อย่าเอาแต่เดินหนี หรือหลบเลี่ยงอุปสรรคที่เจอ..และกล้าเผชิญกับมัน!!

“คุณได้ลองทำดูแล้วใช่ไหม?” นี่มักเป็นคำพูดติดปากของเหล่าคนที่ประสบความสำเร็จที่เราเคยได้อ่านเจอจากบทความสอนใจ และให้กำลังใจอยู่บ่อยครั้ง บุคคลเหล่านั้นมักจะบอกให้เรารู้ว่าเมื่อใดก็ตามที่เราได้รับมอบหมายหรือได้ทำงานอะไรที่สำคัญขององค์กรหรือบริษัท คุณควรจะต้องตอบอย่างมั่นใจว่า “ทำได้แน่นอนค่ะ/ครับ” เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณเผลอพูดว่า “รู้สึกไม่มั่นใจเลยค่ะ/ครับ” วินาทีนั้นความพ่ายแพ้ได้เข้ามายึดกุมจิตใจ โดยฉับพลันเข้าให้แล้ว และเชื่อเถอะค่ะว่าคนที่เอ่ยเช่นนั้นออกไปแท้จริงแล้วไม่ใช่เขาทำไม่ได้ แต่นั่นเพราะจิตใจเขาอ่อนแอเกินไป จึงยอมจำนนต่อความพ่ายแพ้ล่วงหน้าต่างหาก

จิตใจที่อ่อนแอเหล่านี้จะทำให้คนเราไม่กล้าที่จะเริ่มลองทำสิ่งใดๆ แท้จริงแล้วเป็นเพราะความขี้ขลาดและไม่ต้องการพยายามอีกต่อไปแล้วต่างหาก จึงทำให้เราหลุดพูดออกไปว่า “ไม่มั่นใจ” ดังนั้นเมื่อได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญ คุณไม่ควรพูดว่า “ไม่มั่นใจ” ถ้าได้ลองลงมือทำสักครั้งหรือสองครั้ง แล้วพบว่าไม่สำเร็จดังที่หวังไว้ก็อย่าเพิ่งล้มเลิกถอดใจ

จงจำเอาไว้เลยว่าคนที่รักตัวเองจะไม่มีทางพูดว่าไม่มั่นใจ คนที่รักตัวเองเมื่อต้องเริ่มทำงานที่ยากและท้าทาย พวกเขาจะให้กำลังใจและปลอบโยนตัวเองเพราะเหนือสิ่งอื่นใด ความมั่นใจเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยบำรุงสุขภาพจิตของตัวเราให้ดีขึ้น หากคุณรู้สึกมั่นใจในตัวเอง ไม่ช้าไม่นานคุณจะกลายเป็นคนที่ “เข้มแข็ง” คุณจะสามารถยอมรับความเปลี่ยนแปลงเพื่อความสำเร็จ และสามารถวิ่งเข้าสู่เส้นชัยแห่งความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

อย่าดูถูกตัวเอง และปิดกั้นความมั่นใจด้วยคำว่า ทำไม่ได้

คนเราทุกคนล้วนมีความสามารถพิเศษซ่อนอยู่เสมอ บ่อยครั้งที่เราเอาแต่หมกมุ่นว่า ไม่เห็นเก่ง ไม่มีความสามารถ ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยที่ไม่มีหลักฐานใดๆ พิสูจน์ได้ หากไม่ยอมสลัดความคิด ตำหนิตัวเองว่าด้อยค่าเช่นนี้ทิ้งไป ท้ายที่สุดแล้วความคิดเหล่านี้จะหลอมรวมให้เรากลายเป็นคนที่ไร้ค่าจริงๆ ทั้งที่ความสามารถของเราอาจเยอะและสูงกว่านั้น แต่เพราะเราคิดว่าตัวเองด้อยค่า ทำให้เราเลือกเอาแต่เฉพาะงานที่ง่ายๆ เราเข้าใจดีค่ะว่าแน่นอนอยู่แล้วว่าทุกคนย่อมต้องมีงานที่ทำได้ทำไม่ได้ แต่ถ้าลองคิดดีๆ งานส่วนใหญ่ที่เราคิดว่าทำไม่ได้ล้วนเป็นเพียงข้ออ้างว่า “ทำไม่ได้” เท่านั้น เพราะนั่นเป็นการปกป้องตัวเองในรูปแบบหนึ่ง

ความรู้สึกที่เชื่อว่า “ทำไม่ได้” นั้น เป็นสิ่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง “งานที่ไม่เคยทำ” กับ “งานที่สามารถทำได้” เท่านั้น ฉะนั้นอย่าเพิ่งดูถูกตัวเอง และลองใช้ความสามารถที่ซ่อนอยู่ออกมาอย่างเต็มที่

ก้าวแรกในการข้ามอุปสรรคไม่ใช่การเดินหนีหรือหลบเลี่ยงบริเวณนั้น แต่คุณจะต้องเตรียมบันไดที่ดีพอเพื่อจะข้ามผ่านไป ด้วยการลงมือสร้างบันไดแห่งความมั่นใจ เพื่อจะข้ามผ่านไป ด้วยการลงมือบันไดแห่งความมั่นใจเพื่อก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้นไปให้ได้ ความมั่นใจในตัวเองไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณเข้มแข็ง แต่ยังทำให้ผู้คนรอบข้างสัมผัสถึงความกล้าหาญนี้ได้ ความมั่นใจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในยามที่คุณวางแผน เตรียมพร้อม และทุ่มเท

อย่ารู้สึกหวาดหวั่นหรือกังวลใจต่อทัศนคติของตัวเอง

คุณต้องแต่งเติมชีวิตให้กลายเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่สามารถเชื่อมั่นในตัวเองได้ เพราะความแตกต่างระหว่างคนที่มั่นใจกับคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง เป็นเสมือนคำพิพากษาไปสู่ทางแยกระหว่าง คนที่เข้มแข็ง และคนที่อ่อนแอ

คนที่มั่นใจในตัวเอง ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ไม่หวั่นไหวแม้ในยามที่เกิดความเปลี่ยนแปลง ไม่รู้สึกหวาดหวั่นหรือกังวลใจต่อทัศนคติของตัวเอง สนุกกับการโต้แย้ง และยอมรับการแสดงความคิดเห็นของผู้อื่นเพื่อปรับปรุงตัวเองให้ดียิ่งขึ้น ถ้าคุณอยากมั่นใจมากขึ้น จงเริ่มลงมือทำงานที่คุณเชื่อมั่นมากที่สุดก่อน และเมื่อสิ่งนั้นสำเร็จลุล่วงแล้วจึงค่อยๆ ลงมือสร้างผลงานชิ้นอื่นต่อไป

แม้ว่าผลงานที่เกิดขึ้นอาจไม่ยิ่งใหญ่ก็ไม่เป็นไร แต่ให้เป็นแค่ผลงานชิ้นเล็กๆ ที่คุณลงมือทำอย่างตั้งใจและละเมียดละไมก็พอแล้ว เมื่อคุณสะสมประสบการณ์และความศรัทธาในตัวเองผ่านผลงานที่ค่อยๆ ร้อยเรียงขึ้นนี้ ท้ายที่สุดคุณจะสามารถพิชิตผลงานที่ยิ่งใหญ่ได้ ขอเพียงแค่จงอย่าละเลยหน้าที่ของตัวเองในแต่ละวัน จงตั้งเป้าหมายและทำให้ดีที่สุด ความสำเร็จอาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมธรรมดาๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ออกกำลังกาย หรือการพบลูกค้า ซึ่งความสำเร็จเล็กๆ เหล่านี้จะช่วยจุดประกายความเชื่อมั่นให้คุกรุ่นขึ้น

เริ่มจากสิ่งที่สามารถทำได้ดูก่อนค่ะ เมื่อทำสิ่งนั้นสำเร็จแล้ว ก็ค่อยเปลี่ยนไปทำสิ่งที่ยากเพิ่มขึ้นอีกหน่อย และพยายามมากขึ้นอีกนิด แล้วทุกครั้งที่คุณก้าวข้ามด่านวัดใจเหล่านี้ไปได้ คุณจะรู้สึกถึงความมั่นใจที่ฉายชัดขึ้นแน่นอน

กล้าเผชิญกับทุกอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

ไม่ว่าเราจะเป็นใคร ทำอาชีพอะไร อยู่ในสถานะไหน ก็ล้วนต้องเผชิญกับอุปสรรค ขวากหนาม ที่คอยสร้างความยากลำบาก สร้างโจทย์ชีวิตที่ยากขึ้น ให้เราได้แก้ ได้เผชิญ และก้าวข้ามไปอยู่เสมอ เมื่อสามารถก้าวผ่านไปได้แต่ละครั้ง ตัวเราก็จะแข็งแกร่งขึ้น เติบโตขึ้น แม้จะล้มเหลวในการเผชิญกับปัญหา อุปสรรค แต่อย่างน้อยที่สุดก็ได้บทเรียนล้ำค่า ได้รับประสบการณ์ชีวิต ได้เรียนรู้ เพื่อนำไปใช้สร้างตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นค่ะ

อุปสรรคต่างๆ เป็นเรื่องที่หลีกหนีไม่พ้น เราต้องกล้าเผชิญกับมัน การหนีปัญหาเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ถ้าหนีไปตลอด ย่อมไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่กลับจะทำให้ปัญหาขยายตัว ดังนั้นต้องกล้าเผชิญกับปัญหา พิจารณาปัญหา และวิเคราะห์ปัญหา แล้วจะพบว่าไม่มีอะไรน่ากลัวกว่าที่คิด ขณะเดียวกันก็บอกตัวเองเสมอว่า ให้กล้าเข้าไว้ ไม่มีอะไรที่ยากเกินความสามารถ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

ใครไม่เชื่อต้องพิสูจน์…ลองทำ 10 สิ่งนี้ รับรอง “ชีวิตดี” ขึ้นทุกวัน!

เรื่องดีๆ ที่ควรทำให้ได้ทุกวัน สำหรับ คนรักตัวเอง

5 คำว่า “ไม่” ที่เชื่อเถอะว่าทำแล้ว ชีวิตคุณจะมีความสุขมากขึ้น!

 

keyboard_arrow_up