ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับผิวหน้า เลิกทำตามด่วน ก่อนหน้าพัง!!

เคยแปลกใจกันบ้างมั้ยคะว่าทำไมดูแลหน้ายังไง บำรุงเท่าไหร่ผิวหน้าก็ไม่ดีขึ้นสักที ขนาดใช้สกินแคร์ดีๆ แพงๆ ก็แล้ว ยังไม่วายหน้าพังอันนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่นะคะ แล้วสาวๆ เคยรู้บ้างหรือไม่ว่า การที่เรามีผิวที่ไม่ใส มีสิวเห่อ หรือปัญหาต่างๆ นานานั้นอาจเกิดขึ้นจากความเชื่อผิดๆ ที่เราทำไปโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ เช่น เราไปได้ยินมาว่าทำแบบนั้นดี แบบนี้เหมาะ แต่เอาเข้าจริงๆ สิ่งที่ทำไม่ได้ส่งผลดีกับผิวของเราเลย แถมยังทำให้ผิวแย่ลงด้วยซ้ำ

เราลองมาดูกันดีกว่าค่ะว่ามีความเชื่อผิดๆ อะไรบ้างที่เราทำร้ายผิวของตัวเองไปแบบไม่รู้ตัว ถ้าใครเผลอทำข้อไหนอยู่ก็เลิกทำด่วนเลยค่ะ อย่าลืมว่าบางทีข้อมูลบางอย่างที่ได้รับมามันก็ไม่ได้ส่งผลดีกับเราเสมอไปนะคะ ไปดูพร้อมกันว่าความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับผิวมีอะไรบ้าง ถ้าทำอยู่เลิกเลยก่อนจะสายเกินแก้นะค๊า

>> เครื่องสำอาง ทำให้รูขุมขนอุดตันเสมอ >>

คุณสาวๆ บางคนมักจะกลัวว่าเวลาแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางแล้วจะทำให้สิวขึ้น เครื่องสำอางจะไปอุดตันรูขุมขน อันนั้นเข้าใจผิดค่ะ เพราะถ้าเราแต่งหน้าตอนเช้า ตอนเย็นก็ล้างออก ไม่นอนหลับไปทั้งที่เครื่องสำอางยังอยู่บนหน้า หรือที่สาวๆ บางคนเป็นสิวอาจจะแพ้สารเคมีที่อยู่ในเครื่องสำอางก็ได้นะคะ ไมได้เกี่ยวว่าใช้แล้วหน้าเป็นสิวทุกชนิด เพราะโดยทั่วไปปกติเครื่องสำอางไม่ทำให้รูขุมขนอุดตัน ถึงแม้ว่าหน้าของเราเป็นสิวอยู่แล้วถึงแต่งหน้าสิวก็ไม่ขึ้นเพิ่มค่ะ นอกเสียจากตอนล้างออกเราล้างออกไม่หมดเท่านั้น ถ้าล้างหน้า เช็ดเมคอัพออกจนเกลี้ยง แต่งหน้ายังไงสิวก็ไม่ขึ้นจ้า

>> เราสามารถทำให้รูขุมขนกระชับหรือขยายกว้างได้>>  

หลายคนอาจเคยได้ยินมาว่าใช้น้ำอุ่นล้างหน้าเป็นการเปิดรูขุมขน และล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเป็นการปิดรูขุมขน แต่รู้มั้ยคะว่ารูขุมขนคนเราไม่ได้เปิดๆ ปิดๆ ง่ายขนาดนั้น อันที่จริงน้ำอุ่นช่วยให้ผิวหน้าของเรานิ่มลงได้ก็จริงค่ะ แต่ไม่ได้ช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียนขนาดนั้น หรือน้ำอุ่น น้ำเย็นอาจช่วยให้รูขุมขนเล็กขึ้นได้จริงแต่ไม่ได้ทำให้รูขุมขนเปิดปิดลงได้นะคะ ตราบใดที่หน้าของเรายังมีน้ำมันส่วนเกินอยู่ก็ไม่มีอะไรมาทำให้รูขุมขนปิดสนิทได้หรอกค่ะ ยกเว้นเสียแต่ว่าไปทำเลเซอร์แบบจริงจัง แต่ก็เสี่ยงกับผิวบาง หน้าบางไปอีก เอาเป็นว่าความเชื่อเรื่องน้ำอุ่น น้ำเย็น ทำให้รูขุมขนปิดไม่ผ่านนะคะ!!

>> ใช้สกินแคร์ช่วงแรกสิวอาจเห่อเต็มหน้าก่อนเป็นเรื่องปกติ >>    

บางคนซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวมาใช้ ยิ่งทาสิวยิ่งขึ้นแต็มหน้า กลับคิดไปว่าเป็นเรื่องปกติ ยาแรง ยานี้ได้ผลดี แต่จะขับสิวเก่าๆ ให้ออกมาก่อน ใครคิดแบบนี้บอกเลยนะคะว่าคิดผิดค่ะ  เพราะกว่าจะหน้าใสต้องหน้าปรุก่อนมันไม่ใช่นะคะ พวกผลิตภัณฑ์ที่ขับสิวให้ออกมาเยอะๆ ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของสารเคมีอย่างกรดซาลิก และเบนซิล เพอร์รอกไซด์ หรือสารจำพวกเรตินอล ผสมอยู่ สารดังกล่าวจะช่วยเร่งการผลัดสิวทำให้สิวผุดขึ้นมาเยอะ ซึ่งถ้าใช้แล้วสิวเห่อเกินไปแสดงว่าเราอาจแพ้ผลิตภัณฑ์นั้นแล้วล่ะค่ะ เลิกใช่ด่วนเลย

>> สาวผิวมันห้ามใช้ผลิคภัณฑ์ใดๆ ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน >>

คนผิวมันห้ามใช้อะไรที่มันๆ อันนี้เป็นอีกเรื่องที่เข้าใจผิดนะคะ เอาจริงๆ ถ้าเราหน้ามันอยู่แล้วก็คงไม่อยากทาอะไรที่มีความมันลงไปบนผิวเพิ่มใช่มั้ยคะ บางคนคิดว่าผิวมันเพราะผิวอิ่มน้ำ ไม่ต้องทาครีมก็ได้ อันนั้นไม่จริงค่ะ ผิวมันบางครั้งผิวชั้นในอาจขาดน้ำกว่าผิวแห้งซะอีก ดังนั้น ไม่ควรเลิกทาครีมนะคะ แต่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับผิว อย่างเนื้อเจลครีม ที่มีสัมผัสบางกึ่งหนา ช่วยบำรุงผิวให้ดูฉ่ำไม่มันค่ะ สาวผิวมันใช้สกินแคร์ที่ถูกกับหน้า แม้จะมีน้ำมันผสมผิวก็ดีขึ้นได้ค่ะ

>> สิวเป็นสิ่งที่วัยรุ่นทุกคนต้องมี >>       

วัยรุ่นทุกคนต้องเป็นสิว ปล่อยไปเถอะเดี๋ยวก็หาย อันนี้เป็นความเชื่อที่ผิดเพราะถ้าคิดแบบนั้นตอนเป็นผู้ใหญ่หน้าคงพังไปแล้ว รู้ไว้นะคะว่าวัยรุ่นทุกคนไม่ใช่ว่าต้องมีสิวค่ะ แล้วแต่ฮอร์โมนของแต่ละคน บางคนมีฮอร์โมนที่สมดุล มีกรรมพันธ์ที่ดีไม่มีสิว แบบนั้นเรื่องวัยก็ไม่มี่ผลค่ะ เอาจริงๆ ถ้าคนจะมีสิว ขนาดอายุเลย 60 ปี ไปแล้ว ก้ยังมีสิวได้เลยค่ะ ไม่ใช่มีสิวแค่ตอนวัยรุ่นน๊า

>> สาวผิวแทน ผิวสองสี ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดก็ได้ >>

ต้องบอกไว้ตรงนี้เลยนะคะว่า ไม่ว่าจะสาวผิวสีใดก็ตาม จะผิวขาว ผิวสีแทน ผิวสองสี หรือผิวคล้ำ ก็ย่อมจะโดนแดดทำร้ายได้เหมือนๆ กันค่ะ แต่สาวผิวแทนอาจดีกว่าตรงที่มีเมลานินป้องกันแสงเยอะกว่า แต่อย่างไรเสียทุกคนก็ต้องทาครีมกันแดดค่ะ ยิ่งถ้าต้องอยู่กลางแจ้งนานๆ ยิ่งต้องทาทั้งหน้าและที่ผิวกายด้วย ทาซ้ำทุกๆ 2 ชม. ยิ่งดีค่ะ แต่ข้อแนะนำสำหรับสาวผิวแทนคือควรหาครีมกันแดดที่เป็นโทนสีเดียวกับผิว ไม่ให้ขาวโดดมาก หรืออาจเป็นเนื้อน้ำใสๆ บางๆ ก็ดีค่ะ ผิวจะได้ไม่ดูขาววอกจนเกินไป

>>ตอนล้างหน้า ยิ่งถูหน้าแรงๆ หน้ายิ่งสะอาด >>

ถ้าอยากชำระสิ่งสกปรก คราบมันเป็นผิวหน้าให้สะอาดหมดจด ไม่จำเป็นต้องถูผิวแรงๆ หรอกค่ะ เพราะวิธีการนี้ไม่ได้ช่วยให้ผิวยิ่งสะอาดอย่างที่เข้าใจ แต่การถูหน้าแรงๆ เพราะอาจทำให้ผิวถูกขีดข่วน ผิวหน้าอ่อนแอ และเกิดการระคายเคืองได้ ใช้นิ้วมือถูวนๆ ที่ผิวหน้าอย่างเบาๆ ก็ล้างสิ่งสกปรกออกได้หมดแล้วค่ะ

>> ยิ่งล้างหน้าบ่อยเท่าไหร่ ยิ่งสะอาดมากเท่านั้น >>

ยิ่งล้างบ่อย ผิวจะยิ่งสะอาดมากขึ้น  อันนั้นคิดผิดค่ะเพราะความจริงคือ ยิ่งล้างหน้าบ่อย ยิ่งไม่ดีกับผิวนะคะ เพราะจะยิ่งไปดึงเอาความชุ่มชื้นออก ทำให้ผิวแห้ง พอผิวแห้ง ผิวก็จะขับความมันออกมามากกว่าเดิม อีกทั้งยังเสี่ยงผิวระคายเคืองจากการสัมผัสกับโฟมล้างหน้า หรือมือที่ถูกบนผิวหนังมากเกินไป จำนวนครั้งในการล้างหน้าที่เหมาะสมที่สุดก็คือ วันละ 2 ครั้งก็พอแล้วค่ะ

เรื่องการดูแลผิวหน้าเป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจให้มากๆ นะคะ ผิวดีๆ จะได้อยู่กับเราไปนานๆ  ไม่ใช่ในสิ่งที่ได้ยินมาซะทุกอย่าง ลองพิจารณืดูว่าสิ่งไหนเหมาะหรือไม่เหมาะกับผิวของเรา หากเชื่อผิดๆ อาจทำให้ผิวสวยๆ ของเรามีปัญหาได้ค่ะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูวิธีทำหน้าให้เป๊ะ แบบไม่ต้องศัลยกรรม

ศัลยกรรมคือความสุขส่วนตัว ถ้าเป๊ะขึ้น…ก็ทำเถอะ

อยากผิวสวยหน้าหนาวอย่าอาบน้ำเกิน 15 นาที

keyboard_arrow_up