รสชาติของความสุขขนาดกะทัดรัด ของ นรี บุณยเกียรติ

ชีวิตที่ดีสำหรับแต่ละคนคงมีคำนิยามไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนให้คุณค่ากับอะไร บางคนอาจให้คุณค่ากับการมีการงานดี มีชื่อเสียง มีเกียรติยศ เป็นคนเด่นดังในสังคม บางคนให้คุณค่ากับเรื่องมีฐานะ ร่ำรวย บางคนให้คุณค่ากับเรื่องการมีเพื่อนมากมาย มีสังคมที่รักเรามากมาย บางคนให้คุณค่ากับการมีชีวิตที่เป็นอิสระ ทำอะไรก็ได้อย่างที่อยากทำ

“ชีวิตที่ดี ไม่ใช่ชีวิตที่มีแต่สิ่งดีๆ แต่เป็นชีวิตที่ สามารถยอมรับสิ่งที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นได้” ต่างหากค่ะ นี่แหละค่ะ คำกล่าวนี้เองที่ทำให้เราอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับหญิงสาวตัวเล็กๆ แต่แนวคิดของเธอฟังแล้วยิ่งใหญ่ซะเหลือเกิน เหลือเชื่อว่าภาพลักษณ์ภายนอกที่เราเห็น จะตรงกันข้ามกับการใช้ชีวิตและความคิดของเธออย่างมาก

“นรี บุณยเกียรติ” หรือคุณแอ้ม หญิงสาวผู้ปลุกปั้นร้านอาหารไทยขนาดใหญ่อย่าง The Never Ending Summer จนกลายเป็นที่รู้จักกว้างขวาง แล้วเมื่อ 5 ปีที่แล้ว และวันนี้เธอได้ตัดสินใจก้าวมาสู่บทบาทใหม่ด้วยการลงมือทำตามความฝัน ความชอบ ความถนัด บนพื้นฐานของความสุข กับคาเฟ่ขนาดกะทัดรัด ภายใต้ชื่อ YELO’Cafe คาเฟ่รสชาติไม่เหมือนใครที่ซ่อนตัวอยู่ในแกลเลอรี่ชื่อ YELO House ติดคลองแสนแสบ

>> ความเป็นมาก่อนเป็นเจ้าของ YELO’café >>

แอ้มมาเที่ยวที่ YELO House  แล้วรู้สึกชอบบรรยากาศที่นี่ ชอบคนที่ดูชิลๆ  เด็กวัยรุ่น และชาวต่างชาติที่ชอบงานศิลปะ เข้ามาในนี้แล้วน่าอยู่ ช่วงแรกคิดว่าจะทำเป็นร้านอาหารเล็กๆ ไม่ใช่คาเฟ่ ตอนเปิดใหม่ๆ เมื่อเดือนตุลาคม 61 พอทำไปแล้วจึงรู้ว่าคาเฟ่มันตอบโจทย์เราได้มากกว่า เราสามารถจัดการอะไรเองได้ทั้งหมด ทั้งระบบอยู่ที่เราว่าอยากให้ลูกค้าดื่มอะไร จะทำขนมอะไร อยากให้ลูกค้ากินอาหารแบบไหน

คาเฟ่ที่ทำเราทำรูปแบบคาเฟ่ที่ยึดการใช้ชีวิตจริงๆ คือ เราตื่นมาตอนเช้าเรามาเล่นโยคะ เดินมากินกาแฟ ที่นี่รวมไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนจริงๆ ไว้หมด มีร้านหนังสือ มีเพลงที่ชอบฟัง คือทำธุรกิจด้วยและมีความสุข เพื่อนก็มาหาเราได้ตลอดเวลา พื้นที่ขนาดกะทัดรัดไม่ยุ่งไม่วุ่นวายมาก เข้ามานั่งชิล นั่งเล่น นั่งคุยกัน เหมือนเราใช้ชีวิตปกติ ไลฟ์สไตล์ที่เคยทำ แต่ก็ตอบโจทย์เรื่องความอยู่รอด คือมีรายได้เข้ามาด้วย นี่แหละคือความสุข

>> ชีวิตต้องมีความพร้อมขนาดไหน ถึงจะทำแบบนี้ได้ >>  

ไม่เลย ไม่พร้อมอะไรเลยไง เราถึงต้องทำให้มันพร้อม ถ้าพร้อมก็คงไม่ทำอะไรแล้วมั้ง (หัวเราะ) แต่ในอนาคตเราก็มองนะว่าจะทำไงให้ธุรกิจมันโตขึ้น หลายคนอาจจะมองว่าคนที่จะมาทำธุรกิจแบบแอ้มได้ น่าจะต้องมีพื้นฐานครอบครัวที่มีฐานะดี มีเงินเยอะ ถึงจะมาทำอะไรที่ชิลแบบนี้ แอ้มบอกเลยว่าไม่ใช่ เราเคยเป็นมนุษย์เงินเดือนมาก่อน ทำงานหาเลี้ยงตัวเองปกติ บ้านไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก แต่พอเรามาทำตรงนี้เรามีความสุข ได้ใช้ชีวิตแบบที่เราอยากทำ แถมได้ทำธุรกิจในสิ่งที่ชอบ มีเวลาอยู่กับแม่ อยากไปไหนก็ไปได้ ไม่ต้องมีใครมากำหนดเวลาให้ชีวิต เอาจริงๆ ชีวตคนเราก็ต้องการเท่านี้ใช่มั้ยคะ พอแก่ตัวเรื่องสุขภาพสำคัญที่สุด และถ้าสุขภาพแย่เป็นสิ่งที่เราต้องเสียเงินจ่ายมากที่สุด เราก็ทำอะไรที่มันดีต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิตร ดีกว่าเอาเงินไปจ่ายค่ายาให้หมอนะ ว่ามั้ยคะ

>> ชีวิตไม่ต้องสุดโต่ง แต่ให้พอดีในทุกด้าน >>

คาเฟ่ของแอ้มเน้นอาหารที่อร่อยและดี ผลิเตจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เรามีคำตอบให้ลูกค้าได้นะถ้าเค้าบอกว่าอาหารเราแพงกว่าทั่วไป แต่พอเค้ารู้แล้วว่าเราใส่อะไรให้บ้าง แล้วมันดีต่อสุขภาพเค้ายังไง ก็จ่ายง่ายเลยค่ะ เพราะคุ้มกว่าเอาเงินไปให้หมออย่างที่บอกไปนั่นล่ะค่ะ แอ้มคิดว่าอาหารเพื่อสุขภาพ ไม่จำเป็นว่าต้องสุดโต่งแบบคลีนจ๋า กินไปแล้วเหมือนไม่ได้กินอะไรแบบนี้ แอ้มเรียนบัลเล่ต์มา รู้เลยว่าตอนลดน้ำหนักนี่กินอะไรก็กินแบบไม่อิ่ม ไอ้ที่อยากกินก็ต้องระงับไว้จากหมูย่างก็เปลี่ยนเป็นผักย่างแทน รู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์ความสุขของงชีวิต สุขภาพกายดี แต่สุขภาพจิตรอาจเสียได้

>> ทำยังไงให้ได้เที่ยวด้วย และได้เงานกลับมาด้วย >>

อย่างเราทำเกี่ยวกับอาหารใช่มั้ยคะ ก็ศึกษาข้อมูลว่าที่ไหน ท้องถิ่นไหนมีของดี บางทีไปเที่ยวแบบไม่ตั้งใจ เช่น ไปปัตตานีมา ไปกินอาหารแล้วอร่อย ถามว่าเค้าใส่อะไร เค้าบอกใส่เกลือหวาน ก็ไปถามชาวบ้าน เค้าบอกนอกจากเกลือหวานเค้าก็มีกะปิหสานอีก มีนั่นนี่ เยอะแยะ โอ้ย ซื้อสิคะ รออะไร ซื้อมาใช้ในร่นคือดีมาก นี่ก็คิดจะลงไปเที่ยวอีก และคิดว่าน่าจะได้อะไรติดไมติดมือกลับมาให้ร้านแน่ๆ ค่ะ

อย่างมะแขว่นที่เอามาใช้ในอาหารหลายๆ อย่างในร้านนี่ก้ได้มาจากการไปเที่ยวที่จังหวัดน่านมาค่ะ ก็ได้ไปกินอาหารที่ใส่มะแขว่น แล้วรู้สึกว่าอร่อยดี ก็คิดว่าน่าจะเอามาดัดแปลงใส่อาหารของเราได้ ก็ซื้อมาเก็บไว้ เราก็ได้วัตถุดิบจากการไปเที่ยว เราได้ของมาทำขาย ชาวบ้านได้รายได้จากสินค้าที่เราซื้อ และคนกินได้กินของดีมีประโยชน์แบบที่เค้าอาจไม่ค่อยได้กินในชีวิตประจำวัน คือมันดีไปหมดทุกอย่างเลยว่ามั้ย!

>> คาเฟ่ที่เต็มไปด้วยความสนุก >>

ได้รังสรรค์อาหารดีๆ ออกมาในรูปแบบอาหารไทยที่ยังมีเค้าโครงความเป็นไทย แต่มีลูกเล่นสนุกในตัว ที่สำคัญรสชาติคืออร่อยมากแม้วัตถุดิบบางอย่างจะเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านไม่คุ้นลิ้น อาทิ มะแขว่นจากจังหวัดน่านที่ใส่ไว้ในหมูสามชั้นทอดกรอบจานเด็ด คนกินก็เห็นว่าแปลกดี มีการพูดคุย สอบถามกัน จากลูกค้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็กลายเป็นสนิทและคุ้นเคย และเค้าก็จะกลับมาหาเราอีก เพราะมะแขว่นมันอร่อย (หัวเราะ)

แอ้มพยายามจะเติมความเป็นท้องถิ่นลงไปในอาหารทุกเมนู เพราะอย่างที่บอกว่าเราชื่นชอบวัตถุดิบแปลกๆ และของดีจากทั่วฟ้าเมืองไทย เมื่อลองชะโงกเข้าไปในห้องครัวของ YELO’Cafe จะเห็นภาชนะใส่ของดีจากจังหวัดต่างๆ ที่แอ้มสะสมไว้วางเรียงรายเต็มไปหมด และชั้นบนจะมีจานชามที่แอ้มออกแบบเองโชว์ด้วยนะ ตรงนั้นเราออกแบบมาเพราะคิดว่าจากแบบไหนเหมาะกับใส่อาหารแบบไหน จานชามลายไทยสวยแปลกตาบางงชิ้นในร้านซึ่งแอ้มกก็ออกแบบมากับมือค่ะ

>> ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นไทยไม่พึ่งสไตล์ชาติอื่น >>

เราเคยเข้าไปในคาเฟ่ที่อื่น ที่มีความน่ารัก เป็นสไตล์ของเค้าเองเช่นแบบเกาหลีมุ้งมิ้ง แต่มันไม่ตอบโจทย์เราไง เราอยากได้อะไรที่เป็นคาเฟ่ที่มีอาหารแบบปกติ อาหารที่กินง่ายๆ แล้วก็มีความเป็นไทย เข้ามาคือกิน ดื่ม มีอะไรสวยๆ ให้ดู ไม่ได้เข้ามาเพื่อถ่ายรูปอย่างเดียวแล้วออกไปคือ ท้องไม่อิ่ม อยากให้เข้ามาได้ถ่ายรูปแบบที่ขอบ ออกไปก็อิ่มท้องจากอาหารไทยอร่อยๆ ได้ด้วย ถ้าคาเฟ่แบบสวยๆ อาหารไม่ตอบโจทย์ความอิ่ม ลงโซเชียล ไลค์ แชร์ สักพักก็มีกระแสใหม่เข้ามา แล้วก็หายไป มันหวือหวาเราไม่ชอบ เราคิดถึงระยะยาว คนมาแล้วก็กลับมาอีก

จะมาคาเฟ่ทั้งทีก็แค่อยากมานั่งทำงาน มานั่งอ่านหนังสือ มานั่งคุยกับเพื่อน มาหาอะไรกิน มาเจอผู้คนที่มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกัน สังเกตสิว่า เดินเข้ามาคนเดียวก็ได้ ไม่เหมดือนร้านอาหารที่ต้องมากันเป็นกลุ่มเพื่อมากินอาหาร อันนี้สบายๆ ไม่รู้จะไปไหนกก็แวะมานั่งที่คาเฟ่ สั่งกาแฟแก้วนึง จะไม่สั่งอาหารก็ได้ หรือถ้าอยากกินก็สั่ง หามุมนั่งที่ชอบ มันจะมีความน่ารักของตัวเอง

>> ใช้ชีวิตแบบที่ไม่ต้องไปแข่งกับใคร >>  

เรามองคนที่ทำคาเฟ่ คือมีแนวคิดเดียวกัน ที่อยากตอบโจทย์ตัวเอง ตอบโจทย์ความชอบลูกค้าที่ชอบอะไรคล้ายๆ กัน ดังนั้น ทุกคนคือเพื่อนของเรา ช่วยเหลือกัน เพื่อนที่มีกาแฟดี บาริสต้าร์ เจ๋งๆ ก็ส่งกาแฟมาให้ลอง เอาบาริสตาร์มาช่วย      เทรนด์คนของเรา เรามีของที่น่าสนใจก็แนะนำเค้ากลับไป อะไรเวิร์คก็บอกกัน มันไม่ใช่เรื่องการแข่งขันว่าเราต้องดีกว่า รวยกว่า ลูกค้าเยอะกว่า ไม่มีใครรู้สึกว่าไม่แข่งกัน เอื้อเฟื้อ จุนเจือช่วยเหลือกันดีกว่า แล้วเราก็จะมีเพื่อนเยอะขึ้น มีเพื่อนที่มีแนวคิดคล้ายๆ กันเยอะมาก อย่างตอนแรกเราไม่มีปประสบการณ์เรื่องคาเฟ่ เพื่อนเรามีก็มาช่วยเหลือแนะนำว่าต้องตั้งราคาแบบนี้นะ ต้องดูแลลูกค้าแบบนี้ แนะนำ มอบสิ่งดีๆ ให้กัน

>> ความกลัวที่เกิดขึ้นในการทำสิ่งนี้ >>

บอกตรงๆ ว่าเราตั้งเป้าทุกอย่างไว้น้อยมาก เราคาดหวังน้อยไว้ก่อน ตอนแรกรู้สึกว่าที่นี่ดี เราอยากทำ พอทำได้ก็มาดูในเรื่องความพอใจของลูกค้า มีการพูดคุย สอบถาม แล้วเอาไปปรับปรุง ไม่ได้ตั้งเป้าว่า ทำแล้วคนจะต้องพรั่งพรูกันมา เอารายได้หลักแสนต่อวันอะไรขนาดนั้น เราคิดแค่ว่าคนที่มาแล้วเค้ากลับมาอีก พอเราตั้งเป้าทีละน้อย มันก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่สำเร็จ เพราะสิ่งที่หวังมันทำได้ไม่ยากเราเลยไม่กลัว เพราะเราไม่ได้หวังสูง ขยับไปทีละขั้น ทีละน้อย ถ้าเราทำทุกอย่างให้ดี เชื่อสิว่ามันไม่มีทางแย่แน่นอน ถ้าเรามองแล้วว่าที่ทำอยู่มันไม่โอเคก็ปรับปรุงสิ พัฒนาให้ดีขึ้น อย่าไปกลัว อย่าไปกังวล ถ้าเราไม่ได้รู้สึกว่าต้องทำทุกอย่างให้เพอร์เฟค มันต้องมีจุดที่ไม่เพอร์เฟคบ้างปนๆ กันไป ก็แก้ไข ก็เติมเต็มไป ค่อยๆ ทำค่อยๆ คิด ลูกกค้าเค้าชอบเราที่เป็นเรา ถ้าเราทำอาหารเค็มไป เชื่อสิ ว่าเค้าต้องบอก พอเค้าบอกเราก็จำว่าเค้าไม่ชอบเค็ม ครั้งหน้าก็ลดเค็มลง เห็นมั้ยว่ามันไม่ยาก

>> คาเฟ่เล็กๆ ที่ใกล้ชิดลูกค้า >>

บางทีเราไม่เคยรู้จักลูกค้าคนนี้มาก่อนเลยในชีวิต เข้ามาในร้านของเรา อาจเป็นชาวต่างชาติที่มากินอาหาร แล้วเราแนะนำขนมไทยให้เค้า เค้าชออบมากถึงขั้นอยากไปเรียนทำ  ฝรั่งบางคนเค้ากลัวความเผ็ดของอาหารไทยเพราะเค้าเคยไปเจอเผ็ดแบบเกินไป เราก็แนะนำเค้าได้ว่า เรามีเผ็ดแบบหลายระดับ เราอธิบายให้เค้าฟังได้ เพราะเราอยู่กันแค่นี้ไงมันง่าย  ใครอยากเรียนทำอาหาร ชั้นบนเรากีจัดเป็น COOKING CLASE มาเรียนทำขนม ทำอาหารกัน เราก็เหมือนสอนเพื่อนทำขนม เราไปจ่ายตลาด ใครอยากไปดูก็ตามมา เราก็ได้เงินนะ ไม่ใช่ทำฟรี ได้เงิน ได้จ่ายตลาดอยู่แล้ว มันเอื้อกันไปหมดนะแอ้มว่า มันเป็นการใช้ชีวิตจริงๆ บนพื้นฐานของความสุข ในสิ่งที่เราชอบ ชีวิตจะต้องการอะไรมาก

>> แนวคิดการใช้ชีวิต กับธุรกิจที่ลงตัวกับชีวิต >>

เราต้องรู้ก่อนว่าเราชอบหรือไม่ชอบอะไร มันต้องเกิดจากเราเคยลองสิ่งที่ไม่ชอบมาเยอะ มาถึงจุดนึงเราจะรู้ว่านี่แหละเป็นสิ่งที่ชอบเพราะทำแล้วมันดี มันสนุก มันได้อะไรมากกว่าหนึ่ง ตอนเด็กเราอาจเคยโดนมองว่าทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เดี๋ยวทำเดี๋ยวเลิก ซึ่งคนอื่นไม่ได้รู้ว่าเราเลิกเพราะเราไม่ชอบ เรากำลังตามหาสิ่งที่ชอบอยู่ ดังนั้นไม่ต้องไปแคร์ว่าใครจะมองเรายังไง เราแค่รู้ว่าเรามาทำแล้วเราชอบ ก็พอและเดินหน้าทำมันให้ดีที่สุดที่ทำให้ดีไม่ใช่เพราะกลัวคนอื่นว่านะ แต่เราจะทำให้ดีเพระเราชอบทำอยากทำมัน นั่นแหละ แอ้มเชื่อว่าทุกอย่างต้องออกมาดี

>> ฝากเอาไว้ให้คิด >>  

แม้ YELO’Cafe จะอัดแน่นไปด้วยไอเดียสร้างสรรค์และความตั้งใจดี แต่แอ้มก็ไม่เคยหลงลืมว่าสิ่งที่ทำอยู่คือธุรกิจที่ต้องการความอยู่รอด ร้านนี้มีศักยภาพสูงเพราะเราทำแบบใส่ใจจริงๆ แอ้มอย่างที่จะฝากถึงคนที่อ่านตรงนี้นะคะ คือการทำอะไรต้องให้สุดจริงๆ ไม่ชอบจริงๆ นะ ไม่ไหวจริงๆ ถึงจะถอยออกมานะคะ ไม่ใช่ทำไปได้แป๊บเดียวไม่เป็นดั่งใจ หรือคนทำงานแค่เจ้านายดุก็คือไม่ชอบ อันนั้นไม่ใช่นะ เราต้องดูว่าเราโดนดุเพราะอะไร เพราะเราทำผิด ไม่ใช่เค้าเกลียดเรา แล้วเราก็ไม่พอใจก็ลาออก แบบนั้นไม่ถูก เราต้องสนใจแค่ว่าเราทำอะไรอยู่

กำไรสูงสุดไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของการทำคาเฟ่ที่เรารัก สิ่งที่แอ้มใส่ใจที่สุดคือความสุขระหว่างทาง การที่เราสามารถควบคุมทุกอย่างได้ดั่งใจ และการได้เห็นสายสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับผู้คนงอกงาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากจะเจอะเจอในร้านอาหารขนาดใหญ่ และในชีวิตจริงส่วนใหญ่คนจะคิดว่า ไอ้สิ่งที่ชอบมันไม่ได้เงิน ไอ้สิ่งที่ทำแล้วได้เงินเราไม่ได้ชอบ ทำยังไงให้เราทำสิ่งที่ชอบได้ด้วยแล้วได้เงินด้วยให้ได้ ความชอบอย่างเดียวก็ไม่ได้ ได้แต่เงินอย่างเดียวก็ไม่ดี ต้องทำให้มันไปคู่กันให้ได้ ชีวิตต้องบาลานซ์ ฟังคนอื่นได้ แต่ว่าไม่ได้คล้อยตาม เราต้องรู้ตัวเองดีที่สุด ฟังได้แค่เมาคิดแต่ไม่ได้คล้อยตา ไม่เบลอไปกับเค้า เราต้องรู้ว่าเราทำอะไร เราชอบชีวิตแบบไหน แล้วเดินหน้าทำให้ดีที่สุด เมื่อทำให้ดีมันต้องออกมาดีค่ะ

นี่แหละค่ะ ไม่มีอะไรมาก แค่คนที่มีแนวคิดดี เราก็อยากเอาสิ่งที่เราคุยและได้ยินจากเธอมาถ่ายทอดต่อ เพราะเราฟังแล้ว อืม มันดีนะ มันเอาไปปรับใช้กับชีวิตเราได้นะ ชีวิตที่ดีออกแบบได้ด้วยตัวเอง เพราะถ้าลองเปรียบเทียบ คนสองคนเมื่อเจอปัญหา ใช้วิธีการแก้ไขต่างกัน วิธีคิดที่จะทำให้ผ่านทุกอุปสรรคได้ ต้องให้กำลังใจตัวเองก่อน ว่าฉันเป็นคนโชคดี ฉันยังมีครอบครัวที่อบอุ่น มีกัลยาณมิตร การให้กำลังใจตัวเอง จะทำให้มีแรงผลักดันมากยิ่งขึ้น ไม่มัวนั่งเถียงกับปัญหา แล้วจะพบว่า ยังมีทางออกให้ชีวิตได้เจอสิ่งดี ๆ เหมือนเธอคนนี้ค่ะ/รัก

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เลิกซะ! 5 นิสัยที่ทำเพื่อคนอื่น แต่ไม่มีทางทำให้ตัวเองมีความสุขได้

 วิธีสร้างกระดานแห่งความฝัน‬‬

“แพนเค้ก-เขมนิจ” กับครั้งสำคัญของชีวิต กับบทบาทนักธุรกิจ “ความงาม”

keyboard_arrow_up