“น้องภูผา” เด็กกตัญญูู ทำปลาทอดกรอบปรุงรสขายช่วยเหลือพ่อแม่

“น้องภูผา” เด็กกตัญญูู ทำปลาทอดกรอบปรุงรสขายช่วยเหลือพ่อแม่ น้องภูผา หรือ ด.ช. ภูธนิก เทพพะ เด็กกตัญญูอายุ 10 ปี อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่ ทำปลาทอดกรอบปรุงรสขายตามตลาดนัด ช่วยพ่อแม่สร้างรายได้     น้องภูผาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า คุณแม่ขายปลาแห้งเป็นปลาขาวแบนในตลาดนัด และตัวน้องภูผาชอบกินมันฝรั่งทอดเขย่าที่ปรุงรสรสชาติต่าง ๆ จึงเกิดไอเดียต่อยอดนำปลาแห้งของแม่มาทอดกรอบและปรุงรสแบบเดียวกับเฟรนฟรายที่ตัวเองชอบ แต่ปลาขาวแบนมีรสเค็มและกลิ่นแรง จึงลองผิดลองถูกหลายครั้ง ในที่สุดก็สามารถทำให้รสเค็มและกลิ่นแรงหายไปได้ แล้วนำมาทอดกรอบผสมผงปรุงรสชาติต่าง ๆ ขายตามตลาดนัดในพื้นที่อำเภอจอมทอง จ.เชียงใหม่ และเขตติดต่อจังหวัดลำพูน     ปลาทอดกรอบปรุงรสของน้องภูผาสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก เพราะขายเอง ทำเอง ใช้เวลาว่างวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ สร้างรายได้ช่วยพ่อแม่ ปลาทอดกรอบปรุงรสกินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ลูกค้าสามารถเลือกรสชาติได้ เช่น รสชีส ไข่เค็ม ปาปริก้า หม่าล่า ฯลฯ โดยนำผงปรุงรสมาใส่แล้วเขย่าให้เข้ากับปลากรอบ ก่อนนำมากิน มีลูกค้าอุดหนุนมากมายเพราะรสชาติกรุบกรอบเคี้ยวเพลิน ขายในราคาถ้วยละ 25 บาท […]

“มะตูม” พ่อค้าขายหมูปิ้งตัวน้อยที่มีแรงบันดาลใจเพราะอยากซื้อบ้านให้คุณพ่อคุณแม่

“มะตูม” พ่อค้าขายหมูปิ้ง ตัวน้อยที่มีแรงบันดาลใจเพราะอยากซื้อบ้านให้คุณพ่อคุณแม่ มะตูม หรือ ด.ช. กรวิช คุ้มอิ่ม  คือ พ่อค้าขายหมูปิ้ง วัย 7 ขวบ ซึ่งตั้งร้านขายทุกวันอยู่ที่แฟลตบ้านพักเรือนจำคลองเปรม ตั้งแต่บ่ายสามจนถึงหกโมงเย็น แทนที่น้องมะตูมจะเอาเวลาในช่วงเย็นหลักเลิกเรียนออนไลน์ไปเล่น แต่กลับมาขายหมูปิ้งหารายได้แทน โดยมีเป้าหมายคือ เก็บเงินซื้อบ้านให้คุณพ่อคุณแม่     ทุกเช้าคุณพ่อคุณแม่จะเป็นคนเตรียมวัตถุดิบและหมักหมูให้ พอหมูหมักได้ที่คุณแม่จะเป็นคนเสียบหมูให้ หมูปิ้งของน้องมะตูมขายไม้ละ 5 บาท และข้าวเหนียวถุงละ 5 บาท ด้วยความที่น้องเป็นเด็กยิ้มแย้ม จึงทำให้มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนอย่างไม่ขาดสาย และขายได้ตกวันละ 6,000 บาท น้องมะตูมบอกว่าสาเหตุที่ยิ้มแย้มเพราะตั้งแต่จำความได้ก็จะเห็นภาพของคุณยายขายของด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเสมอ     ถึงแม้ว่า จะเปิดเทอมไม่ต้องเรียนออนไลน์แล้ว น้องมะตูมก็ยืนยันว่าจะขายหมูปิ้งต่อไป เพราะอยากทำความฝันให้เป็นจริงคือ การซื้อบ้านให้คุณพ่อคุณแม่นั่นเอง     ที่มาและภาพ : www.posttoday.com บทความน่าสนใจ พระเอกใจดี ไมค์ ภัทรเดช แจกอุปกรณ์การเรียนและขนมให้กับเด็ก ๆ มูลนิธิบ้านนกขมิ้น น้องปั๊ม […]

หนุ่ม กรรชัย มอบทุนการศึกษาช่วยเหลือ น้องน็อต ลูกกตัญญู รับจ้างบวชหน้าไฟเลี้ยงดูคุณแม่

หนุ่ม กรรชัย มอบทุนการศึกษาช่วยเหลือ น้องน็อต ลูกกตัญญู รับจ้างบวชหน้าไฟเลี้ยงดูคุณแม่ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา รายการโหนกระแส ซึ่งมี หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นพิธีกร ได้สัมภาษณ์น้องน็อต หรือ เด็กชายชานุพงษ์ คำขาว วัย 10 ปี ลูกยอดกตัญญูที่กำลังเป็นชื่นชมอยู่ในขณะนี้ จากการเลี้ยงดูคุณแม่ตาบอดข้างเดียว นางบุญแทน บุญสวัสดิ์ วัย 39 ปี ด้วยการรับจ้างบวชหน้าไฟ ครั้งละ 200-300 บาท       น้องน็อตบอกว่ารับจ้างบวชหน้าไฟให้กับผู้ล่วงลับที่ไม่มีลูกหลาน ซึ่งรับจ้างบวชอย่างนี้มา 4 ครั้งแล้ว ได้เงินมาก็ให้คุณแม่หมด นอกจากบวชก็รับจ้างส่งอาหารวันละ 30 และ 20 บาท แต่ถ้าวันไหนไม่มีคนจ้างก็ไม่มีอะไรกิน หนุ่ม-กรรชัย จึงร่วมกับรายการโหนกระแสมอบทุนการศึกษา ทุนค้าขาย และรถเข็นให้น้องน็อต และคุณแม่นำไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงตน   […]

สาวน้อยวัย 15 ปั่นจักรยานกว่าพันกิโลฝ่าโควิด พาพ่อกลับบ้าน

สาวน้อยวัย 15 ปั่นจักรยานกว่าพันกิโลฝ่าโควิด พาพ่อกลับบ้าน เมื่อประเทศอินเดียประกาศล็อกดาวน์เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้สาวน้อยวัย 15 ปี ตัดสินใจขี่จักรยานเป็นระยะทางนับพันกิโลเมตร เพื่อ พาพ่อกลับบ้าน จากคุรุครามไปพิหาร จโยตี กุมารี (Jyoti Kumari) เด็กสาววัย 15 จากเมืองทรภังคา พาคุณพ่อ โมฮาน พาสวาน (Mohan Paswan) ซึ่งเจ็บป่วยสุขภาพไม่แข็งแรงซ้อนท้ายจักรยานจากคุรุครามในรัฐหรยาณาไปยังทรภังคาในพิหาร     เมื่อทราบว่าพ่อของเธอหาทางกลับมาบ้านที่พิหารไม่ได้ในช่วงล็อกดาวน์หลังจากที่ตกงาน จโยตี กุมารี ให้ความหวังพ่อโดยบอกว่า “พ่อไม่ต้องกลัว หนูอยู่นี่แล้ว” แล้วก็พาพ่อขึ้นจักรยาน จโยตีขอร้องให้พ่อนั่งตะแกรงท้ายจักรยานแล้วเริ่มถีบจักรยานด้วยความตั้งอกตั้งใจไม่ย่อท้อ เธอขี่จักรยานเป็นระยะทาง 1,200 กิโลเมตร จากคุรุครามในหรยาณาไปยังทรภังคา ใช้เวลา 7 วัน เธอคำนวนแบบกะประมาณเอาเองว่า ตัวเองขี่จักรยานกับพ่อได้วันละ 100 – 150 กิโลเมตร เธอบอกว่า “เมื่อไรที่รู้สึกล้า หนูจะหยุด ล้างหน้าด้วยน้ำในขวดพลาสติกที่เอามาด้วย แล้วเอาขนมปังกรอบกับน้ำให้พ่อกิน แล้วก็ออกเดินทางต่อ” ยามที่เธอรู้สึกเหนื่อยล้าสุด […]

‘เจนนี่’ เด็กนักเรียนหญิงยอดกตัญญู ไม่ขออะไรมาก แค่อยากให้แม่ได้กินอิ่ม 

‘เจนนี่’ เด็กนักเรียนหญิง ยอดกตัญญู ไม่ขออะไรมาก แค่อยากให้แม่ได้กินอิ่ม เมื่อวันอังคารที่ 21 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กชื่อว่า “Jithathai Chaiyathep” ได้โพสต์คลิปสั้นของ เด็กนักเรียนหญิง คนหนึ่งกำลังปั่นจักรยานพร้อมหอบของพะรุงพะรัง เช่น กระป๋อง และ ขวดแก้ว กับข้อความว่า “#ต้นทุนชีวิตคนเราไม่เหมือนกัน บ้านน้องอยู่ตรงข้าม บิ๊กซี รังสิต คลอง 3 อยากช่วยน้องทักมาถามได้ค่ะ#จะเก็บขวดที่บ้านช่วยน้องอีกแรง”   #ต้นทุนชีวิตคนเราไม่เหมือนกัน​ ❤️บ้านน้องอยู่ตรงข้าม​ บิ๊กซี​ รังสิต​ คลอง​3​อยากช่วยน้องทักมาถามได้ค่ะ​#จะเก็บขวดที่บ้านช่วยน้องอีกแรง​✌🏻 Posted by บิวตี้ ติวเตอร์ on Tuesday, January 21, 2020   หลังจากคลิปนี้เผยแพร่ออกไปทำให้เด็กหญิงเป็นที่สนใจ และมีผู้ใจบุญอยากช่วยเหลือ จนกระทั่งวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กนี้ได้โพสต์อัปเดตคลิปล่าสุดของนักเรียนหญิงคนนี้ จึงทำให้ทราบว่า น้องชื่อ “เจนนี่” […]

อุบะสุเทะ ภูเขาที่พ่อแม่ถูกทิ้ง

เรื่องเล่าบางเรื่องฟังคล้ายเรื่องแต่ง แต่เราก็ยังเชื่ออย่างหมดใจว่าเคยเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นในโลก… เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ก็เป็นเช่นนั้น ในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603 – 1867) ประเทศญี่ปุ่นมีการปกครองด้วยระบบขุนนาง มีเจ้าเมืองและซามูไรที่มีอำนาจลดหลั่นกันไป ประชาชนทุกคนต้องเชื่อฟังคำสั่งของเจ้าเมืองแบบไม่มีเงื่อนไข ช่วงที่ญี่ปุ่นถูกภัยแล้งคุกคามนานหลายปี เจ้าเมืองได้ออกกฎหมายขึ้นมาข้อหนึ่งว่า หากครอบครัวไหนมีพ่อแม่ที่อายุเกิน 70 ปี ลูกต้องนำพ่อแม่ไปทิ้งบนภูเขา มิฉะนั้นจะถูกประหาร เพราะถือว่าคนที่สูงวัยถึงเพียงนั้นเป็นคนที่ไร้ประโยชน์ ยิ่งอยู่นานยิ่งเป็นภาระ ในทางตรงข้ามการตายเพื่อให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้อยู่ต่อกลับเป็นการตายที่มีเกียรติสูงยิ่ง ภูเขาสูงหลายแห่งจึงกลายเป็นหลุมฝังศพของคนแก่ ขึ้นไปสอง…ลงมาหนึ่ง…ขึ้นไปสอง…ลงมาหนึ่ง…ต่อเนื่องกันเช่นนี้เรื่อยมา ชาวญี่ปุ่นเรียกภูเขาเหล่านี้ว่า อุบะสุเทะ (อุบะ แปลว่า คนแก่ สุเทะ แปลว่า ทิ้ง) และแล้วก็ถึงวันที่แม่ของ “เขา” อายุครบ 70 ปี เช้าวันนั้นเขาจัดเตรียมข้าวปั้นเป็นเสบียง เตรียมตะกร้าสานสำหรับใส่ตัวแม่ เมื่อทุกอย่างพร้อมก็อุ้มแม่วางลงในตะกร้า แบกขึ้นหลัง แล้วออกเดินทางขึ้นไปยังภูเขา ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจดจ่อกับการปีนเขาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ แม่ผู้ชราก็สังเกตเห็นว่าท้องฟ้ากำลังมืดลงทุกที ๆ นางเกิดความกลัวขึ้นมาว่า ถ้าฟ้ามืดลูกชายอาจจะเดินหลงทางอยู่บนภูเขาได้ นางจึงเอื้อมมือไปหักกิ่งไม้ข้างทางกิ่งแล้วกิ่งเล่า เพื่อที่ว่าหลังจากทิ้งนางไว้บนภูเขาแล้ว…ลูกชายจะสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย เมื่อถึงเวลาที่แม่ลูกต้องจากกัน นางได้บอกลูกชายว่า […]

ลูกชายยอดกตัญญูอุ้มคุณแม่ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงมาไหว้พระปฐมเจดีย์

ลูกชายยอดกตัญญูอุ้มคุณแม่ที่เป็น ผู้ป่วยติดเตียง มาไหว้พระปฐมเจดีย์ ภาพของชายคนหนึ่งอุ้มหญิงชราลงจากพระปฐมเจดีย์ กลายเป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น เมื่อทราบภายหลังว่า เป็นภาพของลูกชายที่กำลังอุ้มคุณแม่ซึ่งเป็น ผู้ป่วยติดเตียง ลงจากบันไดพระปฐมเจดีย์ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “Janya Huyhongthong” ได้โพสต์รูปถ่ายของชายคนหนึ่งกำลังอุ้มหญิงชราลงจากพระปฐมเจดีย์ พร้อมข้อความว่า “ วันนี้เจอภาพน่ารัก อยากแชร์ให้ทุกท่านยิ้มตามกันค่ะ ผู้โพสต์ได้คุยกันผู้ชายในภาพค่ะ คุณยายอยากมาไหว้พระร่วงฯ ที่สำคัญคุณยายเป็นผู้ป่วยติดเตียง # ใครเคยมาไหว้พ่อพระร่วงฯ จะทราบว่าสูงมาก ๆ ( ภาพนี้จึงเกิดขึ้น ที่สำคัญไม่ใช่ครั้งแรก ) ## คุณลูก กับคุณแม่”     ที่แท้ผู้ชายคนนี้พาคุณแม่ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงมาไหว้พระปฐมเจดีย์ ซึ่งต้องอุ้มขึ้นบันไดที่สูงและมีบันไดหลายขั้นมาก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาอุ้มคุณแม่ขึ้นมาไหว้พระปฐมเจดีย์ ซีเคร็ตขออนุโมทนากับลูกชายยอดกตัญญูผู้นี้ด้วยค่ะ     ที่มาและภาพ www.facebook.com/janya.huyhongthong บทความน่าสนใจ ทำบุญให้ดี ทำทีเดียวได้ครบทั้งทาน-ศีล-ภาวนา อานิสงส์แห่งการทำบุญกับพระอาพาธ แบงก์ร้อยฝากทำบุญ คำขอจากนักโทษหลังโยนแบงก์ผ่านลูกกรง สติ…ต้องทำเองสร้างเอง ธรรมะดี ๆ […]

หนูน้อยกตัญญูสู้ชีวิต ตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง ต้องคอยดูแลตายายเพียงลำพัง

เรื่องราวของ หนูน้อยกตัญญูสู้ชีวิต นี้ ถูกถ่ายทอดลงในเฟซบุ๊กชื่อ Poramet Misomphop หรือ คุณปรเมศร์ มีสมภพ ผู้ดำเนินรายการ ฅนจริงใจไม่ท้อ บอกเล่าชีวิตของหนูน้อยโอปอ หรือ เด็กหญิงวิศรุตรา เหมือนจีน อายุ 10 ขวบ ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันน้องโอปอต้องเจ็บปวดทรมานจากการรักษา แต่น้องก็ยังไม่ท้อ สู้อดทนต่อความเจ็บปวดเพราะต้องดูแลคุณตาที่เป็นผู้พิการ และคุณยายที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง กิจวัตรของน้องโอปอคือ ทุกวันก่อนไปโรงเรียน น้องโอปอจะตื่นแต่เช้ามาหาข้าว หายา เปลี่ยนผ้าอ้อมและดูแลยายที่นอนป่วย แล้วจึงไปโรงเรียน ในระหว่างที่น้องโอปอไปโรงเรียน คุณตาซึ่งเจ็บป่วยหลายโรค และพิการข้อเท้าผิดรูปจะคอยช่วยดูแลยาย พอเลิกเรียนน้องโอปอจะรีบกลับมาบ้านเพื่อดูแลคุณยาย ส่วนคุณแม่ของน้องโอปอนั้นไม่ได้พักอยู่ด้วยกัน เพราะต้องทำงานเป็นลูกจ้างร้านโลงศพอยู่ที่อื่น แต่ก็ยังไป ๆ มา ๆ เพื่อมาดูแลน้องโอปอ คุณปรเมศร์บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของน้องโอปอดังนี้ ” ลมหายใจของหนูที่เหลืออยู่ “ หนูจะต้องไม่เป็นอะไร หนูจะต้องหาย หนูอยากให้ยายหาย หนูจะอดทนให้มากที่สุด ถึงแม้หนูจะอยู่ได้อีกไม่นาน…. ถ้าคุณจำได้ ตอนคุณอายุ 10 ขวบ ตอนนั้นคุณกำลังทำอะไร บ้างคน […]

เด็กกตัญญูสร้างเกมกายภาพบำบัดเพื่อแม่ กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ดีเด่นระดับชาติ

เด็กกตัญญูสร้าง เกมกายภาพบำบัด เพื่อคุณแม่ที่กำลังป่วยเป็นอัมพฤกษ์ คือ น้องกระแต หรือ น.ส.กวินทรา ตรีรัตนาภรณ์ ชั้น ปวช.2 สาขาคอมพิวเตอร์กราฟิก วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี เจ้าของไอเดีย ธุรกิจโปรแกรมเกมตะลุยมหาสมบัติ สำหรับผู้มีภาวะอัมพฤกษ์ทางแขนและกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหวของแขน ของศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี ซึ่งผ่านการคัดเลือกเป็น 1 ใน 20 ทีมธุรกิจดีเด่นในโครงการของอาชีวศึกษาที่ส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระสำหรับผู้เรียนอาชีวศึกษา แรงบันดาลใจของน้องกระแตมาจากการที่คุณแม่เป็นโรคอัมพฤกษ์หรือโรคหลอดเลือดในสมอง สมองขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงทำให้เกิดอาการปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขนขาข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรงหรือชา ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นทันทีทันใด “คุณแม่ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดในสมองค่ะ ทำให้ซีกซ้ายของคุณแม่ทั้งแขนและขาไม่สามารถใช้งานได้อย่างปกติ ช่วงนั้นแม่ทำงานอะไรไม่ได้เลย ต้องดูแลใกล้ ๆ คอยช่วยเหลือทุกอย่าง เพราะเดินไม่ได้ แขนและขาอ่อนแรง เป็นอัมพฤกษ์ค่ะ เข้าห้องน้ำก็ต้องเข้าไปด้วย” คุณหมอแนะนำให้คุณแม่ฝึกกายภาพบำบัดเพื่อช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของระบบประสาทมือและแขนที่อ่อนแรง เช่น บีบลูกบอล ยืดแขน ยกแขน คุณแม่ต้องทำกายภาพบำบัดในท่าเดิมซ้ำ ๆ ทุกวันอย่างเบื่อหน่ายและเครียด เธอจึงสงสารคุณแม่มาก ด้วยความที่คุณแม่เป็นคนชอบเล่นเกม และตอนนั้นน้องกระแตก็กำลังเรียนคอมพิวเตอร์กราฟิกอยู่ด้วย จึงคิดที่จะสร้างเกมให้คุณแม่เล่น เธอนำเรื่องนี้ไปปรึกษาคุณครูที่ปรึกษาคือ คุณครูศิระ ประเสริฐศักดิ์ ซึ่งคุณครูสนใจและเห็นดีด้วย จึงร่วมมือกันประดิษฐ์ คิดค้นและทดลองจนออกมาเป็น เกมตะลุยมหาสมบัติ […]

ปลาตัวใหญ่กับอานิสงส์ของความกตัญญู

“ปลาตัวใหญ่ที่สุดให้ตากับยาย” (อานิสงส์ของความกตัญญู) คำพูดนี้ยังก้องอยู่ในหูของดิฉัน เหมือนเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันวาน ทั้ง ๆ ที่ผ่านมากว่าสามสิบปีแล้ว ซึ่งคำพูดนี้เป็นคำพูดของพ่อดิฉัน ขณะที่ยืนดูปลาซึ่งถูกจับได้จากหนองน้ำที่วางเรียงรายอยู่ในภาชนะต่าง ๆ มีทั้งเข่ง กะละมัง ถังน้ำ และกระสอบปุ๋ย ปลาที่จับมาได้มีมากมายหลากหลายชนิด ทั้งปลาช่อน ปลาดุก ปลาหมอ และอื่น ๆ อีกมากมายที่ดิฉันไม่รู้จัก ดิฉันเติบโตในชนบท มีวิถีชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทุก ๆ ปีของเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำในหนองคลองบึงเริ่มแห้ง ชาวบ้านจะเริ่มออกมาหาปลากัน โดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นหนองน้ำขนาดเล็กก็ใช้แรงคนวิดน้ำออก แต่ถ้าหนองน้ำขนาดใหญ่จะใช้เครื่องสูบน้ำออก ที่บ้านของดิฉันมีหนองน้ำในนาขนาดใหญ่อยู่หลายแห่ง เป็นหนองน้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและมีปลาชุกชุมมาก ช่วงเมษายนของทุกปี บรรดาญาติมักจะมารวมตัวกันเพื่อหาปลาทำปลาตากแห้งไว้กิน พอถึงหน้าฝนเด็ก ๆ อย่างพวกเราจะมีความสุขมาก เพราะเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ ผู้ใหญ่ก็จะอนุญาตให้ตามไปจับปลา ด้วยการเดินทางไปหนองน้ำใช้เวลาเดินประมาณครึ่งชั่วโมงเพราะอยู่ไกลจากบ้าน พวกผู้ใหญ่จะล่วงหน้าไปก่อนประมาณครึ่งวัน โดยออกจากบ้านตั้งแต่ฟ้าเริ่มสางพร้อมข้าวห่อและเครื่องมืออุปกรณ์ในการสูบน้ำ การเดินทางต้องเดินไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ตามคันนา และต้องแบกสัมภาระที่ต้องใช้ ได้แก่ จอบ มีดพร้า ขวาน และภาชนะสำหรับใส่ปลาที่จับได้ ซึ่งการขนสัมภาระเป็นไปอย่างทุลักทุเล โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ำที่ต้องใช้คนหามถึงสามคน การทำงานเป็นทีมต้องใช้ความสามัคคี เด็ก […]

ผู้หญิงคนนี้ที่ฉันอยากบอกรัก…คุณบอกรักแม่ของคุณหรือยัง

“สวัสดีจ้ะ แม่จ๋า หนูรักแม่ที่สุดในโลก” วันแรกที่ลืมตาได้มองเห็นโลกใบนี้ ถ้าสามารถพูดเป็นประโยคที่ถ่ายทอดความรู้สึกรักได้ นี่จะเป็นประโยคแรกที่ฉันจะพูดออกมา ฉันอยากบอกให้แม่รู้ในวันแรกที่ได้พบกันเลยว่า “หนูรักแม่จ้ะ”   ผู้หญิงคนนี้ วันนี้ขอพักจากการจับพู่กันสร้างภาพแล้วจุ่มลงไปในแก้วน้ำล้างสี มาจับดินสอเหลาใหม่แหลมเปี๊ยบเขียนบรรยายบอกรักแม่ผ่านศิลปะไทยประดิษฐ์ที่เรียกว่าอักษรนี้สักครั้ง ปกติแล้วฉันไม่เคยมีเวลาว่างเลย ทำงานวาดรูปทั้ง 7 วันเต็ม ทำตัวเหมือนว่ายุ่งตลอดตั้งแต่สมัยเรียน ไม่ค่อยมีเวลาให้แม่สักเท่าไร นอกจากจะเรียนไกลบ้านแล้วสุดสัปดาห์ก็ยังเอาแต่เที่ยวกับเพื่อนจนลืมว่ามีแม่คอยอยู่ อย่างดีก็แค่แวะกลับเข้าบ้านสักพักเดียว แล้วก็กลับไปหอพักเพื่อเริ่มเรียนในสัปดาห์ต่อไป ชีวิตหมุนวนอยู่แบบนี้จนจบการศึกษา พอได้งานทำก็ยังคงมีพฤติกรรมซ้ำซากกับการทำตัวยุ่ง ๆ เหมือนเดิม ไม่เคยสนใจคำบ่นของแม่ถึงอาการเจ็บป่วยตรงโน้นตรงนี้ คิดว่าร่างกายของแม่อาจจะอ่อนกำลังลงไปบ้างตามวัยที่สูงขึ้น และจากการทำงานบ้านโดยไม่ค่อยยอมหยุดพัก (เพราะฉันเองก็ไม่เคยช่วยแบ่งเบาภาระแม่เลยแม้แต่ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ) แม่ของฉันได้รับการตรวจร่างกายเป็นประจำทุกเดือนตามที่หมอนัด ในขณะที่ฉันผู้เป็นลูกมักจะทำตัวยุ่งอยู่เสมอ ไม่เคยไปเป็นเพื่อนแม่เลย แม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลคนเดียว รอตรวจแบบเหงา ๆ และแต่ละครั้งก็ใช้เวลานานกว่าจะเดินทางกลับถึงบ้าน ทุกครั้งที่กลับมาแม่ก็จะมีขนมมาฝากฉันเสมอ เพราะกลัวลูกอยู่บ้านแล้วจะหิว แต่ฉันก็ไม่เคยอยู่รอกินขนมของแม่เลย หาเรื่องออกจากบ้านได้ทุกครั้ง เท่าที่จำความได้ ตั้งแต่เด็กจนโต ปิดหรือเปิดเทอมจนถึงวัยทำงาน ฉันก็ยังคงมีธุระต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เช้าวันหนึ่งของวันที่ชีวิตอยากหยุดพัก สายตาของฉันสะดุดเข้ากับกล่องเก็บรูปใต้โต๊ะ ซึ่งปกติก็เห็นอยู่ทุกวันว่านี่คือกล่องเก็บรูปเก่าที่ตั้งอยู่อย่างนั้นมานาน ฉันเปิดกล่องออกดูเพราะความอยากรู้ว่าจะมีรูปฉันอยู่บ้างไหม เพราะจำได้ว่าแม่เคยหยิบรูปใบหนึ่งขึ้นมา เป็นรูปฉันตอนเด็ก ๆ แม่เอารูปนั้นขึ้นมาแนบอกแล้วยิ้มออกมาอย่างสุดซึ้ง […]

วิธีตอบแทนพ่อแม่ ระดับสูง…หนทางสู่การเป็น “ที่สุด” แห่งความกตัญญู

ท่านว.วชิรเมธี กล่าวว่า วิธีตอบแทนพ่อแม่ นั้น เราทำได้สองระดับด้วยกัน คือ ระดับพื้นฐาน และระดับสูง ลูกคนไหนทำได้อย่างนี้ นี่คือ ที่สุดแห่งความกตัญญู

เอ ศุภชัย ปลื้ม เนย โชติกาบอกว่าคฤหาสน์นี้คือ “บ้านของเรา”

เอ ศุภชัย ปลื้ม เนย โชติกา บอกว่าคฤหาสน์นี้คือ “บ้านของเรา” เนย โชติกา วงศ์วิลาสจัดงานฉลองวันเกิดของตนในวัย 35 ปี ไปเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา โดยในช่วงเช้า คุณเนย โชติกาและครอบครัวได้ชักชวนกัลยาณมิตรทั้งในและนอกวงการบันเทิงมาร่วมทำบุญ ถวายสังฆทานแด่พระภิกษุสงฆ์ที่บ้าน และมีจัดงานฉลองวันเกิดอีกครั้งในช่วงค่ำ       มีดาราและบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคนมาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของคุณเนย โชติกา แต่แขกสำคัญท่านหนึ่งที่ทำให้เธอเข้าสู่วงการบันเทิงจนมีชื่อเสียงได้จนถึงทุกวันนี้ คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคุณเอ ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้จัดการดารามือทองคนนี้นี่เอง     ขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานอยู่ในงานเฉลิมฉลอง คุณเนย โชติกาถือโอกาสพาคุณ เอ ศุภชัย เดินชมบ้านหลังหรู ที่ตกแต่งอย่างสวยงามอลังการในโทนสีขาวสะอาดตา     ภาพที่คุณเนยพาคุณเอเดินชมบ้านอยู่นั้นได้ถูกบันทึกไว้ด้วย ผู้จัดการดารามือทองจึงอัพคลิปนี้ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว และตั้งแคปชั่นซึ่งมาจากคำพูดของคุณเนยว่า “น้องเนยพาเดินชมบ้าน น้องเนยบอกว่า บ้านของเรานะพี่เอ น้องเนยให้เป็นบ้านของพี่เอด้วย ดีใจน้ำตาจะไหล รักนะคะน้องเนย มีความสุขมากๆๆ นะคะ HBD @noeychotika” […]

น้องกิจ เด็กขายโตเกียวสู้ชีวิตแห่งตลาดท่าน้ำปากเกร็ด

น้องกิจ เด็กขายโตเกียว สู้ชีวิตแห่งตลาดท่าน้ำปากเกร็ด โลกออนไลน์พากันแชร์ข้อความของเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า Keptawan Kopanitcharoen เจ้าของเฟซบุ๊กนี้เล่าเรื่องราว เด็กขายโตเกียว ‘น้องกิจ’ วัย 14 ปี ที่ช่วยเหลือคุณพ่อคุณแม่ขายขนมโตเกียวมาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ด้วยความที่น้องกิจเป็นเด็กชอบทำงาน อยากแบ่งเบาภาระของคุณพ่อคุณแม่ พ่อค้าขายโตเกียวน้อยคนนี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนที่พบเห็น รวมไปถึงผู้ที่เข้ามาอ่านข้อความนี้ด้วยได้เป็นอย่างมาก เจ้าของเฟซบุ๊กโพสต์ข้อความว่า ” ตั้งแต่ถ่ายงานและสัมภาษณ์แต่ละร้าน เรามักจะเจอแต่ประโยคเดิม ๆ ของเจ้าของร้าน แต่ในการสัมภาษณ์และถ่ายทำน้องกิจนี้ ต่างจากทุกครั้งสิ้นเชิง กิจคือเด็กอายุ 14 ที่ช่วยพ่อแม่ขายของมาตั้งแต่ ป.1 ตอนเช้ากิจต้องตื่นตีห้ามาชงไมโล กาแฟ และเอาปาท่องโกที่แม่กิจทอดขึ้นรถจักรยาน ปั่นขายทั่วหมู่บ้าน หลังเลิกเรียนก็รีบมาขายโตเกียวที่ตลาด จนถึงสามสี่ทุ่ม กิจเป็นเด็กที่มีความจริงใจมาก น้องพูดซื่อ ๆ ในทุกคำตอบ แต่เป็นคำตอบที่ทำให้คนวัยยี่สิบกว่าอย่างเราได้แต่ถามตัวเองว่า บนโลกนี้จะมีเด็กอายุ 14 ที่อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอแบบนี้สักกี่คน แต่ละคำถามที่เราถามน้อง เป็นคำถามง่าย ๆ เช่นเราถามว่าน้องมีเป้าหมายสูงสุดอะไรในชีวิตตอนนี้ น้องบอกว่าน้องอยากทำทุกอย่างให้เป็น น้องอยากเห็นพ่อกับแม่นอนสบาย ๆ สักวัน หรือได้ไปเที่ยวแบบคนอื่นบ้าง คุยไปสักพักเริ่มสนิทกัน เราถามกิจว่า […]

น้องใหม่ช่วยแม่เก็บขยะหาเงินเรียนหนังสือ ถูกเพื่อนล้อก็ไม่หวั่นเพราะเป็นอาชีพสุจริต

น้องใหม่ช่วยแม่เก็บขยะ หาเงินเรียนหนังสือ ถูกเพื่อนล้อก็ไม่หวั่นเพราะเป็นอาชีพสุจริต ชาวโซเชียลพากันชื่นชมน้องใหม่ นักเรียน ม. 3 ช่วยคุณแม่เก็บขยะ หาเงินเรียนหนังสือ ถึงถูกเพื่อนล้อก็ไม่หวั่นไหว เพราะอาชีพนี้ของแม่เป็นงานสุจริต มติชน และ T news รายงานข่าวว่า นางสาวเจนจิรา กิ่งวงศา หรือน้องใหม่ อายุ 15 ปี เด็กนักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนเก้งเต็ก  อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา กำลังช่วยผู้เป็นเเม่คัดเเยกขยะ นำไปขายได้รายได้วันละ 200-300 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้จะเเบ่งเป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน เเละเป็นค่าเล่าเรียนหนังสือของน้องใหม่     ครอบครัวของน้องใหม่ยึดอาชีพนี้มานานกว่า 10 ปี โดยนำรถเข็นไปตระเวนเก็บของเก่าตามหมู่บ้าน ตลาดสด และบ่อขยะของเทศบาล หลังจากได้ขยะมาแล้วจะทำการคัดแยกอีกทีก่อนนำไปขายต่อให้กับร้านรับซื้อของเก่า น้องใหม่สารภาพว่า ถูกเพื่อนล้อหรือมองด้วยสายตาที่ดูถูกมาตั้งแต่เด็ก ตอนแรกก็เก็บคำพูดของเพื่อนมาคิดแต่พอโตขึ้นก็ไม่คิดอะไรแล้ว อาชีพนี้เป็นงานสุจริตแถมยังช่วยให้ชุมชนของเราสะอาดอีกด้วย     ฝ่ายคุณแม่ของน้องใหม่คือ คุณหนูรักษ์ เผยว่าตนมีลูกทั้งหมด 2 คน คนโตเป็นผู้ชายแยกไปอยู่กับภรรยาแล้ว ส่วนน้องใหม่เป็นน้องคนเล็กกำลังเรียนอยู่ ม.3 […]

สู้เพื่อแม่ แพท ณปภา …ขอสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด

สู้เพื่อแม่ แพท ณปภา …ขอสัญญาว่าจะดูแลเธอให้ดีที่สุด “แม่” คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตแพท แม่ไม่เพียงให้ชีวิตและเลี้ยงดูแพทมาเท่านั้นแต่แม่ยังสร้างโอกาส “การทำงาน” ในวงการบันเทิงให้แพทมาจนทุกวันนี้อีกด้วยถ้าจะเรียกว่าแม่เป็น “เจ๊ดันตัวจริง” ก็ไม่ผิดนัก ตั้งแต่จำความได้แพทก็มีแม่อยู่ข้าง ๆ แล้ว จากนั้นเราก็อยู่ด้วยกันทุกวัน วันละเกือบ 24 ชั่วโมง เรียกว่า “มีแพทที่ไหนมีแม่ที่นั่น” แพทจะเล่าให้ฟังนะคะว่ากิจวัตรประจำวันของแพทมีอะไรบ้าง จันทร์ – ศุกร์ แม่จะคอยรับ - ส่งแพทที่โรงเรียน กลับมาก็ให้ท่องศัพท์ ท่องสูตรคูณ ทำแบบฝึกหัดเสริม พอเสาร์ –อาทิตย์ก็ส่งแพทไปเรียนรำไทย บัลเลต์ เปียโน บางทีก็ส่งไปเรียนว่ายน้ำบ้าง เรียกว่า แม่จัดกิจกรรมให้แพทแน่นเอี้ยด แต่ถึงกิจกรรมจะเยอะแค่ไหนก็ห้ามงอแงนะคะ…เพราะแม่ทั้งดุ โหด และเฮี้ยบ ย่างเข้าวัยรุ่น กิจกรรมของแพทเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แม่เริ่มพาแพทไปแคสต์ (cast) งานโฆษณากับโมเดลลิ่งแทบทุกเย็นหลังเลิกเรียน บางทีก็เสาร์ - อาทิตย์ ตอนนั้นใจแพทเองก็ไม่ได้อยากไปเท่าไร เพราะรู้ดีว่าหนึ่ง ตัวเองไม่ได้หน้าตาดี แถมยังออกจะดูกะโปโลด้วยซ้ำ สู้เขาไม่ได้แน่ๆ สองครอบครัวเราก็ไม่ได้ลำบาก ไม่เห็นต้องรีบดิ้นรนทำงานขนาดนี้ และสามข้อนี้แหละสำคัญที่สุด แพทเรียนมาเหนื่อยๆ ทั้งวันก็อยากจะพักบ้าง อยากไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนๆ บ้าง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยขัดแม่ได้เลย เพราะแม่ให้เหตุผลสั้นๆ มาว่า “แพท ถ้าหนูได้งานมันก็ดีนะลูกไปลองทำดูก่อน แม่ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร” หลังจากไปแคสต์มาเกือบ 10 ครั้งก็ยังไม่ได้งานเป็นชิ้นเป็นอันสักที แพทก็เริ่มงอแง ไม่อยากทำอีกต่อไป จนถึงขั้นแอบคิดว่า “เปลี่ยนแม่ได้ไหม จะดุ จะบังคับกันไปถึงไหน” จากนั้นแพทกับแม่ก็ทะเลาะกันอย่างรุนแรง แต่สุดท้ายแพทก็ต้องไปแคสต์งานกับแม่อยู่ดี ผลปรากฏว่า วันนั้นแพทได้รับเลือกให้เป็นตัวหลักภาพยนตร์โฆษณาครั้งแรกในชีวิต เชื่อไหมว่างานโฆษณาชิ้นนั้นเหมือนเป็นประตูพาแพทเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว เพราะหลังจากนั้นแพทก็มีผลงานตามมาอีกเรื่อย ๆ จนกลายเป็นต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยโดยปริยาย ส่วนแม่ก็รับหน้าที่ดูแลตารางงานและจัดสรรรายได้ทั้งหมด แม้จะเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงแล้ว แต่แพทกับแม่ก็ยังไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนเดิม จนกระทั่งเมื่อห้าปีที่แล้วเมื่อแม่เริ่มมีอาการป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป! แรก ๆ ที่แม่มีอาการ แพทก็แค่สงสัยว่า แม่อาจจะเหนื่อยมากเกินไปถึงได้ลืม แต่พอแม่เริ่มลืมแม้กระทั่งเรื่องสำคัญอย่างเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ที่แม่ไม่เคยพลาดเลย แพทก็เริ่มเอะใจ รีบพาแม่ไปโรงพยาบาล พอคุณหมอบอกว่า “แม่เป็นอัลไซเมอร์”  ถึงจะตกใจอยู่บ้าง แต่แพทก็ยังพยายามคิดบวกว่าแม่สบายแล้ว จากนี้ไปอะไรไม่ดีแม่จะได้ไม่ต้องจำ ส่วนเรื่องอื่นๆ จากนี้ไปแพทจะรับหน้าที่ดูแลแทนเอง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้เพราะคำว่า “แม่” คำเดียวเท่านั้น ไม่มีเหตุผลอื่นมากไปกว่านี้ แพทและคนที่บ้านค่อย ๆ ดูแลแม่ไปตามอาการ แต่อาการป่วยของแม่ก็ไม่ได้ดีขึ้น แถมยังหนักขึ้นเรื่อย ๆ แม่ค่อย ๆ ลืมเรื่องราวชีวิตทั้งหมด แม้แต่ชื่อแพท  ชื่อลูกคนอื่น ๆ แม่ก็จำไม่ได้ ลืมแม้กระทั่งการอาบน้ำ กินข้าว ฯลฯ แถมบางครั้งแม่ก็มีอาการทางจิตร่วมด้วย เช่น เดี๋ยวก็ร้องไห้ เดี๋ยวก็โวยวาย ช่วงนั้นแพทเครียดมาก เพราะพูดอย่างไรแม่ก็ไม่เข้าใจ พอพูดซ้ำหลาย ๆ ครั้งเข้า บางครั้งก็เหมือนกับดุแม่ แพทก็ได้แต่พยายามทำใจยอมรับและเข้าใจแม่ให้มาก ๆ ว่าตอนนี้แม่ก็ไม่ต่างจากเด็ก เขาเคยเลี้ยงเรามาได้ เราก็ต้องเลี้ยงเขาได้เหมือนกัน ถ้าวันไหนเครียดมาก ๆ แพทก็จะหาทางออกด้วยการไปทำบุญ หาหนังสือธรรมะมาอ่านเพื่อให้สบายใจขึ้น แพทรับหน้าที่ดูแลแม่และทุกคนในครอบครัวอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพียงคนเดียว ถ้าถามว่า “ภาระนี้หนักแค่ไหน”ยอมรับว่า หนักมากค่ะ แต่แพทก็ไม่ท้อเพราะพอเราได้เห็นแม่ เห็นคนในครอบครัวกินอิ่มนอนหลับและมีความสุข ต่อให้เหนื่อยกว่านี้แพทก็ทำได้ ราวเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงก็เข้ามาเยือนแพทอีกรอบอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อคุณแม่ล้มฟาดพื้นจนกระดูกเคลื่อน! อาการรุนแรงจนทำให้แม่ไม่สามารถเดินได้อีกต่อไป แม่ต้องนอนบนเตียงหรือไม่ก็นั่งรถเข็นแทน เมื่อการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป แพทก็ต้อง “เปลี่ยน” ข้าวของเครื่องใช้ที่บ้านใหม่หมด ต้องซื้อเตียงแบบในโรงพยาบาล โต๊ะกินข้าวแบบในโรงพยาบาลมาใช้แทน ฯลฯ เพื่อให้สะดวกมากที่สุด แม้จะเศร้าว่า “อีกแล้วเหรอ”  แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วแพทก็ต้องสู้และต้องผ่านมันไปให้ได้ ทุกวันนี้แพทไม่ได้คาดหวังให้แม่กลับมาจำอะไรได้เหมือนเดิม แค่ขอให้แม่อารมณ์ดี กินอิ่มนอนหลับทุกวันก็พอ แพทเองแม้จะยุ่งจากงานแต่ก็พยายามหาเวลาว่างพาแม่ไปเที่ยวห้าง เพราะอยากให้แม่ได้เจอคนเยอะๆ จะได้ไม่เหงา แม้จะคุยไม่รู้เรื่อง แต่แม่ก็จะยิ้มให้กับทุก ๆ คนที่เจอ แค่นี้แพทก็มีความสุขแล้วค่ะ ถ้าถามว่า แพทอยากได้อะไรในวันนี้แพทไม่อยากได้อะไรเลย ขอแค่ยังมีแม่อยู่ถึงจะป่วย ถึงจะจำไม่ได้ ถึงจะเดินไม่ได้ถึงแพทจะเหนื่อยกว่านี้อีกกี่เท่าก็ไม่เป็นไร ขอแค่อย่างเดียว  “แม่อย่าไปไหน”ก็พอ…แพทรักแม่ค่ะ   เรื่อง : วรลักษณ์  ผ่องสุขสวัสดิ์ ภาพ : ฝ่ายภาพ อมรินทร์พริ้นติ้งฯ ที่มา : นิตยสาร Secret ฉบับที่ 135   บทความน่าสนใจ ชาติหน้า ผมไม่ขอเกิดเป็นลูกของแม่อีกแล้ว! คำอธิษฐาน […]

กายพิการแต่ใจไม่พิการ หนุ่มจีนไร้แขน ดูแลแม่ด้วยสองเท้าของตัวเอง

หนุ่มจีนไร้แขน ยอดกตัญญูมีชื่อว่า เฉินจือฟาง (Chen Zifang) เขาเป็นชายหนุ่มวัย 29 ปี เกิดมาไร้แขน แต่เขาเฝ้าปรนนิบัติดูแลมารดาของตัวเองที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี อาจจะดีกว่าคนปกติทั่วไปบางรายด้วยซ้ำ เฉินจือฟางลืมตาดูโลกในปี 1989 ณ หมู่บ้านสุยเจียวาน เมืองเอินซือ มณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของประเทศจีน โชคร้ายที่เขาเกิดมาในสภาพไร้แขนทั้งสองข้าง พออายุได้เพียง 9 เดือน พ่อของเขาก็เสียชีวิตจากอาการป่วยด้วยโรคร้ายแรง ตั้งแต่นั้นมาแม่ของเขาก็ต้องทำงานหนักเพียงลำพังเพื่อเลี้ยงดูเขาและพี่ชาย และด้วยความที่แม่ของเขาเป็นคนที่มีทัศนคติในแง่บวกอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เฉินกลายเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ในการทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นกว่าเดิม ถึงแม้จะมีสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์เหมือนคนทั่วไป แต่เขาก็มีความมุมานะโดยไม่เคยเสียกำลังใจ พออายุได้ 4 ขวบ เฉินเริ่มหัดลุกขึ้นยืนเองตอนที่ไม่มีใครอยู่บ้าน แต่เป็นเรื่องยากหนักหนาสำหรับเด็กอายุเพียงเท่านี้ เพราะการพยายามรักษาสมดุลย์ให้ได้โดยไม่มีแขนคอยช่วยนั้นไม่ง่ายเลย ทำให้เขาล้มแล้วล้มอีกจนได้แผลฟกช้ำมากมาย เมื่อเด็กชายเฉินโตขึ้นมาอีกหน่อย เขาไม่อยากคอยให้ใครมาทำอะไรให้อีกต่อไปแล้ว ด้วยพลังใจที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ทำให้เฉินหัดทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเอง เขาหัดทำงานบ้านง่าย ๆ ด้วยเท้าก่อน และค่อย ๆ หัดทำสิ่งที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งพี่ชายของเขาแต่งงานและออกไปสร้างครอบครัว เฉินจึงกลายเป็นผู้ดูแลแม่อย่างเต็มตัวเพียงผู้เดียว ตอนนี้แม่ของเฉินนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เฉินจึงตามมาปรนนิบัติดูแลแม่อยู่ไม่ห่าง       […]

ยังจำได้ไหม ธนาคาร ทองสุข นศ.มทร.ธัญบุรีขับวิน ส่งตัวเองเรียน ตอนนี้เรียนจบแล้ว

ยังจำได้ไหม ธนาคาร ทองสุข นศ.มทร.ธัญบุรีขับวิน ส่งตัวเองเรียน ตอนนี้เรียนจบแล้ว ซีเคร็ตขอแสดงความยินดีกับน้องเอิร์ทด้วยค่ะ ที่สำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตจากรั้ว มทร.ธัญบุรี อย่างภาคภูมิ หลังจากที่ต่อสู้มาอย่างอดทน กับการหาเลี้ยงตัวเอง และ ส่งตัวเองเรียน จนจบปริญญาตรี เก่งมากๆเลย     หวังว่าทุกท่านยังคงจำเขาได้ น้องเอิร์ท หรือ นายธนาคาร ทองสุข นักศึกษาสาขาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี ที่ส่งตนเองเรียนด้วยการขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ในย่านพรธิสาร คลองหก จังหวัดปทุมธานี และทำงานสามวันเต็ม เขามีความใฝ่ฝันอยากเรียนจบระดับมหาวิทยาลัย เพื่อให้มีเงินเดือนมากพอที่จะมาจุนเจือครอบครัว แต่ด้วยปัญหาทางการเงินจึงทำให้น้องเอิร์ทต้องทำงานหาเงินส่งตนเองเรียน     น้องเอิร์ทเล่าว่า ตนเองเรียนต่อระดับปริญญาตรีในสาขานี้เพราะได้ทุนการเรียนศึกษาฟรีตลอดหลักสูตรจากเซ็นทรัล (เป็นโครงการร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีและบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด) ช่วยประหยัดรายจ่ายของครอบครัวไปได้มาก แถมเรียนจบแล้วยังได้ทำงานกับเซ็นทรัล 2 ปีกว่า ซึ่งน้องเอิร์ทมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเท่ากับว่าเรียนจบแล้วมีงานทำเลย ในตอนที่เรียนจะเรียนอยู่ 3 วัน แล้วทำงาน 3 วัน ทำงานวันละ […]

keyboard_arrow_up