เมื่อเราโตขึ้นเราจะเข้าใจว่า “การมีเพื่อนเยอะไม่สำคัญเท่ากับการมีเพื่อนดี”

ในทางกลับกันเมื่อไปงานที่ไหนสักที่ที่มีเพียงเพื่อนสนิทที่เป็นกลุ่มสนทนาเล็กๆ ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี ในการพูดคุยที่แสดงออกถึงความใส่ใจ ความเห็นอกเห็นใจกันนั่นแหละค่ะจะมีมิตรภาพที่แท้จริงอยู่เสมอ เพราะคนจำนวนน้อยที่นั่งฟังเรานั้นเขาจะมีความตั้งใจ มีการรับฟังความทุกข์ของกันและกันอย่างเข้าใจ มีการปลอบใจ มีกำลังใจเล็กๆ ให้กัน แบบนี้ย่อมดีกว่าคนมากมายแต่ไม่มีใครอยากรับฟังเราพูดเลยแน่ๆ ค่ะ บางทีคำแนะนำดีๆ อาจเกิดขึ้นจากกลุ่มสนทนาเล็กๆ ที่มีเพียงเพื่อนมี่คนนั้นก็ได้

>> หันไปจะเจอคนที่คอยอยู่ข้างเราเวลาสุข และเศร้าใจแน่ๆ <<

เมื่อคุณอายุมากขึ้น คุณไม่ได้เหลือเพื่อนน้อยลง เพียงแค่คุณชัดเจนขึ้นว่าใครคือเพื่อนของคุณจริงๆ มีคนมากมาย ที่อยากได้ประโยชน์จากเรา แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อยากให้ประโยชน์กับเรา อยากให้เราได้ดี มีความสุข มีความสำเร็จในชีวิต เพื่อนแบบนี้ต่างหากที่เราควรแคร์ และ ต้องรักษาไว้ให้ดีค่ะ ใครเคยเจอเหตุการณ์แบบที่ว่าเมื่อถึงเวลาเดือดร้อน จะหันหน้าไปพึ่งใครก็ไม่เจอสักคน ตอนแรกเราก็ว่าเพื่อนเรามีหลายคน แต่คนนั้นก็หาย คนนี้ก็ไม่ว่างที่จะมาช่วย นั่นแหละค่ะเมื่อเราถึงเวลาเดือดร้อนจริงๆ ไม่ต้องไปนึกถึงเพื่อนหลายๆ คนหรอกว่าจะมาช่วย เพราะจะมีเพียงคนเดียวหรือคนสองคนเท่านั้นที่ยังคงทำให้เราเห็นว่าเรามีกันและกัน จะมีคนที่คอยช่วยคิดหาหนทางแก้ไข เพื่อนที่เข้าใจจำนวนไม่กี่คน หรือแม้แต่คนเดียวนั้น ต่อให้ไม่ได้เอ่ยปากบอกเรื่องทุกข์ร้อนในใจแต่เพื่อนก็ยังรับรู้ได้จากความใกล้ชิด ดังนั้น เพื่อนจึงเป็นสิ่งที่มีค่า และควรที่จะรักษามิตรภาพดี ๆ ไว้ให้นานที่สุดค่ะ

>> มีคนที่คอยห่วงใยเราจากใจ <<

การมีเพื่อนแท้สักคนนนั้นเชื่อเถอะค่ะว่าทั้งเราและเพื่อนจะมีความสำนึกถึงความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบที่ว่าก็คือต่างฝ่ายต่างจะต้องมีความรับผิดชอบในตัวของกันและกัน จะมีความห่วงใยกันจริงๆ แน่นอนว่าทั้งสองฝ่ายต้องรู้สึกแบบเดียวกัน ต่างฝ่ายจะทุ่มเทและเสียสะ ลองถามตัวเองดูสิคะว่าเรามักจะคิดถึงเพื่อนคนนี้อยู่ตลอดเมื่อทำอะไร อยากให้เขาได้มาอยู่ตรงนี้ อยากเล่าสิ่งที่เจอให้ฟัง และเชื่อเถอะว่าเพื่อนคนนั้นของคุณก็ต้องรู้สึกไม่ต่างกับคุณแน่นอน

>>อ่านต่อหน้าถัดไป<< 

keyboard_arrow_up