เรียนรู้เรื่องอารมณ์ที่มีผลกับร่างกาย และควรรู้ไว้ว่าอารมณ์ใดทำให้เกิดโรคใด?

ระดับอารมณ์ของคนเราเป็นตัวบงการสำคัญให้ร่างกายกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกมา ส่งผลไปถึงจิตใจที่มักแปรปรวนเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆ จากอารมณ์หนึ่งไปอีกอารมณ์หนึ่ง เป็นอย่างนี้ไปตลอดวัน ดังนั้นจึงพูดได้ว่าอารมณ์มีผลต่อสมองและร่างกาย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเวลาคนมีอารมณ์ตื่นเต้นตกใจ ร่างกายจะมีพลังมากกว่าปกติ เราคงเคยได้ยินว่าเวลาที่ตกใจเมื่อเกิดไฟไหม้สามารถแบกของหนักออกมาจากบ้านได้ แต่พอเหตุการณ์สงบแล้วแบกของกลับเข้าบ้านไม่ได้ นั่นเป็นเพราะตอนที่มีอารมณ์ตกใจสมอง จะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนที่มีบทบาทในการสั่งให้เลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อมากกว่าที่อื่นนั่นเอง

ในความเป็นจริงถ้าเราตกใจแบบนี้อีก กลไกแบบนี้จะเกิดขึ้นอีก เกิดขึ้นเองโดยเราไม่ต้องสั่ง หรือเกิดขึ้นโดยเราไม่รู้ตัวและเลือกไม่ได้ มันจะเกิดขึ้นเองตามอารมณ์ที่เรามีนั่นหมายความว่าเมื่อไรที่ตกใจ เมื่อนั้นร่างกายจะตอบสนองการตกใจด้วยกลไกแบบนี้เสมอ  ไม่ใช่แค่อารมณ์ตกใจเท่านั้นที่ร่างกายตอบสนอง ร่างกายตอบสนองทุกอารมณ์ที่เรามี แค่ด้วยปฏิกิริยาที่ต่างกัน ดังนั้นอารมณ์นี่ล่ะที่เป็นต้นเหตุให้สมองหลั่งฮอร์โมนตัวใดตัวหนึ่งออกมา และร่างกายแปรเปลี่ยนไปตามที่ฮอร์โมนตัวนั้นควบคุมอยู่

เมื่ออารมณ์เป็รเสมือนตัวการสั่งงานให้สมองสั่งร่างกายให้ทำงานแบบอัตโนมัติ อารมณ์จึงเป็นนายเหนือร่างกาย เราอยากให้ร่างกายแข็งแรงเราต้องมีอารมณ์ที่สั่งให้ร่างกายทำเช่นนั้นได้ การที่เราจะสร้างอารมณ์ใดขึ้นมาได้อย่างใจนั้น เราต้องฝึกหัด ฉะนั้นอยากมีสุขภาพดีเราต้องฝึกจิตให้เข้มแข็ง จะได้ควบคุมอารมณ์ได้ดังใจมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน แต่ไม่มีทางเลือกอื่น เราต้องฝึกหัดไปเรื่อยๆ

>>อารมณ์ใด…ทำให้เกิดโรคใด<<  

อารมณ์ทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองทางร่างกายเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ใด การตอบสนองของร่างกายต่ออารมณ์ต่างชนิดกันจะมีผลกระทบต่ออวัยวะในร่างกายไม่เหมือนกัน การแพทย์แถบเอเชียของเราเรียนรู้เรื่องนี้กันมานานแล้ว และจะได้จัดการสรุปผลที่อารมณ์มีต่อร่างกายอย่างเป็นแบบแผนไว้ ซึ่งการแพทย์แผนจีนเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ถ้าอย่างงั้นเราไปดูกันว่าอารมร์ใดมีผลต่ออวัยวะใดกันบ้าง

อารมณ์โกรธหงุดหงิด ไม่พอใจ

อารมณ์เหล่านี้จะส่งผลต่อร่างกายที่ตับและถุงน้ำดีมากกว่าอวัยวะอื่นๆ ถ้าเรามีอารมร์แบบนี้เป็นประจำ ตับและถุงน้ำดีจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร ทำให้เกิดโรคตับขึ้นได้ เมื่อตับเสื่อมเร็ว สุขภาพทั้งร่างกายจะเสียไปด้วยทั้งหมด เพราะตับเป็นอวัยวะที่สำคัญในการย่อยอาหารและล้างพิษ ถ้าตับทำงานไม่ได้ ร่างกายก็อยู่ไม่ได้ คนไข้ที่เป็นโรคตับจึงต้องแก้ไขรักษาด้วยการลดความโกรธ หงุดหงิดต่างๆ ลงด้วย นี่คือการรักษาโรคโดยคำนึงถึงภาวะอารมณ์ควบคู่กันไป เมื่อคนไข้แก้ไขอารมณ์ของตัวเองได้มากขึ้น ก้เท่ากับลดต้นเหตุใหม่ที่จะเกิดกับตับได้ โรคตับก็จะดีขึ้น

อารมณ์เศร้าโศก เสียใจ

อารมณ์นี้มีผลต่อปอดและลำไส้ใหญ่โดยตรง ลักษณะการตอบสนองก็เช่นเดียวกับโรคตับ คือทำให้ปอดและลำไส้ใหญ่เสื่อมสภาพเร็วขึ้น และเกิดโรคภัยตามมา เราจึงต้องรักษาโรคด้วยอารมณ์ด้วย

อารมณ์วิตกกังวล กลุ้มใจ

อารมณ์นี้มีผลต่อกระพาะอาหารและม้าม และอาจเป็นโรคเดียวในปัจจุบันที่การแพทย์แผนปัจจุบันยอมรับว่าเกี่ยวข้องกับอารมณ์ แพทย์จะแนะนำคนไข้โรคกระเพาะไม่ให้เครียดและผ่อนคลายความเครียด ไม่เช่นนั้นกรดในกระเพาะจะหลั่งออกมามาก ทำให้เกิดแผลในกระเพาะได้ ที่จริงทุกครั้งที่เรามีความวิตกกังวลร่างกายจะตอบสนองด้วยการหลั่งกรดเข้มข้นออกมาทุกครั้งเช่นกัน ธรรมชาติเป็นอย่างนั้นเอง โรคอื่นๆ ก็อธิบายเช่นเดียวกันนี่แหละค่ะ

อารมณ์กลัว ประหม่า ไม่มั่นใจ   

อารมณ์นี้มีผลต่อไตและกระเพาะปัสสาวะ เราคงเคยได้ยินสำนวนที่พูดกันว่า “กลัวจนฉี่ราด” นั่นเพราะการำงานของไตและกระเพาะปัสสาวะจะผิดปกติไปเมื่อเกิดอารมณ์กลัว จึงไม่สามารถควบคุมฉี่ได้เหมือนเดิม นี่ก็เป็นธรรมชาติอีกเช่นกัน ดัพงนั้นเชื่อเถอะว่าอารมร์มีผลต่ออวัยวะของเราแน่ๆ

อารมณ์ดีใจมาก ตื่นเต้น

อารมร์ที่รุนแรงนี้จะมีผลทำให้หัวใจและลำไว้เล้กทำงานไม่สมบูรณ์ สำนวนที่ว่า “ดีใจจนช็อก” เป็นตัวอย่างที่ดี หัวใจหยุดเต้นได้ฉับพลันถ้าเกิดอารมณ์ตื่นเต้นมากเกินไป อารมณ์เหล่านี้จึงต้องนำมาพิจารณาในการรักษาคนไข้ด้วยเสมอ

>>อ่านต่อหน้าถัดไป<< 

keyboard_arrow_up