พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากอุปสรรคในชีวิตที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ!

เราทุกคนต่างรู้ดีว่าไม่มีใครที่ในชีวิต ไม่เคยพบเจอกับอุปสรรค มันเป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่ทุกคนต้องพบเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วคุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ แต่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณจะต้องรับมือกับอุปสรรคที่เกิดขึ้นได้อย่างไรต่างหาก ในหลายๆ ปัจจัย อุปสรรคจัดเป็นสิ่งที่ดีเพราะมันทำให้คุณพบช่องโหว่ในแผนการที่ตัวคุณเองวางไว้ มันทำให้คุณค้นเจอข้อผิดพลาดที่มีอยู่ และทำให้คุณสามารถจัดการแก้ไขมันได้ทันเวลา ก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่โตไปมากกว่าที่เป็นอยู่

คนเราจะเติบโตขึ้นเสมอ เมื่อได้พบเจอและก้าวข้ามผ่านอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตไปได้ เพราะ “อุปสรรค” คือสิ่งที่สอนให้คนเราได้เรียนรู้ชีวิต ได้ใช้สติปัญญา ได้ใช้สมอง ค้นหาหนทางในการแก้ไข คิดหาวิธีจัดการกับอุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า บางคนเลือกที่จะวิ่งเข้าชนกับอุปสรรคที่ขวางอยู่ตรงๆ และรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น พวกเขาก็จะฝ่าผ่านอุปสรรคไปโดยอาจจะมีบาดแผลติดตัวไปบ้าง แต่เขาจะแข็งแกร่งขึ้น และเรียนรู้ว่าในครั้งต่อๆ ไป จะต้องเข้าชนกับมันอย่างไรบ้างให้เจ็บน้อยลง

บางคนเลือกที่จะเดินไปข้างๆ สำรวจอุปสรรคให้ถี่ถ้วน ก่อนจะเลือกเฟ้นเส้นทางการฝ่าฟันอุปสรรคไป อาจจะอาศัยตัวช่วยบ้าง เช่น หาบันไดมาพาดปีนข้าม หรืออาศัยแรงคนอื่นช่วยกันส่งข้ามไป เมื่อผ่านไปได้แล้ว พวกเขาก็จะหันกลับมามองว่าใครบ้างที่ช่วยให้ตนเองผ่านอุปสรรคนั้นไปได้ และจดจำผู้คนเหล่านั้นเอาไว้ในใจ

ในขณะที่บางคนกลับยืนแหงนหน้ามองอุปสรรคที่ขวางอยู่อย่างงุนงง ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรต่อไปดี บางคนอาจถึงกับต้องหยุดอยู่ตรงนั้นตลอดไป เพราะไม่กล้าจะหักหาญเข้าสู้กับสิ่งที่ขวางหน้าอยู่ ได้แต่รอคอยว่าอุปสรรคจะหลีกทางให้ตัวเองเสียที ถ้าอุปสรรคนั้นเลือนหายไปตามกาลเวลาก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าว่ามันเป็นอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากตัวเองแล้วล่ะก็ รอคอยให้ตายยังไงอุปสรรคนั้นก็ยังขวางหน้าอยู่เหมือนเดิมค่ะ

เราทุกคนสามารถเรียนรู้ทุกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของตัวเองได้เสมอ วิธีการแก้ไขปัญหาของแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คนๆ นั้นพบเจอ เมื่อผ่านมาในชีวิต การศึกษาประสบการณ์ของคนอื่นแล้วนำมาปรับใช้ให้เข้ากับตนเองได้อย่างเหมาะสมได้ก็จะเป็นการดีเหมือนในบางกรณีนั่นเองค่ะ ดังนั้น จงอย่าได้อายหรือที่จะถามหรือขอความช่วยเหลือจากคนที่มีประสบการณ์มากกว่า เพราะยังไงก็แค่อายมันย่อมเจ็บตัวน้อยกว่าการวิ่งเข้าไปปะทะกับอุปสรรคตรงๆ เพื่อหาทางแก้เผื่อไว้ครั้งหน้าแน่ๆ

ทีนี้เราลองไปดูตัวอย่างอุปสรรคที่มักจะผ่านเข้ามาในชีวตของคนเราได้ทุกเวลา บางคนเจอช้า บางคนเจอไว บางคนผ่านไปได้ บางคนจมอยูกับมัน เอาเป็นว่าเรียนรู้ไปกับมันแล้วนำอุปสรรคเหล่านั้นมาเป็นแรงผลักดันหนึ่งให้ชีวิตก้าวผ่านไปสู่สิ่งที่ดีกว่ากันเถอะค่ะ

>>การพยายามอดทน “รอ” อาจทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าที่คิด<<  

หลายครั้งหลายเรื่องในชีวิตของคนเรา ต้องพังลง หรือเสียหายลงอย่างไม่เป็นท่าเพียงแค่คำว่าไม่ยอมรอ คนเราต้องการอะไรที่เร็วให้ได้ดั่งใจ ไม่ว่าจะเป็นคำตอบ หรือผลลัพธ์อะไรสักอย่าง จนบางครั้งทำให้เราด่วนสรุปบางอย่างนั้นไวเกินไป ทำให้การสรุปพาไปสู่การตัดสินใจที่ผิดบ้างถูกบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นไปในทางที่พลาดมากกว่าเพราะด่วนตัดสินใจนั่นเอง ลองปรับความคิดดูใหม่ค่ะ รอให้อะไรบางอย่างมันสุกงอมตามกาลเวลาของมัน ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมหอมหวานกว่าการไปเร่งเอาคำตอบหรือสิ่งที่ต้องได้ ทุกอย่างมันมีเวลาของมัน เมื่อเรา “อดทนรอ” ให้มันถึงเวลา สิ่งที่ได้มันจะดีกว่าที่คิดแน่นอน

>>ความจริงแม้จะโหดร้าย แต่มันจะธรรมดาถ้าเรากล้ายอมรับ<<  

“ความจริง” คำนี้ไม่คยทำร้ายใคร มีแต่คำว่า ความไม่จริงหรือการโกหกตัวเองเท่านั้นที่จะกลับมาทำร้ายคนที่คิดและทำแบบนั้น บางครั้งการที่เราต้องทำอะไรให้ชัดเจน หรือต้องทำให้ทุกอย่างมันกระจ่างชัด แต่มันเป็นความจริงที่อาจทำให้เราต้องอึดอัดในการทำลงไป แต่เราก็ต้องกล้าที่จะเผชิญกับมัน เพราะอย่างรเสียมันก็คือความจริง ที่ทุกคนต้องยอมรับ บางครั้งคนเราไม่กล้ายอมรับ ไม่กล้าเผชิญกับความจริง จนทำให้เราเผลอทำร้ายคนอื่นไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการยอมรับความจริง แม้มันจะเหมือนยาขมที่ไม่มีใครอยากเจอ แต่สุดท้ายเจ้ายาขมที่เป็นความจริงนี่แหละค่ะ มันจะเยียวยาคนที่กล้าเผชิญกับความจริงได้เอง

>>อย่าเหนื่อยล้าในการทำความดี เพราะความดีจะแสดงตัวเองในเวลาที่เหมาะสม<<  

เคยได้ยินสุภาษิตที่ว่า “หว่านพืชอะไร ย่อมได้ผลอย่างนั้น” กันมาแล้วใช่มั้ยคะ อันนี้คือเรื่องจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้เลย เราหว่านอะไรลงไปเราก็จะได้เก็บเกี่ยวเอาสิ่งนั้นมาเสมอ แม้ว่าระหว่างที่รอผลผลิตที่เราหว่านลงไปจะมีอุปสรรคเข้ามาตลอดทาง บางครั้งอาจทำให้เรารีบที่จะเก็บเกี่ยวมันเอาไว้ก่อน แต่อย่าใจร้อนไปค่ะ

>>อ่านต่อหน้าถัดไป<< 

keyboard_arrow_up