การหาความสุขด้วยตนเอง ไม่ซับซ้อน…แต่ได้ผล!

หลายครั้งที่มักจะได้ยินคำถามว่า ความสุขของคนเราอยู่ที่ไหน? ซึ่งก็ไม่เคยมีใครให้คำตอบได้ หรือแม้แต่มีคนออกมาให้นิยามความสุขกันมากมายเราก็ไม่รู้ว่าอันไหนถูกอันไหนผิดใช่มั้ยคะ นั่นอาจเป็นเพราะความสุขเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถวัดได้ว่าใครรู้สึกว่าตัวเองมีความ “สุข” จากอะไร เพราะมันประกอบไปด้วยปัจจัยแวดล้อมหลายๆ อย่างรวมกัน เอาเป็นว่าเรารู้แค่ว่าเราทำอะไรแล้วมีความสุข และทำอะไรแล้วทำให้ความสุขเราหายไปก็พอ เมื่อเรารู้แล้วว่าเราสูญเสียความสุขไปจากหัวใจเราเองเพราะอะไร จะทำให้เราแสวงหาความสุขจากหัวใจของเราให้กลับคืนมาด้วยตัวเราเองได้ง่ายกว่าจริงมั้ยคะ

ความสุขไม่ว่าจะเกิดขึ้นในรูปแบบไหนก็ดีด้วยกันทั้งนั้น บางคนขอแค่เพียงแค่ไม่ทุกข์ ก็สุขได้แล้ว ไม่ต้องไปนั่งหานิยามว่าความหมายของความสุขคืออะไร ไม่ต้องไปไขว่คว้าว่ามันจะมาจากที่ไหน ขอเพียงแค่โอบกอดช่วงเวลาที่เราไม่เป็นทุกข์เอาไว้ให้นานๆ ก็พอ…แต่เชื่อมั้ยคะว่า “ความสุข” หาได้ไม่ยาก ก็แค่ทำหล่นไว้ตรงไหน ก็ไปหาจากตรงนั้นเท่านั้นเองค่ะ

งั้นลองไปดูวิธีฝึกฝนตัวเองให้เป็นคนไม่มีความทุกข์ดูกันดีมั้ยคะ วิธีการเหล่านี้ อาจทำให้เราได้คำตอบว่า เราจะหาความสุขได้จากที่ไหน?

>> ลองเป็นคนธรรมดา อย่าเป็นคนสำคัญ <<

หากเราลองฝึกตังเองให้เป็นคนธรรมดาที่ตัวเล็กๆ เข้าไว้ หมายถึงอย่าให้ความสำคัญกับตัวเองมากจนเกินไป อย่าไปวนไปเวียนมากับความรู้สึกของตัวเองจนเกินเหตุ ลองกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วจะเห็นว่าบนโลกใบนี้ยังมีอะไรอีกมากมายให้เราได้ทำ ให้เราได้สนใจ และได้ใส่ใจ ตัวเราไม่ได้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ดังนั้นอย่าไปให้ความสำคัญกับความรู้สึกตัวเองมากนัก เราอาจจะทำถูกบ้าง ผิดบ้าง ก็ถือซะว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเราก็เป็นเพียงคนๆ หนึ่ง ไม่ได้วิเศษหรือเหนือไปกว่าใคร หากคิดได้แบบนี้ เมื่อทำผิดพลาด หรือผิดหวัง เราจะทำใจได้ว่าใครๆ ก็ผิดพลาดกันได้ ไม่ต้องมานั่งทุกข์อยู่ เอาเวลาไปแก้ไขสิ่งที่พลาด แล้วเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ จะดีกว่าค่ะ

>> หัดเป็นคนสบายๆ อย่าไปบ้ากับความเพอร์เฟค <<  

จงจำเอาไว้ว่าความสมบูรณ์แบบมันไม่มีจริง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามให้เว้นที่ว่างให้ความผิดพลาดบ้างก็ได้ ทุกอย่างไม่จำเป็นต้องไร้ที่ติ ไม่มีใครในโลกนี้ที่ทำอะไรแล้วไม่เคยพลาด ไม่เคยมีใครทำอะไรแล้วไม่มีที่ติ คนที่มี่ที่ติ คือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย พยายามคิดว่าคนเราจะทำผิดบ้าง ถูกบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต เพียงแค่เมื่อผิดพลาดแล้วก็จำเอาไว้เป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้ทำผิดซ้ำอีก เมื่อไม่พลาดซ้ำความทุกข์เดิมๆ ก็ไม่เกิด เท่านี้ก็สุขได้แล้วจริงไหม

>> พูดให้พอดี คิดทุกคำที่พูด <<

การคิดทุกคำก่อนที่จะพูด และอย่าพูดทุกคำในสิ่งที่คิด นั่นคือสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่ง หากอยากใช้ชีวิตแบบสบายๆ มีความสุขในการดำเนินชีวิต ถ้าอะไรที่คิดว่าไม่ดีก็อย่าไปพูดมาก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิดเราไม่สามารถรู้ได้ ทางที่ดีไม่ต้องพูดจะดีกว่า หากไม่มีความจำเป็นจริงๆ ควรนิ่งเอาไว้ ดั่งสุภาษิตโบราณที่มีเอาไว้สอนใจว่า “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” คือเงียบไว้อาจจะดีกว่าพูด ที่สำคัญยิ่งการพูดถึงคนอื่นในทางเสียหายด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ควรทำ เพราะทำไปก็มีแต่จะทำให้จิตใจเราตกต่ำลงไปเรื่อยๆ อารมณ์ก็จะขุ่นมัว อย่าลืมสิว่าคนที่พูดจาไม่ดี แม้ว่าจะดูฉลาดแค่ไหนก็ตาม แต่พูดถึงคนอื่นในทางไม่ดีแล้วล่ะก็ เชื่อเถอะว่าคนๆ นั้นย่อมหาความสุขได้ยาก เพราะใจเค้าไม่สุขนั่นเอง

>> รู้จักธรรมชาติของการใช้ชีวิต สุข ทุกข์ มีเวลาของมัน <<

เวลาเกิดความสุขก็ให้รู้ว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป และเมื่อเวลาเกิดความทุกข์จะได้รู้เช่นกันว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปเช่นกัน คิดเสียว่าไม่มีเรื่องราวหรือเหตุการณ์อะไรอยู่กับเราไปจนวันตาย อย่าไปคิดมากอย่าไปเสียเวลากับบางสิ่งนานเกินไป อย่ายึดติดกับบุคคล อย่ายึดติดกับวัตถุ ไม่มีอะไรอยู่ยั่งยืน ทุกอย่างมีเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา คิดว่ายๆ ก็คือเราต้องหัดเป็นคนที่ปล่อยวางเป็น ทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องง่ายเข้าไว้ แล้วจะสุขใจ ไม่ช้าเราจะสัมผัสได้ว่าความสุขหาได้ไม่ยากเลย

>> เข้าใจชีวิตมนุษย์ว่าต้องถูก “นินทา” <<

“อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน” ประโยคนี้ใช้ได้ตลอดกาล การที่เราถูกคนอื่นพูดถึงในทางที่ไม่ดี หรือเรียกว่าถูกนินทานั้น ให้เราคิดเสียว่าเรายังมีตัวตนบนโลกใบนี้ อย่าลืมสิว่าพระพุทธเจ้ายังถูกนินทาได้เลย นับประสาอะไรกับคนธรรมดาอย่างเราๆ ลองคิดดูดีๆ ว่าถ้าเราห้ามตัวเองไม่ให้นินทาคนอื่นยังไม่ได้ ก็อย่าหวังจะไม่มีใครนินทาเรา ถ้างั้นอะไรที่ไม่ดีก็ทิ้งมันไว้ไม่ต้องไปตีคราคาสร้างคุณค่าให้คำพูดไร้สาระเหล่านั้นของคนอื่น ส่วนตัวเราเองก็ฝึกตนเองไม่ให้นินทาคนอื่นจะดีที่สุด

>> พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ไม่เป็นขี้ข้าของเงิน <<

ความพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี เช่น มีรถยนต์อะไรใช้อยู่ก็พอใจ มีนาฬิกาแบรนด์ไหนก็พอใจ มีเสื้อผ้า มีของใช้ก็จงพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ รู้จักเพียงพอ เมื่อรู้จักพอก็ไม่ต้องไปขวนขวายหาเงินมาซื้อ ชีวิตจะได้มีเวลาทำอะไรมากกว่าการไปหาเงินมาซื้อสิ่งต่างๆ ที่ต้องการ เรารู้ดีว่าการที่จะให้คนเราเลิกเป็นขี้ข้าของเงินเป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุด เพราะเงินคือพระเจ้าตามความเข้าใจ เงินจะบันดาลทุกสิ่งที่เราต้องการได้ อันนั้นก็ไม่ผิดนะคะ แต่อย่าลืมว่าคนเราเกิดมาแล้วก็ตายไป ชีวิตนี้แสนสั้น หากเราหมดเวลาไปกับการหาเงิน ชีวิตทั้งชีวิตของเรา ก็จะเป็นชีวิตที่เกิดมาแล้วตายไปเปล่าๆ เอาแค่พอดี แล้วเอาเวลามาสร้างความสุขด้านอื่นให้ตัวเองบ้างจะดีกว่า

>> ยอมเสียเปรียบคนอื่นเสียบ้าง เป็นเรื่องจำเป็น <<

ใครก็ตามที่ไม่ยอมที่จะเสียเปรียบอะไรเลย เชื่อเถอะว่าไม่ช้าคนๆ นั้นอาจเป็นบ้า หรือเสียสติ เป็นคนที่ไม่มีความสุขในชีวิต เพราะต้องคอยสู้รบกับคนอื่นเพื่อไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบ การยึดมั่นในความถูกต้องจนเกินไปก็ทำให้ใช้ชีวิตยากนะคะ การถูกเอาเปรียบบ้างนิดๆ หน่อยๆ แล้วทำให้ชีวิตเบิกบานขึ้นกว่าการได้เปรียบก็ทำไปเถอะ ลองคิดดูซิว่าวันนี้เราได้ช่วยอะไรใครบ้างหรือยัง เราเสียเปรียบอะไรให้ใครไปบ้าง ถ้าใจตอบว่ายังไม่เคยเสียเปรียบใครเลย ระวังไว้นะคะว่าเราจะหาความสุขได้ยาก

>> เป็นตัวของตัวเอง ไม่หลงไปกับกระแสนิยม <<

ข้อนี้อาจต้องเริ่มจากการรู้จักยับยั้งชั่งใจ มองให้ออกว่าอะไรคือสิ่งจำเป็นในชีวิต ไม่บ้าไปกับกระแสสังคม ใครว่าอะไรดีก็เฮโลตามเค้าไปแบบไม่ลืมหูลืมตา โดยไม่รู้ความต้องการของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่นก่อนที่เราอยากได้อะไรให้ลองถามตัวเองดีๆ ว่าเราอยากได้มาใช้เพราะมันจำเป็นจริง หรือแค่อยากมีเหมือนที่คนอื่นมี อยากซื้อมาใช้หรือซื้อมาโชว์ ถามตัวเองให้ดีๆ แล้วจะรู้คำตอบ ถ้าคิดแล้วว่ามันไม่จำเป็นก็อย่าไปหลงกับสิ่งเหล่านั้นเลย พอใจแค่เท่าที่มีก็พอ

>> หัดยอมรับความจริง และรู้จักยอมรับความผิด <<        

คนเราเมื่อรู้ตัวว่าทำผิดต้องรู้จักที่จะขอโทษ ความผิดไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่การทำผิดแล้วไม่ยอมรับนั่นแหละคือสิ่งน่าอาย และจะส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตเป็นวงกว้างในอนาคต เพราะคนเราหากไม่รู้ตัวเองว่าทำไม่ดี ก็จะไม่ปรับปรุงหรือพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ทำผิดก็คือผิด ยอมรับมันซะ อย่าหลอกตัวเอง อย่าหลอกคนอื่นว่าเราไม่ผิด ยังไงความจริงก็คือความจริงวันยังค่ำค่ะ ผิดแล้วยอมรับ แก้ไข เชื่อเถอะว่าทุกคนจะให้อภัย ตัวเราเองก็สบายใจขึ้นด้วย

การฝึกให้ตัวเองเป็นคนที่มีความสุขแบบง่ายๆ ที่เราแนะนำไปนี้ อาจฟังดูเบสิคมากๆ เลยใช่มั้ยคะ แต่ลองคิดดูดีๆ สิว่า เราทำได้แล้วกี่ข้อ และเหลืออีกกี่ข้อที่ยังทำไม่ได้ ถ้าข้อไหนยังขาดก็ค่อยๆ ฝึกไปนะคะ ไม่ต้องไปขวนขวายหาสิ่งดีๆ ที่ไหน เมื่อเราแสวงหาความสุข เราก็ต้องหาในจุดที่เราได้สูญเสียความสุขไป มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะหาความสุขที่ไนต์คลับ หรือสถานเริงรมย์ต่างๆ  หรือไปหาที่ประเทศนั้นประเทศนี้ หรือไปหาที่คนอื่น หาจากตัวเรา จากความคิดของเรานี่ก่อนเลยค่ะขอให้ทุกคนสนุกกับการหาความสุขให้ตนเองในแบบง่ายๆ ยิ้มทุกวัน สร้างสวนดอกไม้แห่งชีวิตให้สำเร็จกันได้ทุกๆ คนนะคะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ฝึกปรับมุมมองเปลี่ยนความคิด เพราะ ทัศนคติกำหนดชีวิต ได้

เทคนิคการเป็น คนรักที่อ่อนโยน อยู่ด้วยแล้วอบอุ่นใจ

พลังของการอยู่เฉยๆ

 

keyboard_arrow_up