ปัญหาธรรมประจำวันนี้: คบซ้อน […]

ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ “ชีวิตนี้ผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”

อีกหนึ่งบทสัมภาษณ์ที่คุณไม่ควรพลาดแม้แต่บรรทัดเดียว!

keyboard_arrow_up