อาการบอกโรคระบบทางเดินอาหารเป็นสิ่งที่เราไม่ควรนิ่งนอนใจ!

อวัยวะภายในช่องท้อง ทุกส่วนล้วนเป็นอวัยวะภายในที่สำคัญ เริ่มตั้งแต่ที่เรารับประทานเข้าไป รวมทั้งย่อยและขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย เมื่อใดก็ตามที่อวัยวะเหล่านี้ทำงานผิดปกติ ย่อมส่งสัญญาณเตือนอันตรายออกมา ดังนั้นหากเรามีอาการผิดปกติในช่องท้องอย่านิ่งนอนใจ เพราะแม้ว่าอาการปวดเพียงเล็กน้อยก็อาจมีภาวะผิดปกติอย่างร้ายแรงที่เราคาดไม่ถึงก็เป็นได้

เราลองไปดูกันว่าโรคที่พบบ่อยในระบบทางเดินที่มักเกิดขึ้นกับคนเราบ่อยๆ เรียกว่าเป็น TOP 5 โรคระบบทางเดินอาหาร มีดังนี้

>> โรคกระเพาะอาหาร <<

จะมีอาการแสดงออกมาในลักษณะของ การปวดจุกแน่นใต้ลิ้นปี่ เหนือสะดือ ปวดใต้ชายโครงซ้าย บางรายปวดแน่นถึงหน้าอก อาการมักเป็นๆ หายๆ และสัมพันธ์กับมื้ออาหาร อาจปวดก่อนทานอาหารในเวลาหิว หรือปวดหลังอาหารเวลาอิ่ม อาการเหล่านี้จะดีขึ้นได้เมื่อรับประทานอาหาร หากโรคนี้รุนแรงขึ้นอาจมีอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ หรือเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร คือเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อได้จากการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาดปนเชื้อโรคชนิดนี้ ทำให้เกิดแผลกระเพาะอาหาร การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ทำให้อัตราการเป็นแผลในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น แผลหายช้า หรือเป็นเรื้อรังได้ง่าย ส่งผลให้ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาไม่ดีนัก , ภาวะเครียด รับประทานอาหารเผ็ด หรือไม่ตรงเวลา, ติดเชื้อทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ

อาการปวดท้องที่ควรพบแพทย์ทันที หากผู้ป่วยที่มีอาการปวด จุก แน่นท้อง จุกเสียด แสบท้อง มานานไม่เกิน 2 สัปดาห์ สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้น คือรับประทานยาลดกรดในกระเพาะอาหาร งดบุหรี่ งดเหล้า งดอาหารรสเผ็ด รับประทานอาหารให้ตรงเวลา ออกกำลังกาย และงดกินยาแก้ปวดข้อ ปวดกระดูกโดยไม่จำเป็น

>> โรคกรดไหลย้อน <<

เป็นภาวะที่กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนมาในหลอดอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร ผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอก และลิ้นปี่ บางครั้งอาจจะร้าวไปที่คอ  รู้สึกว่ามีก้อนอยู่ในคอ กลืนลำบาก หรือกลืนแล้วเจ็บ มีอาการเจ็บคอ หรือแสบลิ้นเรื้อรัง โดยเฉพาะในตอนเช้ารู้สึกเหมือนมีรสขมของน้ำดี หรือมีรสเปรี้ยวของกรดในคอ หรือปาก มีเสมหะอยู่ในคอ หรือระคายคอตลอดเวลา เรอบ่อย คลื่นไส้ และรู้สึกจุกแน่นอยู่ในหน้าอก คล้ายอาหารไม่ย่อย หากอาการรุนแรงอาจส่งผลให้เสียงแหบเรื้อรัง หรือแหบเฉพาะตอนเช้า หรือมีเสียงผิดปกติจากเดิม มีอาการไอเรื้อรัง รู้สึกสำลักในเวลากลางคืน กระแอม ไอบ่อย  มีอาการหอบหืดที่แย่ลงทุกวัน เจ็บหน้าอก รวมถึงเป็นโรคปอดอักเสบเป็นๆ หายๆ พฤติกรรมที่เสี่ยงเป็นกรดไหลย้อน เช่น ดื่มสุรา อ้วน สูบบุหรี่ ชอบทานอาหารรสเปรี้ยว เผ็ด อาหารมักดอง อาหารมัน อาหารย่อยยาก ทานอาหารมากจนอิ่มเกินไป ชอบทานช็อกโกแลต กาแฟ น้ำอัดลม เครียด ชอบอาหารมัน ของทอด ชอบทานหอม กระเทียม และมะเขือเทศ

ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเยอะ ก่อนอื่นต้องทำการลดน้ำหนักก่อน เพราะคนอ้วนจะมีความดันในช่องท้องสูง ทำให้กรดไหลย้อนได้มาก งดบุหรี่ งดอาหารมันๆ อาหารทอด อาหารที่ปรุงด้วยหัวหอม กระเทียม มะเขือเทศ ช็อกโกแลต ถั่ว ลูกอม เนย ไข่ อาหารรสเผ็ด เปรี้ยว เค็มจัด รับประทานอาหารพออิ่ม หลีกเลี่ยงชา กาแฟ น้ำอัดลม เบียร์ สุรา ควรเข้านอน หรือเอนกายหลังจากรับประทานอาหารไปแล้วอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ผ่อนคลายความเครียด

>> ท้องเสีย อุจจาระร่วง <<

มีอาการการถ่ายอุจาระเหลว หรือเป็นน้ำ มากกว่า 3 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายเหลวมีเลือดปนเพียง 1 ครั้งใน 24 ชั่วโมง โดยทั่วไปอาการท้องร่วงมักหายได้เองใน 2-3 วันโดยที่ไม่ต้องรักษา หากเป็นนานกว่านั้นควรมาพบแพทย์ ผู้ป่วยโรคท้องร่วงจะมีอาการ แน่นท้อง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และถ่ายบ่อย โรคท้องร่วงถ้าเป็นนานกว่า 3 สัปดาห์เรียกว่าเรื้อรัง ถ้าหายภายใน 3 สัปดาห์เรียกท้องร่วงเฉียบพลัน โดยมากเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อไวรัสสาเหตุของอาการท้องเสีย อุจจาระร่วงที่พบบ่อยๆ คือ การติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารและน้ำที่ไม่สะอาด ได้แก่ เชื้อบิดไม่มีตัว ไข้ไทฟอยด์ ที่มาจากเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อไวรัส การติดเชื้อพยาธิ แพ้อาหาร และนม ลำไส้มีการอักเสบ

>>อ่านต่อหน้าถัดไป<< 

keyboard_arrow_up