อาการบอกโรคระบบทางเดินอาหารเป็นสิ่งที่เราไม่ควรนิ่งนอนใจ!

พูดถึง “ระบบทางเดินอาหาร” ในร่างกายของคนเรา เป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างมาก เคยมีคนเปรียบเอาไว้ว่าระบบทางเดินอาหารเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ในชีวิตความเป็นอยู่ของคนเรา ที่มีครัวแล้วมีแม่บ้านไปคอยจ่ายตลาดซื้อกับข้าวมาทำอาหาร แม่บ้านหรือแม่ครัวก็จะทำการปรุงอาหาร แล้วสมาชิกในครอบครัวก็กิน ส่วนกากอาหารหรือเศษอาหารที่เหลือก็นำไปทิ้งลงในถังขยะ เพื่อให้เทศบาลนำไปกำจัดทิ้งต่อไป

ระบบทางเดินอาหารปกติของคนเราปกติก็จะประกอบไปด้วยปาก ซึ่งรวมทั้งอวัยวะภายในช่องปาก เช่นฟันและลิ้น เป็นต้น ต่อจากปากก็จะเป็นหลอดอาหาร ซึ่งส่วนปลายของหลอดอาหารจะติดต่อกับส่วนของระบบทางเดินอาหารที่อยู่ในช่องท้อง ซึ่งได้แก่ กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่และสุดท้ายก็คือทวารหนัก นอกจากนี้ไส้ติ่งก็อยู่ในช่องท้องเช่นเดียวกันโดยอยู่บริเวณส่วนต้นของลำไส้ใหญ่

ส่วนต่างๆ ของระบบทางเดินอาหาร  

ปากและฟัน : จะทำหน้าที่รับอาหารและบดเคี้ยวอาหารให้ละเอียด ต่อจากนั้นอาหารจะถูกส่งผ่านเข้าสู่หลอดอาหาร และเมื่อมาถึงกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ย่อยอาหารให้เป็นโมเลกุลที่เล็กลงไปอีก

ช่องปาก:  ภายในประกอบด้วย ฟัน ที่มีหน้าที่ในการบดเคี้ยวอาหาร ลิ้น มีหน้าที่ในการคลุกเคล้าอาหาร และต่อมน้ำลายที่สำคัญ 3 คู่ คือ ต่อมน้ำลายใต้หู ต่อมน้ำลายใต้โคนลิ้น และต่อมน้ำลายใต้ฟันกรามล่าง ต่อมน้ำลายมีหน้าที่ในการสร้างน้ำลายออกมา โดยในน้ำลายนั้นประกอบไปด้วย น้ำ กับ น้ำย่อยอะมัยเลส ซึ่งมีผลต่อการย่อยอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตเป็นน้ำตาลโมเลกุลคู่

หลอดอาหาร : ประกอบขึ้นด้วยกล้ามเนื้อเรียบที่สามารถบีบตัวเป็นจังหวะในขณะที่อาหารผ่านลงมา ในทางเดินอาหารส่วนนี้ไม่มีการสร้างน้ำย่อยออกมา แต่มีการหลั่งสารเมือกช่วยหล่อลื่น ระหว่างกลืนอาหารก้อนอาหารจะถูกผลักผ่านหลอดอาหารอย่างเร็ว โดยการหดตัวอย่างแรง ในคน และสุนัขจะกินเวลา 4-5 วินาที ถ้าอาหารไม่ผ่านไปในการหดตัวครั้งแรกจะมีการหดตัวครั้งที่ 2 โดยการกระตุ้นจากอาหารที่ค้างอยู่ทำให้เกิดการยืดตัวของผนังท่อ การหดตัวครั้งที่ 2 นี้จะผลักอาหารสู่กระเพาะอาหารได้

กระเพาะอาหาร : ประกอบขึ้นด้วยกล้ามเนื้อเรียบที่อัดกันหนามาก ด้านในมีลักษณะเป็นสันช่วยในการบดอาหารให้มีขนาดเล็กลงอีก การเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารถูกควบคุมโดยระบบประสาท และฮอร์โมน พบว่ามีฮอร์โมนหลายชนิดมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหาร

ลำไส้เล็ก:  เป็นทางเดินอาหารส่วนที่ยาวมาก ที่ผนังลำไส้เล็กสามารถสร้างน้ำย่อยขึ้นมาได้ ซึ่งมีหลายชนิด ลำไส้เล็กยาวทั้งสิ้นประมาณ 3.5 เท่าของความยาวของร่างกาย ดังนั้นจะยาวประมาณ 6 เมตร ลำไส้เล็กเป็นบริเวณที่เกิดการย่อยระยะสุดท้ายด้วยเอนไซม์และเป็นที่ซึ่งอาหารมีขนาดเล็กพร้อมที่จะถูกดูดซึม การดูดซึมและการย่อยด้วยเอนไซม์ส่วนใหญ่เกิดที่ผิวของเซลล์เยื่อบุ ถ้าเราดูที่พื้นที่ผิวของลำไส้เล็กด้วยตาเปล่าจะพบว่ามีพื้นที่เพียงครึ่งตารางเมตร แต่พบว่าพื้นที่ผิวสำหรับการดูดซึมจะมากถึง 250 ตารางเมตร ซึ่งเท่ากับสนามเทนนิสหนึ่งสนาม

ลำไส้ใหญ่ :  เป็นทางเดินอาหารส่วนสุดท้าย ซึ่งไม่มีการย่อยเกิดขึ้น จึงทำหน้าที่ในด้านการดูดซึมน้ำ เกลือแร่ และวิตามินบางชนิด ในระหว่างมื้ออาหารลำไส้ใหญ่จะไม่มีการเคลื่อนไหว แต่หลังจากมื้ออาหารจะพบการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นจากสัญญาณอันเป็นผลจากการที่มีอาหารพวกไขมันที่ส่วนต้นๆ ของลำไส้เล็ก และการที่ลำไส้ใหญ่เองถูกยืดออกจากการมีกากอาหาร ก็เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหว คนเราสามารถบังคับการขับถ่ายได้โดยควบคุมกล้ามเนื้อหูรูดทวารชั้นนอกไม่ให้คลายตัว และกล้ามเนื้อหูรูดทวารชั้นในหดตัว เมื่อมีอาหารใหม่ผ่านเข้ามาก็จะเกิดการกระตุ้นที่ลำไส้ตรงอีกครั้ง

การที่จะทำให้การทำงานของระบบทางเดินอาหารเป็นไปได้ตามปกติ ท่านจะต้องเอาใจใส่ดูแลให้ส่วนต่างๆ ของระบบทางเดินอาหารได้ทำงานตามปกติ โดยหมั่นตรวจสอบสุขภาพปาก และฟัน รับประทานอาหารให้เป็นเวลา ไม่รับประทานอาหารที่จะมีผลเสียต่อทางเดินอาหารส่วนต่างๆ เช่น ไม่รับประทาน อาหารเผ็ด อาหารรสจัด อาหารที่มีสารพิษหรือสารก่อมะเร็งปนเปื้อน รับประทานอาหารประเภทผัก ผลไม้ และประเภทที่มีกากใยเพียงพอ ที่จะทำให้การขับถ่ายเป็นไปได้ตามปกติและเชื่อกันว่า อาหารที่มีกากใยมากจะช่วยทำให้สารพิษหรือสารก่อมะเร็งทั้งหลายที่ปนกับอาหาร ได้ถูกขับออกมาได้เร็วขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งในร่างกาย ได้น้อยกว่าคนที่รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย

>>อ่านต่อหน้าถัดไป<< 

keyboard_arrow_up