เลิกตั้งสเปคการมีความสุขไว้สูงๆ แล้วหันมาใช้ชีวิตแบบง่ายๆ แต่รู้สึกสุขใจจะดีกว่า!

ด้วยความที่โลกหมุนไปไวเสียเหลือเกินอาจทำให้การดำเนินชีวิตของแต่ละคนอาจจะไม่ราบรื่นเท่าไรนัก บางคนอาจจะเจอเรื่องดีๆ บ่อยครั้ง แต่บางคนก็อาจมีเรื่องแย่ๆ เข้ามาได้เช่นกัน อย่าลืมว่าเวลาในชีวิตของคนเรานั้นมีจำกัด เราไม่สามารถรู้ได้ว่าเวลาบนโลกของตัวเราเองนั้นเหลืออยู่เท่าใด ดังนั้น จงอย่าปล่อยให้ความคิดของคนอื่นมามีอิทธิพลกับตัวเรา มากนัก และอย่าเสียเวลาไปใช้ชีวิตอยู่ในกรอบที่คนอื่นวางเอาไว้ให้ อย่าเอาเสียงรบกวนจากความคิดเห็นของคนอื่นมาปนกับเสียงหัวใจของเรา และจงกล้าที่จะทำตามใจ กล้าที่จะไล่ตามความฝันของตัวเอง

วันนี้จึงได้รวบรวมข้อคิดและกำลังใจดีๆ มาฝากคุณผู้อ่านที่กำลังรู้สึกท้อแท้ หรือหมดพลังใจในการใช้ชีวิต เพื่อให้ดำเนินชีวิตต่อไปได้แบบมีความสุขมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะช่วยไม่ได้มากนัก แต่เราก็อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

>>ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความรัก รักโดยไม่หวังผล จะไม่พบกับคำว่าผิดหวัง<<

ในความสัมพันธ์ที่นอกเหนือจากความรักของการเป็นพ่อแม่ที่สัญชาติญาณจะดูแลลูก การมอบความรักโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่มีความคาดหวัง เราทำกันได้จริงๆ หรือ? ต้องตอบว่ามีจริงๆ ค่ะ เพราะขึ้นชื่อว่าความรักไม่ใช่สิ่งน่าอาย แม้ว่าจะจับต้องไม่ได้แต่ก็รับรู้ได้ด้วยใจ คนส่วนมากไม่กล้ามอบความรักให้ใครเพราะกลัวการไม่รักตอบ กลัวความผิดหวัง เสียใจเมื่อรักไม่สมดังใจ ความรักแบบนี้เหมือนเป็นการลงทุนเพื่อให้ได้รับความรักตอบแทนมาให้มากกว่าที่ตัวเองรักเขาแบบนี้ย่อมเป็นทุกข์แน่นอน

แต่ก็ยังมีคนบางคนที่กล้าที่จะรักคนอื่นก่อน เพราะเข้าใจหัวใจตัวเองว่าเขาต้องการอะไร ถ้าใจคิดอยากจะรักแล้วให้หัวใจเป็นสุข ก็กล้าที่จะมอบความรักให้คนอื่นโดยไม่คาดหวังด้วยซ้ำไปว่าจะได้อะไรเป็นการตอบแทน ไม่หวังแม้แต่ว่า คนที่ตัวเองรักนั้น ต้องมารักตอบ ขอแค่รักเขาเป็นพอ คนที่สามารถมีความรักได้ยั่งยืนยาวนาน  คือคนที่รักโดยไม่หวังสิ่งใดเป็นการตอบแทน เพียงแค่อยากรู้สึกรักใครสักคน ที่เขาจะรักได้ เพราะฉะนั้น ถ้าคิดจะมอบความรักให้ใคร ก็อย่าคิดเรื่องผิดหวัง เพราะถ้ารักโดยไม่คาดหวัง เราก็จะไม่มีความผิดหวังตามมาอย่างแน่นอน

>>มีชีวิตอยู่ด้วยการให้อภัยจะมีจิตใจที่แจ่มใสตลอดเวลา<<

หากเราคิดได้ว่าทุกคนบนโลกใบนี้ย่อมมีข้อผิดพลาดกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือการกระทำ ดังนั้นหากเราให้อภัยเขาได้ก็จงให้อภัยเถิด เพราะการให้อภัยเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความรักต่อกัน คนเราจะอภัยกันต้องรักต้องผูกพันธ์กันมาพอสมควร อยากมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่โกรธเคืองกัน ช่วยทำให้เกิดสันติสุขในใจ คลายความกังวล ลดความเกลียดชัง และทำให้ตัวเราเครียดน้อยลงด้วย การให้อภัยหมายถึง การยกโทษให้คนที่ทำผิด ไม่เก็บความโกรธไว้หรือคิดแค้นเคือง และไม่คิดแก้แค้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเห็นด้วยกับความผิดนั้น หรือมองว่าเป็นเรื่องเล็ก หรือมองข้ามไปโดยถือว่าเรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้น จริงๆ แล้ว การให้อภัยคือการที่เราคิดอย่างดีแล้วว่าเราเลือกที่จะให้อภัย เพราะเรารักคนอื่นเราจึงถือว่าความสงบสุขจากการอภัยแก่กันเป็นเรื่องสำคัญ และเพราะเราต้องการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนนั้นไว้ นี่แหละค่ะความสุขในใจก็จะบังเกิดขึ้น

>>การรู้จักตัวเองมากกว่ารู้จักผู้อื่น และแก้ไขทุกสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยตัวเราเอง<<

“การรู้จักตนเองเป็นจุดเริ่มต้นแห่งปัญญา” อริสโตเติล (ARISTOTLE) เคยได้กล่าวเอาไว้ ซึ่งการรู้จักตนเองที่เป็นตัวคุณเองจริงๆ เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเมื่อคุณรู้ว่าตนเองเป็นใคร คุณจะรู้ว่าตัวเองต้องทำอะไรเพื่อสิ่งที่คุณต้องการโดยที่ไม่ต้องรอให้ใครมาบอก นอกจากนี้คุณจะไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับเรื่องที่ทำให้คุณเสียเวลา จริงอยู่ที่ชีวิตคนเรานั้นเต็มไปด้วยอุปสรรคและข้อผิดพลาด แต่ข้อดีคือมันช่วยให้คุณรู้จักตัวเองมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้คุณเป็นคนที่มั่นใจมากขึ้นรวมถึงเข้าใจเป้าหมายในชีวิตตนเองมากขึ้นตามไปด้วย สิ่งเหล่านี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเลยก็ว่าได้

>>อ่านต่อหน้าถัดไป<<

keyboard_arrow_up