รู้ให้ลึก! กับอาการท้องเสีย ท้องร่วง ใครที่เป็นบ่อยยิ่งควรต้องรู้

อาการท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน เป็นอาการเดียวกันแต่อาจเรียกได้หลายชื่อ เป็นการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ อาจเกิดขึ้นจากสาเหตุหลักๆ จากการรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด หรือรับประทานอาหาร เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด อาหารหมักดองที่อาจปนเปื้อน เชื้อโรคที่ทำให้ท้องเสีย อุจจาระร่วง หรือพูดง่ายๆ คือร่างกายเกิดความผิดปกติในการถ่ายอุจจาระ ตามปกติ ซึ่งแต่ละคนจะมีจำนวนครั้งของการถ่ายอุจจาระในแต่ละวันไม่เท่ากัน บางคนอาจจะถ่ายวันละ 2 – 3 ครั้ง ในขณะที่บางคน 2 – 3 วันจึงจะถ่ายสักครั้ง ท้องเสียจะมีอาการถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำที่บ่อยขึ้น อาจจะมากกว่า 3 ครั้งใน 1 วัน

โดยอาการนำของการเกิดท้องเสียก็คือ ลำไส้จะมีการเคลื่อนไหวหรือบีบตัวอย่างมาก ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ถ่ายง่าย และอ่อนเพลียเมื่อมีการถ่ายบ่อยครั้งขึ้น

ผู้อ่านที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจเกิดคำถามว่าแล้วถ่ายอุจจาระเหลวกี่ครั้ง จึงควรไปหาหมอ หรือควรไปโรงพยาบาล ในกรณีนี้อาจจะต้องดูว่าอาหารถ่ายเหลวที่บอกนั้นมีอาการปวดท้องด้วย คาดว่าอาหารเป็นพิษ บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย หากสิ่งที่ถ่ายออกมาเป็นพิษหรือเรียกแบบบ้านๆ ว่าผิดสำแดง ออกจนหมดใน 1-2 ครั้ง อาการถ่ายเหลวจะหยุด อาการเช่นนี้มักไม่เกี่ยวกับเชื้อโรค ที่ก่อให้เกิดอาการอุจจาระร่วง เช่น อหิวาตกโรค ไทฟอยด์ เป็นต้น

แต่ถ้าอาการถ่ายเหลว อาจถ่ายเป็นน้ำไหลโจ๊กถึง 3 ครั้ง โดยอาจติดเชื้อโรค ขอให้รีบไปโรงพยาบาลด่วนๆ เลยค่ะ เพราะถ่ายเป็นน้ำออกจากร่างกายมาก ร่างกายจะเสียน้ำและเกลือแร่ ต้องรีบไปหาหมอเพื่อรับน้ำเกลือแร่เพิ่ม พร้อมทั้งรับประทานยาฆ่าเชื้อในลำไส้ด้วย ซึ่งแพทย์จะทราบว่าคุณเป็นโรคอะไร ติดเชื้ออะไร จากการนำอุจจาระไปตรวจหาเชื้อและจากการตรวจอาการค่ะ

สิ่งที่ต้องพึงระวังจากอาการท้องเดิน อุจจาระร่วง

อาการอุจจาระร่วงมักเกิดจากอาหารการกิน ต้องเลือกรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีกลิ่นบูด หรือเป็นอาหารที่ค้างคืน หรือมีเชื้อโรคปนเปื้อน ทำให้ท้องเดินไม่หยุด ที่สำคัญต้องสะอาด โดยเฉพาะถ้าเป็นผักดิบ ผักสด อาหารดิบๆ สุกๆ มักก่อให้เกิดอาการท้องเดิน อุจจาระร่วง ผักสด ผลไม้ ควรล้างน้ำก๊อกเพื่อไล่หรือชะล้างให้เชื้อโรค สารเคมีตกค้าง และสิ่งสกปรกที่อาจติดอยู่ในผักสด ผลไม้ ให้หลุดออกไปโดยความแรงของน้ำจากนั้นควรแช่ในน้ำสะอาด อีกประมาณครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ก่อนที่จะนำมารับประทานดิบๆ

นอกจากนี้ความสะอาดของมือผู้ปรุงอาหาร เสื้อผ้า ร่างกายของคนทำครัว รวมถึงภาชนะใส่อาหาร เป็นปัจจัยที่ต้องรักษาความสะอาด ผึ่งแดด หรือลวกด้วยน้ำเดือดๆ ให้แห้งก่อนเก็บเข้าตู้เพื่อใช้ต่อไป อยากบอกทุกคนว่าคนที่เป็นคนปรุงอาหารในครัว หรือการขนย้ายอาหารทุกอย่าง ควรมีการตรวจร่างกายบ่อยๆ ตรวจเชื้อในจมูก ลำคอ อุจจาระเป็นประจำทุกคน อย่างน้อยทุก 6 เดือน ไม่ควนนานๆ แบบปีละครั้ง เพราะทุกคนเป็นพาหะนำเชื้อโรคมาสู่คนอื่นได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น โรคตับอักเสบ โรคไทฟอยส์ เป็นต้น โดยอาจจะไม่แสดงอาการ แต่สามารถติดต่อไปในอาหารการกิน เครื่องดื่มที่ปรุงจากคนที่เป็นไปสู่ผู้ที่รับประทานได้ค่ะ

อีกสิ่งที่ต้องระวังให้ดีคือพวกสัตว์ แมลงในบ้าน เช่น หนู แมลงสาบ จิ้งจก มด แมลงวัน ต้องกำจัดให้หมดไป โดยเฉพาะในครัวและห้องอาหาร อาหารทุกจาน ที่อยู่ในภาชนะควรมีฝาปิด ถ้าเป็นจานชามควรมีฝาชีครอบ เพื่อป้องกันสัตว์และแมลงเหล่านั้นมาทำให้อาหารสกปรก มีเชื้อโรค ที่จะนำโรคมาสู่คนได้อย่างที่เรารู้ๆ กันดีนั่นล่ะค่ะ

>>อ่านต่อหน้าถัดไป<< 

keyboard_arrow_up