เติมพลังบวกให้ชีวิต กับเจ้าหญิงไอซ์ฮอกกี้“น้ำตาล-วิลาสินี รัตนนัย”

Goodlifeupdate เต็มใจพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ เจ้าของฉายาเจ้าหญิงน้ำแข็ง หรือ เจ้าหญิงแห่งวงการไอซ์ฮอกกี้ “น้องน้ำตาล วิลาสินี รัตนนัย” สาวน้อยหน้าตาดี ดีกรีระดับนักกีฬาทีมชาติ เธอมาพร้อมมุมมองดีๆ ที่จะมาแชร์ให้สาวๆ ได้ฟัง ว่าถึงแม้ชีวิตเธอจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ก็บอกตัวเองเสมอว่าต้องทำให้ได้ ด้วยความมุ่งมั่น ความพยายาม และเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่คิดอะไรลบๆ และลงมือทำในสิ่งที่คิดให้เป็นจริง…บอกเลยว่าเธอมีดาเมจความคิดบวกระดับเต็มสิบ!! เราไปทำความรู้จักกับสาวคิดบวกคนนี้ให้มากขึ้นพร้อมกับมุมมองดีๆ ที่จะมาแชร์ให้ได้คิดตามกันค่ะ

>> เธอบอกว่า…ใครคิดดีได้ก่อน…คนนั้น ชนะ <<     

น้องน้ำตาลถือเป็นแบบอย่างที่ดีในความมุ่งมั่น ซึ่งก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าหญิงน้ำแข็งนั้น เธอต้องใช้ความ ขยัน มุ่งมั่นมากกว่าเด็กวัยรุ่นอีกหลายๆ คน เพราะต้องส่งเสียตัวเองเรียน หลังจากคุณพ่อของเธอเสียชีวิตลง ตอนนั้นน้ำตาลอายุเพียง 15 ปี อย่างที่หลายๆ คนรู้ว่าเธอได้ออกมาใช้ชีวิตเอง สู้ด้วยตัวเอง เดินทางจาก จ.พะเยาว์ บ้านเกิด เข้าสู่ กรุงเทพฯ ด้วยเงินติดตัวเพียง 300 บาท เรื่องนี้เป็นอะไรที่น้ำตาลจดจำได้ไม่มีวันลืม

“ตอนที่เข้ามากรุงเทพฯ แรกๆ น้ำตาลมาอาศัยอยู่กับญาติ และมีเงินติดตัวมาแค่ 300 บาท คือต้องใช้เงินได้แค่วันละ 30 บาท เท่านั้น ก็เลยไปทำงาน รับจ้างทุกอย่างที่มีคนมาจ้าง ไม่น่าเชื่อนะ (หัวเราะ) คือด้วยความที่เรามีเงินแค่ 30 บาท ก็อย่างที่เคยบอกหลายๆ รายการไปว่า มีความอยากกินชาเย็น แต่ก็ต้องอดข้าว เพราะตังค์ไม่พอ เลยทำให้ตอนนี้เวลาเห็นชาเย็นแล้วมันก็จุกๆ ในอกนะ ว่าตอนนั้นเราลำบากขนาดนี้เลยหรอ แต่เราก็ผ่านมันมาได้ ด้วยความอดทนและความคิดดีๆ ของเราเอง ว่าต้องสู้ ต้องผ่านมันไปให้ได้ค่ะ !

>> อายุเพียง 23 ปี แต่ความสามารถน่าจับตามอง <<                                                                               

สิ่งที่นอกเหนือจากความอดทน มานะ พยายาม ที่มีมากกว่าเด็กหลายๆ คนแล้ว ถือว่าน้ำตาลเองโชคดีที่เกิดมามีหน้าตาที่สวยระดับระดับดารา บวกกับความสามารถที่มี ทำให้ได้รับโอกาสดีๆ ขึ้นเรื่อยๆ แต่สิ่งสำคัญของชีวิตน้ำตาลนั้น เธอบอกว่าอยู่ตรงการได้เล่นกีฬาที่ตัวเองชอบ ซึ่งด้วยปัจจัยทางการเงินแล้วสำหรับเธอมันเป็นอะไรที่ยากมาก

“น้ำตาลเริ่มต้นเล่นกีฬาจากกีฬาสปีดสเก็ต ก่อนจะผันตัวมาเล่นไอซ์ฮอกกี้ ที่หยุดเล่นกีฬาสปีดสเก็ตไปช่วงแรกเพราะน้ำตาลป่วยเป็นไทรอยด์เป็นพิษ หมอห้ามเล่นกีฬาที่ต้องใช้พลังเยอะ แต่พอเริ่มมีอาการดีขึ้นก็เลยได้มีโอกาสเข้ามาในวงการไอซ์ฮอกกี้ นี่แหละค่ะ ได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ใจดีให้มาซ้อมมาเล่นฟรี ตอนนั้นเราเก็บเงินซื้อชุด ซื้ออุปกรณ์มือสองมาซ้อม เพราะมันแพงมากกกก (ลากเลียงยาว) จนได้มีโอกาสมาร่วมเล่นให้กับทีมชาติ และได้ไปแข่งที่ต่างประเทศ ซึ่งตอนนั้นดีใจมากๆ ค่ะ มันเกินฝัน เพราะเราไม่ได้อยากจะเป็นนักกีฬาที่เก่งที่สุด แค่เราอยากเล่นให้ดีที่สุดเท่านั้นแต่ก็ถือเป็นแรงจูงใจที่จะทำให้น้ำตาลสามารถพัฒนาฝีมือให้ดียิ่งขึ้น

เราพยายามศึกษาเทคนิคการเล่น อย่างการยิงประตู หรือการคอนโทรลบอล เพื่อนำมาพัฒนาตัวเอง โดยพยายามที่จะศึกษาการเล่นของรุ่นพี่ในทีมชาติ แล้วตอนนี้น้ำตาลก็เป็นตัวยิง (กองหน้า) ยิ่งต้องฝึกฝนการยิงประตู และการควบคุมอารมณ์ไม่ให้หัวร้อนเวลาเจอแรงงปะทะของฝั่งตรงข้ามให้ได้ ซึ่งหลังจากมาเล่นกีฬานี้น้ำตาลก็มีสมาธิและนิ่งขึ้นนะคะ เวลาลงสนาม ทุกอย่างที่ทำเป็นสิ่งที่เราชอบ ตรงนี้น้ำตาลอยากกบอกเลยค่ะว่าคนเราถ้าได้ทำในสิ่งที่ชอบ เราควรทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เต็มที่กับทุกอย่าง แล้วผลที่ด้รับมันมักจะเกินคาดเสมอค่ะ”

>>อ่านต่อที่น้าถัดไป<<

keyboard_arrow_up