เปิดคัมภีร์ความอ่อนเยาว์.. “กินดี หน้ายิ่งเด็ก”

Alternative Textaccount_circle
event

พูดถึงการ “กิน” นั้นเป็นเรื่องง่าย และการกินอย่างไรให้สวยไม่เสื่อมเร็วนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นเช่นกัน แต่สำหรับบางคนสิ่งนี้อาจเป็นเรื่องยาก เพราะด้วยการดำเนินชีวิตที่ผิดมาโดยตลอด เป็นจำพวกที่เข้าตำรา “อยู่เพื่อกิน” แทนที่จะเป็น “กินเพื่ออยู่” แบบที่ควรจะเป็น ซึ่งการกินแบบผิดๆ นี่เองที่จะก่อให้เกิดปัญหากับความสวยความงาม และความสาวของเราทั้งในระยะสั้นและระยายาว ไม่แน่อาจเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ก็ได้ เรียกว่าอายุยังมาเท่าไรก็มีใบหน้าและร่างกายที่แก่ก่อนวัยอันควร นั่นเป็นผลลัพธ์แย่ๆ ที่มาจากการใช้ชีวิตแบบผิดมานานนั่นเอง

ผลลัพธพ์ที่ว่าจะประดังกันเข้ามาแบบไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นการมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมา พร้อมๆ กันกับไขมันเป็นส่วนๆ ตามร่างกาย ไม่มีเรี่ยวแรงหรือความกระฉับกระเฉงเท่าที่ควร เพราะต้องแบกรับน้ำหนักตัวที่มาก ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง เพราะรูปร่างที่เปลี่ยนไปในทางลบ ทำให้เกิดความรู้สึกด้านลบกับตัวเอง เวลามองดูตัวเองก็จะรู้สึกไม่ดี ไม่ชอบพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงญาติพี่น้องเช่นแต่ก่อน เพราะหมกมุนอยู่กับรูปร่างและปัญหาในการกินของตัวเอง มีโรครุมเร้ามากมายตั้งแต่โรคที่ไม่มีความรุนแรงไปจนถึงขึ้นร้ายแรง เช่น ปวดตามข้อ ปวดหลัง ปวดขา ปวดเอว เป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโรหิตสูง รวมถึงมีจิตในที่หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องกินมากกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะเห็นว่าการกินสำคัญกว่า

ทั้งหมดเป็นปัญหาจากการกินแบบผิดๆ ทั้งสิ้น ที่ส่งผลสะท้อนให้เห็นชัดเจนในรูปของ “ความแก่ก่อนวัย” เช่น อายุเพิ่งจะ 20 ต้นๆ แต่มีรูปร่างเหมือนป้า มีโรคของคนแก่รุมเร้าตั้งแต่ยังสาว ผิวพรรณหยาบกร้านเหมือนคนแก่ เพราะไม่รู้ว่าอาหารนั้นนอกจากจะให้พลังงานแก่ร่างกายแล้ว ยังให้พลังชีวิตและช่วยชะลอความร่วงโรยแก่เราได้ หากเรา “กินเป็น” และ “เลือกกิน” เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะมาสะสางพฤติกรรมการกินแบบผิดๆ ของคุณสาวๆ กันค่ะ พร้อมมาแนะนำวิธีการกินเพื่ออยู่อย่างอ่อนเยาว์และแข็งแรงให้คุณ ซึ่งการกินที่ถูกหลักนั้นเป็นหลักการสำคัญที่จะช่วยให้เราเป็นสาวสองพันปีได้ไม่ยาก

>> เริ่มจากการจำกัดปริมาณแคลอรี่ในอาหารเพื่อชะลอความร่วงโรย <<

เมื่อเรากินอาหารเข้าไปแล้วร่างกายจะเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงาน ซึ่งจะมีผลพวงเสีย ที่ไม่ใช่ผลพลอยได้ตามมานั่นคือ “อนุมูลอิสระ” ที่เป็นตัวเร่งความร่วงโรยได้เป็นอย่างดี และหากยิ่งเรากินอาหารมากเกินความพอดี นั่นก็เท่ากับว่าเรายิ่งเพิ่มอนุมูลอิสระให้เกิดในร่างกายมากขึ้น ผลสุดท้ายก็คือความแก่ที่จะตามมาก่อนเวลาอันควร ซึ่งหลักการแก้ไขง่ายๆ ก็คือ การกินอาหารให้น้อยลงเพื่อทำให้อนุมูลอิสระลดลง ความร่วงโรยก็จะลดลงไปด้วย และมีแต่ความอ่อนเยาว์ตามมา

>> กินอาหารดีๆ ต้านอนุมูลอิสระได้ <<

การกินอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระนั้นมีหลายชนิดด้วยกัน อย่างอาหารจำพวก ธัญพืช ขนมปังโฮลวีต ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วฝักยาว ถั่วลิสง มะเขือเทศ น้ำตาลทรายแดง และข้าวซ้อมมือ รวมถึงการกินเส้นใยเยอะๆ อย่างอาหารไฟเบอร์ (Fiber) ในที่นี้ควรเป็นอาหารเส้นใยชนิดที่ละลายน้ำได้ เช่น เม็ดแมงลัก ถั่วชนิดต่างๆ เนื่องจากจะช่วยดูดซับไขมันและเพิ่มไขมันที่ดีให้กับร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยลดน้ำตาลซึ่งเป็นอีกตัวการที่ทำให้หน้าแก่อีกด้วย

>> กินโปรตีนเยอะๆ <<  

ต้องบอกก่อนว่าการกินโปรตีนนั้นก็เป็นดาบสองคมคือ หากเลือกกินโปรตีนในรูปแบบที่ดีก็ช่วยชะลอความร่วงโรยได้ แต่หากเลือกกินแบบผิดๆ แทนที่จะดูอ่อนเยาว์และแข็งแรงขึ้น กลับจะทำให้อ่อนแอและยิ่งดูก็ยิ่งรู้ว่าแก่นั่นเอง ดังนั้นหลักการกินโปรตีนให้หน้าอ่อนเยาว์ จะต้องเน้นการกินโปรตีนจากพืชและจากปลาแทนโปรตีนจากสัตว์ใหญ่ อย่าง หมู วัว แพะ แกะ เพราะเนื้อสัตว์ที่กล่าวมานี้ก่อให้เกิดกระบวนการที่นำไปสู่ความเสื่อมโทรมของอวัยวะในร่างกาย ไม่เว้นแม้แต่ผิวพรรณและความสวยงาม

สำหรับการกินโปรตีนรูปแบบที่ถูกต้องเพื่อคงความอ่อนเยาว์นั้นก็ควรกินปลาทะเลให้ได้ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และกินโปรตีนจากพืชร่วมไปด้วย เนื่องจากปลาทะเลเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ไขมันน้อย อีกทั้งยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ดีต่อสุขภาพและความงาม ส่วนโปรตีนจากพืชก็มีไขมันน้อยเช่นกัน มีใยอาหารสูง และมีสารต้นอนุมูลอิสระอีกต่างหาก ดังนั้นควรเลือกกินโปรตีนจากสิ่งเหล่านี้ เช่น ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล ปลาแซลมอน ปลาค็อด ปลาอินทรี เต้าหู้อ่อน เต้าหู้แข็ง ฟองเต้าหู้ โปรตีนเกษตร หากอยากจะกินเนื้อสัตว์ก็ควรจะเป็นนานๆ ที ไม่ควรกินบ่อยค่ะ

>> พึ่งพาอาหารเสริม <<

ความจริงแล้วอาหารเสริมนั้นไม่มีความจำเป็นใดๆ เลย หากเรากินอาหารให้ถูกหลักในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว แต่เพราะปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปทำให้เวลาที่มีดูเหมือนจะน้อยลง ลำพังการกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ 5 หมู่ก็แย่แล้ว จึงอาจทำให้ขาดความสมดุลในอาหารบางหมู่ไป โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มักเป็นอาหารกินเล่นหรืออาหารส่วนเกิน (ที่ไม่อยากจะกิน) ของใครหลายคนไป

ดังนั้นการพึ่งพาอาหารเสริมในรูปแบบต่างๆ เช่น แบบน้ำ แบบเม็ด จึงสะดวกและได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกัน อีกทั้งยังตรงจุดอีกต่างหาก คือรู้ตัวว่าขาดอาหารประเภทใดหมู่ใดก็ให้หาอาหารเสริมเติมเต็มให้ครบซะ ซึ่งหลักการมีอยู่ว่า ต้องเป็นอาหารเสริมจากธรรมชาติที่ไม่ใช่การสังเคราะห์จะดีที่สุดเพราะอาหารเสริมจากธรรมชาติจะมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่า

>> เลือกใช้น้ำมัน <<

การใช้น้ำมันในการปรุงอาหารมีความสำคัญต่อสุขภาพ รูปร่าง และความอ่อนเยาว์มาก พูดง่ายๆ ก็คือน้ำมันที่ดีย่อมไม่ก่อให้เกิดโรคร้าย อย่างโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด มีความบริสุทธิ์สะอาด และมีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่างๆ ด้วย เช่น น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันเมล็ดองุ่น ส่วนน้ำมันที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว น้ำมันถั่วลิสง

>> อาหาร 5 หมู่ต้องกินให้ครบ <<

ขอทบทวนความทรงจำของทุกคนกันสักหน่อยในเรื่องของอาหาร 5 หมู่ที่เราเคยรู้และเคยเรียนเมื่อสมัยเด็กๆ ซึ่งในเวลานี้บางคนอาจจำไม่ได้ หรือจำได้แบบเลือนลาง หรืออาจละเลยที่จะจดจำและนำเอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งที่การกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไรเลย หากเราจะใส่ใจการกินให้มากขึ้น เพื่อที่ร่างกายจะได้ขาดสมดุล ไม่ขาดสารอาหารตัวใดตัวหนึ่ง มีสุขภาพกายใจที่แข็งแรง และที่สำคัญคือยื้อความอ่อนเยาว์ให้นานที่สุด

นอกจากกินอาหารห้ำครบ 5 หมู่แล้วก็ควรกินอาหารที่มีแคลเซียมสูงๆ เพื่อช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กระดูก ฟัน ในทุกวันอีกด้วย โดยกินประมาณ 1 ส่วน ซึ่ง 1 ส่วนที่ว่านี้ เช่น นม 1 แก้ว ชีส 1 แผ่น ผักที่มีใบเขียวเข้มๆ 3-4 ทัพพี ปลาเล็กปลาน้อยที่กินได้เลย ครึ่งทัพพี

ลองทำตามนี้ดูนะคะทำให้ครบทุกข้อ ทำให้ต่อเนื่อง แค่ปรับพฤติกรรมและหันมาเลือกกินเท่านั้นไม่ได้ยากเกินความสามารถของเราเลย ทำได้ตามนี้รับรองว่าความแก่จะมาเยือนคุณได้ช้าที่สุดแน่นอน แต่สาวๆ ก็ห้ามลืมเรื่องของความสยที่มาจากภายในด้วยน๊า เพราะผู้หญิงสวยใช่จะสวยแค่เพียงที่น่าตาอย่างเดียว เราจะต้องมีจิตใจที่ดีงาม บุคลิกภาพที่ดูดี และที่ขาดมาได้เบยคือต้องมีสมองด้วยค่ะ ถึงจะเรียกได้ว่าสวยครบรส!

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ชาวญี่ปุ่นเผย 5 เคล็ดลับ กินอย่างไรแก่ไปก็ยังแข็งแรง

ทำความรู้จักวิถีการกินแบบ ‘ลา-กอม’ กินแค่พอดี แต่ทำไมมีความสุขมาก?

สัญญาณของความร่วงโรย! รู้ได้อย่างไร? ว่าวัย “ร่วงโรย” ถามหาแล้ว

keyboard_arrow_up