ความเครียดไม่ได้เป็นเรื่องร้ายอย่างที่คิด

ความเครียดไม่ได้เป็นเรื่องร้ายอย่างที่คิด

ความเครียดไม่ได้เป็นเรื่องร้ายอย่างที่คิด
ความเครียดไม่ได้เป็นเรื่องร้ายอย่างที่คิด

ความเครียดไม่ได้เป็นเรื่องร้ายอย่างที่คิด

เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า “ความเครียดที่เราเจอในชีวิตนั้นก็เปรียบเสมอนสายไวโอลีน ถ้าเราตั้งสายตึงเกินไปเสียงก็จะแหลมบาดหูและอาจทำให้สายขาดได้ แต่ถ้าเราตั้งสายหย่อนเกินไปเสียงก็จะอับทึบไม่ใส ไม่เกิดความไพเราะเสนาะหู” จากประโยคดังกล่าวทำให้เรามองความเครียดในอีกมุมหนึ่ง นั่นคือความเครียดสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และมันจะไม่เป็นผลร้ายอะไรกับชีวิต เลยหากเรารู้จักวิธีจัดการกับมันให้ได้ อยู่ที่ว่าใครจะมีวิธีจัดการอย่างไรเท่านั้น และความเครียดก็ไม่ได้เป็นอันตรายเสมอไป

คนส่วนใหญ่มักจะมองความเครียดว่าเป็นเรื่องไม่ดีต่อชีวิต และพยายามหลีกเลี่ยงหรือลดความเครียดให้น้อยลง ซึ่งทำแบบนั้นก็ไม่ใช่สิ่งผิดอะไร แต่เราอยากให้ลองคิดในอีกแง่หนึ่งดู อยากให้ลองมองว่าความเครียดก็มีแง่ดี เราสามารถฝึกและเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อความเครียด แล้วใช้มันให้เกิดประโยชน์ กระตุ้นทำให้เราทำงานได้สำเร็จ เราควรเปลี่ยนมุมมองต่อความเครียดใหม่ มองว่าความเครียดมันเป็นเรื่องดี เราต้องเชื่อว่าร่างกายเราถูกสร้างและวิวัฒนาการเพื่อให้รองรับสถานการณ์ที่กดดัน ทำให้เราเข้าสังคม เข้าหาคนอื่นเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

ถ้าอย่างนั้นในบทความนี้เราขอมาขยับความคิดของคุณผู้อ่านไปอีกขั้น เกี่ยวกับการมองความเครียดว่าก็มีส่วนดี ดีในที่นี้คือมันทำให้ชีวิตเราได้มีการพัฒนา แต่ไม่ใช่ให้มองว่าเอาทุกอย่างมาเป็นความเครียดไปซะหมด เรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างเข้าใจ ถ้ามันจะหายไปก็เป็นเรื่องน่ายินดีค่ะ เราลองไปดูกันดีกว่าว่า ความเครียดมีข้อดีอะไรบ้าง

ความเครียดไม่ได้เป็นเรื่องร้ายอย่างที่คิด

 

>> ทำให้ได้เรียนรู้ความไม่แน่นอนในชีวิต <<     

คนเรามีสภาวะทางอารมณ์และสุขภาพแตกต่างกัน เรื่องที่ทำให้คนหนึ่งเครียดอีกคนอาจไม่เครียดก็ได้ หรือถ้ากิจวัตรประจำวันของคุณบีบคั้นมากจนไม่มีเวลาได้พักหายใจหายคอ หรือเมื่อเจอเรื่องด่วนแทรกเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ความเครียดของคุณก็อาจพุ่งสูงขึ้นจนเกินกว่าจะรับไหว ก่อนที่เราจะเกิดความเครียดขึ้นนั้น เราต้องพบเจอกับเรื่องราวต่างๆ ของชีวิตก่อน และเรื่องราวเหล่านั้นแหละค่ะที่จะทำให้เราได้เรียนรู้ว่าต้องแก้ไขมันยังไง เราต้องก้าวข้ามสิ่งที่เจอนั้นไปให้ได้ เราจะได้บทเรียนและแง่คิดที่ดีในชีวิตคืนมาเสมอจากเรื่องราวเหล่านั้น “ความเครียด” จากเรื่องราวต่างๆ ที่เจอจะสอนให้เรารู้จักความไม่แน่นอนของชีวิต สอนให้รู้ว่ามีความสุขก็ต้องมีความทุกข์ สอนให้มีสติกับสิ่งที่ทำอยู่กับปัจจุบัน สอนให้รู้จักรอเพราะไม่มีอะไรได้ดั่งใจทุกอย่าง และไม่มีใครสักคนบนโลกนี้จะมีชีวิตที่มั่นคงปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

>> ได้ปรับทุกข์กับคนในครอบครัวและเพื่อนที่ไว้ใจได้ <<

เวลาคนเรามีปัญหา หรือเกิดความเครียดขึ้นมา เรามักจะนึกถึงคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว หรือแม้แต่เพื่อนสนิทของเราใช่มั้ยคะ เราต้องการกำลังใจ และคนเหล่านั้นก็มีกำลังใจให้เราได้รับอยู่เสมอ เวลาเครียดเราจะได้คำแนะนำจากบุคคลเหล่านี้ ทำให้อาการเครียดบรรเทาลงจากการพูดคุยกับคนที่คุณรัก เราต้องไม่ลืมนะคะว่าคนในครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง คือคนที่พร้อมจะมอบความรักความหวังดีให้เราทุกเวลา พวกเขาเกิดมาเพื่อช่วยเราในยามทุกข์ยาก หรือเมื่อเจอปัญหาต่างๆ อย่าเก็บปัญหา หรือเก็บเอาไว้คนเดียว

คนในครอบครัว หรือเพื่อนสนิทที่เราได้ระบายความเครียดให้ฟังจะช่วยป้องกันภาวะอารมณ์ที่เกิดจากความเครียดได้ เพราะคนเหล่านี้มีความรักความหวังดีให้ทุกเวลา ยิ่งพี่น้องด้วยแล้วล่ะก็พวกเขาเกิดมาเพื่อช่วยกันในยามทุกข์ยาก อย่ามัวแต่คิดว่าเราจะต้องเจอสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอยู่ลำพัง เพราะการตอกย้ำตัวเองอยู่อย่างนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการเผาผลาญพลังใจให้หมดไป สิ่งที่คุณกลัวอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ ลองหันหน้าไปหาคนเหล่านั้นแล้วคุณจะพบความรักความหวังดีอย่างเกินคาดค่ะ

>> ได้โอกาสหาเวลาเพื่อให้ตัวเองได้ผ่อนคลาย <<

ความคิดเป็นสิ่งที่ควบคุมและห้ามได้ยาก แต่การปรับความคิดและพฤติกรรมบางอย่าง อาจช่วยยังยั้งการคิดมากได้ โดยเฉพาะการหากิจกรรมดีๆ ทำ เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย หรือลืมเรื่องเครียดๆ ทีเกิดขึ้นได้มากขึ้น บางครั้งคุณอาจไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะหันมาดูแลตัวเอง ทำแต่งาน ผจญแต่กับปัญหาหนักๆ จนเกิดความเครียดขึ้นโดยไม่รู้ตัว หากเรารู้ตัวว่ากำลังคิดมาก หรือเริ่มเครียดแล้วล่ะก็ คนเรามักจะมองหาอะไรทำเพื่อให้คลายความเครียดลง เช่น การโทรนัดเดื่อนที่รู้ใจมาพบปะสังสรรค์กัน การพาครอบครัวไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาที่ไหนสักแห่งที่มีบรรยากาศผ่อนคลาย นี่ยังไงล่ะคะข้อดี เพราะหากคุณไม่เครียด คุณอาจไม่มีเวลาที่จะทำสิ่งเหล่านี้ก็ได้

 

การหากิจกรรมต่างๆ ทำเป็นการเบี่ยงเบนความคิดที่ดีอีกวิธีหนึ่งเลยล่ะค่ะ การหาอะไรทำเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยยับยั้งการคิดมากอย่างได้ผล ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การทำงาน การไปสถานที่ที่ทำให้รู้สึกมีความสุข รวมถึงการฟังเพลงที่ทำให้นึกถึงช่วงเวลาดี ๆ เหล่านี้ก็ได้ค่ะ

>> ได้เห็นมุมมองในมุมของคนอื่นดูว่าเขาคิดและรู้สึกอย่างไร <<

เวลาเครียดจากปัญหาใดปัญหาหนึ่ง คนเรามักจะหาที่ปรึกษาหรือที่ระบาย โดยจะเป็นคนที่เราไว้ใจหรือคนใกล้ๆ ตัว เพราะการได้พุดคุยทำให้สบายใจขึ้น นอกจากนี้ยังได้เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองที่นอกเหนือจากสิ่งที่เราคิดและรู้สึก บางคนพูดคุยด้วยแล้วมีแต่เรื่องที่ทำให้เกิดความสุขจนลืมเรื่องเครียดไปเลยก็มี บางทีก็ได้ข้อคิดหลายๆ อย่างจากการพูดคุยมาด้วย การระบายให้ใครสักคนได้ฟังเป็นการเบี่ยงเบนความคิดด้านลบของเราได้ดีอีกวิธีหนึ่งเลยค่ะ นอกจากนี้คนที่เราพูดคุยด้วยอาจมีมุมมองในเรื่องและปัญหาที่เราเจออีกด้านที่เราอาจคาดคิดไม่ถึงก็ได้

สังเกตดูสิคะว่า บางคนปัญหาแต่ไม่สามารถเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ใครฟังและเข้าใจ เก็บไว้คนเดียวจนกลายเป็นโรคเครียดไม่รู้ตัว หรือรู้สึกไม่มีความสุข ฉะนั้นการได้พูดคุยกับคนอื่นเวลาเครียดๆ ได้ฟังมุมมองที่ต่างออกไปก็เป็นเรื่องดีๆ ไม่ใช่หรอคะ

>> เป็นสัญญาณให้เราปรับเปลี่ยนเพื่อทำให้สถานการณ์ดีขึ้น <<

บางทีความเครียดก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าร่างกายเรายังปกติ สมองเรายังทำงานดีอยู่เราควรจะรู้สึกขอบคุณที่เรารู้ตัวว่าเครียด เพราะเวลาที่เราเครียด มันเกิดจากการที่เราแคร์ เพราะเรามีคนที่เป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน ถ้าเราไม่แคร์เราก็คงไม่เครียดหรอกใช่มั้ยล่ะคะ อีกอย่างความเครียดทำให้เรามีพลังลุกขึ้นมาสู้ ทำให้เราปรับตัวเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ทำให้เราสนใจสิ่งที่มันสำคัญกับเรามากที่สุด แถมความเครียดที่เกิดขึ้น มันยังเป็นสัญญาณที่บอกว่าเรายังพอมีหนทาง เรายังสามารถที่จะจัดการกับมันได้ แต่ถ้าเรารู้สึกเหนื่อยล้าจนหมดกำลังใจ ท้อแท้ จนเราไม่มีแรงที่จะแคร์อะไรอีกต่อไป ถึงตอนนั้นเราก็จะไม่เครียด

ใช้ความเครียดเป็นพลัง อย่าปล่อยให้ความเครียดสะสมย้อนกลับมาทำร้ายเรา เราต้องรู้จักใช้มันให้เกิดประโยชน์ ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น กำจัดฮอร์โมนส์ความเครียดออกไปจากร่างกาย เพราะถ้าเราไม่จัดการกับมัน มันก็จะยังอยู่ในร่างกาย และถ้าปล่อยมันไว้ในร่างกายเรา มันก็จะย้อนกลับมาทำร้ายเรา ตราบใดที่เรายังเชื่อว่าเรายังหาทางออกได้ หาทางแก้ไขได้ เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ ก็จะทำให้เรามีพลัง ทำให้เราเปลี่ยนความเครียดให้เป็นพลังได้  ให้ทำเราขยับ ปรับตัวและเปลี่ยนแปลง

ความเครียดไม่ได้เป็นเรื่องร้ายอย่างที่คิด

 

ทั้งหมดที่บอกไปไม่ใช่ว่าให้ทุกคนเครียดนะคะ เราต้องการเพียงจะสื่อให้เห็นว่า ในเมื่อเราเกิดความเครียดขึ้นมาแล้ว ก็พลิกสถานการณ์ให้กลายเป็นเรื่องดีไปเสียจะดีกว่า เพราะทุกอย่างมันมีข้อดีในตัวของมันเอง อยู่ที่เรามองมากกว่า ความเครียดไม่ใช่สิ่งเลวร้าย แต่มันเป็นสัญญาณให้เราปรับเปลี่ยนเพื่อทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เมื่อเครียดลองเริ่มจากการพูดคุยกัยตัวเองก่อน ถามตัวเองว่าเครียดเพราะอะไร แล้วค่อยๆ แก้ปัญหาทีละขั้น ปัญหาเกิดจากอะไรก็แก้ที่ตรงนั้น สุดท้ายมันต้องมีทางออกแน่นอนค่ะ

 

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

keyboard_arrow_up