Make to body …มารีเซ็ตร่างกายให้ห่างไกลคำว่า “อ้วน”

ผู้หญิงทุกคนล้วนอยากมีรูปร่างที่ได้สัดส่วน มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชวนมอง ใครที่มีรูปร่างดีอยู่แล้วก็อยากจะรักษาน้ำหนักให้คงที่อยู่แบบนี้ตลอดไป สำหรับคนที่มีรูปร่างท้วมหรือเจ้าเนื้อมากหน่อยก็อยากจะลดหุ่นให้รูปร่างเข้าที่พยายามทำทุกวิธีที่จะให้น้ำหนักลงไวๆ ยิ่งตอนนี้มองไปทางไหนก็มีแต่คนผอม คนดังหรือดาราบางคนจากที่เคยอ้วนมากๆ เปิดตัวออกมาอีกทีก็ผอมเพรียวจนน่าตกใจ จนอยากรู้ว่าเขาทำกันได้ยังไงกันนะ คิดอยากเป็นแบบคนเหล่านั้นบ้างลองทำตามแล้วทุกวิธี ถูกบ้างผิดบ้าง ทั้งลดอาหารก็แล้ว ออกกำลังกายก็แล้วก็ไม่ลดสักที บางทีก็อาจทำให้ท้อใจ!   

อย่าเพิ่งท้อใจไปค่ะสาวๆ เพราะเรายังต้องเดินหน้าไปสู่เป้าหมายแห่งความ “ผอม” ที่ตั้งใจไว้ไปด้วยกัน แม้จะไม่ผอมทันใจในตอนนี้ แต่นาทีนี้ขอแค่ให้น้ำหนักค่อยๆ ลดลงสักหน่อยก็ดีใจแล้ว ซึ่งอย่างแรกที่เราต้องทำเลยคือการสำรวจตัวเองว่ามีระบบเผาผลาญที่ทำงานปกติหรือเปล่า เพราะต้องไม่ลืมว่าการจะลดน้ำหนักให้ได้อย่างต่อเนื่องสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญทำงานดี ต้องรู้จักวิธีการปรับกระบวนการทำงานในร่างกายให้เป็นปกติแล้วการลดน้ำหนักจะมีประสิทธิภาพและส่งผลดีในระยะยาว

วันนี้เรามาทำการรีเซ็ตร่างกาย หรือมาปรับกระบวนการทำงานในร่างกายให้เพื่อรอรับ “ความผอม” ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกันดีกว่า มาเตรียมร่างกายให้ดี เชื่อเถอะค่ะว่าลดวิธีไหนก็ผอมลง แต่ยังไงก็ต้องเรียนรู้พฤติกรรมที่จะช่วยกระตุ้นการทำงานของอวัยวะของร่างกายให้ลดความอ้วนได้ง่ายขึ้นดังนี้ค่ะ

>> จัดการไขมันหลังการกินด้วยการออกกำลังกาย <<

ใครที่กังวลใจเวลากินข้าวเสร็จแล้วไปชั่งน้ำหนัก แล้วพบว่าทำไมน้ำหนักขึ้นมาไวขนาดนี้ นั่นเพราะหลังจากกินข้าวอิ่มใหม่ๆ ร่างกายของเรายังไม่ย่อยหรือยังไม่ได้ขับไขมันออกไป ดังนั้น น้ำหนักตัวของเราตอนนั้นอาจจะเพิ่มเท่ากับน้ำหนักของอาหารที่กินเข้าไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่กินเข้าไปจะกลายเป็นไขมันทั้งหมด เพราะสารอาหารแต่ละประเภทใช้เวลาในการเปลี่ยนเป็นไขมันไม่เท่ากัน อย่างอาหารประเภทไขมันจะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมภายใน 12 ชั่วโมง ส่วนคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนจะเปลี่ยนเป็นกรดไขมันได้อย่างเร็วที่สุดคือ 1-2 วัน ดังนั้น หากวันไหนที่เรากินมากเกินไปแล้วกลัวอ้วนก็ต้องหาวิธีจัดการด้วยการออกกำลังกาย หรือควบคุมอาหารในวันถัดไปก่อนที่สารอาหารเหล่านั้นจะเปลี่ยนเป็นไขมันค่ะ ถ้าจะให้ดีหลังกินข้าวเสร็จควรเดินให้ร่างกายได้ย่อยสัก 15 นาที จะดีมากๆ ค่ะ

>> เพิ่มการเผาผลาญด้วยการดื่มน้ำเย็น <<     

อย่าเข้าใจผิดว่าดื่มน้ำมากๆ จะทำให้อ้วนน๊า ในทางกลับกัน “น้ำ” ยังทำให้ผอมลงได้อีกด้วย เพราะน้ำจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นกระบวนการ Metabolism และกำจัดของเสียออกจากร่างกาย ดังนั้น น้ำจึงเป็นสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ ในวันหนึ่งเราควรดื่มน้ำให้ได้ 1.5 ลิตร โดยใช้วิธีค่อยๆ ดื่มให้ร่างกายได้รับน้ำตลอดทั้งวัน การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมจะยิ่งช่วยให้การลดความน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

ส่วนใครที่อยากลดน้ำหนักให้ได้เร็วๆ ก็ควรปรับระบบเผาผลาญให้ดีขึ้น แนะนำให้ใช้วิธีการดื่มน้ำเย็นๆ ค่ะ เพราะมีผลการวิจัยออกมาว่าคนที่ดื่มน้ำเย็น 1.9-2.8  ลิตรต่อวัน จะมีระบบเผาผลาญดีกว่าคนที่ดื่มน้ำไม่ถึง 1 ลิตร และเมื่อเราดื่มน้ำเย็นเข้าไปร่างกายจะมีการปรับอุณหภูมิของน้ำให้เท่ากับอุณหภูมิร่างกาย จึงต้องมีการเผาผลาญมากกว่าปกติ ถึงแม้ว่าน้ำเพียงแก้วเดียวอาจช่วยได้ไม่มาก แต่หากเราดื่มให้ได้ในปริมาณที่เหมาะสมใน 1 วัน ให้เป็นนิสัยก็จะช่วยลดน้ำหนักได้ดีขึ้นแน่นอนค่ะ

>> ปรับพฤติกรรมการนอน แค่นอนดีก็ผอมได้ <<

รู้หรือไม่คะว่าหากคนเรานอนถูกวิธีในระยะเวลา 1 ปี เราจะลดน้ำหนักได้ถึง 7 กิโลกรัมเลยทีเดียว แล้วนอนยังไงถึงจะรียกว่านอนดี นอนถูกวิธีล่ะ อ่ะ! งั้นมาดูกัน…อย่างที่เรารู้ๆ กันว่าคนเราควนนอนให้เพียงพอคือ 8 ชั่วโมงต่อวัน คนที่นอนแค่ 7 ชั่วโมง จะมีการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างน้อย ยิ่งคนที่นอน 5 ชั่วโมง ด้วยแล้วจะมีโอกาสอ้วนขึ้นถึง 50% หรือใครที่นอนแค่ 4 ชั่วโมง มีโอกาสอ้วนเพิ่มขึ้นถึง 73% เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่นอนร่างกายจะผลิตฮอร์โมนที่ช่วยให้ผอมได้ ถึง 3 ชนิด คือฮอร์โมนคอร์ติซอล เป็นฮอร์โมนที่รักษาระดับการเผาผลาญของร่างกายให้เหมาะสม ถ้านอนมากไปก็ไม่ดีควรนอนให้พอดี อีกตัวคือฮอร์โมนเลปติน ที่มีผลต่อความอ้วนเช่นกัน เพราะหากนอนน้อยฮอร์โมนจะผลิตน้อยทำให้เรารู้สึกอยากอาหารมากขึ้น สุดท้ายก็เจ้าโกรทฮอร์โมนที่มีส่วนในการเผาผลาญแคลอรีได้ถึง 300 kcal ต่อวันเลยทีเดียว ถ้านอนน้อย 1 เดือน น้ำหนักอาจขึ้นถึง 1 กิโลกรัม แค่นอนให้พอดี น่าตาก็สดใส สุขภาพก็ดี แถมผอมลงอีกต่างหาก

>> ดื่มชาเขียวก็ช่วยลดความอ้วนได้ <<

ในชาเขียวมีสารอาหารมากมายที่มีประโยชน์ที่ช่วยลดความอ้วนได้ อาทิ สารคาเทซินเป็นสารที่ให้ความขม โดยจะมีหน้าที่ช่วยเผาผลาญไขมัน ถ้าร่างกายได้รับสารเหล่านี้ทุกวันไขมันก็จะถูกทำลายได้ไวขึ้น ยิ่งถ้าได้ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยก็จะยิ่งได้ผลดี หากใครอยากผอมก็ลองดื่มชาเขียวเป็นประจำดูนะคะ นอกจากนี้ยังมีผลวิจัยว่าการดื่มชาเขียว 4-5 แก้วต่อวัน จะช่วยลดน้ำหนักได้ถึงเดือนละ 1 กิโลกรัม ยิ่งคนที่มีไขมันมากๆ จะเห็นผลชัดเจนจนคนรอบข้างต้องทักเลยล่ะ อีกทั้งสารคาเฟอีนที่อยู่ในชายังช่วยกระตุ้นการทำงานของเนื้อเยื่อไขมัน ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น และกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ด้วย จะให้ดีควรดื่มเป็นชาเขียวร้อนนะคะ

หรือใครอยากลดไขมันด้วยชาเขียวได้ดีขึ้น แนะนำให้ดื่มระหว่างกินข้าวไปด้วย หรือใครสะดวกจะดื่มหลังจากกินข้าวเสร็จก็ได้เหมือนกัน รู้อย่างนี้แล้วอย่าลืมชงชาเตรียมไว้สำหรับหลังมื้ออาหารนะคะ แล้วก็ดื่มเป็นประจำให้ติดเป็นนิสัย เป็นวิธีง่ายๆ ลองดูค๊า           

>> ไม่กินข้าวเช้าตัวการทำให้อ้วนง่าย <<

เคยได้ยินมั้ยคะว่าคนที่ไม่กินข้าวเช้าจะอ้วนง่ายกว่าคนที่กินถึง 5 เท่า เหตุผลมาจากถ้าเราไม่กินข้าวเช้าร่างกายก็ทำงานไม่ได้ ยิ่งมื้อเช้าหากเรากินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตก็จะยิ่งช่วยกระตุ้นการเผาผลาญให้สูงขึ้นไปอีก แต่ถ้าเราไม่กินข้าวเช้าจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง การเผาผลาญต่ำลงก็ทำให้อ้วนง่ายขึ้นนั่นเอง หลายคนอาจจะเกิดความสงสัยว่า อ้าว! ก็มีหลายสูตรที่บอกว่าลดหุ่นต้องไม่กินคาร์โบไฮเดรต แล้วจะยังไงดี เอาแบบนี้ค่ะ ตอนเช้าเรากินคาร์โบไฮเดรตได้เพราะถ้าไม่กินเลยกล้ามเนื้อในร่างกายจะแยกตัวออกจากกัน แล้วเปลี่ยนกลายเป็นพลังงานให้ร่างกายนำไปใช้ ซึ่งจะส่งผลให้โปรตีนทำงานได้น้อยลง กล้ามเนื้อในร่างกายก็จะค่อยๆ ลดหายไป การเผาผลาญก็จะต่ำลงกลายเป็นว่ายิ่งไม่กินข้าวเช้าเรายิ่งอ้วนขึ้นยังไงล่ะคะ

นอกจากนี้หากเราไม่กินข้าวเช้าไขมันในร่างกายจะเพิ่มขึ้นเพราะหากเราท้องว่างตอนเช้า แล้วไปกินข้าวเยอะในตอนกลางวันทีละมากๆ เพื่อชดเชยความหิวที่อดทนมา ถ้าเราทำแบบนี้บ่อยๆ ร่างกายจะผลิตอินซูลินออกมามากเกิน ทำให้ไปกระตุ้นการจับตัวของไขมันในร่างกาย ทำให้อ้วนง่าย ดังนั้น ถ้าเรางดมื้อเช้าเราก็จะกินมื้อกลางวันมาก ไขมันก็เพิ่มไวขึ้นสุดท้ายก็ทำให้อ้วนได้ง่าย

>> พยายามลดอาการบวมน้ำให้ร่างกาย <<

คำว่า “บวมน้ำ” กับความอ้วนนี่ต้องแยกกันให้ออกนะคะ อ้วนก็คือร่างกายมีไขมันสะสมในทุกๆ ส่วน แต่อาการบวมน้ำเกิดจากความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะในผู้หญิงที่บวมน้ำง่ายกว่าผู้ชาย และหากปล่อยทิ้งไว้ก็จะเกิดเซลลูไลท์ตามร่างกาย ถ้าใครไม่อยากมีเซลลูไลท์ต้องรีบกำจัดอาการบวมน้ำให้ไวเลยค่ะ

สาวๆ ที่อยากรู้ว่า เอ๊ะ! นี่เรากำลังบวมน้ำอยู่รึเปล่าให้ลองสังเกตเวลาตื่นนอน หากส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าใบหน้าใหญ่ขึ้นกว่าตอนก่อนนอน หรือเวลาใส่รองเท้าแล้วรู้สึกคับกว่าปกตินั่นล่ะค่ะเราบวมน้ำแล้ว ซึ่งสาเหตุก็มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรานั่นเอง แค่ปรับพฤติกรรมก็ลดอาการบวมน้ำได้แล้วค่ะ เริ่มจากการเลี่ยงอาหารรสจัด หรืออาหารแปรรูปเพราะมีโซเดียมมาก และหาอาหารที่มีโพแทสเซียมเยอะกินเข้าไปแทนเพื่อให้เกิดความสมดุล เช่น พวกสาหร่าย หรือผักต่างๆ นอกจากนี้การดื่มน้ำเพื่อขับน้ำในร่างกายออกก็สำคัญถ้าเราดื่มน้ำให้ได้ปริมาณที่พอเหมาะ ก็จะช่วยให้ร่างกายขับน้ำออกมาได้เช่นกัน

อีกอย่างที่ควรเลี่ยงเลยคือการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเวลาที่เราดื่มเหล้าเข้าไปร่างกายจะปรับสมดุลได้ลำบาก ทำให้เกิดการบวมน้ำได้ง่าย เทคนคการแก้ไขคือถ้าเราดื่มเหล้าหรือ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เข้าไปเท่าไรก็ให้กินน้ำเข้าไปเท่านั้น วิธีนี้จะช่วยป้องกันอาการบวมน้ำได้ ทำตามนี้ก็ป้องกันการบวมน้ำได้ เซลลูไลท์ก็ไม่มาเยือน รับรองว่าสาวๆ อวดหุ่นสวยได้แบบสบายๆ เลยล่ะค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

รวมเคล็ดลับกำจัดเซลลูไลท์…ให้จากไปตลอดกาล!

สุขภาพดีเริ่มต้นที่บ้าน! แนะนำคลิปออกกำลังกายสำหรับสาวๆ บ้านไกลฟิตเนส

เผาผลาญ 100 แคลอรี ด้วยงานบ้าน

 

keyboard_arrow_up