เปลี่ยนมุมมองและทัศนคติที่มีต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว ที่ทำให้เกิด “ทุกข์”

เมื่อรู้สึกว่างานที่ทำอยู่ช่างหนักหนาและมองไม่เห็นหนทางสำเร็จ หมดกำลังใจ อยากล้มเลิก ให้ลองถามตัวเองซ้ำอีกครั้งว่า “เราอยากจะเลิกจริงๆ หรือ” นอกจากความรู้สึกว่างานช่างหนักเกินกว่าจะทำต่อไปไหวแล้ว ยังมีเหตุผลอื่นหรือไม่ ถามตัวเองว่าเคยมีความสุขกับงานที่กำลังทำอยู่หรือไม่ หากว่าเคย เหตุใดความสุขนั้นจึงหายไป เปลี่ยนแรงผลักที่สั่งให้เลิกเป็นแรงฮึดกระตุ้นให้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น หากแก้ไม่ได้ หรือไม่มีความสุขกับมันจริงๆ แล้ว ค่อยเลิกรากันไปก็ยังไม่สายเชื่อเถอะค่ะ

เอางานของตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่เงินเดือนเท่ากัน แล้วรู้สึกว่างานของตัวเองช่างไม่คุ้มค่าเงินเดือนเอาเสียเลย จนเกิดทุกข์  วิธีแก้คือหันมามองรายละเอียดของงาน และความสามารถที่งานแต่ละประเภทต้องการให้ละเอียดเสียก่อน เพราะงานแต่ละอย่างก็ต้องการความสามารถไม่เท่ากันในการทำงาน หากคุณนำงานของผู้จัดการไปเทียบกับงานของล่าม คุณก็จะพบว่าต่อให้เงินเดือนเท่ากัน ความรู้ที่ต้องการในการทำงานก็จะไม่เหมือนกัน และงานที่ต่างกันก็ย่อมได้ผลตอบแทนไม่เหมือนกัน เป็นสัจธรรม

การเป็นกังวลว่าเงินเดือนจะไม่พอกับรายจ่าย และตามด้วยความกังวลว่าเงินลงทุนจะจมหายไปอีกต่อหนึ่งเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยครั้ง เพียงแค่คุณต้องปล่อยวางความกังกลลง ลดความกังวลแรกด้วยการจัดทำรายการรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้ทราบถึงรายจ่ายจริงๆ ของตนเองในแต่ละเดือน และต้องประกอบกับการพยายามควบคุมรายจ่ายของตนไม่ให้ฟุ่มเฟือยจนเกินไปเป็นอันดับแรก

ส่วนแง่ของเงินลงทุนนั้น ก็ต้องทำความเข้าใจกับตัวเองให้ดีว่าในทุกๆ การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ไม่มีการลงทุนไหนที่รับประกันผลตอบแทนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เว้นแต่จะเป็นเรื่องโกหก ดังนั้นผู้ที่จะลงทุนก็ต้องมีหน้าที่ในการติดตามผลด้วยตัวเองอย่างรอบคอบ

คุณเคยเป็นทุกข์มาก่อน เมื่อคุณสงสัยในสิ่งที่กำลังทำ ก่อนที่คุณจะลงมือค้นตัวเองเพื่อควานหาเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต แต่คุณก็ได้เริ่มต้นหนทางการแก้ความทุกข์ของคุณแล้ว ด้วยการค้นหาตัวเองและก้าวเดินไปสู่จุดหมายปลายทางความสำเร็จของคุณ

การปรับเปลี่ยนทัศนคติการมองสิ่งต่างๆ รอบตัว นอกจากจะช่วยจัดการกับความทุกข์ได้แล้ว ยังส่งผลถึงการมองโลกโดยรวม และส่งผลถึงมุมมองที่คนอื่นๆ รอบตัวมองตรงมายังคุณอีกด้วย คนที่มองโลกในแง่ดี ในมุมมองที่เปิดกว้าง จัดเป็นคนน่าสนใจในสายตาของคนอื่นเสมอ ไม่มีใครอยากคบหากับคนที่มองโลกในแง่ร้าย และแผ่รังสีมืดหม่นเป็นทุกข์ทะมึนอยู่ทุกวันหรอกค่ะ ใครๆ ก็อยากคบหากับคนที่มองโลกในแง่ดี ยิ้มแย้ม มีจิตใจกว้างขวาง และเปล่งออร่าความสุขออกมาจากตัวตนกันทั้งนั้น

ปลดทัศนคติที่ทำให้เกิดความทุกข์ทั้งมวลลงจากบ่า โยนความวิตกกังวลลงข้างทาง ปล่อยวางความรู้สึกที่ว่าสิ่งต่างๆ เป็นภาระทิ้งไป สะบัดไหล่ไล่ความเมื่อยล้า เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า กุมความมั่นใจเอาไว้ในสองมือ ส่งยิ้มแจ่มใสให้กับตัวเองและคนรอบตัว แล้วก้าวเดินออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

คุณอาจไม่สามารถยุติความทุกข์ทั้งหมดลงได้ง่ายๆ และนั่นก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะความทุกข์เป็นธรรมชาติที่ติดตัวมนุษย์ทุกคนมาอยู่แล้ว แต่คุณสามารถที่จะลด ละ เลี่ยง และใช้ชีวิตให้มีความสุขในแบบของตัวคุณเองได้เสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจและมั่นคงให้กับเส้นทางที่คุณกำลังก้าวเดินต่อไป

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ 

คนคิดบวกไม่ใช่พวกโลกสวย แต่คือคนมองทุกอย่างในแบบที่มันเป็นต่างหาก!

เลิกตั้งสเปคการมีความสุขไว้สูงๆ แล้วหันมาใช้ชีวิตแบบง่ายๆ แต่รู้สึกสุขใจจะดีกว่า!

หลักการคิดให้ชีวิตมีสุข ต้องรู้จักปล่อยวางจากความรู้สึกไม่ดี!

keyboard_arrow_up