ตามดูเคล็ดลับดูแลความสวยหน้าร้อน… เรื่อง “ฝ้า” ที่เป็นแล้วหายยาก แต่ป้องกันได้ถ้ารู้วิธี

Alternative Textaccount_circle
event

ยาคุมกำเนิด ทำให้เกิดรอยฝ้ายาคุมกำเนิด จะมีปริมาณฮอร์โมนที่มากเกินสมควร ทำให้ร่างกายได้รับฮอร์โมนมากขึ้น จนเกิดรอยฝ้าตามมาตามส่วนต่างๆของใบหน้า หากคุณจำเป็นต้อนทานยาคุม ควรเลือกทานยาคุมที่มีระดับฮอร์โมนต่ำ โดยดูที่ฉลากข้างแผง หรือหากไม่แน่ใจควรถามผู้เชี่ยวชาญเพื่อแนะนำยาคุมกำเนิดในระดับปริมาณฮอร์โมนที่เหมาะสม จะสามารถช่วยลดอาการเกิดฝ้าได้

แต่ในกรณีที่เราได้ทำการป้องกันฝ้าอย่างดีแล้ว ฝ้าเจ้ากรรมก็ยังไม่วายมาเยือนผิวหน้า อาจต้องใช้วิธีการเหล่านี้เข้าช่วยค่ะ นั่นก็คือ

  • การรักษาด้วยยาทา

โดยส่วนใหญ่แพทย์มักสั่งยาที่มีส่วนประกอบของ กรดวิตามินเอ(Retinoic acid) ทรานีซามิก(Tranexamic acid) หรือไฮโดรควิโนน(Hydroquinone) เนื่องจากมีฤทธิ์ทำให้ผิวขาว และลดอาการอักเสบใต้ผิวหนัง แต่ยากลุ่มนี้มักก่อให้เกิดการระคายเคืองจึงต้องใช้ในปริมาณน้อยและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

  • การลอกผิวด้วยสารเคมี

วิธีนี้เหมาะกับฝ้าลึก และเป็นวิธีที่ต้องทำโดยแพทย์ผิวหนังเท่านั้น โดยแพทย์จะใช้กรดไตรครอโรอะซิตริก(Trichloroacetic acid) วิธีนี้สามารถพบอาการแทรกซ้อนหลักการทำ ทั้งด้านการติดเชื้อและแผลรอยดำ ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และบำรุงด้วยครีมที่เหมาะสม

  • การใช้เลเซอร์/แสง IPL

ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านเลเซอร์ที่สามารถรักษาโรคของเม็ดสีผิดปกติ ทำให้ฝ้าดูจางลงอย่างรวดเร็วกว่าการทายา และลดผลข้างเคียงจากการรักษาฝ้าด้วยวิธีอื่น อาทิ การรักษาด้วย IPL (Intense Pulsed Light) เป็นการใช้คลื่นความถี่ของแสงยิงลงบริเวณที่เกิดฝ้าใต้ผิวหนังจนเกิดความร้อนที่สามารถทำลายโปรตีนของเม็ดสีผิวที่เกิดขึ้นได้ ทำให้ผิวดูขาวขึ้น ควรทำอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 2 สัปดาห์ เป็นระยะเวลาติดต่อกัน 2-3 เดือน จะเห็นผลการรักษาที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

วิธีลดเลือนฝ้าและกระควรทำอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ แต่หากฝ้าและกระยังไม่ลดเลือน คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังสำหรับวิธีรักษากระหรือฝ้าที่เหมาะสม อย่างไรก็ดี คุณควรทาครีมกันแดดหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแดดทุกครั้งเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดเพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวีซึ่งเป็นตัวการก่อให้เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ

สาวๆ ต้องอย่าลืมนะคะว่าการลดเลือนฝ้าที่ดีควรทำอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ แต่หากฝ้ายังไม่ลดเลือน ก็ควรไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังสำหรับวิธีรักษาฝ้าที่เหมาะสม และควรทาครีมกันแดดหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแดดทุกครั้งเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดเพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวีซึ่งเป็นตัวการก่อให้เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำให้สม่ำเสมอค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 วิธีดับร้อน รับซัมเมอร์ แบบง่ายๆ แถมได้ผิวสวย

5 วิธี ” ลดสิว ผิวเย็น หน้าไม่มัน ” รับลมร้อน

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการดูแลผิวใน “หน้าร้อน”

 

 

keyboard_arrow_up