เป็นแผล หายช้า น่าเบื่อ…คุณรู้หรือไม่ว่า เกิดจากอะไร?

“รำคาญจังเวลาเป็นแผล หายช้า น่าเบื่อ” ประโยคนี้หลายคนคงเคยประสบพบเจอกันแน่นอน ไม่มีใครหรอกค่ะที่จะอยากเป็น “แผล” เพราะเป็นแล้วแน่นอนต้องเจ็บปวด ไม่มากก็น้อย เมื่อแผลหาย ก็ทิ้งร่องรอยเอาไว้ให้ดูต่างหน้าที่เราเรียกกันว่า “แผลเป็น” ไว้อีกต่างหาก ซึ่งบาดแผลที่พบในปัจจุบันมีทั้งแผลเรื้อรังและแผลเฉียบพลัน สำหรับแผลเฉียบพลันจะหายได้เร็ว ใช้เวลารักษาไม่นาน แต่สำหรับบาดแผลเรื้อรังเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะการรักษาอย่างถูกวิธีมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้แผลเรื้อรังหายได้เร็วยิ่งขึ้น

วันนี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “แผล” กันดีกว่าค่ะ มาสำรวจตัวเองกันว่าในร่างกายเราตอนนี้มีแผลกี่แห่ง หรือถ้าใครไม่มีแผลเลยก็ถือว่าโชคดีไป หมั่นดูแลตัวเองดีๆ เพราะเป็นแผลทั้งทีมันไม่สนุกเลยจริงๆ การมีแผลอยู่ที่ผิวหนัง ทั้งเจ็บ และมีอันตรายหากดูแลไม่ดี บางทีแผลเล็กๆ อาจลามลึกไปถึงชั้นกล้ามเนื้อได้ ไปดูกันค่ะว่าเรื่องแผลๆ นั้นมีอะไรบ้าง

การมีแผลจะใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับความรุนแรงจากการบาดเจ็บ ซึ่งการหายของแผลก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของบาดแผลนั้นด้วย อย่างแผลถลอกก็จะดูแลรักษาง่าย โดยขั้นแรกแค่ล้างสิ่งสกปรก หรือเศษดิน ออกจากแผลเสียก่อน จากนั้นล้างด้วยน้ำสบู่ เช็ดให้แห้งด้วยผ้าก็อซหรือสำลีที่ทำการฆ่าเชื้อแล้ว จากนั้นใช้ยาทาแผล เช่น เบทาดีนทาบริเวณแผลที่ถลอก ที่สำคัญอย่าให้แผลถูกน้ำซ้ำๆ จะทำให้แผลแฉะ แผลจะหายช้า หรือเน่าเปื่อยได้ง่าย

แผลที่ลึกลงไปจนถึงกล้ามเนื้อ

สาเหตุจากการได้รับของมีคมบาดหรือได้รับการกระแทกอย่างแรง จนเป็นแผลฉีกขาด แผลชนิดนี้จะต้องได้รับการรักษาด้วยการเย็บบาดแผลที่โรงพยาบาล ถ้าหากแผลกว้าง มีเลือดออกมาก อาจต้องเย็บเส้นเลือดและเย็บปิดปากแผล

แผลเย็บเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นแผลที่สะอาด เพราะไม่ได้ติดเชื้อโรคจนทำให้ผิวหนังแตกเป็นแผล การดูแลรักษาแผลเย็บเหล่านี้จะต้องได้รับการดูแลหรือขอคำแนะนำ จากโรงพยาบาล หรือสถานบริการสุขภาพใกล้บ้าน หากต้องการดูแลรักษาแผลเย็บเองย่อมทำได้ที่บ้าน แต่ต้องใช้วัสดุทำแผลที่สะอาด ปราศจากเชื้อโรค แผบจะติดดี ด้วยระยะเวลาประมาณ 5-7 วัน แต่ทั้งนี้ก็ต้องแล้วแต่บริเวณที่เป็นแผลด้วย เช่น หากมีแผลเย็บ บริเวณขา เท้า แต่ต้องเคลื่อนไหวเดินทุกวัน อาจมีผลทำให้แผลหายช้า อาจนานเป็น 10 วัน ทั้งนี้โรงพยาบาลหรือสถานบริการสุขภาพจะเป็นผู้ตัดสินใจตัดไหม เมื่อเห็นว่าแผลติดดีเรียบร้อยแล้ว แผลอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า แผลไม่สะอาด

แผลที่สะอาด และแผลที่ไม่สะอาด

ที่เกิดจากการเป็นฝี มีหนอง มีการอักเสบของผิวหนัง จนทำให้ผิวหนังแตกแยกเป็นแผล ถ้าเป็นมากแผลลึกเป็นโพรง มีน้ำเลือดน้ำหนองด้วย จะรักษาค่อนข้างหายช้า แผลชนิดนี้จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด อาจจะต้องทำแผลวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ใช้น้ำยา หรือยาปฏิชีวนะ(ยาฆ่าเชื้อในแผล) เช่น ยาเหลือง ใส่แผลหลังจากการชะล้างด้วยน้ำยาเดือด (กรณีมีหนอง) หรือล้างเช็ดด้วยน้ำเกลือสำหรับล้างแผล หากไม่มีอาจใช้น้ำกลั่น หรือน้ำสะอาดเช็ดแผล จากนั้นจึงใส่ยาฆ่าเชื้อโรคในแผล เมื่อแผลไม่มีหนองแล้วจะเห็นว่าแผลจะแดงไม่ซีดขาวหรือมีสีคล้ำดำ แสดงว่าแผลเริ่มจะหาย เนื้อเยื่อในแผลจะงอกมาเต็มรูโพรงของแผล จนกระทั่งแผลหายสนิทเป็นผิวหนังปกติ นั่นหมายถึงว่าแผลที่ไม่สะอาดนี้ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ทำให้ผิวหนังกลับคืนสู่สภาวะปกติ ที่เรียกว่าแผลหายเร็ว

>>อ่านต่อหน้าถัดไป<<

keyboard_arrow_up