หลีกเลี่ยงหลุมพราง “การสนทนา” กับประโยคที่ไม่ควรพูด!

คนทั่วไปจะรู้สึกดีกับคนที่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา และเข้าใจในสภาพที่คนอื่นเจอะเจอ โดยเฉพาะยิ่งมีคำพูดหรือประโยคที่บอกถึงความห่วงใยสื่อให้ผู้ฟังรู้ว่าคุณเห็นอกเห็นใจเขาและเข้าใจคำพูดของเขาดี เท่ากับว่าคุณชนะใจ และสร้างความยอมรับนับถือจากคนอื่นไปได้เกินครึ่งแล้วล่ะค่ะ เพราะคุณช่วยให้คนคนนั้นรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น เขาจึงรู้สึกดีกับคุณ และคำพูดดีๆ ที่มอบให้กันนั้นจะช่วยเสริมให้มิตรภาพยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น

แต่คนส่วนใหญ่มักจะลืมคิดไปว่าอะไรที่พูดออกไปแล้วทำให้ผู้ฟังรู้สึกไม่ดี หรือพูดอะไรแบบไม่ทันฉุกคิด จึงตกหลุมพรางของการสนทนาทำให้จากที่จะสร้างมิตรกลายเป็นสร้างศรัตรูไปเสียอย่างงั้น เชื่อเถอะค่ะว่าเราสามารถชักจูงให้คนอื่นมาชอบเราได้มากขึ้นได้ โดยหนุนให้เขาพูดเรื่องของตัวเอง และตั้งใจฟังเขา ทำแบบนี้เป็นการสร้างมิตรภาพจากการพูดคุยได้ดีที่สุด และสิ่งที่ไม่ควรทำเลยก็คือต้องระวังคำพูดให้ดี เพื่อการสนทนาที่ถูกคอของทั้งสองฝ่าย

วันนี้เราลองไปดูกันดีกว่าค่ะ กับประโยคหรือคำพูดที่จะทำให้คุณตกหลุมพลางเกิดความบาดหมางขึ้นได้ง่ายนั้นมีอะไรบ้าง รู้แล้วก็เลี่ยงเสียดีกว่า เพราะคำพูดมันบอกได้ถึงความรู้สึกที่คุณมีต่อเขาได้มากกว่ากิริยาและท่าทางซะอีก จำไว้เลยว่าประโยคเหล่านี้ไม่ควรพูด!

>>อย่าพูดเรื่องที่ชวนให้อีกฝ่ายรู้สึกติดลบ <<

ความรู้สึกด้านลบทำให้ผู้คนรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง ซึ่งย่อมทำให้เขาชอบคุณน้อยลงด้วย และไม่มีอะไรจะรุนแรงเท่าคำพูดจาแบบดูถูกดูแคลน เพราะอาจทำให้ผู้ฟังรู้สึกเสียหน้า หรือประโยคที่เป็นการต่อว่าก็ไม่ควรพูดออกมาจากปากเช่นกัน ถ้าคนคนนั้นไม่ได้สนิทกับคุณมากๆ หรือถึงแม้จะสนิทมากแค่ไหน แต่บางทีคำพูดแรงๆ เชิงต่อว่าก็อาจทำให้คุณเสียเพื่อนคนนั้นไปง่ายๆ ได้เหมือนกัน หรือหากการพูดคุยแล้วอีกฝ่ายเกิดอาการเงียบก็ไม่ควรไปพูดในเชิงว่าจะไม่คิดแสดงความคิดเห็นอะไรสักหน่อยหรอ ลองเช็กตัวเองดูก่อนพูดออกไป  อีกสิ่งที่สำคัญคือก่อนที่จะพูดคำนี้ สำรวจก่อนดีไหมว่าคุณพูดเพื่ออะไร หากไม่คิดให้กำลังใจก็ไม่ควรพูดมันออกมา คนฟังอาจจะรู้สึกว่ากำลังใจถดถอยลงแค่ไหน ถ้าพูดคำนี้ออกไปแล้วเหมือนเป็นการบ่งบอกว่าคุณไม่เชื่อในเพื่อนของคุณเองแบบนั้นคนฟังย่อมไม่รู้สึกดี และไม่อยากสานสัมพันธ์กับคุณต่อแน่นอนค่ะ

>> อย่าพร่ำบ่นถึงปัญหาของคุณ ปัญหาครอบครัว หรือสารพัดปัญหาในโลก <<

ใครๆ ก็มีปัญหาของตัวเองมากพออยู่แล้ว เขาย่อมไม่อยากรับฟังปัญหาของคุณหรือของคนอื่น หยุดพร่ำบ่นถึงปัญหาที่เจอในชีวิต แล้วใช้เวลาไปกับการหาวิธีแก้ปัญหา เรียนรู้จากข้อผิดพลาดเพื่อที่จะเติบโตจะดีกว่าค่ะ ยิ่งถ้าต้องไปคุยกับคนอื่นด้วยแล้ว การปรับทุกข์ให้ฟังกันบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่อย่าถึงขั้นพร่ำบ่นว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม ทุกอย่างในชีวิตไม่มีอะไรดีเอาซะเลย ไม่มีใครหรอกที่จะชอบฟังเรื่องพวกนี้ และคุณไม่ใช่คนแรกหรอกที่เจอมัน มนุษย์หลายพันล้านคนในโลก ไม่มีใครที่ไม่พบความผิดหวังอย่าเอาแต่บ่นเลย เอาเวลาไปแก้ปัญหาที่เจอจะดีกว่า ไม่แน่ว่วคนที่ฟังเค้าอาจเจอเรื่องราวหรือปัญหาที่หนักกว่าคุณ แต่คุณเอาแต่บ่นจนลืมถามคนฟังกลับว่าเค้าเจอปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า แบบนั้นก็ไม่ไหวป่ะคะ

อีกอย่างการพร่ำบ่นถึงแต่ปัญหาต่างๆ ในโลก ใครฟังก็ไม่ชอบคนขี้บ่น บางคนเมื่อเจอปัญหาก็เอาแต่พร่ำบ่นถึงความซวย และความทุกข์ของตัวเอง โทษทุกอย่างแต่ไม่เคยโทษตัวเอง เผลอๆ ในเรื่องที่กล่าวโทษอาจมีคนที่กำลังฟังรวมอยู่กลายเป็นว่าเหมือนไปกล่าวโทษคนคนนั้นไปด้วย แบบนี้คงไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ หรืออยากพูดกับคุณแน่ๆ ค่ะ เลิกพฤติกรรมการพูดแบบนีเสียตั้งแต่วันนี้เถอะ!

>> หยุดพูดกับใครต่อใคร ถึงอะไรก็ตามที่คุณเสียใจ <<

นักจิตวิทยาชี้คนไทยจำนวนมากฆ่าตัวตายจากคำพูดของใครสักคนที่มาพูดเรื่องราวที่เสียใจให้ฟัง ในขณะที่เขากำลังเศร้าแบบสุดๆ ดังนั้นการที่คุณใช้คำพูดผิดเวลา หรือเอาแต่เล่าเรื่องที่ตัวเองกำลังเสียใจอยู่ฝ่ายเดียว ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เขาไปโฟกัสถึงการฆ่าตัวตายมากขึ้นไปอีกนั่นเอง หรือถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้คิดอยากฆ่าตัวตาย แต่ต้องมานั่งฟังคำพูดที่หดหู่จากคุณ เนื้อหาไม่มีอะไรจรรโลงใจเลยสักนิด ก็คงไม่มีใครอยากรับฟังมันได้นานนักหรอกค่ะ

>>อ่านต่อหน้าถัดไป<< 

keyboard_arrow_up