สธ. จัดประชุมวิชาการวางแผนครอบครัวนานาชาติ

Alternative Textaccount_circle
event

สธ. จัดประชุมวิชาการวางแผนครอบครัวนานาชาติ ดึงเครือข่ายไทยและทั่วโลก แลกเปลี่ยนแนวทางการเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ในระดับชุมชน – คุมกำเนิดสมัยใหม่

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการวางแผนครอบครัวนานาชาติครั้งที่ 6 พ.ศ. 2565 ระหว่างวันที่ 14 -17 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติพีช เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

โดยมีนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเทศมนตรีเมืองพัทยา นายมีชัย วีระไวทยะผู้ก่อตั้งและประธานสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน (PDA) ศาสตราจารย์คลินิกกิตติคุณ ดร.วิทยา ถิฐาพันธ์
ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ แห่งประเทศไทย นายโฮเซ่ ออยยิ่ง ริมอน ที่ 2 (Mr. Jose Oying Rimon II) ผู้อำนวยการสถาบันบิลและเมลินดาเกตส์ เพื่อประชากรและสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์ และประธานคณะผู้จัดงานประชุมวิชาการวางแผนครอบครัวนานาชาติ International Conference on Family Planning (ICFP2022) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย ร่วมงาน

ดร.สาธิต ปิตุเตชะ กล่าวว่า การประชุมวิชาการวางแผนครอบครัวนานาชาติ ครั้งนี้เป็นความร่วมมือจาก 3 หน่วยงานหลัก
ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินงานวางแผนครอบครัว รวมไปถึงการพัฒนาประชากรในมิติต่างๆ จากหลายประเทศทั่วโลก

โดยมีบุคลากรสำคัญจากนานาชาติ ทั้งในระดับผู้นำ ผู้บริหารองค์กรด้านสุขภาพ และการพัฒนาประชากร นักวิจัย นักวิชาการ และผู้ที่สนใจจากประเทศต่าง ๆ รวมทั้งสิ้นประมาณ 3,000 คน จาก 120 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะเป็นผลดีสำหรับประเทศไทยในการส่งเสริมและขยายการเข้าถึงบริการอนามัยการเจริญพันธุ์ และการวางแผนครอบครัว ที่สอดคล้องกับความต้องการอย่างเท่าเทียมตามสิทธิภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในทุกระบบ และเป็นการปูทางให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ปี 2573 ในการรับรองการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชากรทุกคนทุกช่วงวัย

ดร.สาธิต กล่าวต่อไปว่า การดำเนินงานวางแผนครอบครัวของไทย ได้เริ่มมาตั้งแต่ ปี 2513 โดยมีการประกาศนโยบายประชากรครั้งแรก ที่สนับสนุนการวางแผนครอบครัวด้วยความสมัครใจ เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับอัตราการเพิ่มประชากรที่สูงมาก มีการจัดบริการคุมกำเนิดที่มีคุณภาพและปลอดภัย เข้าถึงง่าย มีบริการคุมกำเนิดที่หลากหลาย

ซึ่งการดำเนินงานมีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ จนทำให้อัตราการคุมกำเนิดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากที่เคยต่ำกว่าร้อยละ 15 ในช่วงก่อนเริ่มมีนโยบายด้านประชากร เพิ่มขึ้นเป็นประมาณร้อยละ 80 แต่ด้วยวิถีชีวิตของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป การมีค่านิยมอยู่เป็นโสดหรือแต่งงานช้าลง ทำให้ปัจจุบันไทยมีอัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งจากเดิมในช่วงปี 2507 – 2526 เคยมีเด็กเกิดปีละประมาณ 1 ล้านคน แต่นับจากปี 2562 เป็นต้นมา จำนวนเด็กเกิดในแต่ละปีเหลือต่ำกว่าปีละ 6 แสนคน ส่งผลให้อัตราการเจริญพันธุ์รวมของประเทศในปี 2565 ลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 1.6 ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทน

“ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขได้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการดำเนินงานวางแผนครอบครัว
และอนามัยการเจริญพันธุ์อย่างแท้จริง โดยในปี 2540 ได้ประกาศนโยบายอนามัยการเจริญพันธุ์ โดยปรับเปลี่ยนจากเดิมที่มุ่งเน้นการคุมกำเนิด มาเป็นการดำเนินงานที่มีความครอบคลุมมิติด้านการวางแผนครอบครัวเพื่อเพิ่มคุณภาพประชากรยิ่งขึ้น

การดำเนินงานได้มีความก้าวหน้ามาอย่างต่อเนื่อง มีการจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2553 – 2557 และเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาของยุทธศาสตร์ ฉบับที่ 1 ได้มีการจัดทำนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 – 2569 ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ การเกิดที่มีคุณภาพจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการวางแผนครอบครัว มีการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน รวมถึงหญิงที่จะตั้งครรภ์ ควรอยู่ในวัยที่เหมาะสมด้วย” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในที่สุด

keyboard_arrow_up