ใครรู้บ้างว่า…ปัญหาของชีวิตคู่ คืออะไร?

ชีวิตคู่ของคนเรานั้นไม่ได้มีแต่ความสุข และรสชาติที่หวานหอมเสมอไปนะคะ หลายๆ คู่ช่วงแรกที่อยู่กันทำท่าเหมือนจะดี แต่อยู่ๆ ไปดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจที่จะดูแลความสัมพันธ์ของตัวเองเท่าไรนัก บางคู่หนักถึงขั้นปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ บางครั้งก็ลืม ๆ  ใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ วุ่นวายไปกับเรื่องอื่นที่เข้ามาในชีวิต ปล่อยให้ชีวิตคู่ผ่านไปวันๆ กว่าจะรู้ตัวบางทีความแตกร้าวมากขึ้นก็เกินเยียวยาได้เหมือนกันนะคะ

แน่นอนค่ะว่าปัญหาทะเลาะเบาะแว้งเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้เลยในชีวิตคู่ ยิ่งไปกว่านั้นทุกวันนี้การทะเลาะเบาะแว้งกลายเป็นสาเหตุของการนอกใจ หย่าร้าง บ้านแตกสาแหรกขาด การเลิกราของคู่รักของไทยเพิ่มสูงขึ้นทุกวันจนน่าเป็นห่วง แต่ถ้าหากเราหันมาดูแลจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ปัญหาในชีวิตคู่ก็จะมั่งคงแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นวิธีที่จะประคองชีวิตคู่ของคุณไม่ให้จบลงด้วยการหย่าร้างหรือแยกทาง ควรเริ่มจากคุณทั้งคู่เองก่อนควรตกลงกันแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เคลียร์ปัญหาที่ขัดแย้งกัน วันนี้เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกผิดหวังกับชีวิตคู่ของเรา จนบางคู่ต้องจบความสัมพันธ์ลงด้วยคำว่า “เลิกรา” จากนั้นค่อยมาหาทางแก้กันต่อไป

>> เรามักพบตัวตนที่แท้จริงของกันและกันเมื่ออยู่ด้วยกันไปสักพัก

ก่อนแต่งงานหรือก่อนมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสังเกตสิคะว่าคุณและคู่รักของคุณมีอะไรที่คล้ายกันแทบทุกอย่าง แต่พออยู่กันมาได้สักพักความเป็นตัวตนที่แท้จริงต่างก็เริ่มเผยออกมา ทำให้รู้สึกผิดหวังในกันและกัน บางคู่อาจพบว่าคู่ชีวิตของตัวเอมีลักษณะนิสัยบางอย่างที่อีกฝ่ายไม่ชอบ และรับไม่ได้ แต่ไม่ยอมที่จะบอกกันตรงๆ นับวันก็เหมือนเดิมจึงสร้าง ความผิดหวังกลับทำให้คุณรู้สึกขื่นขม อมทุกข์ และการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันก็ไม่ต่างอะไรกับการติดคุกนั่นเอง  

>> คิดที่จะเปลี่ยนแปลงคู่ของตนเองให้มาคิด/ทำแบบเดียวกันกับตัวเองอยู่เสมอ          

บางคู่ที่แต่งงานกันแล้วมักจะคิดว่าตัวเองได้พบคนที่ใช่และตั้งใจที่จะใช้ชีวิตด้วย คู่ของเราคือคนที่ฟ้าลิขิตมาให้ เป็นเนื้อคู่กันจริงๆ แต่ความคิดจะเปลี่ยนไปทันทีเมื่อคู่รักของเราไม่ได้เป็นแบบที่เราคิด เพราะช่วงที่จีบกันใหม่ๆ ทั้งคู่อาจมองข้ามข้อแตกต่างของกันและกัน แต่พอแต่งงานแล้วก็เพิ่งมารู้ว่า เราสองคนช่างต่างกันอย่างลิบลับ ในหลายเรื่องค่ะ ทำให้รู้สึกรำคาญ และสุดจะทน อยากให้คู่รักมาคิดมาทำแบบที่เราอยากให้เป็น แต่พอไม่เป็นดั่งหวัง อีกคนไม่เปลี่ยนแปลงตามใจ และอาจพูดหรือทำอะไรแบบที่ไม่แคร์ความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่ง รวมถึงปัญหาความขัดแย้งที่ทับถมมานานแรมปี หรือที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาจเริ่มเผลอใจให้คนอื่น และเลิกรากันไปในที่สุด

>> ตั้งความหวังกันและกันมากไป       

คู่รักที่แต่งงานอยู่กินกันหลายๆ คู่ มีความคาดหวังต่ออีกฝ่ายที่มากเกินไป และอาจผิดหวังหลังจากที่ผ่านไปได้เพียงไม่กี่ปี และกลับมาคิดว่าการที่ตนเองแต่งงานไม่ใช่เรื่องดีอย่างที่เคยคิดเอาไว้ หรือคู่ของคุณอาจไม่ได้เป็นเหมือนเดิมก่อนที่คุณจะตกลงปลงใจแต่งงานด้วย บางคู่หนักถึงขั้นคิดว่าหากย้อนเวลากลับไปได้บอกว่าอาจไม่แต่งงานกันด้วยซ้ำไปค่ะ อันนี้เป็นปัญหาใหญ่เลย หากคู่ชีวิตของคุณไม่เป็นไปแบบที่คุณคาดหวังจะให้เขาหรือเธอเป็น ขอให้คุณลองเข้าใจในแบบที่เขาหรือเธอเป็น และลดความคาดหวังของคุณลงเสีย ไม่งั้นเชื่อสิคำว่า “เราเลิกกัน” ต้องเกิดขึ้นในเร็ววันแน่ๆ

>> เข้ากับญาติพี่น้อง พ่อแม่ของคู่ตัวเองไม่ได้   

คุณทั้งคู่มาจากพื้นฐานของครอบครัวที่แตกต่างกัน ดังนั้นการที่ทั้งสองครอบครัวต้องมารวมกันอาจก่อให้เกิดปัญหาที่ทำให้ไม่เข้าใจกันได้ ครอบครัวของภรรยา หรือครอบครัวของสามีอาจจะเข้ามาก้าวก่ายหรือตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ของชีวิตคุณทั้งคู่ได้ เช่น ที่อยู่อาศัย การเลี้ยงดูบุตร และเรื่องอื่น ๆ หากมีแนวโน้มว่าคู่ของคุณอาจมีปัญหาจากการไม่ลงรอยกันของทั้งสองครอบครัวได้ หากคุณไม่แยกตัวออกมาอยู่กันเอง และยังอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับคนที่บ้านของคุณทั้งคู่รับรองเกิดปัญหาใหญ่ตามมาแน่ค่ะ

>> มีความเชื่อว่ารักแท้ชนะทุกสิ่ง จากละคร/นวนิยาย มากไป ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงได้ยาก

คุณและคู่สมรสเป็นคนสองคนที่มีความแตกต่างกัน แต่ก็มาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันจากความรัก และประเพณี ดังนั้นคุณทั้งคู่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้มีการทะเลาะเบาะแว้งกันแทบจะไม่ได้เลย ไหนจะเรื่องของความแตกต่างของทัศนคติ การประพฤติตัว และชีวิตความเป็นอยู่ต่าง ๆ ส่วนใหญ่แล้วทันทีที่มีปัญหาและทุกสิ่งไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง ไม่เหมือนในนิยายรัก เรื่อง “คู่แท้”ที่เคยดูมาก็ถึงตอน “อวสาน” เหลือไว้เพียงความรู้สึกผิดที่กัดกินใจทั้งสองฝ่าย

>> ค่านิยม ความรัก ของชายหญิง ต่างกัน หญิง ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักมีรักแท้คนเดียว ส่วนฝ่ายชายมักมีนิยามรักแท้เกิดขึ้นได้หลายครั้ง

เพราะความแตกต่างระหว่างเพศส่งผลต่อความคิดและพฤติกรรมต่างกัน ธรรมชาติผู้ชายจะชอบใช้เหตุผล ไม่สนใจเรื่องความรู้สึกมีความสุขุมนิ่งและแข็งแรงมากกว่า ต้องการความเป็นส่วนตัว กลัวการขาดอิสระ แต่ต้องการดูแลเอาใจใส่ ถืออำนาจ เกียรติและศักดิ์ศรี ต้องการเป็นผู้นำ ไม่ชอบพูดเรื่องไร้สาระ ไม่ชอบการถูกตำหนิ การบ่น ในขณะที่ผู้หญิงจะมีลักษณะตรงกันข้าม แต่หากมองว่านี่คือธรรมชาติที่แตกต่างกัน และพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากันได้และรู้จักใช้ส่วนดีของแต่ละฝ่ายที่ธรรมชาติสร้างมา เมื่อนั้นชีวิตคู่ก็น่าจะจะมีความสุขขึ้นค่ะ

>> เมื่ออยู่ด้วยกันนานๆ ความรักของคู่รัก จะ จางลง กลายเป็น ความรัก แบบเพื่อน

หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยังคงนิยาม ความรักแบบโรแมนติค ตลอดไป อาจผิดหวังได้ เมื่อคู่ของตัวเองเปลี่ยนไป และปัญหานี้เป็นข้อที่พีคสุดๆ เพราะคู่รักร้อยทั้งร้อย ต้องเลิกลากันไปเพราะเหตุผลง่ายๆคำเดียวคือ “เราไม่ได้รักกันแล้ว” เป็นปัญหาใหญ่ที่สังเกตได้ง่ายสุด ก็ไม่ได้รักกันแล้ว ไม่มีความรู้สึกแบบคนรักให้แก่กัน มองหน้าแล้วรู้สึกเฉยๆ เหมือนมองเห็นเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น แถมบางครั้งยังรู้สึกอึดอัดอีกด้วยเมื่ออยู่ใกล้กัน แบบนี้จะฝืนไปทำไมเลิกดีกว่า! การตกหลุมรักเป็นเรื่องง่าย แต่การจะประคองความรักให้ไปถึงฝั่งน่ะยาก ลองคิดทบทวนให้ดีว่าเราอยากที่จะประคับประคองรักของทั้งคู่ให้ไปต่อไหม ถ้าคำตอบคือ อยากไปต่อ ก็ลองปรับกันดูค่ะ แต่ถ้าคำตอบคือ ไม่ ก็ต้องปล่อยมือไป

นาทีนี้อยากจะบอกกับทุกคนนะคะว่าความรักที่สมบูรณ์แบบนั้นมีแค่ในนิยายเท่านั้นแหละค่ะ อุปสรรคผ่านมาสุดท้ายก็จบแบบ Happy Ending แต่ในชีวิตจริงของคนเราหลังจากที่ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันแล้ว ยังต้องมีปัญหาอะไรตามมาอีกเยอะค่ะ ประเด็นสำคัญคือเราทั้งคู่ต้องรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเสียก่อน จากนั้นค่อยมาหาทางแก้ร่วมกัน  ขอให้ทุกคนพบเจอกับรักดีๆ นะคะ เอาใจช่วยค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เอาใจเขามาใส่ใจเรา เพื่อความรักของเราจะได้คงอยู่ไปนานๆ

10 สัญญาณที่บอกว่าเราได้เจอ เนื้อคู่ ของตัวเอง เข้าให้แล้ว

นิยามรัก ทั้ง 7 ที่บอกได้ว่า รักของเรามาถึงจุดที่สมบูรณ์พร้อมหรือยัง

keyboard_arrow_up