คนคิดบวกไม่ใช่พวกโลกสวย แต่คือคนมองทุกอย่างในแบบที่มันเป็นต่างหาก!

เราทุกคนต้องการที่จะมีสุขภาพกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ตัวคุณเองก็ต้องการมีสุขภาพจิตที่แข็งแรงสมบูรณ์เช่นเดียวกันใช่มั้ยคะ และการจะมีสุขภาพจิตที่แข็งแรงเค้าวัดกันที่ความรู้สึกทางจิตใจ นั่นคือ คุณมองโลกในแง่ดีแค่ไหน โลกที่ว่าก็คือทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวของคุณเอง และที่เกี่ยวข้องกับชีวิตในด้านต่างๆ ของคุณ

คนที่ประสบความสำเร็จหลายคนพูดว่า ความคิด สามารถกำหนดชีวิตของคนได้ ที่สำคัญต้องรู้จักมองโลกในแง่ดี หลายคนเข้าใจผิดว่าคนคิดบวกคือพวกโลกสวย แต่ในความจริงคนคิดบวกคือคนที่ยังมองทุกอย่างในแบบที่มันเป็น เพียงแต่เลือกโฟกัสเฉพาะด้านที่ดี ทำให้มีวิธีคิดและการดำเนินชีวิตที่ต่างจากคนแบบอื่น

ลองฝึกคิดในแง่ดี เพื่อรับมือกับทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาแล้วชีวิตคุณจะมีสุขเพิ่มขึ้น ต่อไปนี้จะเป็นวิธีการที่เราอยากนำมาบอกให้ทุกคนลองคิดตามกันดู เป็นวิธีการคิดในลักษณะเฉพาะที่สุด เพื่อที่คุณจะได้รู้สึกดีมากขึ้นกับตัวเอง และรู้สึกดีกับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและพร้อมรับมือกับมันได้ตลอดเวลา เพราะคุณไม่มากลัวว่าใครจะมองวาคุณเป็นพวกโลกสวย ไม่ต้องไปแคร์ค่ะ ถ้าโลกสวยแล้วทำให้ชีวิตเราดีขึ้นก็สวยไปเถอะ เราเองที่รู้อยู่แก่ใจดีว่า เราเป็นแค่เพียงคนที่มองอะไรในแบบที่มันเป็นจริงเท่านั้นต่างหาก

>>การควบคุมปฏิกิริยาตอบสนองของตัวเอง<<

การมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกที่มาทำอะไรกับตัวเรา เรามักจะตอบสนองออกมาทันที โดยไม่มีการควบคุมเพราะจิตใต้สำนึกของเราคิดเอาไว้แล้วว่าเมื่อมีคนว่าเราก็จะต้องงโกรธทันที ของแบบนี้ฝึกกันได้ค่ะ เพราะการมีปฏิกิริยาตอบสนองแบบพื้นฐานของคนที่มองโลกในแง่ดี กับผู้ที่มองโลกในแง่ร้าย ข้อแตกต่างคือ ผู้ที่มองโลกในแง่ดีจะมองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบมีระยะเวลาจำกัด ไม่มีผลกระทบอย่างแท้จริงต่ออนาคต นั่นก็คือคิดว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปนั่นเอง แต่ขณะที่คนที่มองโลกในแง่ร้ายจะมองว่าเป็นเรื่องที่เกิดต่อไปอย่างถาวร เห็นว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและชะตาชีวิตของตัวเอง ซึ่งแบบนั้นมันไม่เห็นมีประโยชน์อะไรสักนิดจริงมั้ยคะ

>>แยกเหตุการณ์แต่ละอย่างออกจากกัน<<

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างคนที่มองโลกในแง่ดีกับคนที่มองโลกในแง่ร้ายก็คือ ผู้ที่มองโลกในแง่ดีจะมองความยากลำบากต่างๆ เป็นเรื่องเฉพาะหนึ่งๆ ขณะที่คนที่มองโลกในแง่ร้ายจะมองว่ามันกระจายตัวออกไปครอบคลุมเรื่องอื่นๆ ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด หมายถึงเมื่อมีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นสักอย่างหนึ่ง สำหรับผู้มองโลกในแง่ดีแล้วเขาจะมองเหตุการณ์นั้นว่ามันเป็นเพียงเรื่องเดียวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในชีวิต

>>มองเหตุการณ์ที่ไม่เป็นดังหวังว่าเป็นเรื่องชั่วคราว<<

ในกรณีที่มีเหตุการณ์ที่คุณกำลังหวังอะไรสักอย่างเอาไว้มากๆ แล้วเกิดต้องมีอันล้มเหลวแล้วคุณคิดได้ว่านี่มันเป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตของเราทุกคนมันไม่ใช่โชคร้าย นั่นเป็นปฏิกิริยาตอบสนองแบบคนที่มองโลกในแง่ดี ผู้ที่มองโลกในแง่ร้ายจะมองว่าความผิดหวังครั้งนั้นจะลุกลามไปถึงเรื่องอื่นๆ ตัวเขาจะต้องเป็นผู้ที่ประสบเคาราะห์กรรมหรือนำเคราะห์มาสู่เหตุการณ์ที่ล้มเหลวครั้งนี้ แล้วจะขยายตัวไปสู่ด้านอื่นๆ ด้วย

>>อย่าคิดว่าความล้มเหลวเกิดขึ้นเพื่อแกล้งคุณอยู่คนเดียว<<

ความแตกต่างอีกอย่างระหว่างคนที่มองโลกในแง่ดี กับคนที่มองโลกในแง่ร้ายก็คือ ผู้ที่มองโลกในแง่ดีจะมองเหตุการณ์ต่างๆ ว่าเป็นเรื่องภายนอก ขณะที่ผู้ที่มองโลกในแง่ร้ายมองว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวซึ่งเกิดกับเขาหรือเธอโดยเฉพาะ เมื่อมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น ผู้ที่มองโลกในแง่ดีจะมองเห็นความผิดหวังนั้นเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกซึ่งควบคุมได้ไม่มากนัก เช่น หากมีคนมาขับรถตัดหน้าคนที่มองโลกในแง่ดี แทนที่จะโกรธหรืออารมณ์เสีย เขามักจะทำให้เหตุการณ์ลดความสำคัญลงไปด้วยการพูดกับตัวเองว่า เอ้า! ดี ไอ้หมอนั่นคงจะรีบไปเข้าห้องน้ำล่ะมั้ง ในทางตรงกันข้ามผู้ที่มองโลกในแง่ร้ายมีแนวโน้มที่จะคิดว่าทุกอย่างต้องเป็นเรื่องส่วนตัว เมื่อถูกรถอีกคันตัดหน้าเขาจะคิดและมีปฏิกิริยาตอบสนองราวกับว่าคนผู้นั้นตั้งใจมาตัดหน้ารถแล้วทำให้เขาเสียอารมณ์นั่นเอง

>>มีความสงบนิ่งและมุ่งหวังไปที่วัตถุประสงค์ของทุกสิ่งมากกว่า<<

คุณลักษณะเด่นของบุคลิกภาพที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวและเข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตนเองแล้วก็คือ ความสามารถที่จะดำรงวัตถุประสงค์และไม่เกิดอารมณ์เมื่อตกอยู่ในพายุหนักที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน คนที่มีจิตใจดีและสงบ ปลอดโปร่งชัดเจน และอยูใต้การควบคุมโดยสมบูรณ์ มีบุคลิกภาพของผู้ใหญ่ที่เติบโตเต็มที่แล้วจะมีลักษณะผ่อนคลาย รู้ตัว

>>อ่านต่อในหน้าถัดไป<< 

keyboard_arrow_up