เลิกเป็นสาวแง่ลบ…มองอะไรก็แย่ไปหมดทุกอย่าง!

หลายคนอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยากมีความสุขมากขึ้น อยากมีชีวิตที่เติมเต็มมากขึ้น… ทุกอย่างเปลี่ยนได้ แค่ความคิดของเรา เพียงแค่เราต้องหัดเป็นคนมองโลกในแง่ดี เลิกเป็นคนมองอะไรในแง่ลบ เปลี่ยนความคิดตัวเอง มาคิดบวกดูบ้าง! นอกจากจะทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นแล้ว การเปลี่ยนมุมมองเพียงนิด ก็ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้ค่ะ

หลายอย่างที่เราไม่อาจจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ในชีวิต ที่ทำให้เราต้องอยู่กับบางสิ่งบางอย่างโดยที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทั้งเรื่องงาน เรื่องเพื่อน เรื่องหน้าตา เรื่องการเรียนฯลฯ เราอาจจะเปลี่ยนปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนที่ความคิดเราได้นะคะ

>> เปลี่ยนความคิด…หัดคิดในแง่บวก <<

ความคิดของเราเปลี่ยนเรื่องแย่ๆ ให้กลายเป็นเรื่องดีๆ ได้ ยกตัวอย่าง ถ้าเจอเจ้านายงี่เง่า ก็คิดซะว่าเราได้ฝึกความอดทน, ถ้าเราหน้าตาไม่สวย ก็คิดซะว่า ดีแล้วจะได้ไม่มีปัญหาคนมารุมจีบเยอะแยะให้รถไฟชนกัน, ถ้าเราตัวเตี้ย ก็คิดซะว่า ดีออกตัวเล็กๆ น่ารักจะตาย, ถ้าเราต้องทำงานที่ไม่ชอบ ก็คิดซะว่าตัวเองจะได้รู้จริงๆ ว่าไม่ชอบอะไร และเลือกได้จะไม่มาทำมันอีก

ถ้ารู้ว่าเพื่อนนินทา ก็คิดซะว่าเรามีความหมายที่ทำให้คนอื่นยังพูดถึง, ถ้าโดนแฟนทิ้ง ก็คิดซะว่า เราจะได้มีโอกาสออกไปลั้ลลาหาหนุ่มคนใหม่, ถ้าฝนตกแล้วลืมเอาร่มมา ก็คิดซะว่า วันนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เป็นนางเอกมิวสิค เดินตากฝนไปสวยๆ หรือถ้าชงกาแฟแล้วไม่อร่อย ก็คิดซะว่า คราวหน้าเราจะไม่ทำสูตรนี้อีก

มีสารพัดวิธีที่จะเปลี่ยนเรื่องแย่ๆ ให้เป็นเรื่องดีๆ อยู่ที่ความคิดของเราเองค่ะ อย่าเป็นสาวที่เห็นอะไรเข้ามาก็มองว่าแย่ไว้ก่อน แต่จงมองต่างมุม หาข้อดีในเรื่องที่เราได้เจอ เอาคำว่า “แย่” ออกไปจากความคิด แล้วเอาคำว่า “ดี” เข้ามาในชีวิตดีกว่าค่ะ เพราะใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้คนที่คิดดี คิดบวก เพราะนอกจากมันจะส่งผลดีกับความคิดของเราแล้ว ความคิดบวกของเรา ยังเผยแพร่ไปยังคนรอบข้างได้อีกด้วย จะดีจะร้าย ขึ้นอยู่กับใจเราเองค่ะ มาเป็นสาวที่คิดบวกกันดีกว่า

>> พูดเพราะอยู่เสมอ <<

ผู้หญิงที่พูดเพราะ ยังไงก็น่ารักจริงมั้ยคะ ต่อให้หน้าตาสวยเด็ดแค่ไหน แต่พูดจาโวยวาย หลุดสารพัดสัตว์ออกมาจากปาก ความน่ารักทั้งหมดของหน้าตาไม่สามารถลบล้างคำพูดได้เลยนะคะ เสน่ห์ของสาวๆ อยู่ที่การพูดจาอ่อนหวาน ไพเราะน่าฟัง การพูดจาไพเราะไม่จำเป็นจะต้อง คะ ขา จ๊ะ จ๋า ตลอดเวลาก็ได้ค่ะ แต่เป็นการพูดที่น่าฟัง พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ นั่นก็น่ารักแล้วล่ะ

การพูดเพราะต้องแสดงออกกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ หรือเด็กกว่า พูดเพราะกับทุกคนที่คุณสนทนาด้วยแม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดดีกับเรามากมาย เราก็ไม่ต้องไปใส่ใจ เขาพูดไม่เพราะ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องไปหยาบคายเหมือนเขานี่คะ เราก็สุภาพในแบบของเราไป เพราะคนพูดเพราะอย่างไรก็ยังมีคนฟังมากกว่าแน่นอนค่ะ

เลือกใช้คำพูดที่สุภาพ ใช้คำพูดให้ถูกกาละเทศะ อยู่กับเพื่อนฝูง อันนั้นเป็นข้อยกเว้นได้ไม่เป็นไร เป็นตัวของตัวเองกันได้พองามตามความสนิทสนม แต่ถ้าออกสื่อเมื่อไร ก็ระมัดระวังคำพูดให้ดีๆ ไว้ก็ดีน๊า

>> ยิ้มให้เป็นนิสัย <<  

รอยยิ้ม ทำให้รู้สึกดีได้เสมอ และรอยยิ้มสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ที่เคร่งเครียด ให้ดูผ่อนคลายได้เสมอ รอยยิ้ม สร้างมิตรภาพ รอยยิ้มทำให้มีความสุข เลิกเป็นสาวหน้าบึ้งคิ้วผูกโบว์อยู่ตลอดเวลา แล้วหันมาเป็นสาวที่มีรอยยิ้มอยู่เสมอกันดีกว่าค่ะ แต่ไม่ใช่ว่ายิ้มตลอดเวลาจนแยกไม่ออกว่าเป็นคนอารมณ์ดีหรือบ้านะคะ (ฮา) มาหัดยิ้มให้เป็นนิสัย ยิ้มด้วยความจริงใจ ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้คนที่มีรอยยิ้มค่ะ

ยิ้มให้กับเพื่อน ให้ครอบครัว ให้สัตว์เลี้ยง ยิ้มให้กับเพื่อนใหม่ คนที่เพิ่งรู้จัก ยิ้มเข้าไว้แม้ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ อย่างน้อยก็เป็นการให้กำลังใจตัวเองได้เบาๆ “รอยยิ้ม” นอกจากจะสร้างความรู้สึกดีให้กับผู้พบเห็นแล้ว ยังทำให้ตัวเองรู้สึกดีได้เช่นกันค่ะ ไม่เชื่อก็ลองยิ้มให้กับตัวเองดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่า รอยยิ้มมีอานุภาพทำให้เราเป็นสาวที่ดูน่ารักขึ้นได้มากมายแค่ไหน อย่าเก็บรอยยิ้มไว้แค่ตอนถ่ายรูปเลยค่ะ ยิ้มให้เป็นนิสัย ทำให้สม่ำเสมอ เหมือนกับกิจวัตรประจำวันที่เราต้องทำเป็นประจำ เหมือนการล้างหน้า อาบน้ำ แปรงฟัน ยิ้มทำได้ไม่ยาก แค่ขยับมุมปากนิด ก็น่ารักแล้วค่ะ

>> เป็นคนร่าเริงและสดใสอยู่เสมอ <<

คนที่ร่าเริง เฮฮา สนุกสนาน เราเองก็อยากอยู่ใกล้ อยากคุยด้วย อยากรู้จัก จริงมั้ยคะ แล้วทำไมเราเองไม่ทำตัวให้เป็นคนแบบนั้นบ้างล่ะ มาเป็นสาวที่ร่าเริง สดใส มีชีวิตชีวา ยิ้มแย้มให้กับผู้คนรอบกาย ใครๆ ก็อยากคุยด้วย อยากเข้าหา ดีกว่ามาเป็นสาวหน้ามุ่ย คุยด้วยก็ไม่ตอบ ถามไปก็ไม่พูด ดูหน้าเคร่งเครียด เหมือนอมทุกข์มาสักสิบปี แบบนี้ไม่มีใครอยากอยู่ด้วยแน่นอน

ร่าเริงเข้าไว้ในทุกสถานการณ์ เศร้าในยามที่จำเป็น เน้นที่ความสนุกสนานกับชีวิตและคนรอบตัวจะดีกว่าค่ะ ความร่าเริงสดใส ช่วยให้บรรยากาศที่มัวหมองนั้นสดชื่นขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ แม้ในยามเคร่งเครียด คุณก็ยังสามารถยิ้มสู้กับทุกปัญหาที่เข้ามาได้ รู้จักจัดการกับความรู้สึกไม่ให้หวั่นไหวไปตามสภพแวดล้อม  สดใสได้แม้ในวันที่อะไรมัวหมอง อย่างน้อยก็เป็นการให้กำลังใจตัวเองได้อีกทางหนึ่งค่ะ หันมาเป็นสาวสดใส ที่ไม่มีคำว่าทุกข์ในใจ และเคร่งเครียดกันดีกว่าค่ะ

>> ขอบคุณ ขอโทษ พูดไว้ให้ติดปาก <<

นอกจากคำลงท้าย “คะ”, “ค่ะ” ที่ควรพูดเอาไว้ให้ติดปากแล้ว ขอฝากไว้อีกสักสองคำศักดิ์สิทธิ์ ที่ช่วยให้ทุกเหตุการณ์ดีขึ้น คือคำว่า “ขอบคุณ” กับ “ขอโทษ” ขอบคุณเมื่อเราได้รับสิ่งดีๆ จากใคร ขอบคุณเมื่อมีใครทำอะไรดีๆ ให้เรา ขอบคุณแม้กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะจากแค่คำว่า “ขอบคุณ” สั้นๆ ก็มีความหมายกับผู้ฟังมากมายค่ะ และหากเราทำผิดไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อย ไปจนถึงเรื่องใหญ่โต หลายคนมองว่า คำขอโทษ ไม่มีความหมายและไม่จำเป็น อย่ามัวแต่ถือทิฐิ และไม่พูดคำนี้ออกไป จนทำให้อะไรๆ มันแย่ลงไปอย่างไม่คาดคิด

ถ้าเราทำผิด จงขอโทษ แค่คำนี้คำเดียว อาจทำให้สถานการณ์ที่คุกรุ่น เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้นะคะ พูดสองคำนี้เอาไว้ให้ติดปาก อย่าพูดแค่เป็นมารยาท แต่จงพูดด้วยความรู้สึกที่ดีลงไปด้วย คนฟังจะสัมผัสได้เองค่ะ ว่าเราจริงใจมากน้อยแค่ไหน อย่าปากหนักกับคำพูดสั้นๆ สองคำนี้ แต่ช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นได้อีกเยอะ ขอบคุณ และขอโทษ คำเปลี่ยนชีวิตและเป็นคำที่สร้างอะไรดีๆ ให้กับคุณสาวๆ ได้มากนะคะ

>> อย่าเป็นคนที่เคร่งเครียดตลอดเวลา <<

ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้คนที่มีความเครียดแน่นอนค่ะ ประเภทที่ว่า เจอหน้าทีไร ต้องมีเรื่องเครียดมาให้ได้ยินตลอด เครียดมันไปซะทุกอย่างตั้งแต่เรื่องเท่ามดยันเรื่องเท่าช้าง เครียดได้กับทุกเรื่อง ทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต สาวนักเครียดเหล่านี้ จะไปมีเวลาที่ไหนหาความสุขกันคะ ถ้าไม่อยากอยู่ใกล้ความเครียด ก็อย่าพาตัวเองเข้าไปหามันสิคะ เรื่องบางเรื่อง ปัญหาบางอย่าง เครียดไปก็เท่านั้น เราไปทำอะไรมันไม่ได้ แก้ไขไปตามความสามารถ ทำให้ดีที่สุด จากนั้นจะเป็นอย่างไร มันก็เหนือความคาดเดาค่ะ

อย่าเป็นสาวเครียดตลอดเวลา เจอหน้าก็บูดบึ้งงมีแต่ปัญหาในใจไม่เว้นแต่ละวัน อะไรปล่อยได้ก็ปล่อยไปดีกว่าค่ะ เก็บไว้เครียดไปก็เท่านั้น ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา ไม่ได้ทำให้ปัญหาหมดไป เครียดให้ถูกจังหวะ เครียดให้เหมาะสม เครียดในเรื่องที่ควรเครียด การเรียน การงาน การเงิน เครียดได้ เครียดไป แต่เรื่องเล็กๆ อย่างรอยมดกัด ผมร่วงสองเส้น ไม่ต้องคิดก็ได้มั้งคะ ดูมันไม่น่าจะใช้ปัญหาระดับชาติขนาดนั้น เลิกพฤติกรรมเครียดพร่ำเพื่อ แต่เปลี่ยนมาเป็นสาวที่จัดการกับความเครียดให้เป็นระเบียบจะดีกว่าค่ะ ถ้าเราเองไม่อยากอยู่ใกล้คนที่เครียดตลอดเวลา ก็อย่าทำตัวเป็นคนแบบนั้นเหมือนกันสิคะ

หลายครั้งที่เรื่องบางเรื่อง ปัญหาบางปัญหาไม่ได้หนักหนาอะไรเลย แต่เพียงแค่ว่าเมื่อเรามองสิ่งนั้นในแง่ลบมากไป มองทุกอย่างว่าไม่ดี ก็เหมือนเป็นการตอกย้ำความคิดที่ผิดๆ ให้เกิดขึ้น ความคิดลบ ทำให้เราแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีออกมา ทำให้เรากลายเป็นคนที่นิสัยไม่ดี และนิสัยที่ไม่ดีอาจครอบงำชีวิต มีผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมของเรา เมื่อเรารู้และเข้าใจว่า นิสัยที่ไม่ดีของเรามันเกิดมาจากความคิดในแง่ลบของเราเอง มันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงพของเรา ก็ลองปรับเปลี่ยนความคิด มาเป็นแง่บวก มองอะไรในทางตรงข้าม เชื่อเถอะค่ะ ว่าชีวิตจะดีขึ้นแบบทันตา!!

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เชื่อไหมว่า! ความสุขนั้นหาง่าย…แค่ปลายจมูก

5 4 3 2 1 นับถอยหลัง แล้วเริ่มต้นใช้ชีวิตให้เต็มที่!

เหตุใดคนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยมีความสุขกับชีวิต?

keyboard_arrow_up